บทที่ 4 ข้ามาที่นี่พร้อมกับดาบ ทำไมถึงต้องมีบัตรเชิญ?
หลายชั่วยาม*[1]ต่อมา...
เซียวนั่วลืมตาขึ้น และหยุดการฝึกฝน
เวลานี้ เขารู้สึกว่าร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ความแข็งแกร่งภายในร่างเต็มเปี่ยม
ิัเปล่งประกายแสงสีดำจาง ๆ และแข็งราวกับเหล็กกล้า
ตอนนี้เซียวนั่วอยู่ที่จุดสูงสุดของระดับห้า ขั้นก่อร่าง แม้จะเป็เพียงระดับห้า แต่แท้จริงแล้ว พลังปราณภายในร่างของเซียวนั่วกลับมีปริมาณน่าทึ่งเป็อย่างมาก
การบ่มเพาะของคนธรรมดามักจะขึ้นอยู่กับปริมาณพลังปราณที่อยู่ภายในจุดตันเถียน
แต่เซียวนั่วนั้นแตกต่างออกไป พลังปราณของเขาถูกใช้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของร่างกาย และเติมเต็มทุกส่วนของร่าง
เมื่อเทียบกับขั้นก่อร่างระดับห้าทั่วไป พลังปราณโดยรวมภายในร่างของเซียวนั่วนั้นมากกว่าหลายเท่า
แม้แต่ผู้ที่อยู่ระดับหกหรือระดับเจ็ดก็ยังไม่แข็งแกร่งเท่าเซียวนั่วที่อยู่ระดับห้าตอนนี้เสียด้วยซ้ำ!
“ข้ายังเหลือเม็ดยาพลังปราณอีกสามเม็ด หากจะบรรลุขั้นก่อร่างระดับหก ไม่น่าจะเป็ปัญหาอะไร… "
"ร่างนี้พัฒนาได้อีกครั้งแล้ว..."
เซียวนั่วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
บุตรชายผู้ถูกตระกูลเซียวทอดทิ้ง เดิมทีด้วยหยดเืของเฟิ่งหวงในร่าง ทำให้เขาบรรลุสู่ขั้นก่อร่างระดับเจ็ดด้วยวัยเพียง 13 ปี นี่คือพร์อันเป็เอกลักษณ์หนึ่งเดียวภายในเมืองซีเยว่
แต่ต่อมา เืเฟิ่งหวงได้ถูก่ชิงไป ทำให้ร่างกายได้รับความเสียหาย ส่งผลให้ระดับลดลงมาเหลือเพียงขั้นก่อร่างระดับสี่
ใน่สามปีที่ผ่านมา เซียวนั่วไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เลย
ทว่าในยามนี้ ร่างกายได้กลับมา ‘มีชีวิต’ อีกครั้ง
……
สามวันผ่านไปไวราวกะพริบตา
หลังจากใช้เม็ดยาพลังปราณอีกสามเม็ดที่เหลือ เซียวนั่วก็สามารถบรรลุสู่ขั้นก่อร่างระดับหกได้สำเร็จ
คนทั่วไปอาจใช้เม็ดยาพลังปราณเพียงหนึ่งหรือสองเม็ดในการบรรลุ
แต่สำหรับเซียวนั่ว ต้องใช้อย่างน้อยสามเม็ด!
ทว่าความเร็วในการดูดซับพลังปราณกลับเร็วกว่ามาก
หากเป็คนธรรมดา คงต้องใช้เวลาสองถึงสามวันในการดูดซับพลังปราณจากเม็ดยาพลังปราณ แต่เซียวนั่วใช้เวลาประมาณครึ่งวันเท่านั้น!
เพราะการฝึกทักษะกายาหงเิเ้าโลกา คือการเสริมความแข็งแกร่งของทั้งร่างกาย ซึ่งส่งผลให้เซียวนั่ว้าทรัพยากรมากกว่าคนทั่วไปมาก
‘แม้จะเป็เพียงขั้นก่อร่างระดับหก แต่ความแข็งแกร่งทางกายภาพของข้าก็แข็งแกร่งกว่าผู้ที่อยู่ระดับเดียวกันหลายเท่า… ’
ภายในห้อง บนแท่นฝึกฝน เซียวนั่วลืมตาขึ้นหลังจากฝึกฝนเสร็จ
ด้านข้างของเขาคือตำราเคล็ดวิชาดาบลักษณ์หมาป่า ที่มีเพียงสมาชิกระดับสูงของตระกูลเซียวเท่านั้น จึงจะมีคุณสมบัติฝึกฝน
เพียงสามวัน เซียวนั่วก็เกือบเชี่ยวชาญเคล็ดวิชาดังกล่าวแล้ว!
