การประมูลจบลงอย่างตึงเครียด่ประมูลทูติญญาโม่หยางลุ้นมองผู้อื่นแข่งขันกันอย่างห้ำหั่น หุ่นมนุษย์นี้ผู้อื่นสนใจอยากนำไปค้นคว้าเมื่ออดีตมีหุ่นมนุษย์ถูกสร้างบรรจุวิชาได้เทียบเท่าขั้นอเวจีไม่อาจเบิกฟ้ากลายเป็เซียนได้
เป็จุดสูงสุดใกล้ท้องฟ้าที่สุดแล้วผู้ที่ได้ทูติญญาคุ้มครองถวายชีวิตได้ถึงขั้นนี้จักต้องกลัวสิ่งใดอีก
“ทั้งแคว้นยาระดับนี้แทบไม่มีให้เห็น”
หัวขโมยโชคดีได้รับโอสถขั้นหก ผู้คนฉุกคิดเป็ลูกหลานผู้ร่ำรวยจากสำนักใหญ่ท่านไหนถึงนำโอสถมาประมูลแบบสิ้นคิดสิ้นคำนวณ อยากได้ทูติญญาเอาเถิดหากเป็ศิษย์ตนนำโอสถขั้นหกมาทำไร้สาระเช่นนี้ ไม่โดนแล่เนื้อก็โดนกักตนร้อยปี
ในงานโม่หยางกล่าวประมูลอยากได้สิ่งใด ผู้อื่นปล่อยให้เขาได้รับไป สิ่งที่ประมูลแลกไปล้วนเห็นว่าขาดทุนมากโข
กลับกันกับผู้นำมาประมูลเขายอมเสียโอสถขั้นสูงเป็ส่วนมาก ในกระเป๋ามิติกับแหวนมีคลังสมบัติมากก็จริง โอสถหลอมขึ้นได้ใหม่หากแต่โอสถขั้นสูงหลอมขึ้นยากสำหรับผู้กินมันอาจเป็ยาพิษถ้ากินไม่ดูสถานะตนเอง ร่างกายพลังิญญาไม่อาจทนทานรับคุณของยาได้
ถามไถ่ถึงหัวขโมยไม่ได้ความใดใด หอประมูลไม่ยอมเปิดเผยให้ล่วงรู้
เหมือนกระแสน้ำในยามค่ำคืนโม่หยางไม่รู้สิ่งใดกำลังเกิดขึ้น
เขาหวังให้ผู้อื่น้ายาระดับหกติดตามหัวขโมยแล้วจัดการแทน
มองดูชายหนุ่มเหมือนคนสติหลุดลอยหน้าตาหมองคล้ำคิ้วกดดำดวงตากลับสดใส เกือบสองปีใช้ชีวิตกับเขา
“เ้าจำข้าได้รึไม่” โม่หยางกล่าวถามชายหนุ่ม
“จำไม่ได้…” ตอบทันท่วงทีก้มหัวเหมือนคนรู้สึกผิด
เ้านายของตนหรือชีวิตเขาต้องเป็ทาสผู้อื่นรับใช้จนตายในหัวมีเพียงสิ่งนี้ บุคคลนี้ดูหาญกล้าน่าชื่มชมหน้าตารูปงานดูเป็คนเ้าระเบียบนิสัยไม่ดุร้ายตนอาจโชคดีได้นายที่ดี
“ช่างเถอะ ชื่อของเ้าคือฮุ่ยชิว ได้เ้ากลับมาก็ดีข้าจะสืบเสาะหามันผู้นั้นให้เจอ ให้โลหิตมันหลั่งไหลดั่งหยามหน้าข้า”
“ ขอรับนายท่าน ”
โม่หยางพาทูติญญานาม ฮุ่ยชิว เดินทางกลับห้องพักชั้นสี่ หลังจากตรวจดูร่างและิญญาไม่มีปัญหา
แก้ไขอาคมบนตัวฮุ่ยชิวได้ กำหนดิญญาชำนาญกล้าแกร่ง หรือข้าโดนผู้สูงกลั่นแกล้ง
ความทรงจำที่ผ่านมาฮุ่ยชิวถูกลบทิ้งตอนนี้เหมือนคนเกิดใหม่
