ณ ดันเจียน
เมื่อไคท์และใบเซอร์เข้าร่วมทีมปาร์ตี้ ภาระอันหนักอึ้งที่อิปเปย์เคยแบกไว้ก็เบาลง
ตำแหน่งแทงค์ของเขาแม้ใน่แรกยังได้รับความช่วยเหลือจากนามิ แต่หล่อนเหมือนยืนอยู่ในตำแหน่งไฟต์เตอร์ คอยซัพพอร์ตแทงค์อีกทีทำให้นามิไม่สามารถปะทะกับบอสได้โดยตรง
หน้าที่แทงค์ของอิปเปย์นั้นค่อนข้างหนักทีเดียว คือจะต้องป่วนให้ได้มากที่สุด และที่สำคัญห้ามตายโดยเด็ดขาด เพลเยอร์ที่เฝ้ามอง หรือแม้กระทั่งเพื่อน ๆ ต่างรู้ว่าหากแทงค์ขาดประสบการณ์ อาจทำให้ปาร์ตี้ล่ม หลังเจอกับบอสเห็ดไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ แต่เมื่อปาร์ตี้มีไคท์และใบเซอร์ก็สมดุลและไร้ช่องโหว่
ในเกมส่วนใหญ่ Tank เป็ตัวละครที่มีความทนทานสูง มีพลังชีวิตและความสามารถปกป้องเพื่อนร่วมทีมจากศัตรูที่มีพลังโจมตีสูงดึงความสนใจและกดดันศัตรู Tank มักจะเริ่มการต่อสู้ทำหน้าที่เป็แนวหน้าในการรบ มีบทบาทสำคัญและความสามารถที่แตกต่างกันไปในแต่ละเกม
Fighter มักเป็ตัวละครที่แข็งแกร่งและพลังโจมตีสูง บทบาทของ Fighter อาจเกี่ยวข้องกับการกำจัดศัตรูโดยตรงหรือเป็ตัวกลางในการเข้าต่อสู้ และสร้างความวุ่นวายในสนามรบอาจมีความสามารถในการทำดาเมจสูงและมีความคล่องตัว ช่วยในการหลบหลีกและทำให้เป็เป้าหมายที่โจมตีได้ยาก
บางเกมอาจมี Fighter ที่มีรูปแบบและสไตล์การต่อสู้ที่แตกต่างกันไปเช่น มี Fighter ที่เน้นการต่อสู้ใกล้ชิดหรือการใช้ดาบหรืออาวุธต่อสู้อื่น ๆ
บางเกม Fighter ยังสามารถปกป้องสมาชิกในทีมและเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีม
Support มีหน้าที่สนับสนุนและช่วยเหลือทีมเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จในการต่อสู้สำหรับตำแหน่งนี้ผู้เล่นต้องมีความสามารถในการป้องกันหรือรักษาและช่วยให้สมาชิกในทีม มีประสิทธิภาพในการโจมตี หรือรักษาตัวในสถานการณ์ต่าง ๆ
ใบเซอร์ควบทั้งตำแหน่ง Support และTank เพราะอาชีพของเขามีพลังป้องกันและพลังการต่อสู้สูงสามารถโจมตีได้รุนแรง ที่สำคัญคือ รับการโจมตีจากบอสได้ทำให้อิปเปย์ไม่ต้องวิ่งลากคนเดียว และโฮชิโนะที่รับตำแหน่ง Support ไม่ต้องใช้สกิลบ่อย จึงไม่เปลือง SP