หอคอยทองคำหงเิไม่เพียงพัฒนาร่างกายของเซียวนั่ว แต่ยังพัฒนาพร์ และความเข้าใจของเขาด้วย หลังจากได้ศึกษาเคล็ดวิชาดาบลักษณ์หมาป่าไม่กี่ครั้ง เขาก็รู้ถึงความลึกลับของมันแล้ว
ครืด!
เซียวนั่วผลักประตูเปิดออก
เขามองขึ้นไปยังท้องฟ้าสีคราม ในดวงตาทอประกายคมชัด
วันนี้คือวันที่เซียวหย่ง นายน้อยแห่งตระกูลเซียว จะเข้าร่วมกับสำนักกระบี่ขุนพล์อย่างเป็ทางการ ดังนั้นมันถึงเวลาแล้วที่เขา… จะไปแสดงความยินดี!
……
เมืองซีเยว่
ท้องถนนในวันนี้คึกคักเป็อย่างยิ่ง
โดยเฉพาะภายในและรอบ ๆ คฤหาสน์ตระกูลเซียว มีโคมไฟและพู่ห้อยอยู่จำนวนมาก มีเสียงกลองและฆ้องบรรเลงไม่ขาด
"ตระกูลเซียวครึกครื้นจริง ๆ!"
"ก็ถูกต้องแล้วไม่ใช่หรือ? ในวันนี้ของทุกปี จะเป็วันที่สมาชิกของตระกูลเซียวถูกรับเข้าสู่สำนักกระบี่ขุนพล์อย่างเป็ทางการ ประมุขตระกูลเซียวย่อมออกมารับรองแขกและเฉลิมฉลอง!”
"ข้าล่ะอิจฉายิ่งนัก! ตระกูลเซียวสามารถสร้างสะพานเชื่อมสัมพันธ์กับกองกำลังขนาดใหญ่อย่างสำนักกระบี่ขุนพล์ได้ ด้วยความเร็วในการพัฒนาของตระกูลเซียว ข้าว่าพวกเขาคงจะขึ้นเป็อันดับหนึ่งของเมืองซีเยว่ในไม่ช้า”
"..."
เวลานี้ พรมแดงได้ถูกปูออกมาตามทางั้แ่ประตูไปจนถึงลานหลัก
ภายในลานหลัก เซียวสยง ประมุขตระกูลเซียว นั่งอยู่บนตำแหน่งสูงสุด อายุประมาณสี่สิบปี มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย สายตาน่าเกรงขามทำให้ผู้คนต่างหวาดกลัว
ประมุขของตระกูลทั้งสี่เองก็อยู่ที่นี่ด้วย แต่มันสามารถเห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขาแค่มาแสดงความยินดีโดยผิวเผินเท่านั้น แต่ภายในใจค่อนข้างไม่มีความสุข
ในความคิดของพวกเขา หากไม่ใช่เพราะสำนักกระบี่ขุนพล์ ตระกูลเซียวก็คงจะไม่ยิ่งใหญ่เช่นนี้
"คุณหนูรองมาถึงแล้ว!" ในเวลานี้ เสียงประกาศก็ดังขึ้นจากที่ประตู
สายตาของคนทั้งหมดเลื่อนไปที่ประตู แม้แต่เซียวสยงประมุขของตระกูล ก็ยังลุกขึ้นยืน
"อวี่เว่ยกลับมาแล้ว..."
ผู้มาใหม่คือหญิงสาวผู้มีใบหน้างดงาม รูปร่างสูงโปร่ง นางมาพร้อมกับคนอีกจำนวนหนึ่ง และมีแผ่นป้ายหยกห้อยอยู่ที่ข้างเอว
ด้านหน้าของแผ่นป้ายหยกสลักคำว่า ‘กระบี่’ เอาไว้
"นั่นมันสัญลักษณ์ศิษย์สายในของสำนักกระบี่ขุนพล์!"
"คุณหนูรองของตระกูลเซียวได้เลื่อนขั้นเป็ศิษย์สายในของสำนักกระบี่ขุนพล์ภายในเวลาเพียงปีเดียวอย่างนั้นหรือ?"
"เ้าคงยังไม่รู้ คุณหนูรองของตระกูลเซียวนั้นมากความสามารถ และได้รับคำชื่นชมจากสำนักกระบี่ขุนพล์ ว่ากันว่านางได้บรรลุขั้นก่อร่างระดับเก้าแล้ว ทั้งยังขัดเกลา ‘กายากระบี่' เบื้องต้นสำเร็จอีกด้วย”
"วิเศษยิ่ง! นางเพิ่งอายุเพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้นใช่หรือไม่? ตอนนี้นางบรรลุขั้นก่อร่างระดับเก้า เมื่อนางฝึกกายากระบี่สำเร็จ กระบี่ปราณจะปรากฏออกมาจากภายใน และอนาคตก็จะไร้ขีดจำกัด!"
