ตอนที่ 5 ลูกผู้ชายตัวจริง
สามสัปดาห์หลังจากนั้นมิ้วก็ยังคงติดต่อเท่ห์ไม่ได้อีกเช่นเคยแต่สาวน้อยไร้เดียงสาก็ยังคงมองโลกในแง่ดีว่าแฟนหนุ่มของเธอนั้นก็คงจะติดธุระหรือติดเรียนจนทำให้ไม่มีเวลาจะติดต่อเธอกลับมาก็เพียงเท่านั้น
และถึงจะรู้สึกลำบากซักหน่อยที่ต้องกลับมานั่งรถเมล์แทนที่จะมีแฟนหนุ่มคอยไปรับไปส่งแต่มิ้วก็ยังคงรู้สึกว่ามันก็ไม่ใช่เื่หนักหนาที่เด็กบ้านนอกอย่างเธอจะทำได้เลยแม้ซักนิด
วันนี้มิ้วก็ยังคงตื่นเช้าเหมือนเช่นเคยแต่ที่มิ้วรู้สึกไม่เหมือนเดิมก็คือประจำเดือนที่ควรจะมาั้แ่สามวันที่แล้ว ที่จนวันนี้มันก็ยังไม่มาซักที....................
สองวันต่อมา วันอาทิตย์ ที่บ้านของเท่ห์
หลังจากที่กินข้าวเที่ยงเสร็จโทนก็มานั่งอ่านหนังสือในห้องรับแขกอย่างสบายอารมณ์แต่อ่านไปได้ไม่ถึงสิบหน้าดี เสียงออดหน้าบ้านก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะโทนที่อยู่คนเดียวที่ชั้นล่างของบ้านจึงรีบเดินตรงไปที่รั้วบ้านในทันที
“อ้าว? หนูมิ้ว ไปไงมาไงเนี่ย” โทนทักทายสาวน้อยที่ยืนอยู่ที่หน้าบ้านทันทีที่เห็น
“คะ....คุณลุงสวัสดีค่ะ” มิ้วที่กำลังตัวสั่นแถมตาก็ยังดูแดงก่ำราวกับเพิ่งจะร้องไห้มาพูดทักทายพร้อมยกมือไหว้โทน
“หวัดดีจ๊ะ” โทนพูดในขณะที่เปิดประตูบ้านให้มิ้ว
“พี่....พี่เท่ห์อยู่บ้านไหมคะ” มิ้วถามขึ้นมาทันทีที่เดินเข้ามาในบ้าน
“อยู่...อยู่บนห้องแน่ะ...เห็นบอกว่ากำลังจะออกไปข้างนอกด้วย” โทนตอบไป
“งั้น...งั้นมิ้วขอขึ้นไปหาพี่เท่ห์หน่อยนะคะ” พอโทนพยักหน้าพร้อมพูดอนุญาต มิ้วก็เดินตรงขึ้นไปที่ห้องของเท่ห์อย่างรวดเร็ว
ก๊อก ก๊อก
“มีอะไรพ่อ.....เท่ห์กำลังแต่งตัวอยู่” เท่ห์ะโตอบเสียงเคาะประตูเพราะเค้าคิดว่าโทนเป็คนเคาะก่อนจะเดินตรงมาเปิดประตูแต่ทว่าพอเค้าเห็นว่าที่หลังประตูบานนั้นไม่ใช่พ่อของตัวเองหากแต่เป็อดีตแฟนสาวที่ยังไม่รู้ตัวว่าโดนเค้าทิ้งชายหนุ่มก็ร้องลั่นออกมา “มะ....มิ้ว มะ....มาได้ไงเนี่ย”