(Spell Power or Spell Pointsหรือ SP - พลังในการใช้สกิล - ผู้เขียน)
ส่วนไคท์ที่มีพลังโจมตีรุนแรงและว่องไว ก็คอยช่วยสอดประสานเป็กองหนุน Support คู่กับนามิในภาคพื้นดินดึงความสนใจของบอสออกมาจากการต่อสู้
เมื่อกองหน้าทำงานได้ยอดเยี่ยม แนวหลังซึ่งเป็หน่วยโจมตีและมีพลังรุนแรงอย่างเค็นและมาริ จึงสามารถใช้สกิลได้อย่างต่อเนื่องทำให้เกิดดาเมจสะสมแก่บอส ถึงแม้จะมีพลังโจมตีไม่มากนักเนื่องจากจำนวนคนน้อยแต่ก็เรียกได้ว่า รีดเืของบอสได้เยอะทีเดียว
(Damage Over Time หรือ DoT - ดาเมจสะสม - การรับความเสียหายจากสกิลหรือการโจมตีที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อศัตรูสะสม ต่างจากดาเมจปกติที่ทำให้เกิดความเสียหายทันทีแต่โจมตีได้น้อย
ดาเมจสะสม ทำให้ตัวละครเสียหายต่อเนื่องตามเวลาที่โจมตีจนกว่าสถานะนั้นจะสิ้นสุดลง เกิดความเสียหายมากขึ้นเป็กลยุทธ์ในการต่อสู้แบบยาวนานได้ - ผู้เขียน)
“คิดถูกจริง ๆที่ฉันตามนายมาเล่นเกมนี้" เสียงนั้นดังมาจากชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลารูปร่างผอมสูง สวมชุดขาวแบบนักพรต มือถือพัดไพล่หลัง ขณะกวาดตามองไปยังปาร์ตี้ของไคท์
“เอาไงต่อดีครับท่าน”
นักดาบที่อยู่ด้านหลังเอ่ยถามอย่างนอบน้อม
“ส่งคนของเรากระจายตามอาชีพไปยังตำแหน่งผู้เล่นที่พวกเขากำลังโจมตี
นักดาบ(Swordsman) ที่มีสกิลแทงค์ ไปทางซ้าย
นักผจญภัย(Scout) หน่วยโจมตีแทงค์ไม่ได้ทำหน้าที่โจมตี เสริมแยกไปฝั่งขวา
นักธนู(Archers ) อยู่บนยอดเนินเดียวกับนักธนู
นักเวทย์(Wizards) ให้อยู่บนยอดเดียวกับนักเวทย์ผู้หญิงคนนั้นกระจายคนของเราออกไปเดี๋ยวนี้” ชายคนนั้นออกคำสั่ง
“รับทราบครับท่าน”
ชายนักดาบก้มศีรษะ
เพลเยอร์จำนวนมากตรงประตูดันเจียน เมื่อได้รับคำสั่งต่างทยอยเดินไปประจำตำแหน่ง
"เฮ้! ไอ้พวกเวรนั่นจะไปไหน อย่าบอกนะว่าจะไปสู้กับบอส”
เสียงของเอกนักเวทย์ที่ชื่อ 'หมาในปาก' โพล่งขึ้น พลางมองไปยังผู้เล่นจำนวนมากที่กำลังเดินออกจากที่หลบภัย
นักดาบผมยาวสีแดง ซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ จึงยกมือทำท่าจุ๊ปากเป็สัญญาณให้เงียบไว้ก่อน
"ห่าอะไรวะเนี่ย!”
