“อา~ ทุกคนในแคว้นต้าโจวล้วนรู้ว่าโจวอวิ๋นเฉินตายในแคว้นต้าเฉินของกว่าเหริน และเชื่อว่าเป็กว่าเหรินที่สังหารเขา ส่วนซูอวี้เจ๋อกลับไร้มลทินกลายเป็ผู้บริสุทธิ์ ขณะนำทัพใหญ่กลับไปพร้อมชัยชนะ อีกทั้งยังได้รับการยกย่องสรรเสริญจากเหล่าขุนนางและประชาชนนับหมื่น และที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่านั้นก็คือ เขากลับ...เขากลับขึ้นครองราชย์เป็จักรพรรดิบนเส้นทางระหว่างทางกลับต้าโจว ในดินแดนต้าเฉินของกว่าเหริน เขาแทบรอขึ้นครองบัลลังก์และประกาศว่าตัวเองเป็ฮ่องเต้ไม่ไหว...เขาถึงกับกล้าทำเื่ใหญ่โตอย่างหน้าด้าน ๆ ขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาตั้งใจรังแกกว่าเหริน!”
เมื่อชิงเฟิงและิเยว่เห็นว่าเขากำลังหอบหายใจด้วยโทสะ ทั้งคู่ต่างก็หวาดวิตก และไม่กล้าเกลี้ยกล่อมอีกฝ่าย ดังนั้นทั้งสองจึงยืนทื่อเป็เสาไม้สองต้น ปล่อยให้เขาคุยกับตัวเองไป
เฉินคุนเฉิงที่หอบหายใจอยู่เป็นาน หัวเราะออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว “พวกเ้าว่า จะดีจะชั่ว กว่าเหรินก็ยังเป็ผู้บัญชาการกองทัพทั้งสาม และเป็บุคคลที่มีอำนาจสูงสุด นึกไม่ถึงกลับถูกซูอวี้เจ๋อ เ้าเด็กสารเลวนั่นหลอกลวง ในวันนั้นที่เขานำทัพเข้าเมือง เห็นชัดว่าเขาเปิดประตูเมืองให้จริง ๆ กว่าเหรินยังรู้สึกขอบคุณเขา และรู้สึกยินดีปรีดาที่ได้บ้านเมืองกลับคืนมาโดยไม่เสียเืเนื้อ จากนั้น กว่าเหรินก็ปล่อยเขาวิ่งหนีไปจากฝ่ามือต่อหน้าต่อตา...”
เฉินคุนเฉิงยกมือปิดหน้าคล้ายร้องไห้คล้ายหัวเราะ ท่าทางไม่ต่างกับคนบ้า “วันนั้นที่ริมทะเลสาบ ทั้ง ๆ ที่ซูอวี้เจ๋อมาคนเดียวแท้ ๆ! เขามาตัวคนเดียว! กว่าเหรินสามารถยิงเขาให้ตายด้วยลูกศรเดียวได้ ทว่าทหารยอดฝีมือของเราหลายร้อยนาย ทำได้แค่เฝ้ามองเขาวิ่งหนีไปโดยไม่ทำอะไร...กว่าเหรินแค้นใจนัก แค้นใจยิ่งนัก!”
ชิงเฟิงทนมองไม่ได้อีกต่อไปแล้วจริง ๆ จึงบังเกิดความกล้าพูดความจริงออกมา “ฝ่าาระงับโทสะก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ! หากทรงพิโรธเช่นนี้ต่อไป พระองค์อาจจะตเอาได้นะพ่ะย่ะค่ะ แล้วจะทำอย่างไร?”