มิ้วจ้องหน้าเท่ห์ก่อนจะพูดออกมาพร้อมด้วยน้ำตาที่หลั่งริน “มิ้วท้อง”
“หา!” เท่ห์ร้องลั่นใก่อนจะดึงตัวมิ้วเข้ามาในห้องแล้วถามย้ำอีกครั้ง“ท้องหรอ......มิ้วรู้ได้ไง”
มิ้วไม่ได้ตอบอะไรไปเธอเพียงแค่ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายของตัวเองแล้วหยิบที่ตรวจครรภ์สามอันที่อยู่ในนั้นยื่นส่งให้เท่ห์ดู
“ดะ...ได้ไงวะเนี่ยวันนั้นในรถก็กินยาคุมไปแล้วไม่ใช่หรอ” เท่ห์พูดบ่นกับตัวเองก่อนจะหันไปถามมิ้ว“มิ้วได้กินยาคุมอีกเม็ดหรือปล่าว”
“กะ....กิน” มิ้วตอบสั้นๆแต่น้ำตาของเธอเริ่มหลั่งไหลอาบแก้ม
“อย่ามาโกหก....ถ้ากินแล้วมันจะท้องได้ไงหล่ะ” เท่ห์ตะคอกใส่หน้าสาวน้อยเสียงดังลั่น
มิ้วสะดุ้งใที่อยู่ดีๆก็โดนแฟนหนุ่มที่เธอเคยคิดว่าเป็เทพบุตรตะคอกใส่ก่อนจะร่ำไห้พร้อมกับพูดความจริงออกมา“ฮือ ฮือ ไม่รู้ ฮือ มิ้วก็ไม่รู้ ฮือมิ้วกินแล้วจริงๆ ฮือ ฮือ”
แล้วเท่ห์ที่รู้ตัวว่าเผลอตะคอกใส่มิ้วไปก็รีบพูดปลอบเธอ “มิ้ว ใจเย็นๆนะ ใจเย็นๆ เลิกร้องไห้เถอะนะ”
แต่ถึงเท่ห์จะพูดปลอบยังไงแต่มิ้วที่ตอนนี้นึกถึงแต่ใบหน้าของตากับยายที่คงจะเสียใจมากถ้าหากรู้ว่าเธอตั้งครรภ์หลังจากเข้ามาอยู่เมืองหลวงได้ไม่ถึงปีดีก็ยิ่งกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ปล่อยโฮออกมาไม่หยุด
“มิ้วหยุดร้องไห้ซะที” เท่ห์พูดย้ำอีกครั้ง
“ฮือฮือ ตาคะ ฮือ ฮือ ยาย ฮือ มิ้วขอโทษ ฮือ” มิ้วร่ำไห้น้ำตาหลั่งไหลพลางใช้สองแขนโอบกอดตัวเองแน่น
พอได้ยินที่มิ้วพร่ำพูดเท่ห์ที่เหมือนจะคิดอะไรขึ้นมาได้จึงพูดขึ้นมา “มิ้ว.....มิ้วไม่อยากให้ตากับยายเสียใจใช่ไหม”
พอได้ยินเท่ห์พูดถึงตากับยายมิ้วจึงค่อยๆหันมามองหน้าเท่ห์แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเท่ห์จึงพูดต่อ “งั้นเดี๋ยวพี่พาไปทำแท้งนะ”