ในห้องพักชั้นสี่ บนเตียงกว้างหลี่เหยียนกัดรัดหญิงสาวสวยขาวดั่งหิมะไว้ภายใต้วงแขน ร่างบางนอนอยู่ด้านล่างเสื้อผ้าบางหลุดลุ่ย ทั้งสองกระตุกเชือกรัดเอวของอีกฝ่ายหลุดหลุดออก ปากก็จูบเร่งเร้าดูดลิ้นกันไปมา หญิงสาวแทบหายใจไม่ทัน ขาเรียวถูกยกขึ้นข้างหนึ่ง เผยใต้ถูกของแข็งดันสอดเน้นควบแน่นเข้า
“อื้ออ อ่าา ข้าัท่าน”
เอวประสานเด้งรับกันความถี่เพิ่มถวีขึ้น ปราณหยินจากหญิงสาวไหลออกมาส่งกลิ่นหอมคลุ้ง หลี่เหยียนสูบรับพลังหยินค่อยๆ มอบความกระหายส่งต่อให้หญิงสาวเคลิ้มหลงไหลไม่รู้ตัว
“กลิ่นตัวแม่นางหอมบริสุทธิ์ค่ำคืนนี้เ้าอยากได้กี่บทเพลงปู่ผู้นี้จะให้รางวัลอยากงาม”
“ถามอันใดกัน ถ้าจะตายเพราะท่านอยู่แล้วกระมัง”
“ฮ่า ฮ่า”
เมื่อมองดูนางยังไม่เป็ไร หลี่เหยียนพลิกกลับมานอนหงาย ให้หญิงขี่เขาอย่างกับขี่ม้า ขย่มจนมองไม่เห็นดุ้นใหญ่
หญิงสาวเองกำหนัดจนขาดสติ ไม่รู้ตัวว่าตนเสี่ยงตาย ปราณหยินขุ่นแรงขึ้น หญิงสาวโน้มตัวลงพรมจูบทั่วตัวหลี่เหยียนอย่างหลงใหล
เขาจับเอวบางทั้งสองข้างแล้วเด้งขึ้นตอดรับรู์อย่างดุดัน
“ข้า าาาไม่มีแรง”
นางผลักลุกออกร่างหลี่เหยียนให้คลายลง
หากแต่หลี่เหยียนไม่ยอมเขาจะกลิ่นกินนางให้สาสม ขยับสะโพกนางเข้ามาอีกดันดุ้นตุ้นกระน้ำร่างบางจนครางกรีดร้อง…เสียงหลง ติ่งหูนางถูกขบเม้ม มือเล็กจิกอกกรีดร้อง
ท่อนร่างขยับรับแรงกระทบเสียงเนื้อกับเสียงหญิงสาวดังลั่นห้อง
นางแอ่นตัวเต้าทั้งสองมือใหญ่เน้นนวดคลึง้ายอดถันกดหน้ามุด ริมฝีปากงับวนยอดข้างหนึ่งก็ถูกนวดเค้น มือสอดกอดเอวกระชับสะโพกยึด
ด้านท่อนล่างรู์สั่นตอดรับัเกรี้ยว ้าลิ้นวนยอดถันจนหน่ำใจ
“หากข้าดื่มด่ำกว่านี้ เ้าตายก็เสียดายแย่ ชอบข้าหรือไม่.? ข้าจะพาเ้าท่อง์สงบใจไว้นะแม่นาง”
พลิกร่างบางนอนคว่ำหน้า เผยให้เห็นสโพกกลมเนียน
มือใหญ่จับเอวนางยกขึ้นในท่าคลานเข่า น้ำรักไหลเล็กน้อยตามขาเรียว
ักรเกรี้ยวมุดเข้ารู์อีกครั้งสโพกกลมเด้งรับ ขยับเข้าออกรุกรับดัง ตับบ~...เสียงครางแ่ออกมาจากร่างสูงอย่างพอใจ ์ของหลี่เหยียนอีกไม่ไกล เขาเร่งกระแทกบดเข้าจนมิด หญิงสาวแทบไม่ไหว พลันมีเสียงผู้หนึ่งดังขึ้น
“เ้าเดนนรกอเวจี” เสียงคำรามเยือกเย็น
“…” หลี่เหยียนกับหญิงสาว ทั้งคู่อึ้งเงอะงะ รีบจัดสวมใส่เสื้อผ้านั่งเรียบร้อยบนเตียง
“ท่านนี้เป็ผู้ใดกัน สหายเ้ารึนายท่าน”
นักพรตกึ่งนักนักบุญหน้าตาคมหมดจดสวมชุดขาวทั้งตัว ทำให้หญิงสาวสงสัยใครรู้