เมื่อิเยว่ได้ยินเข้า ก็รู้สึกหวาดกลัวจนต้องขยิบตาให้ชิงเฟิง
ชิงเฟิงไม่ได้มองอีกฝ่าย และพูดความจริงต่อไป “เราแพ้ก็คือแพ้ แล้วยังมีเื่แผนที่หงส์เพลิงอีกมิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ? บางทีมันอาจจะตกไปอยู่ในมือของซูอวี้เจ๋อแล้วก็เป็ได้ ไม่อย่างนั้น เขาคงไม่สามารถหนีได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนั้น? ภายภาคหน้า หากเขาพบสมบัติขึ้นมา กองทัพก็จะแข็งแกร่งขึ้น ม้าก็จะแข็งแกร่งขึ้น ส่วนเราก็ยิ่งไม่สามารถเอาชนะเขาได้ ตอนนี้พวกเราย่อมไม่ใช่คู่ปรับของเขา และทำได้เพียงยอมก้มหัวให้เขาโดยไม่โต้เถียง เพื่อที่เราจะได้อยู่อย่างสงบสุขและปรองดองกัน อีกทั้งยังเป็แผนการที่ดีที่สุดในการบรรลุความพึงพอใจของทั้งสองฝ่ายนะพ่ะย่ะค่ะ”
ิเยว่จ้องหน้าชิงเฟิงเขม็ง ในใจนึกอยากถอดถุงเท้ายัดปากเขานัก
เดิมทีเฉินคุนเฉิงโกรธจนทนไม่ไหวอยู่แล้ว พอได้ยินชิงเฟิงพูดมาแบบนี้ ก็เป็การราดน้ำมันลงในกองเพลิงดี ๆ นี่เอง ดวงตาทั้งสองจึงเปลี่ยนเป็ดำมืดไปในบัดดล ฉับพลันก็รู้สึกวิงเวียนขึ้นมา หลังจากหลับตาตั้งสมาธิอยู่พักใหญ่ จนทรงตัวได้ดีขึ้นแล้ว ก็ยังได้ยินชิงเฟิงพูดอีกว่า “ไหน ๆ เราก็กลายเป็สวนหลังบ้านของซูอวี้เจ๋อไปแล้ว และเราก็ยังหาูเาที่เป็ที่ตั้งของเส้นทางลับไม่เจอ มิสู้ฝ่าาทรงพาหญิงงามและของล้ำค่าไปตีสนิทกับซูอวี้เจ๋อ เพื่อแลกเปลี่ยนกับสันติภาพและความเป็ปึกแผ่นมั่นคงของบ้านเมืองในระยะยาวมิดีกว่าหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“เ้า...เ้า...”
เฉินคุนเฉิงโกรธเสียจนหมดแรงจะพูด เขาต้องยึดโต๊ะเพื่อพยุงตัวอยู่เป็นาน แต่ก็ไม่อาจยืดตัวขึ้นได้
ิเยว่ทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงเตะชิงเฟิงไปหนึ่งที “หุบปาก!”
ชิงเฟิงไม่เห็นด้วย “ข้าเองก็กำลังพิจารณาสถานการณ์โดยรวมอยู่นี่อย่างไรเล่า กำลังร่วมแบ่งเบาความทุกข์ความกังวลของฝ่าาอยู่นะ!”
“ผายลมเถอะ!”
เฉินคุนเฉิงโกรธมากเสียจนเลิกคุยแบบคนมีอารยธรรมอีกต่อไป เขาลืมตัวไปชั่วขณะ แล้วเอาพระราชลัญจกรในมือปาใส่ชิงเฟิงต่างก้อนหิน!
ิเยว่ใจเต้นกระตุกแรง พร้อมส่งสัญญาณบอกชิงเฟิงว่าไม่ต้องหลบ ให้รีบรับของล้ำค่านั้นไว้
ใครเล่าจะคิดว่า ใน่เวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ชิงเฟิงดันมาอารมณ์เสียพอดี และคนฉลาดที่ถือทิฐิมักโง่เขลา ไม่เพียงแต่เขาจะไม่รับของล้ำค่าเอาไว้เท่านั้น แต่เขายังเบี่ยงตัวอย่างว่องไว ปล่อยให้พระราชลัญจกรลอยหวือผ่านไปโดยไม่สกัดไว้ จนลอยคว้างออกไปที่ด้านนอกพระที่นั่ง กระเด็นกระดอนขึ้นลงบนบันไดหินสองครั้ง แล้วกลิ้งลงไป
ิเยว่อกสั่นขวัญหายจนคอหด มองไปทางเฉินคุนเฉิง จากนั้นก็เบนสายตาไปที่ชิงเฟิงอีกคน ในใจนึกสงสัยว่าเขาควรจะวิ่งเหยาะ ๆ ออกไปนอกพระที่นั่ง เพื่อไปเก็บพระราชลัญจกรกลับมาดีหรือไม่
เฉินคุนเฉิงกำลังเดือดดาล จึงยังไม่ตระหนักว่า เมื่อครู่เขาได้ขว้างปาอะไรออกไป ชายหนุ่มยกมืออันสั่นเทาชี้หน้าชิงเฟิง “หากเ้าคิดถึงสถานการณ์โดยรวมจริง ๆ และ้าแบ่งเบาความทุกข์กังวลของกว่าเหริน เ้าควรพาคนไปค้นหาเส้นทางลับสิ! ต่อให้ต้องขุดดินลึกลงไปสามฉื่อเพื่อพลิกแคว้นต้าเฉิน ก็ต้องค้นหาทางลับเส็งเคร็งนี่ให้พบ!”