คำพูดที่ออกจากปากของเท่ห์ทำเอามิ้วถึงกลับชะงันงันไปถึงจะไม่อยากให้ตากับยายที่เลี้ยงดูมาต้องเสียใจแต่จะให้เธอฆ่าชีวิตน้อยๆมิ้วคิดว่านั่นมันอาจจะแย่ซะยิ่งกว่าเธอจึงส่ายหัวพร้อมกับพูดบอกเท่ห์ไป “ไม่....มิ้วทำไม่ได้ค่ะ”
“หา!......ทำไม่ได้ หมายความว่าไง ที่ว่าทำไม่ได้” เท่ห์ขึ้นเสียงอีกครั้ง
มิ้วจ้องตาเท่ห์เขม็งก่อนจะตอบ “มิ้วฆ่าเด็กที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ไม่ได้ค่ะ”
“เด็กห่าอะไรหล่ะมันยังไม่เป็ตัวเลยด้วยซ้ำ” เท่ห์พูดขึ้นด้วยความเกี้ยวกราดก่อนจะเดินตรงไปกระชากแขนมิ้วพร้อมกับพูด“ไป....เดี๋ยวพี่พาไปเอง”
มิ้วจึงขืนตัวไว้ก่อนจะร่ำไห้พร้อมกับพูดออกมา “ไม่ ฮือ ฮือ มิ้วทำไม่ได้ ฮือ ฮือ”
แต่ถึงจะขัดขืนขนาดไหนแต่เพียงไม่กี่อึดใจเท่ห์ก็ลากมิ้วไปที่ประตูจนได้ แล้วเท่ห์ก็เปิดประตูออกแต่ทันทีที่ประตูถูกเปิดออกโทนก็มายืนขวางอยู่ที่นั่นแล้ว
“พะ....พ่อ!” เท่ห์ร้องลั่นเรียกพ่อตัวเองด้วยความใ
“ปล่อยหนูมิ้ว” โทนจ้องตาพร้อมออกคำสั่งกับลูกชายไปก่อนจะพูดย้ำอีกครั้งเมื่อเค้ายังไม่ได้ปล่อยมือจากแขนของสาวน้อย “เดี๋ยวนี้”
ถึงโทนจะแก่กว่าแต่ด้วยร่างกายที่ยังดูกำยำ ซ้ำเท่ห์ก็พอจะรู้อดีตของพ่อจากแม่มาว่าตอนหนุ่มๆโทนก็ตีรันฟันแทงกับเค้าไปทั่วทุกสารทิศจึงรีบปล่อยมือจากแขนของมิ้วทันทีที่โทนพูดจบ
“หนูมิ้วมานี่ ลูก” โทนกวักมือเรียกให้มิ้วเดินมาหาเค้าซึ่งมิ้วก็เดินตรงไปหาโทนอย่างว่าง่าย แล้วโทนก็ทำให้ทั้งเท่ห์และมิ้วต้องใเมื่ออยู่ดีๆเค้าก็ลงไปนั่งคุกเข่าพร้อมก้มหัวลงติดพื้นก่อนจะพูดออกมา“พ่อขอโทษนะที่เลี้ยงไอ้เท่ห์ไม่ดีมากพอจนมันไปทำให้หนูท้องขึ้นมาพ่อขอโทษจริงๆ”
พอตั้งสติได้มิ้วจึงรีบลงไปนั่งกับพื้นก่อนจะพูดกับโทน “ลุงโทนคะ ลุกขึ้นเถอะ เลิกก้มหัวเถอะค่ะมิ้วขอหล่ะ”
แล้วโทนก็เงยหน้าขึ้นมาหลังจากที่มิ้วพูดจบจากนั้นก็ลุกขึ้นจากพื้นแล้วเดินตรงไปหาลูกชายตัวดีพร้อมกับพูด “ทั้งๆที่มึงทำเค้าท้องแต่มึงกล้าพูดได้ไงว่าให้หนูมิ้วเค้าไปทำแท้ง หา!”
