บทที่ 3 ขุดหลุมพราง
กู้เจี้ยนเป่ารีบขยับหนีน้ำที่สาดกระเด็น ะโสาปแช่งว่า "นังเด็กโง่ ทำให้มันดี ๆ ไม่เป็หรือไง แกทำอะไรเป็บ้าง" หลังจากนั้น เขาก็เดินหายไปทางห้องปีกตะวันออกด้วยความหงุดหงิด
กู้เหยาตกอยู่ในความอับอาย น้ำตาคลอเต็มเบ้า โดยเฉพาะเมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อหน้ากู้หนิง
เธอพยายามมองไปกู้เจี้ยนเซ่อที่เพื่อขอความช่วยเหลือ หากเป็เมื่อก่อน อาสามจะต้องช่วยเธออย่างแน่นอน เขาย่อมต้องรู้สึกผิดที่ต้องยกเธอให้คนอื่นเลี้ยงดู
แต่ตอนนี้ กู้เจี้ยนเซ่อรู้สึกสงสารเธอก็จริง แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เธอทำเมื่อตอนกลางวัน เขากลับแกล้งเดินเข้าห้องไปโดยทำเหมือนมองไม่เห็น
อาสามไม่สนใจเธออีกต่อไปแล้ว กู้เหยายิ่งผิดหวังมากกว่าเดิม เธอยื่นมือไปหากู้หนิงเพื่อขอความช่วยเหลือ "พี่จ๋า..."
เมื่อก่อนพี่สาวก็เคยช่วยเธอเสมอเช่นกัน
กู้หนิงยิ้มออกมา แต่รอยยิ้มไปไม่ถึงดวงตาที่ฉายแววเ็าคู่นั้น "อยากให้ฉันช่วยเธอเหรอ?"
คนฟังรู้สึกว่าพี่สาวกลายเป็คนน่ากลัวขึ้นมาทันที แต่ก็ยังพยักหน้าอย่างมีความหวัง
กู้หนิงก้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอว่า "ฉันช่วยเธอให้ไปตายได้นะ"
พูดจบก็หมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้กู้เหยานั่งตัวเปียกอยู่เพียงลำพัง
กู้เหยาใกับพฤติกรรมของพี่สาว ลุกขึ้นยืนตัวสั่น แต่ในที่สุดก็ตั้งสติก้มหยิบถังน้ำได้
ทว่าหลังลุกขึ้นยืนแล้ว เธอก็ได้แต่ยืนพิงกำแพง สายตาฉายแววสงสัย ดูท่า… นี่จะไม่ใช่พี่สาวผู้โง่เขลาของเธออีกแล้ว
...
หลังจากรับประทานอาหารค่ำ ตระกูลกู้ก็ออกมานั่งรับลมที่ลานด้านนอก กู้หนิงไปขอสมุดกับปากกาจากคุณย่าใหญ่มาวาดภาพแสงจันทร์ยามค่ำคืน
หญิงสาวมีใบหน้าอ่อนโยนและนิสัยอบอุ่น ท่วงท่าการจับปากกาวาดภาพบนกระดาษนั้นดูแตกต่างจากเด็กสาวในชนบทคนอื่น ๆ
เธอคือหนิงหนิงคนเดียวกับก่อนหน้านี้จริง ๆ หรือ? นี่คือสิ่งที่ทุกคนในตระกูลกู้คิด
"หนิงหนิงวาดอะไรอยู่เหรอ?" คนที่ถามคือพี่ชายคนโตของหนิงหนิง กู้เซี่ยงหยวน เขาเป็คนฉลาดเฉลียว ร่างอาบไปด้วยประกายแห่งความสุข
ในชาติที่แล้ว กู้เซี่ยงหยวน พี่ชายคนโตคนนี้รักกู้เหยามาก ตอนที่รู้ว่ากู้เหยาป่วย จำเป็ต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนไป เขาถึงกลับชี้หน้ากู้หนิง ถามออกมาว่า ‘ก็แค่ไตข้างเดียว ให้น้องไม่ได้หรือไง!’
ในเมื่อเธอสูญเสียไต กู้เหยาก็ต้องสูญเสียความรัก!