“นอกจากนี้ ข้ายังได้ยินมาอีกว่านายน้อยของสำนักกระบี่ขุนพล์ดูแลนางอย่างดี ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองนั้นพิเศษยิ่ง มีความเป็ไปได้สูงที่ตระกูลเซียวจะพุ่งทะยานขึ้นไปอีก!"
"..."
เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยจากผู้คนโดยรอบ เซียวอวี่เว่ยไม่เพียงแค่ไม่แสดงท่าทีไม่พอใจ แต่ใบหน้ายังประดับด้วยรอยยิ้มบางอีกด้วย
นางเดินไปหาเซียวสยง “ท่านพ่อ ในนามของสำนัก ข้ามาที่นี่เพื่อรับตัวศิษย์ใหม่..."
เซียวสยงก็ตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม ดวงตาเปล่งประกายแรงกล้า
ในนามของสำนัก! บุตรสาวได้เป็ตัวแทนของสำนักกระบี่ขุนพล์ ช่างเป็เกียรติอะไรเช่นนี้!
“ฮ่า ๆๆๆ ได้ ได้เลย วันนี้ เ้าเป็ทั้งคุณหนูรองของตระกูลเซียว และแขกคนสำคัญจากแดนไกล นั่งก่อน ๆ!"
ขณะที่เอ่ย เซียวสยงก็อดเหลือบมองประมุขตระกูลทั้งสี่ไม่ได้ ใบหน้าเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ
เซียวอวี่เว่ยเองก็ไม่เกรงใจ นางเป็ดั่งขุนนางผู้สูงศักดิ์ เดินไปนั่งลงข้างที่นั่งของเซียวสยงทันที
หลังจากแขกทั้งหมดนั่งประจำที่ของตน ตระกูลเซียวก็ได้ทำการจุดประทัด ดอกไม้โปรยปรายไปทั่วบริเวณ
“ถึงเวลาแล้ว โถงอันยิ่งใหญ่ได้เปิดออก... ข้าขอเชิญสมาชิกของตระกูลเซียวเข้าร่วมกับสำนักกระบี่ขุนพล์ของเรา… "
ท่ามกลางเสียงร้องแสดงความยินดี คนหนุ่มสาวมากมายได้เดินไปยังโต๊ะที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้
เซียวสยงและนายน้อยตระกูลเซียว ยืนประจำตำแหน่งของตนอย่างภาคภูมิใจ
ในเวลานี้เอง
เซียวนั่ว บุตรชายผู้ถูกทอดทิ้งของตระกูลเซียว ได้เดินทางมาที่ด้านนอกประตูของตระกูลเซียว...
"หยุด!" ที่ประตูทางเข้าของคฤหาสน์ตระกูลเซียว ผู้คุ้มกันถือดาบสองคนหยุดเซียวนั่วเอาไว้
"ดูสิว่าใครมา? 'อัจฉริยะ' ผู้ถูกขับไล่ออกจากตระกูลนี่เอง เ้ามาที่นี่ทำไม?” ผู้คุ้มกันคนหนึ่งเอ่ย
เซียวนั่วเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง แล้วเอ่ยตอบ "ข้าอยากเข้าไปข้างใน"
"เข้าไป? ได้สิ! เอาบัตรเชิญมา!" ผู้คุ้มกันยื่นมือไปตรงหน้าของเซียวนั่ว “คนนอกจำเป็ต้องมีบัตรเชิญ!"
เซียวนั่วยังคงเอ่ยอย่างใจเย็น "ข้าไม่มีบัตรเชิญ"
“อืม ถ้าหากไม่มีบัตรเชิญ เช่นนั้นก็ออกไปซะ!" หลังจากเอ่ยเช่นนั้น หนึ่งในนั้นก็ผลักเซียวนั่วจนเซถอยไปหลายก้าว
ผู้คุ้มกันอีกคนหนึ่งก็ตบศีรษะของชายหนุ่ม "สุนัขเช่นเ้ากล้าดีอย่างไรถึงย่างกรายมาหน้าประตูของตระกูลเซียว?"
น้ำเสียงของเซียวนั่วเปลี่ยนเป็เย็นะเื “ข้ามาที่นี่พร้อมกับดาบ ทำไมถึงต้องมีบัตรเชิญ?"
ฟึ่บ!
สิ้นสุดเสียงพูด ดาบมนต์ดำก็ฟันออกไป เืสาดกระเซ็น ผู้คุ้มกันทั้งสองถูกจบชีวิตในเสี้ยวอึดใจ!
[1] การนับเวลาแบบจีน
1 วัน มี 12 ชั่วยาม
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยาม มี 8 เค่อ
1 เค่อ เท่ากับ 15 นาที