เท่ห์ในิดหน่อยเพราะปรกติพ่อจะพูดหยาบกับเค้าแค่เฉพาะตอนที่เค้าสร้างปัญหาแต่เค้าก็พูดตอบไป “พ่อแอบฟังที่พวกเราคุยกันหรอ”
โทนจ้องตาลูกชายเขม็งก่อนจะตอบ “ใช่กูแอบฟัง แอบฟังนานแล้วด้วย แล้วก็ไม่ใช่แค่ที่นี่ที่โรงไม้เมื่อเดือนก่อนที่มึงคุยกับไอ้เต่ากูก็แอบฟัง”
เท่ห์เงียบงันไปทันทีเมื่อพ่อพูดถึงเื่นี้ออกมา โทนจึงพูดต่อ “กูก็พร่ำสอนมึงอยู่ทุกวี่วันให้มึงให้เกรียติผู้หญิงให้มึงเป็ลูกผู้ชายตัวจริง...แต่นี่อะไรพอเค้าท้อง มึงก็ไปโทษเค้าไปด่าเค้าทั้งๆที่มึงเป็ตัวต้นเหตุแท้ๆ......แล้วที่บัดซบที่สุดก็คือมึงยังมีหน้าไปบังคับให้เค้าไปทำแท้งอีก ไอ้เลวเอ๋ย”
“แล้วพ่อจะให้เท่ห์ทำไงปล่อยให้เด็กคนนั้นเกิดมาหรอ” เท่ห์เงยหน้าขึ้นมาพูดกับพ่ออย่างท้าทาย
“หึย!” โทนร้องลั่นด้วยความโกรธก่อนที่อารมณ์ชั่ววูบจะทำให้โทนง้างมือขึ้นมาหมายจะตบหน้าของลูกชายไม่เอาอ่าวซักฉาดแต่ยังไม่ทันที่มือของโทนจะเคลื่อนไปถึงเท่ห์
“ลุงโทนอย่าค่ะ” มิ้วร้องห้ามขึ้นพร้อมกับใช้สองมือจับรั้งแขนของโทนไว้
เสียงร้องของมิ้วทำให้เท่ห์ที่เผลอหลับตาพร้อมกับยกสองแขนขึ้นมาปิดป้องใบหน้าด้วยความกลัวว่าพ่อจะตบเข้าและโทนต้องหันไปมองที่เธอเป็ตาเดียว
“อย่าให้ต้องถึงขั้นลงไม้ลงมือกันเลยนะคะลุงโทน” สาวน้อยที่ยังคงมีคราบน้ำตาอยู่บนแก้มแดงพูดอ้อนวอนกับโทน
แล้วโทนก็ค่อยๆลดมือลงก่อนจะหันมาพูดกับสาวน้อยต่อ “เดี๋ยวหนูมิ้วโทรไปบอกยายกับตาด้วยนะว่า....อาทิตย์หน้าลุงกับเ้านี่จะเข้าไปกราบขอขมาพวกท่านน่ะ.....แล้วก็จะได้ถือโอกาสคุยเื่สินสอดด้วยเลย”
มิ้วใตัวแข็งทื่อแต่เท่ห์กลับร้องลั่นออกมาเสียงดัง “หา! สินสอดอะไรน่ะพ่อ อย่าบอกนะว่าจะไปขอมิ้วน่ะ”
“ก็ใช่น่ะซิ” โทนตอบลูกชายโดยที่ไม่ได้หันหน้าไปมองเค้าซักนิด
แล้วเท่ห์ที่ยังชอบอิสรเสรีและการท่องราตรีอยู่ก็รีบพูดค้านขึ้นมา “ตะ...แต่เท่ห์ยังไม่อยากแต่งงานตอนนี้นะ พ่อ”
คราวนี้โทนถึงกลับหันขวับมามองหน้าลูกชายก่อนจะพูด “มึงต้องแต่ง มึงเป็ผู้ชายทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ กูสอนมึงไปตั้งกี่ครั้ง....มันไม่เคยเข้าหูมึงบ้างเลยหรือไง”
แต่เท่ห์ที่ยังไม่อยากจะมีพันธะผูกติดตัวแถมในตอนนี้เค้าก็ไม่ได้รักมิ้วอีกแล้วจึงตัดสินใจพูด“แต่ผมไม่ได้รักมิ.....”
แล้วโทนที่รู้ว่าเท่ห์กำลังจะพูดอะไรออกมาก็รีบยกมือขึ้นไปอุดปากของเค้าก่อนจะพูด“หุบปาก เดี๋ยวนี้”
พอเห็นแววตาที่ดุดันเอาจริงของพ่อ เท่ห์ก็รีบทำตามที่เค้าสั่งอย่างว่าง่ายก่อนที่โทนจะโน้มหน้าเข้าไปกระซิบบอกเค้าที่ข้างหู “ถ้ามึงไม่แต่ง....มึงก็ไสหัวออกจากบ้านหลังนี้ไป...บ้านนี้ไม่ต้อนรับผู้ชายหน้าตัวเมียที่ทำอะไรไว้แล้วไม่รับผิดชอบ”
พูดจบโทนก็ผละจากตัวของเท่ห์ก่อนจะหันไปพูดกับมิ้ว “ไป...หนูมิ้ว ลงไปคุยกันข้างล่างดีกว่า”……………………….
หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ก็เป็ไปตามที่โทนบอกกับมิ้วไว้ว่าจะพาเท่ห์ไปกราบขอขมาตากับยายของเธอที่อยู่ต่างจังหวัดตามที่บอกก่อนที่โทนจะถือโอกาสพูดคุยตกลงค่าสินสอดที่จะมาสู่ขอต่อทันทีโดยที่ตากับยายของมิ้วนั้นก็ไม่ได้เรียกร้องค่าสินสอดของหลานสาวแต่อย่างใดเพราะสิ่งที่พวกเค้าพร่ำบอกโทนอยู่ตลอดเวลาก็คือขอแค่ให้เค้าช่วยดูแลมิ้วเท่านั้น
และหลังจากนั้นหนึ่งเดือน โทนก็กลับไปที่บ้านของมิ้วที่ต่างจังหวัดอีกครั้งพร้อมกับนำสินสอดทองหมั้นที่เป็เงินสดจำนวนกว่า9 ล้านกับทอง 9บาทที่โทนคิดว่ามันเป็จำนวนเงินที่เหมาะสมกับการที่ลูกชายของเค้าไปพรากเอาพรหมจรรย์ของมิ้วจนถึงทำให้เธอท้องไปมอบให้กับตาและยายของเธอก่อนที่จะจัดงานแต่งเล็กๆกันที่นั่นอย่างสุขใจแม้ว่าเท่ห์จะไม่ค่อยเต็มใจก็ตาม
และนับจากนั้นเป็ต้นมา มิ้วก็เข้ามาเป็ส่วนนึงของบ้านที่โทนและเท่ห์อยู่กันเพียงสองคนมากว่าห้าปีโดยที่โทนก็ได้ขอให้มิ้วลาออกจากมหาลัยแล้วมาอยู่บ้านของเค้าในฐานะลูกสะใภ้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ซึ่งมิ้วก็คอยทำหน้าที่ลูกสะใภ้ให้โทนเป็อย่างดีด้วยการจัดการงานบ้านทุกอย่างให้โดยที่เค้าไม่ต้องสั่งส่วนในฐานะเมียของเท่ห์นั้นเธอก็ทำหน้าที่ได้เป็อย่างดีไม่แพ้กัน นอกจากแค่เื่บนเตียงที่เธอนั้นก็ไม่ได้ประสีประสามากนักจนทำให้ยิ่งพอเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่เท่ห์ก็ยิ่งเบื่อหน่ายในตัวภรรยาคนนี้มากขึ้นเท่านั้น
และหลังจากที่แต่งงานกันได้เจ็ดเดือนมิ้วก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายที่น่ารักโดยที่เธอเป็คนตั้งชื่อให้เองว่า‘ทิม’ ตามมาเป็สมาชิกใหม่ของบ้าน และถึงแม้ว่าเท่ห์จะไม่ได้พิศวาสในตัวของมิ้วมากเท่าที่เคยแต่เค้านั้นกลับรักใคร่ในตัวลูกชายที่เค้าเคยอยากจะให้มิ้วไปเอาออกคนนี้มากเท่าที่พ่อคนนึงพึงจะรักได้เลยก็ว่าได้................