ชายหนุ่มไม่สนใจการกระทำอีกฝ่ายและยังพยายามถามเพลเยอร์คนนั้น คนนี้ สักพัก เขาจึงถูกเพื่อนตรงเข้าล็อกคอหนำซ้ำยังถูกเหยียบเท้าเอามือปิดปากแน่น
“ใจเย็นๆ ว่ะไก่ ไอ้เอกคงไม่รู้จริง ๆ”
เพื่อนที่แต่งตัวเหมือนนักบวชเดินเข้ามาหาเขาตบไหล่ชายผมแดงเบา ๆ
เขาจึงปล่อยมือออกจากปากเอกซึ่งกำลังดิ้นขลุกขลัก
"เฮ้!มึงห้ามกูพูดทำไม”
เอกเมื่อเป็อิสระตะคอกทำท่ากระฟัดกระเฟี้ยด ั์ตาขุ่นขวาง
“นายรู้ใช่ไหมว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ที่เข้ามาก็เหมือนกับเรา พวกเขาเป็นักเล่นเกมอาชีพมาจากบริษัทต่าง ๆ คือ มาหาเงินในเกม”
มิตรจ้องหน้าเอกเขม็ง แล้วพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ใช่ !แล้วเราก็เป็คนของบริษัทเกมเหมือนกัน ถูกส่งมาเล่นเกมนี้ใน่ทดลอง”
“เอก นายรู้จัก Astral ConflictStudios ไหม” มิตรกล่าวอย่างใจเย็น
“รู้จักเซ่ ! ไอ้ห่าใครบ้างจะไม่รู้จัก Astral คือ ๑ ใน ๓บริษัทเกมชั้นนำระดับประเทศ พวกเขามีเกมเมอร์ชื่อดังที่พิชิตเกมใหญ่ๆ มาแล้วมากมาย“ เขาตอบห้วน ๆ
“เออ งั้นก็ดี คนที่นายถามก็คือคนของ Astral นั่นแหละ”
“ห๊ะ! เอองั้นข้าเข้าใจแล้วละ”
เอกหันขวับมาทำตาเหลือกเขามองหน้าคนพูด แล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“เออเกือบหาเหาใส่หัวแล้วไหมล่ะ”
ไก่ถลึงตา
แม้เป็นักเล่นเกมอาชีพเหมือนกันทว่า Astral Conflict Studios กลับมีชื่อเสียงไม่ดีนักหนึ่งในนั้นคือ ความไม่แยแส พวกเขาไม่สนใจกฎ แม้เกมจะได้รับผลกระทบก็ตาม
บางบริษัท หากมีคนของ Astral เข้าไปจำนวนมากก็อาจทำลายสมดุล และเกมเ่าั้พังได้ บางเกมถึงขั้นปิดตัวลง เพราะระบบเสียหาย Astral จะทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์เกมเปรียบเสมือนแหล่งทำรายได้ของพวกเขาเท่านั้น
พฤติกรรมของเอก ไม่ต่างจากการแส่หาเื่กับ Astral เพราะอิทธิพลและอำนาจ พวกเขาสามารถทำลายบริษัทเกมเล็ก ๆ ได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
“แล้วมีคนจากบริษัทนี้เข้าร่วมกี่คนวะ"
เอกป้องปากกระซิบกระซาบ พลางหันมองไปรอบ ๆ เดิมบริเวณประตูดันเจียนมีเพลเยอร์ยืนกันหนาแน่น แต่ตอนนี้กลายเป็ลานโล่งกว้างเหลือคนเพียงไม่กี่ร้อยเท่านั้น
“ข้าว่าเ้าพวกนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากลว่ะไม่งั้นพวกมันไม่เคลื่อนไหวแน่” ไก่พูดเสียงต่ำ
“ข้าก็ว่างั้นแหละ ต่อให้เราเอาชนะมอนสเตอร์ ก็อาจไม่ได้ทั้งเงิน หรือไอเทมอะไรเสี่ยงสู้กับบอสอย่างนี้ พวกเขาต้องรู้บางอย่างที่เราไม่รู้ ”
มิตรนักบวช พยักหน้าหงึกหงัก
“เป็ไปไม่ได้ ที่เกมจะไม่ให้อะไรเลย"
ไก่นักดาบเลิกคิ้วสูง
“ทำไมข้าคุ้น ๆหน้าไอ้คนใช้หอกว่ะ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน”