กู้หนิงหรี่ตาลง ยิ้มพรายก่อนจะเงยหน้าขึ้น "นี่คือสิ่งที่ฉันทำหายไปนานแล้ว ฉันเลยวาดมันขึ้นมา จะได้ให้คนเอาไปตามหาน่ะจ้ะ"
สิ่งที่เธอกำลังวาดอยู่เป็ของสำคัญที่ถูกกู้เหยาแย่งชิงไปในชาติที่แล้ว และนี่ยังเป็เหตุผลสำคัญที่ทำให้กู้เหยามีใบหน้าเยาว์วัยเหมือนเป็เด็กสาวแรกรุ่นทั้งอายุสามสิบกว่าเข้าไปแล้ว
กู้หนิงวาดรูปเก่งมาก หลังจากที่เธอแต่งงานกับโจวเหวินเยี่ยนในชาติที่แล้ว เธอก็พยายามฝึกฝนฝีมืออย่างหนักเพื่อไล่ตามเขาให้ทัน
แสงจันทร์อาบไล้ลงมา สมาชิกตระกูลกู้กำลังส่งภาพวาดเวียนกันดู ทุกคนตกตะลึงในฝีมือการวาดภาพเหมือนมืออาชีพของกู้หนิง
กู้เซี่ยงหยวนมองน้องสาวของตนเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ "หนิงหนิงเธอวาดรูปเก่งั้แ่เมื่อไหร่กัน" หลังจากหยุดชะงัก เขาก็รับปากว่า "ถ้าฉันเจอ ฉันจะเอามาให้นะ"
กู้หนิงไม่เหมือนคนเดิมก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังความชั่วร้ายของกู้เหยาถูกเปิดโปง
เมื่อเปิดผมหน้าม้าขึ้น กู้หนิงก็ดูมีเสน่ห์อย่างคาดไม่ถึง เมื่อประกอบกับพร์แล้ว เธอควรมีอนาคตที่ยาวไกล
พอได้ยินคำสัญญาของกู้เซี่ยงหยวน หนิงหนิงก็ยิ้มรับว่า "ขอบคุณพี่เซี่ยงหยวนมากนะคะ" คำชมที่ได้รับจากกู้เซี่ยงหยวน ทำให้เธอรู้สึกขอบคุณเขาอีกครั้ง
นี่ไม่ใช่เพียงการวาดภาพเท่านั้น แต่มันคือเื่สำคัญ เพราะว่าในขณะนี้ โจวเหวินเยี่ยนยังคงเป็นักศึกษาของมหาวิทยาลัยศิลปะ!
กู้เหยามองไปที่กู้หนิงด้วยความอึดอัดใจอย่างอธิบายไม่ถูก
...
เวลาตีสี่ครึ่ง กู้เหยาที่ไม่เคยฝันมานานแล้วกำลังฝัน เธอฝันว่ากู้หนิงงมของวิเศษขึ้นมาจากแม่น้ำ
พี่สาวในความฝันของเธอสวยสะพรั่งขึ้นทุกวัน หลังจากได้ของวิเศษมา เธอโด่งดังในทุกด้าน ทั้งยังมีอำนาจมากมายอีกด้วย สุดท้าย กู้หนิงก็กลายเป็นักธุรกิจที่มีชื่อเสียงและร่ำรวยมหาศาล
ส่วนเธอทำได้เพียงอิจฉาอยู่ในเงามืดเท่านั้น
จะปล่อยให้เป็แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!