พลิกแคว้นต้าเฉินรึ? ท่านกำลังล้อข้าเล่นอยู่หรืออย่างไร? หากพลิกทั้งแคว้นได้จริง ๆ แล้วจะค้นหาเส้นทางลับไปทำไมเล่า? ถึงหาไปก็ไร้ประโยชน์แล้ว
ชิงเฟิงนึกลังเล และอยากบอกความจริงอีกครั้ง ิเยว่ที่อยู่ด้านข้างกำลังร้อนรน รีบคว้าแขนเขาไว้ แล้วถลึงตาใส่อย่างดุดัน
ิเยว่นึกโอดครวญในใจ แต่เขาไม่กล้าวิ่งออกไปเก็บพระราชลัญจกร หากเขาออกไป ชิงเฟิงคงจะพูดความจริงออกมาอย่างเถรตรงอีก เกิดเคราะห์ร้ายขึ้นมา เฉินคุนเฉิงคงได้สังหารเขาเพราะโทสะเข้าแล้วจริง ๆ!
สหายก็ส่วนสหาย อย่าไปฟังเฉินคุนเฉิงที่ก่อนหน้าเคยยกย่องเขาเป็พี่ชายเลย ทว่าตอนนี้เขาเป็โอรส์ มีอำนาจชี้เป็ชี้ตายได้ อำนาจไม่ใช่เื่ล้อเล่น เขาต้องไม่ให้ชิงเฟิงพูดความจริงมากไปกว่านี้
ิเยว่คว้าแขนชิงเฟิง และเมื่อใดก็ตามที่ชิงเฟิงคิดจะพูด ิเยว่ก็จะดึงตัวเขาไว้
ชิงเฟิงไม่มีทางเลือก จึงจำต้องอดกลั้นไว้
เมื่อเห็นว่าชิงเฟิงซื่อสัตย์เปิดเผย เฉินคุนเฉิงจึงยังคงด่าทอต่อไป “ซูอวี้เจ๋อวางท่าวิ่งเข้ามาในดินแดนแคว้นต้าเฉินของกว่าเหริน หลังจากปลงพระชนม์เสด็จพ่อเสด็จแม่ และสังหารน้องชายน้องสาวของกว่าเหรินแล้ว เขาก็ได้ขโมยแผนที่หงส์เพลิงที่เป็สมบัติของชาติไป เ้าจะให้กว่าเหรินคอยปิดบังความเลวระยำให้เขา เพื่อที่เขาจะได้เดินกร่างอีกน่ะหรือ เ้ามิให้กว่าเหรินระบายโทสะ แต่กลับให้กว่าเหรินกล้ำกลืนโทสะ แล้วส่งเครื่องบรรณาการไปให้เขา สมองเ้าถูกลาเตะมาหรืออย่างไร?”
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ สมองของเขาถูกลาเตะมา”
ิเยว่แอบดึงตัวชิงเฟิงอีกครั้ง เพื่อช่วยให้เฉินคุนเฉิงอารมณ์เย็นลง
ด้วยเหตุนี้ เฉินคุนจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย แล้วเหลือบมองชิงเฟิง “หากไม่ใช่เพราะเ้าติดตามกว่าเหรินและร่วมเป็ร่วมตายกันมาหลายปีแล้ว กว่าเหรินคงได้ตั้งข้อหาว่าเ้าเป็ฏเพราะสิ่งที่เ้าพูดเมื่อครู่นี้ไปแล้ว กระทั่งการสังหารเ้า ก็คงไม่ใช่เื่ที่มากเกินไปด้วยซ้ำ!”
ิเยว่แอบออกแรงคว้าตัวชิงเฟิงอีกครั้ง แต่คาดไม่ถึงว่าชิงเฟิงจะสะบัดตัวออกอย่างหมดความอดทน “โอ๊ย เ้าจะเอาแต่คว้าตัวข้าไปเพื่ออะไร?”