เอกขัดจังหวะการสนทนาเขามองไปยังปาร์ตี้ของไคท์ซึ่งกำลังต่อสู้กับบอสเห็ดอย่างดุเดือด
“ไม่แปลกหรอกที่นายจะคุ้นหน้าเขา”
“ใครวะ”
“เขาคือเ้าของฉายา 'ฮีโร่ผู้พิชิตเกมโพดาเมสที่ยากที่สุดในโลก'“
มิตรพูดพลางหรี่ตาลง
“ห๊าา ! งั้นหมอนั่นคือไคท์“เอกอุทาน
“ใช่ ! และที่สำคัญทั้งปาร์ตี้คือผู้พิชิต จนก่อตั้งบริษัท“
“โป๊ะเชะ! ว่าแล้วแต่นึกไม่ออกว่าใคร"
ชายหนุ่มดีดนิ้วดังเป๊าะ เมื่อรู้ว่าความคิดของตนถูกต้อง
“ตอนแรกก็สงสัยว่าทำไมเก่งจัง แต่ตอนนี้ไม่แปลกใจแล้วละ ที่กล้าต่อกรกับบอสเห็ดที่ทำคนตายคราวละหลายๆ พันด้วยสมาชิกปาร์ตี้เพียง ๗ คน”
“เป็ไปได้ไหม ? ที่บริษัทเกมปีศาจนั้นเคลื่อนไหวเพราะพวกเขารู้ความลับจากกลุ่มผู้พิชิตหรือเงื่อนไขบางอย่างเกี่ยวข้องกับบอสตัวนี้”
ไก่มีสีหน้าครุ่นคิด
“ก็เป็ไปได้ และที่สำคัญพวกเขารู้อะไรดี ๆ ที่เราไม่รู้”
“แล้วจะมัวรอห่าอะไรอยู่ล่ะเราก็ควรเข้าร่วมการต่อสู้ด้วย”
เอกพูดด้วยสีหน้ากระเหี้ยนกระหือรือ
ในไม่ช้า เพลเยอร์บริเวณประตูก็แยกย้ายกันไปตามสายอาชีพเพื่อรวมกลุ่มต่อสู้ เพราะพวกเขาคือนักเล่นเกมอาชีพ จากปาร์ตี้ของไคท์ ทำให้เหล่าเพลเยอร์เริ่มไม่กลัวที่จะสู้กับบอส และเริ่มเห็นรูปแบบของเกมว่าแต่ละอาชีพมีความสำคัญต่างกันอย่างไร และควรเล่นเกมอย่างไร
…
“คุณไคท์ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ ” ชายนักดาบทักทาย
“อ้าว ! นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณกัง“
ชายหนุ่มหันมาตามเสียงเรียก พลางหรี่ตาลง
“ครับ “
“หัวหน้าคุณไม่มาด้วยเหรอ”
ไคท์เอ่ย แต่สายตาจับจ้องไปยังอีกคนที่กำลังก้าวอาด ๆเอามือไพล่หลัง เดินตรงมาที่เขา
“นายดูไม่แปลกใจเลยนะที่เห็นเราที่นี่” เสียงร้องทักดังมาจากชายหนุ่มในชุดขาวแบบนักพรต แววตาเ้าเล่ห์แฝงรอยยิ้ม
“อ้อ จางหยง“
ไคท์ยิ้มมุมปาก ก้มศีรษะน้อย ๆ เป็เชิงทักทาย
"ฉันจะพลาดเกมแบบนี้ได้ยังไงว่าแต่นายเถอะ"
จางหยงมาหยุดยืนตรงหน้าไคท์ สบตาเขาแวบหนึ่ง ริมฝีปากคล้ายจะเหยียด
“ยังเหมือนเดิมเลยนะแผนการของฉันปิดนายไม่ได้จริง ๆ”
ไคท์กล่าว
“ดูเหมือนไดอานาจะชอบนายมากนะไคท์ ” จู่ ๆ เขาก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา พัดในมือถูกสะบัดออกโบกอากาศอย่างใจเย็น
“....“
“หึ ! นิสัยเอ็นดู NPC ยังเหมือนเดิมนะจางหยง”
ไคท์หัวเราะในลำคอ
“สำหรับพวกเรา ก็แค่เกมฉันไม่จริงจังกับเื่นี้หรอก”
จางหยงกล่าว
“อย่ายุ่งกับเธอ”
ไคท์พูดเสียงเข้ม ประกายตาวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะจางหายไป
“ฉันไม่ยุ่งกับงานของนายอยู่แล้วหากไม่เป็ประโยชน์กับเรา”
ชายหนุ่มยิ้มเยาะ
“จางหยง ฉันขอเตือนนาย เกมนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกนะ“
“ฉันไม่มีปัญหาเื่นั้นอยู่แล้วหากว่าเกมมีนายอยู่ ฉันก็แค่ทำ...อย่างที่นายทำ”
"..."