กู้เหยาลืมตาขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เด็กสาวลุกขึ้นนั่งทันที เธอยกมือทาบหน้าอกที่เปียกไปด้วยเหงื่อ หัวใจเต้นระทึก
กู้เหยามีความสามารถพิเศษ สามารถเห็นอนาคตได้จากความฝัน แทบทุกครั้งที่เธอฝันถึงสิ่งใด สิ่งนั้นจะกลายเป็ความจริงขึ้นมา การที่เธอกลายเป็ลูกบุญธรรมของหลิวชุนฮวากับกู้เจี้ยนเป่า ก็เพราะเธอฝันเห็นว่าพ่อแม่บุญธรรมกำลังอุ้มหนิงหนิงด้วยความรักใคร่เอ็นดู ทั้งยังมีชีวิตที่อยู่ดีกินดี
วันที่พ่อแม่บุญธรรมมาเลือกว่าจะอุปการะใคร กู้เหยาจึงยื่นมือไปหาหลิวชุนฮวาพร้อมยิ้มประจบ
เพราะแบบนี้ กู้เหยาเลยกลายเป็เด็กที่ถูกรับเลือกแทนกู้หนิง
กู้เจี้ยนเป่ามีหน้าที่การงานดี หลิวชุนฮวาย่อมมีอำนาจในตระกูลกู้ไม่น้อย ชีวิตในวัยเด็กของกู้เหยาพลอยดีกว่ากู้หนิงหลายเท่า
เมื่อกู้เหยารู้สึกได้ว่าชีวิตของตนเองเริ่มไม่มั่นคง เธอก็รีบะโลงจากเตียงด้วยความตื่นตระหนก แต่กลับทำให้หลิวชุนฮวาซึ่งกำลังหลับใหลสะดุ้งคล้ายตื่น กู้เหยาใกลัวจนไม่กล้าขยับตัว
หลิวชุนฮวาละเมอพูดอะไรบางอย่าง ก่อนจะพ่นน้ำลายใส่หน้ากู้เหยาโดยไม่รู้ตัว
น้ำลายเปื้อนเต็มหน้ากู้เหยา เธอยกมือเช็คอย่างขยะแขยง หลังจากรอสักครู่ เธอก็รู้ว่าหลิวชุนฮวาหลับสนิทดีแล้ว จึงได้แอบลงจากเตียง
เธอไม่ได้ไปที่แม่น้ำ แต่เธอไปที่ห้องฝั่งตะวันตกก่อน
ตระกูลกู้อาศัยอยู่บ้านเดียวกัน ห้องฝั่งตะวันตกเป็ที่อยู่อาศัยของครอบครัวกู้เจี้ยนเซ่อ กู้หนิงอยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน ตอนนี้กู้เจี้ยนเซ่อออกไปทำงานอยู่ในไร่ คนงานส่วนใหญ่มักจะรีบทำงานก่อนพระอาทิตย์ขึ้น จะกลับมาทานข้าวก็ตอนเช้าแล้ว
แม่ของกู้หนิงและน้องชายเดินทางกลับไปยืมเงินค่าเทอมจากบ้านญาติที่หมู่บ้าน ในห้องฝั่งตะวันตกตอนนี้จึงมีกู้หนิงอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น
กู้หนิงนอนหลับราวกับเ้าหญิงนิทรา ใบหน้าอ่อนหวานของเธอทำให้ผู้คนแทบละสายตาจากไม่ได้
ความอิจฉาริษยาปรากฏขึ้นมาในใจกู้เหยา เธอย่องเข้าไปหากู้หนิงอย่างเงียบเฉียบ ลองยกมือโบกตรงหน้าอีกฝ่ายเบา ๆ พบว่าผู้เป็พี่สาวกำลังหลับสนิท
หลังจากคิดอะไรบางอย่าง กู้เหยาก็ถามออกมาตรง ๆ ว่า "หนิงหนิงเธอชอบไปส่วนไหนของแม่น้ำบ่อยที่สุด?"
กองการผลิตของพวกเขาขึ้นตรงกับชุมชนหงฉี อยู่ติดกับแม่น้ำใหญ่ ถ้ากู้เหยาอยากจะตามหาของวิเศษในแม่น้ำ ก็คงยากเย็นไม่ต่างจากงมเข็มในมหาสมุทร
วิธีที่ดีที่สุดคือถามจากกู้หนิงดีกว่า
แต่กู้เหยาก็รู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเธอไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว กู้หนิงคงไม่ยอมช่วยเธอแน่ ๆ กู้เหยาได้แต่เพียงหวังว่าการหลอกถามตอนที่อีกฝ่ายกำลังนอนหลับอยู่นี้ น่าจะให้คำตอบที่เธอ้าได้ หากกู้หนิงตื่นขึ้นมา เธอก็แค่หาข้อแก้ตัวเท่านั้นเอง
ทว่ารอแล้วรอเล่ากู้หนิงก็ไม่ยอมตอบคำถาม กู้เหยาได้แต่ผิดหวัง
แต่ทันใดนั้น กู้หนิงก็ละเมอออกมาว่า "ฉันชอบไปฝั่งตะวันตก..."
