ทว่าอี้เฉินกายาเขาเริ่ม ที่จะเกิดรอยแตกร้าวอย่างหนัก ไม่คิดประจุสายฟ้า ภายในชั้นที่8จะรุนแรงได้มากถึงเพียงนี้ ส่งให้เขาต้องกัดกรามไว้แน่น จนเกิดเสียงฟันแตกหักดังออกมาก้อง พร้อมเดินสืบฝีเท้า ไปพร้อมกับร่างที่โชกเลือด
ภาพที่กายาอี้เฉินเต็มไปด้วยบาดแผล พร้อมกับหลุมเลือดน้อยใหญ่ทั่วร่าง แม้แต่กลางหว่างคิ้วยังเกิดรอยปริแตก มองเห็นอวัยวะภายใน ที่เต้นตุ๊บๆ หากผู้คนภายนอกเห็นสภาพที่น่าเวทนา ของอี้เฉินในยามนี้ เกรงว่าพวกเขาคง จะหัวใจวายเป็นแน่
ยังดีที่อี้เฉินมีพลังชีวิตที่สูงล้ำ หมุนโคจรเป็นวัฏจักรแห่งชีวิต ออกมาหล่อเลี้ยงกายาไม่ขาด แม้แต่ความยึดมั่น ไม่มีสั่นคลอนของอี้เฉิน ยังขัดเกลาปราณจิตภายในทะเลความรู้ ของอี้เฉินขึ้นไปอย่างไม่รู้ตัว
วันเวลาที่แสนยากลำบาก ของการสืบฝีเท้า ก้าวเดินของอี้เฉินผ่านไปร่วม7วัน ส่งให้เลือดภายในกาย ที่ไหลรินออกมา ตามรอยเท้าที่ก้าวเดิน เริ่มแปรเปลี่ยน เป็นสว่างพร่างพราว จากการ ที่ธรรมภายในกายอี้เฉินยก ระดับ ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ส่งให้ภาพภายในเจดีย์ชั้นที่แปด กลายเป็นภาพ กลีบดอกไม้สีแดงเลือดอี้เฉิน พร้อมกับธรรม ภายในกาย ที่ถูกกระตุ้นอักษร รูนโบราณขึ้นมา ปลิวว่อน ไปทั่วอาณา ราวกับเป็นทุ่งดอกไม้สีแดงชาด
ก่อนน้ำเสียงมังกรสายฟ้า จะส่งคำพูดออกมาบอกกล่าวอี้เฉิน ครั้นเห็นวิถี ที่ไม่มีใครเลือกเดิน เฉกเช่นชายหนุ่มกระทำ “เจ้าอยากจะตาย เฉกเช่น ปุถุชนคนโบราณ ที่ล่วงลับเช่นนั้นหรือ ถึงเลือกวิถีที่ดื้อดึงเช่นนี้” จู่ๆ ภายในเจดีย์ชั้นที่แปด ก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับอี้เฉิน อยู่ท่ามกลางสระสายฟ้าที่บ้าคลั่ง บัดนี้มันกำลังหมุนวน เผยคมเขี้ยวที่แท้จริงออกมา ประหนึ่งว่ามันเป็น ปากหุบเหวอเวจี ที่รอสูบกลืนวิญญาณอี้เฉินเข้าไป
ทว่าด้านหลังมีประตูทางออกเด่นเป็นสง่า ที่รอให้อี้เฉินเลือกเส้นทางอยู่ แต่อี้เฉินเขา ไม่มีที่ให้ถอยกลับไปแล้ว ต่อให้มีประตูทางออก อยู่ห่างจากเขาไม่กี่ก้าวก็ตาม
อี้เฉินกัดริมฝีปากไว้แน่น ก่อนจะผ่อนลมหายใจลง แล้วนำใบชาหยั่งรู้ออกมาใช้ หากโน้มน้าว เจ้ามังกรสายฟ้าภายในเจดีย์ไม่ได้ อย่างน้อยๆ สถานที่แห่งนี้ ก็เหมาะให้เขาขัดเกลาศักยภาพของตนเอง