พ่วงด้วยบุรุษเฉยเมยหน้า ไร้อารมณ์ด้านหลังคล้ายผู้ติดตาม พวกเขาทั้งสามยังเยาว์วัยกลับได้ขึ้นพักชั้นสี่
“เ้าไม่ต้องอยากรู้อันใด สงบไว้เพื่อข้านะแม่นาง”
“ปล่อยนางกลับไป เ้ากำเริบต่อหน้าข้า”
โม่หยางกล่าว่าเสียงก้องกังวาน ความโกรธกลัวจะมีเหตุร้ายก่อปัญหาให้ตน
“…อ่ออ แม่นางรีบออกไปเถิด”
“ข้าขอลาก่อน ขอตัว”
หญิงสาวก้มตัวเคารพรีบวิ่งออกจากห้อง
ใจนึกเสียดายไม่รู้ชื่อเสียงเรืองนามทั้งสาม วันข้างหน้าตนต้องพบปะพวกเขาอีกหน
เปรี๊ยะ ~ เปรี๊ยะ
“ฮื้ออ โอ้ยยๆ ข้าเจ็บแล้วว หยุดดดเถิดโม่หยาง”
เปรี๊ยะะ ตุ้บบ ร่างสูงปลิวถลาชนข้างเตียง แส้ิญญาสีนิลอยู่ในกำมือโม่หยาง
ประกายแสงจากแส้เมื่อโดนกายกัดกินถึงจิตวิญาณ
เมื่อฟาดออกมาไม่กี่ที หลี่เหยียนไม่อาจหลบหลีกได้ทัน
เกิดรอยแดงตามร่างกายไม่เ็ปเท่า ิญญาแทบแตกร้าว
แส้ทำมาจากหนวดัดิน ถูกเลี้ยงด้วยสายฟ้านานนับพันปี
อดีตสามสิบกว่าปีก่อน โม่หยางค้นพบถ้ำร้างในป่าลงอาคมซับซ้อน เขาสนใจอาคมบนถ้ำศึกษาแรมปี จนเข้าไปได้สำเร็จ เจอคัมภีร์ปลุกคนตายเลี้ยงิญญา หม้อต้มยา แส้ิญญา สมุนไพรหายาก หินปราณมากมายในถุงมิติและของวิเศษ
สิ่งสุดท้ายจดหมาย เขายังเปิดอ่านไม่ได้
แส้กำราบพวกิญญาร้ายได้ หลี่เหยียนทุรนทุราย
“ช่วยข้าด้วยยย ฮุ่ยชิววว”
ความเสแสร้งไม่รู้เจ็บจะตายอีกครั้งจริงรึไม่ โม่หยางไม่อยากเปลืองแรงทิ้ง
เขาเก็บแส้ิญญา สบัดแขนเสื้อเดินไปนั่งเก้าอี้ข้างหน้าต่าง
ที่เขาทุบตีทำโทษเพราะสิ่งที่หลี่เหยียนทำจะกลืนกินพลังหยินหญิงสาวจนตาย แห่งนี้เกิดเื่ขึ้นเขาไม่รู้จะช่วยหลี่เหยียนได้รึไม่
การบำเพ็ญแบบนี้อันตรายนอกรีต ดุร้ายน่าเวทนา
ฮุ่ยชิว เดินตามยืนเฝ้าด้านหลัง เหมือนผู้คุมเข้มงวด
“ชายผู้นี้เป็เหมือนข้าหรือ ทำไมข้ารู้สึกกลัวสิ่งนี้”
“อืมม หากแต่เ้าดีกว่าเขายิ่งนัก ไม่ต้องยืนเช่นนี้นั่งลง ข้าช่วยเ้ามาเพราะเ้าเป็คนของข้า จากนี้เ้าเชื่อข้าผู้เดียว อย่าไปที่ใดไกล ผู้อื่นอาจจับเ้าได้อีก” จ้องมองหน้าเฉยชาไร้อารมณ์ของฮุ่ยชิว
ได้แต่ถอนหายใจด้วยความหดหู่ วิธีของข้านั่นผิดหรือไร
ด้านหนึ่งนั่งรักษาแผลให้ตนเอง ปราณรักษาหายได้ชั่วยาม ภายในต้องใช้เวลานานเพราะจิตได้รับผลกระทบ
“ มันผู้นี้ชื่อ หลี่เหยียน เป็ศิษย์พี่ของเ้าภายหน้าทำอันใดเ้าสอบถามมัน"