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น กู้เหยาก็ตาสว่างขึ้นมาทันที
กู้หนิงลอบยิ้ม ในชาติที่แล้ว เธอไปตกปลาในแม่น้ำอยู่ทั้งวันทั้งคืน สุดท้ายต้องล้มป่วยกว่าจะได้ปลามา แต่กู้เหยามาแย่งความดีความชอบไปในท้ายที่สุด
แต่ในชาตินี้ กู้หนิงไม่้าทำงานหนักอย่างเปล่าประโยชน์เช่นนั้นอีกแล้ว
กู้เหยาได้คำตอบที่ตนเอง้าแล้ว เด็กสาวย่องออกมาจากห้องฝั่งตะวันตก ตอนนี้เป็เวลาตีห้า แสงไฟตามห้องต่าง ๆ ยังไม่เปิด ทว่าเธอเดินชนเข้ากับจ้าวกุ้ยฮวาโดยไม่ทันตั้งตัว
จ้าวกุ้ยฮวาจะมีอายุครบหกสิบปีในปีนี้ หญิงชราเป็หัวหน้าใหญ่ของครอบครัวตระกูลกู้ มีอารมณ์ร้าย ทุกคนในครอบครัวต่างก็หวาดกลัว
แน่นอนว่าหญิงชราตวาดออกมาทันที "ตะวันยังไม่ทันขึ้น แต่จะรีบไปตายที่ไหน!?"
หากเป็จ้าวกุ้ยฮวาเมื่อวานนี้ เธอคงไม่หงุดหงิดเช่นนี้แน่ แต่หลังจากเกิดเื่ราวเมื่อวานขึ้น หญิงชราก็มองหลานสาวของตนเองเปลี่ยนไป เห็นหน้าแล้วรู้สึกขัดหูขัดตาชอบกล
กู้เหยากลัวจ้าวกุ้ยฮวา รีบหดคอตอบว่า "ขอโทษค่ะคุณย่า หนูไม่ทันมอง"
"แกตื่นมาทำอะไรั้แ่ไก่โห่?" จ้าวกุ้ยฮวามองไปที่ห้องพักฝั่งตะวันตก ถามด้วยความสงสัย "แกเพิ่งออกมาจากห้องนั้นหรือเปล่า?"
เมื่อได้ยินคำถามนี้ กู้เหยาก็ค้นพบทางรอดของตนเองพอดี "คุณย่า หนูกลัวว่าพี่จะเป็อะไรเลยแอบเข้าไปดูค่ะ"
จ้าวกุ้ยฮวางุนงงมากกว่าเดิม "แกเป็คนดีขนาดนั้นเชียว?"
กู้เหยาพูดอะไรไม่ออก ถึงกับรู้สึกโกรธขึ้นมาด้วยซ้ำ!
จ้าวกุ้ยฮวาไม่ได้มองหน้าที่เขียวคล้ำของหลานสาวผู้นี้อีก หญิงชราเดินไปที่ห้องพักฝั่งตะวันตก
เมื่อวานนี้หลานสาวคนโตพยายามจะแขวนคอตาย ดูแลครอบครัวนี้ไม่ง่ายเลย เป็หัวหน้าครอบครัวที่ยุติธรรมยิ่งยากกว่า
กู้หนิงตื่นขึ้นมาตั้งนานแล้ว ย่อมได้ยินบทสนทนาระหว่างกู้เหยากับจ้าวกุ้ยฮวา เมื่อหญิงชราเดินเข้ามา กู้หนิงก็รีบพลิกตัวหลับตาลง แกล้งทำเป็ละเมอออกมาว่า "อย่าลืมเหลือไข่เอาไว้ให้คุณย่าด้วย"
จ้าวกุ้ยฮวาได้ยินดังนั้นพลันรู้สึกใจอ่อน นี่เป็ครั้งแรกที่เธอกล่าวด้วยความเมตตาถึงขนาดนี้ "หนิงหนิงนอนหลับพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวย่าจะต้มไข่เอาไว้ให้กินเอง"
หลังจากนั้น จ้าวกุ้ยฮวาก็เดินออกไป
เธอขุดหลุมพรางสำเร็จแล้ว ซื้อใจคุณย่าสำเร็จสักที
หาของวิเศษอย่างนั้นหรือ?
อีกไม่ช้าก็ต้องสำเร็จด้วยดีเช่นกัน