บริเวณประตูเมืองด้านในมีกลุ่มคนกำลังมุงดูใครบางคนทะเลาะกัน ทั้งสองฝ่ายมีคนหลายสิบคนอยู่ฝั่งเดียวกัน ดูเหมือนว่าทั้งสองกลุ่มนี้จะมีอิทธิพลไม่น้อย
ตั้งแต่เมืองป้องกันหมายเลขต่ำกว่า 30 มันมีขนาดใหญ่พอที่จะมีกลุ่มอำนาจตระกูลต่างๆเกิดขึ้น บางเมืองก็มีสาขาย่อยจากตระกูลเมืองหลวง แน่นอนว่าแต่ละตระกูลก็ไม่ค่อยถูกชะตากันเท่าไรจึงมีเหตุการณ์ทะเลาะกันเป็นเรื่องปกติ
อย่างเช่นตอนนี้…
“พาคนของแกกลับไปซะ!!” ชายหนุ่มที่มีหูม้ากล่าวอย่างหยิ่งยโส ด้านหลังของเขามีลูกน้องถืออาวุธทำท่าจะวิ่งเข้าใส่
“แกนั่นแหละที่ต้องพาคนกลับไป!!” ชายหนุ่มที่มีหูคล้ายไก่ตอกกลับ ด้านหนังของเขาก็มีลูกน้องถืออาวุธจะวิ่งเข้าใส่เช่นกัน
ชาวเมืองกระซิบกระซาบมองดูสองกลุ่มทะเลาะกัน พวกเขารู้ดีว่าทั้งสองฝ่ายเป็นใคร คนหนึ่งมาจากตระกูลอาชาดิน ส่วนอีกฝั่งมาจากตระกูลไก่ฟ้า ทั้งสองตระกูลไม่ถูกกันและมักจะมีเรื่องกันบ่อยๆ อย่างไรก็ตามครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครยอมใครง่ายๆ
“พวกเราตระกูลอาชาดินค้นพบสัตว์ปีศาจหมูดำก่อน ดังนั้นมันควรเป็นของพวกเรา” ชายหนุ่มจากตระกูลอาชาดินกล่าวด้วยความเห็นชอบ ลูกน้องข้างหลังพากันพยักหน้าและพูดพร้อมกันว่า “ใช่”
“เหอะ! ค้นพบก่อนคนแรก? ตลกสิ้นดี!! พวกเราตระกูลไก่ฟ้าต่างหากที่พบมันในถ้ำและอาการบาดเจ็บเป็นคนของตระกูลไก่ฟ้าที่ลอบโจมตีมันสำเร็จแล้วกลับมาหากำลังเสริม พวกแกตระกูลอาชาดินคิดจะฉวยโอกาสแอบอ้างต่างหาก!!” ชายหนุ่มจากตระกูลไก่ฟ้าพูดด้วยความมั่นใจ
ได้ยินคำพูดของชายหนุ่มตระกูลไก่ฟ้า ชายหนุ่มตระกูลอาชาดินก็หัวเราะลั่น “ลอบโจมตีสำเร็จ?? ไปหลอกเด็กสามขวบเถอะ บาดแผลของมันเป็นบาดแผลจากการถูกกัดชัดๆ อย่าบอกว่าตระกูลแกกัดมันเอาไว้หรอกนะ ทำตัวเหมือนปีศาจสุนัขไปได้”
“อ้าวไอ้เวรนี่ พูดจาแบบนี้อยากมีเรื่องเหรอวะ” ชายหนุ่มตระกูลไก่ฟ้าถึงกับหัวร้อน
“ก็มาดิวะ ใครกลัว?” ชายหนุ่มตระกูลอาชาดินยั่วยุ
ในที่สุดคนจากตระกูลไก่ฟ้าทนไม่ไหวกระโดดเข้าไปสู้กับคนจากตระกูลอาชาดิน การตะลุมบอนจึงได้เริ่มขึ้น!!