สามเดือนหลังจากทิมเกิด เวลา 7.42 น. ที่บ้าน
“เอ๊ะ! พี่เท่ห์...อิ่มแล้วหรอคะ” มิ้วที่นั่งข้างๆหันไปถามสามีที่ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทั้งที่ยังกินอาหารบนจานไม่หมดดี
“ใช่” เท่ห์ตอบโดยที่ไม่ได้หันไปมองเมียสาวแต่กลับเดินตรงไปหาลูกชายของตัวเองที่นอนอยู่บนเปลเด็กก่อนจะพูดกับเค้าด้วยเสียงอ่อน“พ่อไปเรียนก่อนนะครับ ทิม”
พูดลาลูกชายเสร็จเท่ห์ก็เดินออกไปจากบ้านในทันทีโดยไมได้หันมาลาเมียและพ่อที่นั่งหัวโด่บนโต๊ะอาหารเลยแม้แต่น้อย
“ขอโทษแทนมันด้วยนะมิ้ว” โทนหันมาพูดปลอบลูกสะใภ้สาว
“พะ...พ่อไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ....ที่พี่เท่ห์เค้ากินไม่หมดอาจจะเป็เพราะว่าอาหารที่มิ้วทำมันไม่อร่อยก็ได้ค่ะ” มิ้วฝืนยิ้มออกมาแล้วตอบพ่อสามีกลับไป
“เฮ้ออ.....หนูมิ้วไม่ต้องไปปกป้องมันหรอก” โทนถอนหายใจแล้วแสดงท่าทีหงุดหงิดออกมาที่มิ้วเอาแต่พูดปกป้องลูกชายของเค้าก่อนจะพูดต่อ“อาหารที่หนูมิ้วทำมีอะไรบ้างหล่ะที่ไม่อร่อย.....อร่อยทุกอย่างนั่นแหล่ะ.....มันแค่อยากจะออกไปหากินข้างนอกก็แค่นั้นเอง”
“ที่ว่าอร่อย....จริงหรอคะคุณพ่อ” มิ้วถามย้ำ
“จริงซิ” พูดจบโทนก็ก้มหน้าก้มตาลงมาจัดการไข่พะโล้ที่มิ้วตื่นมาทำแต่เช้าด้วยความเอร็ดอร่อยต่อทันที…………….
เย็นวันนั้น ที่บ้าน
โทนเดินเข้ามาในบ้านหลังกลับมาจากโรงงานไม้แปรรูปของเค้าที่อยู่ห่างจากบ้านหลังนี้ไปเพียงห้าร้อยเมตรพร้อมกับสอดส่ายสายหาลูกสะใภ้ที่ปรกติจะต้องเดินออกมารับเค้าที่หน้าบ้านเป็ประจำแต่วันนี้กลับไม่พบเห็นและพอชายแก่เดินไปจนถึงห้องนั่งเล่นเค้าก็ได้คำตอบว่าทำไมวันนี้มิ้วถึงไม่ได้ออกไปต้อนรับเพราะมิ้วกำลังนอนหลับอยู่บนโซฟาโดยโอบประคองหลายชายตัวน้อยของเค้าที่กำลังดูดน้ำนมจากเต้าของเธออย่างเอร็ดอร่อยอยู่
ในทีแรกโทนก็ตั้งใจจะเดินหลบออกมาในทันทีเพราะตอนนี้นั้นมิ้วกำลังอยู่ในสภาพกึ่งเปลือยเปิดสองเต้าอล่างฉ่างให้ลูกชายดูดนมอยู่แต่ด้วยความที่เค้าก็เป็แค่ผู้ชายคนนึง พ่อม่ายที่ั้แ่เมียตายไปห้าหกปีก็สนใจแต่กับโรงงานไม้และลูกชายโดยไม่ได้ข้องแวะกับหญิงใดเลยพอได้มาเห็นเต้าขาวอวบของลูกสะใภ้คนงามเข้าเต็มๆตาโทนก็ต้องขอทิ้งความเป็สุภาพบุรุษไปชั่วขณะก่อนจะก้มลงไปมองสำรวจความสวยงามและใหญ่โตของูเาสองลูกนี้
ในทีแรกโทนนั้นไม่เคยคิดกับมิ้วในเชิงกามารมณ์เลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะตอนที่เผลอเอามือไปััหน้าอกเธอหรือตอนที่แว๊บเห็นร่างเปลือยของเธอก่อนหน้านี้ก็ตาม
แต่โทนก็ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่เค้ารู้สึกกับมิ้วอย่างนี้มันเป็เพราะว่าพวกเค้าใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากเกินไปหรอหรือเพราะว่าเค้าห่างผู้หญิงมานานเกินไป หรือเป็เพราะว่าพอยิ่งรู้จักมิ้วมากเข้า เค้าก็ยิ่งรู้สึกว่าสาวน้อยคนนี้เหมือนกับเมียรักที่ตายจากไปราวกับแกะกับอย่างนั้นหรอโทนเฝ้าแต่ถามตัวเองอยู่ตลอดเวลา
แต่ไม่ว่ายังไงโทนก็ยังคงรู้สถานะของตัวเองดี เค้าจึงใช้โอกาสที่ไม่รู้ว่าจะมีอีกไหมนี้ใช้สองตาจับจ้องมองหน้าอกอวบเปล่าเปลือยที่กำลังสั่นกระเพื่อมของลูกสะใภ้สาวพร้อมใช้สมองเก็บเกี่ยวภาพอันสวยงามนี้เอาไว้ใช้ในภายภาคหน้า
แต่แล้วก็เหมือนกับมีอะไรบางอย่างฉุดให้โทนเลือกที่จะทำมากกว่าแค่จ้องดูด้วยการเลื่อนมือของตัวเองขึ้นมาบีบคลึงเป้าที่บวมปูดก่อนจะออกแรงบีบขยำแก่นกายไปด้วย
“แอ๊ะแอ๊ะ” เสียงร้องของทิมที่ละจากเต้านมแม่แล้วพยายามจะยื่นมือขึ้นมาเล่นกับปู่ที่โน้มหน้ามาใกล้ทำให้โทนได้สติรีบดึงมือออกจากเป้าของตัวเอง เช่นเดียวกับที่ทำให้มิ้วสะดุ้งตื่นขึ้นมาเช่นกัน
“หือ! มีอะไรจ๊ะ ลูกจ๋า” มิ้วรีบก้มหน้าพร้อมเอ่ยถามลูกน้อยที่กำลังส่งเสียงร้องก่อนที่เธอจะเหลือบเห็นพ่อสามียืนอยู่ใกล้ๆจึงรีบลุกขึ้นมานั่งพร้อมทักทาย “อ๊ะ! คุณพ่อกลับมาแล้วหรอคะสวัสดีค่ะ ขอโทษทีที่หลับไปค่ะ...พอดีว่าทำกับข้าวเสร็จแล้ว ก็เลยมานอนให้นมทิม...แล้วอยู่ดีๆก็วูบหลับไปเลยค่ะ”
“อ๋อมะ....ไม่ต้องขอโทษหรอก พ่อเข้าใจ หนูมิ้วคงเพลียนั่นแหล่ะ” โทนตอบกลับโดยเบือนหน้าหลบไปทางอื่น
ท่าทีของโทนทำให้มิ้วนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ในสภาพเปลือยอกอยู่จึงรีบก้มสำรวจเสื้อผ้าตัวเองก่อนจะร้องลั่นออกมาพร้อมกับดึงเสื้อขึ้นมาปิดคลุม“ว๊าย! ขะ....ขอโทษค่ะที่แต่งตัวไม่สุภาพ”
“ไม่ต้องขอโทษหรอกก็หนูมิ้วกำลังให้นมทิมเค้าอยู่นี่นะ” โทนตอบกลับไปก่อนจะพูดต่อ“งั้นเดี๋ยวพ่อขอขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะ”………………..