ครั้นอี้เฉินนั่งลง สงบจิตใจไม่ให้คิดฟุ้งซ่าน สรรพคุณใบชาหยั่งรู้ จึงค่อยๆ ถูกดูดซับช้าๆ ไม่ได้รีบร้อน แม้สภาพกายาอี้เฉิน ราวกับคนไกล้สิ้นอายุขัย เนื้อตัวเกิดการปริแตกลุกลามไปทั่ว ราวกับกระเบื้องแก้ว ที่จวนจะพังทลายก็ตาม เขากลับยังสงบนิ่งอยู่ได้ ทำให้มังกรสายฟ้า บนชั้นที่ก้าว ปรายตาไปมองอี้เฉินด้วยสายตาลึกล้ำ ก่อนจะละสายตาจากอี้เฉินไป
ภาพผู้คนด้านนอก เองก็เกิดความวุ่นวายไม่น้อยเช่นกัน เมื่อผู้คนเริ่มทยอย ออกไปภายนอกเจดีย์กันอย่างร้อนรน เมื่อรับรู้ว่าเจดีย์เก้าชั้น จู่ๆ ก็ขับเคลื่อนปราณพลัง ขึ้นมาอย่างกะทันหัน เหมือนบัดนี้ มันกำลังย่อยสังหาร ผู้คนภายในเจดีย์อยู่ก็มิปาน ส่งริ้วคลื่นที่น่าหวาดเกรง ออกมาภายนอกไม่ขาด นำพาให้ผู้คนทั่วเมืองหลวง แขนขาสั่นเทา จวนจะยืนไม่อยู่ในทันใด เมื่อเห็นรัศมีคลื่นบางอย่าง ปลดปล่อยออกมา เป็นระลอกคลื่นไม่ขาด
ไม่นานภาพผู้คนทยอย ออกจากเจดีย์เก้าชั้น ค่อยๆ ปรากฏสู่สายตาหมู่ชน แต่ละชั้นของเจดีย์ แสงพร่างพราวค่อยๆ ดับมอดลงช้าๆ จนบัดนี้หลงเหลือ เพียงชั้นที่แปดที่สว่างพร่างพราว มาพร้อมเสียงผู้คนพูดคุย ดังออกมาไม่ขาด ว่าผู้ใด ยังอยู่ภายในสถานที่แห่งนั้นกันแน่
เหล่าศิษย์สำนักใหญ่หลายสำนัก ที่ไม่เห็นเจ้าสำนักของ พวกเขาสืบฝีเท้าออกมา ต่างก็พากันคาดเดาไปต่างๆ นานา แม้แต่สายตายังจับจ้องทางออกเป็นสายตาเดียว
ทว่าเมื่อกลุ่มคนของพวกเขา เห็นใบหน้าเจ้าสำนักของพวกเขา เดินคอตกหน้าเจื่อนออกมา ต่างก็ถอนหายใจออกมายาว “เฮ้อ!! ไม่คิดเลยว่าเจ้าสำนักโลหิต ของข้า จะพ่ายแพ้ให้เจ้าสำนักคนอื่นๆ เสียได้”
เหล่าศิษย์สำนักจันทราคราม แห่งอาณาจักรสายธาร พวกเขาเองก็ส่ายหัวออกมาเช่นกัน ไม่คิดว่าเจ้าสำนักหนุ่มที่เก่งกาจ จะออกมาก่อนเวลาเช่นนี้ “ดูท่าเจ้าเจดีย์9ชั้นนี้ จะไม่ธรรมดาเสียแล้ว แม้แต่เจ้าสำนักหนุ่มที่เก่งกาจ ยังไม่สามารถพิชิตได้”
ด้านศิษย์สำนักหยกที่รับแต่ศิษย์สตรี เข้าสำนัก ครั้นพวกนางเห็น เจ้าสำนักหญิงชรา เดินสืบฝีเท้าออกมา ด้วยใบหน้าเคร่งขรึม แววตามองย้อนกลับไปยังเจดีย์เก้าชั้น ด้วยสายตาคมกล้า เมื่อเห็นแสงของชั้นที่8สว่างพร่างพราว ไม่มีท่าทีว่าจะดับมอดลง ตัวนางจึงถอนหายใจออกมาน้อยๆ “เฮ้อ!! ช่างน่าเสียดาย ทว่าหากไม่ใช่เขาก็คงไม่มีใครพิชิตได้”
แล้วยิ่งเห็นเจ้าสำนักมังกร หวังชง สืบฝีเท้าออกมา เสียงโหร้องยินดี ของศิษย์สำนักเพลิงผลาญ ก็ดังออกมาลั่นในทันใด “พี่ถานเอ๋อร์ หรือว่าผู้ที่อยู่ชั้นที่แปด จะเป็นเจ้าสำนักเพลิงผลาญของพวกเรา”
“อืมๆ ข้าว่ามันต้องใช่ อย่างแน่นอน”
“ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งนัก หากข่าวคราวนี้ แพร่งพรายออกไป ต้องเป็นข่าวใหญ่ในรอบปีแน่” ครั้นคำพูดพวกนั้น กล่าวพูดออกมาดังก้อง ความเย่อหยิ่ง โอหังของพวกศิษย์สำนักเพลิงผลาญ ก็ผุดพราย ขึ้นมาบนใบหน้าพวกเขาในทันใด
ทว่ามีเพียงเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายที่รับรู้ ว่าเป็นผู้ใดที่อยู่ชั้นที่8 พวกเขาต่างก็ยิ้มแห้งๆ ออกมาให้เหล่าศิษย์ ที่ไต่ถามกันออกมาไม่ขาด ว่าผู้ใดอยู่บนชั้นที่8กันแน่
ถานเอ๋อร์ นางที่หยิ่งผยองเป็นทุนเดิม ยิ่งวางมาดราวกับเป็นราชินี ใส่ผู้คน ทว่าทันใดใบหน้านางก็พลันแข็งค้าง ห่างคิ้วสั่นกระตุกน้อยๆ เมื่อแสงวาบปรากฏ ออกมาจากบริเวณทางออก สู่ครรลองสายตานาง “เป็นไปได้อย่างไร เจ้าสำนักเพลิงผลาญ ไม่ได้อยู่ชั้นที่8เช่นนั้นหรือ?”
ภาพชายแก่ เดินสืบฝีเท้า เข้ามาหาเหล่าศิษย์ ต่างก็พาให้เหล่าศิษย์สำนักเพลิงผลาญ เบิกตาอ้าปากค้างไปแล้วในยามนี้ ก่อนน้ำเสียงผู้คน จะหายจากการตกใจ ไต่ถามเหล่าเจ้าสำนักของพวกเขา ออกมาดังก้อง ว่าผู้ใดกันแน่ อยู่ภายในชั้นที่แปดบัดนี้
ถานเอ๋อร์ นางที่จับจ้องทางออกมาตลอด คนที่นางผูกใจเจ็บ ที่สุดบัดนี้กลับไม่ออกมา นางกล่าวพูดออกมา ด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา “เดี๋ยวนะหรือว่าจะเป็นเขา ไอ้เด็กหนุ่มผมขาวคนนั้น”
แม้เสียงเล็กแหลมหญิงสาว จะกล่าวออกมาไม่ดังมาก แต่ก็เสียดแทง เข้าไปภายในโสตประสาท ของพวกเขาเหล่าเจ้าสำนักไม่น้อย ..เจ้าสำนักชรา สำนักเพลิงผลาญ ไต่ถามหญิงสาวในกรอบสายตาของเขาทันที “ถานเอ๋อร์ เจ้าคงจะไม่ได้ก่อเรื่องอะไร ไว้หรอกกระมัง?”
หญิงสาวตัวสั่นเทา อยู่ไม่น้อย เมื่อได้ยินน้ำเสียง ที่แฝงไว้ด้วยแรงกดข่ม “คือพวกข้าทะเลาะ กระทบกระทั่ง กับชายหนุ่มผมขาว ผู้นั้นนิดหน่อย”
ผู้อาวุโสอีกท่าน กล่าวเสริมให้ท้าย คนภายในตระกูล ของเขาด้วยความเชื่อมั่น “ท่านเจ้าสำนัก ก็แค่เด็กเมื่อวานซืนแค่คนเดียว เหตุใดท่านเจ้าสำนัก ต้องเก็บมาใส่ใจ”
เจ้าสำนักเพลิงผลาญ ครั้นได้ยินเขาห่างคิ้วสั่นกระตุกถี่ยิบ พร้อมกับฝ่ามือที่ตบใบหน้า ตนเองออกมาก้อง ภาพนั้นต่างก็พาให้ผู้คนประหลาดใจ ‘หากอี้เฉินผูกใจเจ็บ ได้กลายเป็นเรื่องใหญ่แน่’
ชายชราแค่นเสียงดุใส่ผู้อาวุโสผู้นั้นทันที “เจ้าหุบปากเงียบไว้ แค่นี้ก็ดูไม่ออกเช่นนั้นหรือ ว่าใครเป็นมังกรซ่อนเล็บ ใครเป็นหมาขี้เรื้อน” คำพูดกล่าวติเตียน ส่งให้ผู้อาวุโสท่านนั้น หน้าเขียวคล้ำไม่น่ามอง ในทันใด
ก่อนน้ำเสียงเจ้าสำนักมังกร จะกล่าวใส่ไฟ พอจะรู้นิสัยของอี้เฉินอยู่บ้าง “เกรงว่าสำนักเพลิงผลาญ คงจะเหลือแต่ชื่อแล้วกระมัง เจ้าสำนักเพลิงผลาญ ฮ่าๆ”
คำพูดนั้นของเจ้าสำนักมังกร ต่างก็พาให้เหล่าอนุชนโดยรอบ นิ่งอึ้งตะลึงงัน “เพียงเด็กหนุ่มเพียงผู้เดียวจะสามารถ ถล่มสำนักเพลิงผลาญ ที่ยิ่งใหญ่ได้เลยเชียวหรือ” เหล่าศิษย์อนุชน ต่างก็ไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน
“อย่าว่าแต่สำนักเพลิงผลาญเลย หากเขาคิดจะกวาดล้าง แม้แต่พวกราชวงศ์จันทรา ก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเสียด้วยซ้ำ”
เจ้าสำนักเพลิงผลาญ กล่าวพูดขึ้นมา มันก็ทำให้ผู้คนเก็บปากเงียบในทันใด แม้แต่เหล่าเจ้าสำนักที่ ไม่ค่อยลงรอยกัน ยังพยักหน้าขานรับอย่างพร้อมเพรียง ชนิดที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน
พวกเขาต่างก็รับรู้ได้เป็นอย่างดี ระดับขั้นพลังเทพสวรรค์ กับขั้นพลังเทวะขั้นสุด มีความห่างชั้นขนาดใหญ่ ที่ขวางกั้นพวกเขาอยู่ แล้วยิ่งเวลาผ่านไปถึง7ปี เช่นนี้ไม่รู้พลังของอี้เฉิน จะมีมากมายถึงขนาดไหน ในช่วงเวลานี้
สำนักเพลิงผลาญ ย้ำเตือนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ถานเอ๋อร์ แม้เจ้าจะยังเป็นเด็กอายุ15-16ปี แต่เจ้าต้องขอโทษอี้เฉิน กลบฝังเรื่องบาดหมางของเจ้าลงเสีย ไม่ให้มีบาปที่ติดค้างต่อกันอีกต่อไป”
เด็กสาวหน้างอคอตก ขานรับคำของเจ้าสำนักอย่างหนักแน่น แม้แต่นามของอี้เฉินบัดนี้ ยังถูกเหล่าศิษย์ไต่ถามเหล่าผู้อาวุโส โดยรอบออกมาไม่ขาด ก่อนพวกเขาจะแยกย้าย ไปพร้อมพายุลูกใหญ่ ที่กำลังจะก่อตัวขึ้นมา ภายในดินแดนเบื้องล่าง จากข่าวคราวของอี้เฉิน