โจที่ยืนดูเหตุการณ์ตั้งนานถึงกับส่ายหัว อุตส่าเสียเวลาดูนึกว่าจะมีเหตุการณ์สำคัญ ที่ไหนได้ก็แค่พวกอ่อนหัดที่แย่งกันไปล่าสัตว์ปีศาจหมูดำ มันเป็นเพียงสัตว์ปีศาจระดับ 1 ที่อ่อนแอที่สุดในหมู่สัตว์ปีศาจด้วยกัน และที่สำคัญมันบาดเจ็บ คนจากสองตระกูลในสายตาโจเป็นเพียงพวกอ่อนแอที่ทำเป็นเก่งก็เท่านั้น
เขาไม่คิดเสียเวลาอีกต่อไปจึงออกสำรวจเมืองป้องกันแห่งนี้ เนื่องจากเมืองแห่งนี้มีขนาดใหญ่มากๆจึงทำให้เสียเวลาค้นหาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตามมันก็เสร็จสิ้นหลังผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง
จากนั้นเขาก็ออกเดินทางไปเมืองต่อไป
อีก 10 วันผ่านไปในที่สุดเขาก็สำรวจได้ครบทุกเมืองที่อยู่ในขอบเขตของเขา สถานการณ์ของทีมสำรวจทีมอื่นยังคงปกติ ไม่มีเหตุการณ์อะไรที่น่ากังวลเกิดขึ้น
ขอบเขตการสำรวจของโจเหลือเพียงบริเวณป่าเขา และป่าเขาแห่งนี้มีขนาดใหญ่กินพื้นที่หลายร้อยตารางกิโลเมตร นอกจากนี้มันยังมีหลายแห่งที่เป็นพื้นที่ลับที่ถูกซ่อนตามธรรมชาติ ดังนั้นการสำรวจค้นหาในป่าเขาค่อนข้างลำบากเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามมันก็ไม่เกินความสามารถของชายหนุ่ม
ภารกิจสำรวจดาวดวงนี้ใกล้จะเสร็จสิ้น อีกไม่กี่วันก็จะต้องออกจากดาวดวงนี้ไป โจไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้และคนอื่นๆก็เช่นกัน พวกเขามุ่งมั่นที่จะทำภารกิจให้เสร็จสิ้นและจะได้ไปผจญภัยต่อที่ดาวดวงอื่น
การสำรวจดาวเคราะห์ต่างๆทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้น พวกเขาได้แอบแฝงตัวเข้ามาในอารยธรรมต่างดาวที่ยังอยู่ในยุคโบราณมันทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกำลังเฝ้ามองสิ่งมีชีวิตระดับล่างดำเนินชีวิต ราวกับพระเจ้าที่เฝ้ามองมนุษย์
ไม่น่าแปลกที่พวกเขาจะรู้สึกแบบนั้นเพราะมนุษย์เพิ่งจะได้ท่องอวกาศเพียงไม่กี่ปี และส่วนใหญ่ก็อยู่แต่ในสงครามไม่เคยได้ออกสำรวจดวงดาวจริงๆสักครั้ง
ภารกิจค้นหาคนแคระในครั้งนี้ทำให้พวกได้รับประสบการณ์ที่เคยวาดฝันเมื่อตอนยังเป็นเด็กๆ
อย่างไรก็ตามบนโลกยังมีมนุษย์กว่า 90% ที่ยังไม่เคยออกจากระบบดาว และคนที่ได้ออกจากระบบดาวส่วนใหญ่ก็เป็นพวกที่ต้องออกไปทำงานต่างๆอย่างเช่น ขุดเหมืองต่างดาว เป็นต้น
วันเวลาค่อยๆผ่านไป และไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเป็นพิเศษ การสำรวจป่าเขาค่อนข้างราบรื่นมีเจอสัตว์ปีศาจบ้างเป็นบางครั้งแต่โจก็สามารถจัดการขับไล่พวกมันไปได้อย่างไม่ยากเย็น
และอีกหลายวันผ่านไปการค้นหาสำรวจเสร็จไปแล้ว 98% คาดว่าอีกไม่เกิน 6 ชั่วโมงก็จะต้องจากดาวเคราะห์ดวงนี้ไป
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ไม่คาดฝันในที่สุดก็เกิดขึ้น โจได้รับรายงานจากทีมสำรวจ 17
“หัวหน้า…พวกเรามีปัญหาใหญ่แล้ว!!” เสียงชายหนุ่มดังขึ้นด้วยความตื่นตระหนก
“มีเรื่องอะไร?” โจขมวดคิ้วและจริงจัง หากไม่ใช่เรื่องร้ายแรงจริงๆลูกทีมจะไม่รายงานมาอย่างแน่นอน
“สเปค…สเปคอยู่ที่นี่!!” เสียงตระโกนเบาๆราวกับกลัวคนจะได้ยินดังมาอีกครั้ง
ทันใดนั้นโจก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที “พวกคุณอยู่ที่ไหน?”