ในห้องน้ำของห้องนอนโทน
“ซี้ดดดดลูกมิ้วจ๋า อ้าสสส ซี้ดดดดด โอ้ยยยย อ้าสสส ทำไมนมใหญ่อย่างนี้ อ้าสสสส ซี้ดดดด” โทนร้องครางในขณะที่กำลังชักรูดแก่นกายของตัวเองอย่างรุนแรงโดยหลับตาจินตนาการถึงเต้าคู่งามของลูกสะใภ้สาวเป็ตัวช่วย
“โอ้ยยยยพะ...พ่อจะไม่ไหวแล้ว ลูกมิ้วจ๋า อ้าสสสส ซี้ดดด พ่อจะแตกแล้ว อ้าสสสสสอะ.....โอ้วววววว” สิ้นสุดเสียงร้องโทนก็กระฉูดน้ำกามลงไปบนพื้นห้องน้ำหลายระลอก
หลังจากได้ปลดปล่อยแล้ว ชายแก่ก็ก้มมองน้ำกามขาวขุ่นที่กระจายอยู่เต็มพื้นห้องน้ำพร้อมกับความรู้สึกสมเพชตัวเองที่ต้องมาช่วยตัวเองโดยใช้ภาพเปลือยของมิ้วมาเป็ตัวช่วยแต่เค้าก็ไม่รู้ว่าจะหักห้ามใจตัวเองได้อย่างไร
โทนจึงเลือกที่จะลอบมองเรือนร่างของมิ้วหรือถ้าเกิดโชคดีเหมือนวันนี้ก็อาจจะได้เก็บภาพหน้าอกเปล่าเปลือยแล้วเอาช่วยตัวเองจนเสร็จสมเพียงเท่านั้นก็เพียงพอสำหรับเค้าแล้ว และด้วยความที่โทนยังพอหลงเหลือความเป็สุภาพบุรุษอยู่บ้างเค้าจะไม่มีวันคุกคามหรือล่วงเกินลูกสะใภ้สาวสุดสวยของเค้าอย่างแน่นอนโทนค่อนข้างหนักแน่นในเื่นี้......................
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ที่ห้องกินข้าว
“อ้าว? หนูมิ้ว....เท่ห์มันยังไม่กลับมาอีกหรอเนี่ย” โทนถามลูกสะใภ้สาวที่กำลังตักข้าวสวยใส่จานให้เค้าเมื่อยังไม่เห็นลูกชายของตัวเองโผล่มาทั้งๆที่ได้เวลาอาหารเย็นแล้วในขณะที่หย่อนกันนั่งลงบนเก้าอี้
“อ๋อมะ...เมื่อกี๊พี่เท่ห์ไลน์มาบอกว่าวันนี้จะกลับดึกหน่อยเพราะต้องไปทำรายงานบ้านเพื่อนน่ะค่ะ” มิ้วที่นั่งอยู่ตรงข้ามตอบพร้อมกลับฝืนยิ้มให้โทน
โทนรู้ดีว่ามิ้วก็รู้ว่าเท่ห์ไม่ได้ไปทำรายงานบ้านเพื่อนอย่างที่บอกแต่จะให้เค้าโวยวายออกไปก็รังแต่จะทำให้มิ้วเศร้าโศกซะเปล่าๆโทนจึงยิ้มกว้างออกมาก่อนจะพูด “ลูกมิ้ว....งั้นเราก็มากินกันเลยเถอะพ่อหิวจะแย่อยู่แล้วเนี่ย”
“ค่ะ” พอพูดจบทั้งสองคนก็ก้มหน้าก้มตากินอาหารที่อยู่บนโต๊ะกันอย่างเอร็ดอร่อย
“อืมมม.....แกงเผ็ดอร่อยมากๆหนูมิ้วนี่ทำอะไรก็อร่อยไปหมดเลยนะเนี่ย” โทนกล่าวชมรสชาติอาหารของมิ้วหลังจากกินลงไปแล้วหนึ่งคำโตๆ
“ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆเลยนะคะ คุณพ่อ” มิ้วพูดขึ้นในขณะที่กำลังตักแกงเผ็ดใส่จานขาวให้พ่อสามี
“โอ้....ขอบคุณจ๊ะ” โทนพูดตอบไป ก่อนที่ทั้งคู่จะกินข้าวเย็นกันอย่างสนุกสนานเหมือนเช่นเคย............................