ิเยว่กลอกตา พลางกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เขาพยายามอดกลั้นแรงกระตุ้นที่จะเข้าไปเตะอีกฝ่าย สายตาที่มองอีกฝ่ายคล้ายกำลังมองคนโง่งม
ชิงเฟิงไม่มีเวลาอ่านสายตาของิเยว่ เขาเดินเข้าไปด้วยความเดือดดาล “เฉินคุนเฉิง! เมื่อเริ่มต้นเ้าเคยพูดว่า เราเป็พี่น้องที่ร่วมเป็ร่วมตายกันมา ทว่ายังไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม เ้าก็บอกว่าจะตัดหัวข้า ก็มาสิ! เ้ามาตัดหัวข้าสิ ตัดเสียที่นี่เลย หากเ้าไม่ตัดหัวข้า เ้ามันก็แค่ไอ้ลูกเต่า!”
ชิงเฟิงยืดคอของเขาคล้ายพวกอันธพาล เอียงศีรษะ พลางชี้ไปที่คอของตน และพยายามยื่นเข้าไปใกล้เฉินคุนเฉิง
ใจของิเยว่เต้นแรงจนแทบจะกระโจนออกมาจากอก และอยากจะตบชิงเฟิงให้ล้มคว่ำนัก
เฉินคุนเฉิงคาดไม่ถึงว่าที่ชิงเฟิงเงียบมาตั้งนาน คิดว่าเพราะชิงเฟิงสำนึกผิดแล้ว แต่พอพูดออกมากลับหลุดปากเรียกแม้กระทั่งชื่อเต็มของเขา ซ้ำยังยังกล้าด่าเขาว่าเป็ไอ้ลูกเต่าอีกด้วย วันนี้หากเขาไม่ให้อีกฝ่ายได้ลิ้มรสความลำบากสักหน่อย อีกฝ่ายก็คงไม่รู้ว่าอะไรที่เรียกว่ากฎหมายบ้านเมือง อะไรที่เรียกว่าอำนาจของฮ่องเต้ อะไรที่เรียกว่าความสูงศักดิ์ของผู้ปกครองและความต่ำศักดิ์ของขุนนาง และอะไรที่เรียกว่า ‘เมื่อพระาาสั่งให้ขุนนางตาย ขุนนางก็ต้องตาย’!
เฉินคุนเฉิงถลกแขนเสื้อขึ้นและท้าวสะเอว พลางยืดอกแสดงความองอาจน่าเกรงขาม ขณะที่เดินเข้าไปเผชิญหน้ากับชิงเฟิง ต่างฝ่ายต่างถลึงตาใส่กันเหมือนไก่ชน
ทั้งสองฝ่ายต่างอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด สามารถะเิได้ทุกเมื่อ
ิเยว่ซึ่งอยู่นอกสนามต่อสู้ ย่อมมองเห็นสถานการณ์ได้อย่างชัดเจน ร้องในใจว่าแย่แล้ว
ขืนยังเป็เช่นนี้ต่อไป ชิงเฟิงจะต้องพบจุดจบอันหายนะแน่นอน
ทว่าในสถานการณ์ระหว่างสองคนนี้ หากเขาพยายามเข้าไปขัดขวางการต่อสู้ การเบี่ยงเบนความสนใจคงไม่ใช่เื่ง่าย เขาเองก็อาจโชคร้ายตามไปด้วยเช่นกัน
ิเยว่หลั่งเหงื่อเย็นเป็สาย เมื่อเห็นว่าชายทั้งสองกำลังจะเข้าห้ำหั่นกัน ทันใดนั้น ในยามคับขัน เขาก็คิดหาวิธีการดี ๆ ออกมาได้อย่างฉับพลัน จึงะโเรียกเสียงดังลั่น “ฝ่าา! พระราชลัญจกรของฝ่าาอยู่ที่ไหนเล่าพ่ะย่ะค่ะ?”
เมื่อทั้งสองได้ยิน ก็ผงะไปพร้อมกัน
เฉินคุนเฉิงก้มมองลงไปที่มืออันว่างเปล่า แล้วหันกลับมาที่เดิม เขาหมุนตัวไปรอบ ๆ มองซ้ายมองขวา จริงด้วย พระราชลัญจกรของเขาเล่า?
ผีหลอก เห็นได้ชัดว่ามันอยู่ในมือของเขาตลอดเวลา แล้วไฉนอยู่ดี ๆ มันถึงไม่มีแล้วเล่า?
.
.
.