"มันเป็เื่ของธุรกิจฉันหวังว่านายจะเข้าใจ“ จางหยงกล่าวต่อ
“เอาเถอะนายมาทำอะไรที่นี่”
ไคท์พูดเสียงเ็า พลางเบือนสายตามองไปยังเพลเยอร์กลุ่มใหม่
“เราก็แค่...มาสนุก ๆในการตีบอสเท่านั้น“
“ขอให้เป็แบบนั้น”
ไคท์ยิ้มขรึม ๆ
“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกมที่ไม่ให้ทั้งเงิน และอาวุธในการสู้กับบอส งั้นเราจะได้อะไร”
จางหยงว่า
“นายรู้อะไรมาบ้างล่ะ“
"นิดหน่อยเอาเป็ว่าฉันยินดีทำตามที่นาย้า”
“นายจะให้ฉันเป็คนออกคำสั่งกับคนของนายได้จริงๆ หรือ”
ไคท์เลิกคิ้วสูง พลางสบตาอีกฝ่าย สีหน้าคลางแคลงใจ
“รับรองเป็เกียรติของฉันที่ได้ร่วมมือกับวีรบุรุษพิชิตเกม”
ไคท์ไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ยิ้มมุมปาก
เขารู้ดีว่าชายตรงหน้าเป็ทั้งมิตรและศัตรูเป็คนที่เห็นผลประโยชน์ก่อนมิตรภาพหากแต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะห้ำหั่นกัน และเขาก็ฉลาดพอที่จะเรียนรู้ต้องช่วยกันเอาชนะอุปสรรคเพื่อให้ผ่านภารกิจของเกมไปได้
“นามิแจ้งทุกคนด้วยว่าเราได้คนมาเพิ่ม“ไคท์เปลี่ยนช่องสนทนา เพื่อไม่ให้พวกของจางหยงได้ยินและติดต่อกับคนในปาร์ตี้เพื่อให้ทราบสถานการณ์
“รับทราบค่ะ“
นามิรับคำสั่งพร้อมเปิดช่องสนทนาในปาร์ตี้เพื่อแจ้งรายละเอียดต่างๆ ให้กับแต่ละคนในตำแหน่งทราบ
“เค็น มาริฉันคิดว่าตอนนี้ทางด้านนายน่าจะมีนักเวทย์ และนักธนูอยู่กับนายจำนวนหนึ่งนายต้องเป็คนคอยออกคำสั่ง ควบคุมให้พวกเขาโจมตีตามจังหวะเดียวกันหรือรู้ว่าจังหวะไหนไม่ควรโจมตี ไม่งั้นบอสอาจจะหลุดจากคอนโทรลของหน่วยแนวหน้าได้ คอยอธิบายพวกเขาแล้วกัน”
นามิพูดพลางวิ่งพลางไปยังกลุ่มคนที่รออยู่
“อิปเปย์นายน่าจะมีคนช่วยแทงค์แล้ว รับผิดชอบบอกพวกเขาให้โจมตีระยะใกล้ด้วยนะ”
“รับทราบ“
อิปเปย์พยักหน้า แล้วรีบวิ่งไปด้านที่มีไคท์ ใบเซอร์และนักดาบคนอื่นรออยู่
“ส่วนฉันจะจัดการ Support Fighter ที่เป็หน่วย Scout”
พูดจบก็แยกย้ายตามตำแหน่งหน้าที่อย่างเป็ระบบ
“เอาละเราได้คนมาเพิ่มแล้วฉันอยากรู้เหมือนกันว่าแกจะแน่สักแค่ไหนไอ้บอสเห็ดนรก” ไคท์ยิ้มเหี้ยมเกรียม

...
บันทึกของอัคคี
หน้าต่างระบบ: คุณได้ช่วยนายพลก็อบลินและได้รับการยอมรับจากก็อบลิน ระหว่างนี้หากคุณไม่ทำร้ายก็อบลิน ก็อบลินก็จะไม่โจมตีคุณ
อยู่ดีๆ หน้าต่างระบบที่ผมไม่ได้เห็นมานานก็ขึ้นแจ้งเตือน ดูเหมือนว่าการที่เราช่วยนายพลก็อบลินให้ปลอดภัยทำให้มันไม่โจมตีเรา ขณะที่เราหนีเข้าไปในรังของมัน
“ก๊าซซซ!!”