หลังจากได้รับตำแหน่งของทีมสำรวจที่ 17 แล้วโจก็รีบวิ่งเต็มกำลังทันที และตำแหน่งที่พวกเขาส่งมาให้โจทำให้เขาเครียดหนักขึ้นมากว่าเดิม ตำแหน่งที่ว่าคือเมืองหลวง!!
……
ณ เมืองหลวง ตอนนี้กำลังมีการทำพิธีอะไรบางอย่างเหมือนกับว่ากำลังบูชาเทพเจ้าอย่างไรอย่างนั้น นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับอารยธรรมที่ยังไม่ก้าวหน้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์คือที่ยึดเหนี่ยวทางใจของพวกเขา
บนแท่นทำพิธีมีชายชราถือไม้เท้ากำลังจัดวางเครื่องเซ่นไหว้ เครื่องเซ่นไหว้เหล่านี้ไม่มีอะไรผิดปกติหรือแปลกประหลาด แต่ทว่ากลับมีสิ่งหนึ่งรวมอยู่ในนั้น มันมีลักษระทรงกลมถูกทำด้วยวัสดุประเภทไม้บางประเภท ทว่ากลับมีพลังงานสีดำทมิฬปกคลุมนอกจากนี้ไม้เท้าที่ชายชราถือเอาไว้ตรงยอดของมันกำลังส่งพลังงานสีดำทมิฬไปยังลูกทรงกลม
พลังงานทมิฬพวกนี้คนของชาวพื้นเมืองบนดาวไม่สามารถมองเห็นหรือรู้สึกได้ ทว่าในกลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านล่างกลับเป็นทีมสำรวจที่ 17 แฝงตัวเข้ามาค้นหาได้เจอสิ่งนี้เข้า
พวกเขาต่อสู้กับพวกสเปคหลายปีทำให้คุ้นเคยกับพลังงานด้านลบของพวกสเปค ดังนั้นพวกเขามั่นใจ 1,000% ว่าชายชราคนนี้ต้องเป็นสเปคที่แฝงตัวเข้ามา!!
ไม่รู้ว่ามันมาทำอะไรที่นี่และรอดเข้ามาถึงในเขตลึกของสหพันธ์ได้อย่างไร ยังไงก็ตามนี่เป็นเรื่องใหญ่เขาไม่สามารถแก้ปัญหาได้ดังนั้นจึงทำได้เพียงส่งข้อความหาหัวหน้าเท่านั้น
……
โจไม่สนใจอีกต่อไปเขาระเบิดพลังแล้ววิ่งเต็มพิกัด กลายเป็นเงาสีขาวพุ่งผ่านราวกับสายฟ้า ความเร็วที่น่าตระหนกนี้จะทำให้เขาไปถึงเมืองหลวงได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที