เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นคนเห็นผีในยุค Y2K!

    ตอนที่ 35: ลูกพลับรักป๊ะป๋า

            กว่าจะกลับจาก

            โรงพิมพ์เฮียฮั้วได้ก็เป็นเวลาที่ค่ำมากพอดู

             

            ภานุวัฒน์กับลูกพลับยังได้ข้าวต้มปลาที่เหลือจากการปิดซอยเลี้ยงอาหารเย็นของเฮียฮั้วมากันอีกคนละถุงและขนมอีกสามสี่อย่างเอาไว้ทานตอนดึก ๆ

             

            ยังมีอาหารเหลืออยู่อีกหลายอย่างมากเกินพอจะเททิ้งไตเติ้ลจึงแนะนำให้แม่ค้าแต่ละร้านตักอาหารใส่ถุงแนบช้อนพลาสติกหรือตะเกียบพร้อมทานแล้วให้คนงานของเฮียฮั้วหิ้วไปแจกคนไร้บ้านแถว ๆ ท้องสนามหลวง

             

            ไตเติ้ลจำได้ว่าในยุคปี พ.ศ.2538 นี้สนามหลวงในเวลาที่ไม่ได้มีพระราชพิธีนั้นยังเป็นเขตสาธารณะที่ประชาชนเข้าถึงได้อยู่

             

            ตอนเด็ก ๆ พ่อยังเคยพาเขาไปเล่นว่าวแถวนั้นด้วยแล้วพอตกดึกก็จะมีพวกคนไร้บ้านไปอาศัยหลับนอนใต้ต้นไม้หรือตามป้ายรถเมล์ถ้าที่บ้านเขามีงานบุญแล้วอาหารเหลือเยอะแม่ของเขาก็จะจัดใส่กล่องอย่างดีแล้วเอามาแจกทานให้กับคนเร่ร่อนแถวๆ นั้น

             

            คนเราเนี่ยนะเวลาที่ไม่มีอันจะกินก็อดอยากจนข้าวสักมื้อจะหามาให้อิ่มท้องก็ยังหาไม่ได้แต่เวลาที่มีกินก็มีมากจนเหลือกินเหลือใช้แบบในตอนนี้

            แต่ยังไงก็ตาม มีเหลือดีกว่าอดอยากระหว่างหิวตายกับอิ่มตายเขาขอเลือกอย่างหลังน่าจะดีกว่า

             

            วันนี้ระหว่างทางกลับบ้านภานุวัฒน์ยังแวะซื้อถ่านไฟฉายมาจำนวนหนึ่งด้วยเพราะที่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้และเขาก็รู้ว่ามันจะต้องมืดมากจนมองอะไรไม่เห็นดังนั้นจึงติดถ่านไฟฉายสำรองเอาไว้ดีกว่า

             

            คืนนี้เขาแพลนเวลาเอาไว้ว่าระหว่างที่ลูกพลับนอนหลับจะนั่งแยกกระดาษสีออกจากกระดาษขาวด้วยแสงจากไฟฉายนี่แหละดีกว่าทำงานทำการอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง

             

            หลังจากที่คนเราอยู่ดี ๆ ก็ตายมาโผล่อยู่ในโลกนิยายได้แบบนี้ไตเติ้ลก็เริ่มเห็นคุณค่าในเวลาของชีวิตมากขึ้นคนเราจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ อย่างน้อยวันนี้ให้ปั่นงานเสร็จบ้างสักงานชีวิตในวันพรุ่งนี้ก็น่าจะมีความสุขมากกว่านี้สักเล็กน้อย

             

            "ลูกพลับยังไม่อยากนอนเลยครับป๊ะป๋าให้ลูกพลับช่วยงานด้วยนะครับ"

            เด็กชายพูดเสียงอ้อน ยังมีเอาหน้าเข้ามาซุกไซ้แขนเขาทำเหมือนอย่างกับแมวจนไตเติ้ลรู้สึกขยับตัวไม่ค่อยจะถนัด

             

            "มันดึกแล้วนะครับแสงไฟก็ไม่มีลูกพลับจะมองเห็นเหรอ"

             

            "มองเห็นครับ ลูกพลับสายตาดีมาก ๆ เลยนะครับ"เด็กชายพูดพร้อมกับคลานขึ้นไปนั่งอยู่บนตักของพ่อมีความตั้งใจอยากจะช่วยงานเต็มที่

             

            โอ๊ยยยยยย!ทำไมลูกชายของเขามันถึงได้น่ารักอย่างนี้วะอ้อนขนาดนี้เดี๋ยวก็จับมาฟัดหัวซะให้เข็ดหรอก

             

            ไตเติ้ลคิดในใจแล้วก็เผลอจับหัวลูกชายมาฟัดจริง ๆ อืม…ไอ้หนามจึกๆ ของผมขึ้นใหม่ที่เป็นตอแบบเนี้ย ฟัดมันชะมัดยาดเลย

             

            พอถูกพ่อฟัดลูกพลับก็หัวเราะคิกคักนั่งประจำที่อยู่บนตักของป๊ะป๋าแล้วก็ช่วยแยกกระดาษไปอย่างอารมณ์ดี

             

            ไตเติ้ลสังเกตได้ว่าคืนนี้เจ้าลูกพลับดูเหมือนจะอ้อนพ่อมากเกินปกติถึงจะค่ำมากจนเกินเวลานอนแล้วแต่เจ้าหนูก็ยังไม่ยอมเข้านอนมานั่งช่วยแยกกระดาษสีออกจากกระดาษสีขาวมีความประจบประแจงอยากจะอยู่ใกล้กับพ่อมากขึ้นเป็นพิเศษ

             

            ไม่รู้ไปเจออะไรมารู้แต่ว่าลูกพลับที่เป็นแบบนี้มันน่ารักสุด ๆ ไปเลย

             

            ไตเติ้ลไม่คิดจะห้ามอยู่แล้วเวลาที่เจ้าตัวเล็กอยากจะมาช่วยงานเขานึกถึงตอนที่ตัวเองยังเด็ก ๆ ว่าตอนนั้นเขาก็อยากทำอะไรสักอย่างให้เหมือนกับที่พ่อทำและแสดงให้เห็นว่าตัวเขาเองก็ทำได้เหมือนอย่างพ่อ

             

            เขาอยากให้ผู้ใหญ่เห็นว่าเขาเก่งและได้รับคำชมถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องง่าย ๆ แล้วดูเหมือนกับเด็กเล่นซนในสายตาของผู้ใหญ่แต่สำหรับเด็กแล้ว มันคือเรื่องยิ่งใหญ่เป็นความสำเร็จที่จะทำให้เด็กน้อยคนหนึ่งภาคภูมิใจไปได้จนถึงชั่วลูกชั่วหลานเลยทีเดียว

             

            ไตเติ้ลไม่ได้ให้ลูกพลับช่วยงานไปอย่างเสียเวลาเปล่าระหว่างนี้เขายังสอนลูกพลับสะกดคำ สอนอ่านหนังสือไปเรื่อย ๆ อีกด้วย

             

            การฝึกสะกดคำฝึกอ่านหนังสือนั้นมันไม่ได้จำเป็นว่าเราจะต้องมีหนังสืออยู่ตรงหน้าเขาแค่พูดคำง่าย ๆ ออกมาคำหนึ่งแล้วให้ลูกพลับลองสะกดด้วยปากเปล่าเป็นภาษาไทยแล้วต่อด้วยภาษาอังกฤษเพียงเท่านี้เด็กชายก็ได้ฝึกฝนแล้ว

            เช่นว่า ถ้าเขาบอกว่า ‘กิน’ลูกพลับก็จะพูดคำสะกดออกมาว่า กอ-อิ-นอ กิน ตามต่อด้วยสะกดภาษาอังกฤษ อี-เอ-ที (eat) อ่านว่า อีท แปลว่า กิน

             

            เรียนด้วยการพูดคุย ถามตอบให้สะกดปากเปล่าแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ก็ดูเหมือนว่าลูกพลับจะสนุกและมีความตั้งอกตั้งใจมากขึ้น

             

            แน่ล่ะ!หลักสูตรการสอนของอดีตติวเตอร์ครูพี่เติ้ลเชียวนะมันก็ต้องสนุกมากกว่าไปนั่งฟังครูสูงวัยอ่านหนังสือแบบถอดวิญญาณให้นักเรียนฟังในห้องเรียนอยู่แล้ว

             

            แถมลูกพลับก็เป็นเด็กหัวไว เรียนรู้ง่ายพอเริ่มสอนภาษาอังกฤษให้ด้วยวิธีแบบนี้เด็กชายก็ยิ่งสนุกมากขึ้นเป็นพิเศษ

            หลายครั้งที่ลูกพลับเป็นฝ่ายชี้หรือหยิบสิ่งของรอบตัวมาถามเขาเองเลยว่า อันนั้นภาษาอังกฤษคืออะไรอันนี้ภาษาอังกฤษคืออะไร

             

            ไตเติ้ลพอถูกถามแล้วเขาก็ยินดีที่จะตอบลูกชายทุกครั้งอย่างไม่แสดงความรำคาญใดๆ ทั้งยังแถมสอนสะกดศัพท์คำนั้นในทุก ๆ ครั้งที่ถูกถามอีกด้วย

             

            เด็กชายพอได้คำตอบจากพ่อก็พยายามท่องแล้วก็จำศัพท์คำนั้นใส่หัวลงไปอย่างว่องไวถ้าลูกพลับจำคำศัพท์ได้เขาก็จะลูบหัวลูกชายเบา ๆ เป็นการชมเชยพอทำอย่างนั้นเจ้าลูกพลับก็จะฉีกยิ้มกว้าง หน้าบานอย่างดีอกดีใจ ดู ๆ แล้วก็น่ารักที่สุดในโลกไปเลย

             

            หึ! เด็กคนอื่นในโลกนี้น่ะไม่ว่าจะดูยังไงก็แค่เด็กเปรตที่ไตเติ้ลไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยนักหรอกแต่ลูกพลับนะ เป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย นิสัยดี น่ารักห่างไกลจากคำว่าเด็กเปรตที่สุดในโลกแล้ว

             

            ไอ้โง่เดชานั่นมีลูกชายที่น่ารักขนาดนี้เลยนะแต่กลับไม่ยอมสั่งสอนให้ดี เอาแต่ตบตีลูกทุกวัน ทั้ง ๆ ที่ลูกพลับออกจะเป็นเด็กว่านอนสอนง่ายเฉลียวฉลาด เด็กที่น่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ดันเกิดมาเป็นลูกของสวะแบบนั้นเสียได้ โคตรเสียของเลย

             

            คิดแล้วก็โชคดีจริง ๆ ที่เขาเข้ามาอยู่ในร่างนี้ได้ทันเวลาก่อนที่เด็กดีขนาดนี้จะถูกจิตมารกลืนกินยิ่งเห็นแบบนี้แล้วไตเติ้ลยิ่งคิดอยากจะเลี้ยงเจ้าว่าที่วิญญาณร้ายคนนี้ให้ดีให้มีความสุขที่สุด จิตใจของเด็กคนนี้จะได้แข็งแกร่งเขาจะไม่ยอมให้อำนาจของจิตมารมาทำอะไรลูกพลับที่น่ารักขนาดนี้ได้เด็ดขาดเลย

             

            ชายหนุ่มคิดชื่นชมเด็กน้อยอยู่ในใจวางแผนไปถึงอนาคตในวันข้างหน้าของลูกชายไปแล้วโดยไม่รู้ตัว…

             

            โดยที่ไม่รู้เลยว่าจริง ๆ แล้วที่ลูกพลับคอยหยิบสิ่งของต่างๆ มาถามหาศัพท์ภาษาอังกฤษอยู่เรื่อย ๆ นั้นเป็นเพราะว่าในทุกครั้งที่เด็กชายแสดงออกว่าสนใจและคอยถามศัพท์ต่าง ๆ นั้นป๊ะป๋าของลูกพลับจะมีดวงตาเป็นประกายแสดงออกอย่างชัดเจนเลยว่าชอบที่จะให้เด็กน้อยคอยถามศัพท์โน่นนี่นั่นอยู่ตลอดเวลา

            แล้วถ้าลูกพลับจำคำไหนได้ป๊ะป๋าก็จะยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ เป็นรอยยิ้มที่ดูมีความสุขมาก ๆ

             

            ลูกพลับชอบที่จะเห็นป๊ะป๋ายิ้มแบบนี้ชอบที่จะเห็นป๊ะป๋ามีความสุขทั้งความสุขของป๊ะป๋ายังเกิดขึ้นมาได้เพราะความเก่งของลูกพลับที่จดจำคำศัพท์ที่พ่อสอนให้ได้เยอะมากเด็กชายจึงอดจะดีใจอยู่ลึก ๆ ไม่ได้ว่าเด็กตัวเล็ก ๆ อย่างเขาก็สามารถทำให้พ่อของตัวเองมีความสุขมากๆ ได้เหมือนกัน

             

            ลูกพลับรู้ตัวแล้วว่าพ่อรักเขามากมายขนาดไหนเพราะฉะนั้นเขาก็อยากจะตอบแทนพ่อด้วยการเป็นเด็กดี จะรักพ่อให้มาก ๆ แล้วก็ทำให้พ่อของลูกพลับเป็นพ่อที่มีความสุขที่สุดในโลกให้มากกว่าพ่อของเด็กคนอื่น ๆ เลยด้วย

             

            สองพ่อลูกต่างใจตรงกันโดยไม่รู้ตัว แล้วก็ให้ช่วยกันทำงานสอนหนังสือแล้วก็เรียนหนังสือกันไปอย่างนั้นจนดึกได้ที่ลูกพลับก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าในที่สุด

             

            ช่วงกลางดึกของคืนปลายเดือนพฤศจิกายนอย่างนี้อากาศค่อนข้างเย็นกับบ้านที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ กันลมหนาวได้ไม่เต็มที่ กับเสื้อกันหนาวมือสองราคาถูก ๆ และกับผ้าห่มผืนเล็กเพียงแค่พอดีตัวสองผืนแต่ในหัวใจของสองพ่อลูกเวลานี้กลับไม่มีใครสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นเลย

             

            กับบ้านโทรม ๆ ในสลัมข้างวัดที่กำแพงสองด้านก่อปูนอีกสองด้านเป็นเพียงสังกะสีมุงบังลมมีเพียงแสงจากไฟฉายที่ถ่านใกล้หมดส่องให้ความสว่างเพียงแค่ริบหรี่ หากเพียงแค่นั้นสองพ่อลูกที่นอนกอดกันตัวกลมก็กลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น…

             

            บ้านที่เป็นบ้านบ้านที่จะทำให้คนในบ้านนั้นมีความสุขได้บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องหลังใหญ่โตไม่จำเป็นที่จะต้องมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครันมีเพียงแค่ความรักและความผูกพันให้แก่กันและกันเพียงเท่านั้นก็สามารถสร้างความสุขที่ทำให้จิตใจของเด็กเล็ก ๆ คนหนึ่งจะเติบโตต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง

             

            …..

            ……..

             

            แต่บ้านหลังนี้ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรเลยมากเกินไปหน่อยนะไม่มีแม้กระทั่งไฟฟ้าใช้แบบนี้ ต่อให้หัวใจจะอบอุ่นยังไงแต่มันก็ทำงานทำการได้ลำบากสุดๆ

             

            ไอ้ความสุขสงบในบ้านหลังจน ๆ แบบในนิยายเนี่ยมันมีอยู่จริงซะที่ไหนล่ะถึงตอนนี้จะแฮปปี้นอนหลับอบอุ่นหัวใจทนไม่มีไฟฟ้าใช้อยู่ได้ แต่พอถึงปีหน้า 2539ที่น้ำท่วมซ้ำอีกรอบเถอะ ความอบอุ่นทั้งหมดจะหายไปในพริบตาอย่างแน่นอน

             

            ไตเติ้ลวางแผนว่าจะทนอยู่ที่นี่เพียงแค่อีกไม่เกินปีนี้เท่านั้นถ้าเขารับของเก่าจากโรงพิมพ์มาขายมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 5,000บาทต่อวันติดกันได้ทุกวันแบบนี้งานต่อไปของเขาก็คือต้องตามหาบ้านเช่าอย่างเร่งด่วนรายได้ต่อวันขนาดนี้เขาก็น่าจะเช่าบ้านดี ๆ

             

            ที่อยู่สบายสำหรับสองคนพ่อลูกได้สักหลังอยู่แล้วล่ะ.

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นคนเห็นผีในยุค Y2K! ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    มังกรพลิกสวรรค์

    มังกรพลิกสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    161K 121
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179