เสียงร้องของสัตว์ดังขึ้นจนภายในอุโมงค์สั่นะเืผม เมลิน่า และเ้ากล้า โกยแนบตาม ๆ กันเข้าไปในบริเวณค่ายของก็อบลิน
...
บันทึกแมงมุมหิน (ั์ตาสีเงิน)
เราถูกพวกมันบุกโจมตีใช่ ! มันคือก็อบลินโสโครก พวกมันคิดว่าไฟทำร้ายเราได้ มันดูถูกเผ่าพันธุ์ของเรา เพียงเพราะเราไม่มีแขนขาหรือใช้ไฟ อย่างที่องค์ราชินีได้เคยสอนข้า ความเป็อารยะของสัตว์ไม่ได้วัดกันที่แขนขา หรือว่าใช้อุปกรณ์แต่คือการเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดอย่างชาญฉลาด เราไม่คิดเป็ศัตรูรุกรานใคร แต่พวกมัน ทำร้ายเราด้วยเล่ห์กลและกองไฟ
“ก็อบลินบุกเข้ามาแล้ว!”
เสียงร้องอย่างตื่นตระหนกของแมงมุมตัวหนึ่งรายงานผ่านเส้นใยที่ใช้สื่อสาร แมงมุมนักฆ่าตัวใหญ่สีดำขนยาวรุงรังดวงตาปูดโปนสีน้ำเงินทั้งแปดดวงของมัน กำลังจ้องดูแผนที่เขม็ง บนนั้นมีภาพร่างของถ้ำโดยกองทัพของแมงมุมคือก้อนใย และหินสีดำแทนด้วยก็อบลิน ศัตรูของมัน
และการโจมตีของก็อบลิน เป็ไปตามแผนการที่วางไว้รอยยิ้มและแววตาทั้งแปดมีความลิงโลดเหลือคณามันรีบสื่อสารโดยการพูดและใส่พลังเวทมนตร์ลงไปในเส้นใย
“ปล่อยกองทัพของเราออกไป!”
เสียงเหี้ยมภายใต้รอยยิ้มเยาะของมันะโก้อง ทันใดแมงมุมทหารต่างก็ไหลทะลักออกจากโพรงถ้ำราวกับเขื่อนแตกล้อมรอบก็อบลินเอาไว้
“นายท่านตอนนี้แมงมุมล้อมเราไว้หมดแล้ว” ก็อบลินตัวหนึ่งร้องขึ้น
ภายในถ้ำแมงมุมั์ตาสีเงินสั่งการ หลังจากมองเห็นภาพของก็อบลินถูกล้อมไปด้วยเหล่าแมงมุมทหาร
“นายท่านลงมือเลยไหมขอรับ”
เสียงของแมงมุมทหารร้องมาตามใยสื่อสาร
“ฆ่าไม่ให้เหลือ!”
เสียงตอบกลับทำให้พวกแมงมุมที่ล้อมรอบก็อบลิน กระโจนเข้าใส่ก็อบลิน ด้วยจำนวนและความสามารถไม่ถึงนาทีพวกก็อบลินก็ล้มตายไปจำนวนมาก
“ตูมมม!!”
ทันใดนั้นเสียงะเิก็ดังสนั่นหวั่นไหวร่างของทหารแมงมุมต่างลอยกระเด็นไปไกล
Here is spartan ! (ที่นี่สปาตัน! ) แทงศัตรูอย่างแรงแล้วเตะมันออกไปด้วยเท้าของคุณ (การโจมตีของเมลิน่าทำให้ศัตรูแตกกระเจิง)
“มีศัตรูอื่นบุกเข้ามา”
เสียงอันร้อนรนของทหารแมงมุมรายงานผ่านเส้นใย
“อะไรนะ! เกิดอะไรขึ้น”
แมงมุมสีเงินตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินและพยายามทำความเข้าใจในสถานการณ์
"ดูเหมือนว่าพวกมันกำลังช่วยก็อบลิน"
เสียงรายงานส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แมงมุมสีเงินเหมือนถูกสายฟ้าฟาดพันธมิตรที่คาดไม่ถึงของศัตรูจากนี้สนามรบได้กลายเป็ใยแมงมุมแห่งความสับสนและความไม่แน่นอน
“ฆ่าฆ่าพวกมันให้หมด!! ”
เสียงเหี้ยมโหดสั่งให้ไพล่พลบุกตะลุยเข้าไปกองทหารแมงมุมเคลื่อนไหวรวดเร็ว มันไล่ตามศัตรูที่หลบหนีอย่างไม่ลดละเขี้ยวพิษและแขนขาคมกริบของมันสร้างความพรั่นพรึงให้ก็อบลินทุกตัวที่ได้พบเห็น
ร่างทะมึนยุบยับของแมงมุมเคลื่อนไหวภายใต้แสงไฟราวกับอสูรกาย
"มันกำลังหนีไป!"
พลทหารแมงมุมตัวหนึ่งรายงานกลับมา ดวงตาของแมงมุมสีเงินหรี่ลงความคิดเชิงกลศึกของมันเล็งเห็นโอกาส
"ไล่ตามไปอย่าให้มันหนีรอดไปได้"
เสียงนั้นเต็มไปด้วยความอำมหิต
ทหารแมงมุมจำนวนมากหลั่งไหลราวสายน้ำปะทะแก่งหินกระโจนใส่ศัตรู หมายกำราบผู้บุกรุกบ้านของมัน
มันคืบคลานเงียบๆ ด้วยขาทั้งแปดที่เคลื่อนไหวรวดเร็วราวอสรพิษความโกลาหลปะทุขึ้นเมื่อก็อบลินดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดจากคมเขี้ยวแมงมุมพิษบ้างถูกกัดแล้วพิษรุนแรงกัดกร่อนิัจนเห็นกระดูก บ้างเกิดอาการคัน ปวดแสบปวดร้อนและตายในที่สุด
นักฆ่าซึ่งเป็แมงมุมตัวเล็กแต่อันตรายมุ่งตรงไปยังนายพลก็อบลิน ด้วยความรวดเร็วและการพรางตัวมันเลื้อยผ่านทหารองครักษ์ก็อบลินและเข้าใกล้ถึงตัวนายพล ซึ่งไม่ทันตั้งตัวแต่เมื่อแมงมุมสังหารพุ่งเข้าหา ชักใยที่มีความเหนียวยิ่งกว่าเหล็กกล้าและยืดหยุ่นกว่าไนลอน นายพลก็อบลินก็หันขวับมาชักดาบออกและต่อสู้กับแมงมุมนักฆ่าอย่างดุเดือด
“ปู๊นนน”
เสียงแตรก็อบลินดังกังวาน ห่าธนูระดมยิงใส่แมงมุมที่หน้าทางออกอุโมงค์
“นายท่านทางออกมีพวกมันดักรอเราอยู่”
“ฆ่า! ฆ่ามันให้หมด !”
ั์ตาสีเงินทั้งแปดเบิกกว้างจนแทบถลนนอกเบ้ามันส่ายไปมาพร้อมขยับปากที่มีเขี้ยวคมกริบส่งเสียงเกรี้ยวกราดเมื่อถูกความโกรธเข้าครอบงำโดยสมบูรณ์ ไม่สนใจสัญญาณและเสียงเตือนภัยใด ๆ
“ทหารทุกนายกลับมาเดี๋ยวนี้”
ทันใดนั้นเสียงคำรามก็ดังขึ้นราวฟ้าผ่าเปรียบเป็ทั้งคำขู่ คำสั่งและคำเตือนให้พวกแมงมุมที่กำลังไล่ตามก็อบลินชะงักไปตาม ๆ กัน
“เสียงนั้นทำให้ข้าได้สติจากความโกรธข้ายืนต่อหน้าเพื่อนพ้องและเหล่าทหาร การติดสินใจของข้าไร้เหตุผลเกือบทำให้เราพ่ายแพ้ แต่เพราะได้คำสั่งราชินีทำให้ความสูญเสียยังไม่เกิดขึ้น"
“วอรัส(Voras) ข้าเคยบอกเ้าแล้วว่าการมีอารยะคือความฉลาด คือการเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดแต่เ้าเกือบทำให้พวกเราตายกันหมด”
“ขออภัยราชินีอารัคเน(Arachne) ข้ายินดีรับโทษทัณฑ์ด้วยความตาย”
“ยังไม่ใช่เวลานี้เ้าถูกกักบริเวณ ห้ามเกี่ยวข้องกับภารกิจนี้ต่อไป”
“แต่ว่าองค์ราชินี..”
วอรัสพูดแล้วทรุดตัวลง
"ทหารนำตัวไป!”
ภายในถ้ำอันมืดมิดและน่าขนลุกราชินีแมงมุมครองอำนาจสูงสุด ดวงตาสีแดงก่ำของนางลุกโชนราวเปลวเพลิงเสียงแหบพร่าและน่าสะพรึงกลัวดังก้องทั่วบริเวณดึงความสนใจของแมงมุมทั้งหมดที่อยู่ข้างใน
“เราจะทำอย่างไรต่อไปราชินี”
เสียงนั้นเป็ของแมงมุมที่มีดวงตาสีแดงดุจโลหิตขาข้างหนึ่งของมันหายไป ทำให้การเดินแปลกตาเมื่อเทียบกับแมงมุมตัวอื่น
“คาโร่(Caaro) เรียกตัวเจด้า(Jēḍa)มาหาข้า”
ราชินีตรัสเสียงเฉียบขาด
“เจด้าเ้าตาดำ พระองค์จะใช้มันจริงรึขอรับ”
คาโร่เดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง มันดูหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินชื่อนั้น
ราชินีแมงมุมไม่ได้ตรัสสิ่งใด นางเพียงแสยะยิ้มเผยให้เห็นเขี้ยวยาวแหลมคม บนขนดําหนาซึ่งปกคลุมตลอดลําตัว แผงขาทั้งแปดนั้นยาวพอ ๆ กับรถม้าอาจถึงยี่สิบฟุต ยามเมื่อกรงเล็บนางแตะพื้นถ้ำทำให้เกิดเสียงประหลาด เงามรณะแทรกซึมอยู่ในทุกอณูอากาศขณะก้าวเดิน
ครู่ต่อมาร่างดำทะมึนของแมงมุมนักฆ่าที่มีดวงตาหลากสี ทั้งแดง ดำและเขียวต่างมายืนอยู่เบื้องหน้าราชินี
“พระองค์เรียกข้ามา้าความตายของผู้ใด”
แมงมุมนัยต์ตาสีดำคำรามขาทั้งแปดของมันตั้งตรงเตรียมพร้อม เขี้ยวคมกริบเหยียดออกราวใบมีดราชินีตรัสอย่างใจเย็นว่า
“แผนการทั้งหมดข้าได้ถ่ายทอดให้คาโร่แล้ว พวกเ้าจงไปหารือกัน ระหว่างที่ข้าทำพิธี” ตรัสเสร็จนางก็ชักใยดึงตัวเองขึ้นไปบนผนังถ้ำและห่อหุ้มร่างสู่รังไหม
“เอาละได้เวลาที่เราจะเอาคืนพวกก็อบลินแล้ว”
คาโร่แมงมุมั์ตาแดงพูดพร้อมกับก้าวขาทั้งแปดออกมาด้านหน้า
“ซีเน็ก(Zirnek)เ้าตาเขียวเ้าดำเนินการ สร้างเส้นทางเสร็จหรือยัง” คาโร่ถาม
“เรียบร้อยแล้วเพื่อราชินีข้าทำได้ทุกอย่าง” แมงมุมั์ตาเขียวพยักหน้าดวงตาทั้งแปดของมันกลิ้งกลอกไปมา
“ข้าละราชินีได้สั่งการสิ่งใด” เจด้าเอ่ย
“เ้ามีเพียงภารกิจเดียวคือสังหารศัตรู !” คาโร่ตอบ
....