หากการโต้ตอบในครานี้อาจจะมิใช่เวลาอันสมควรความร้อนระอุของบทสนทนาจะเพิ่มขึ้นหากไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่คอยฉุดรั้งเอาไว้นางก็มิใช่สตรีที่ไร้เหตุผลความแข็งแกร่งของนางเป็นเครื่องยืนยันความมุ่งมันชั้นยอด
หากเป็นเช่นนี้แล้วการถามหาเหตุผลในภายหลังอาจจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า เหิงเยว่จึงเริ่มรับประทานอาหารเช้าตรงหน้าในทันทีโดยหยุดบทสนทนาไว้เพียงแค่นั้น
ความอึดอัดและพูดไม่ออกเริ่มเพิ่มขึ้นทีละเล็กทีละน้อยจนกระทั่งเหิงเยว่เป็นฝ่ายทนไม่ไหวจึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน
“ระหว่างการต่อสู้มันมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นกับแขนกลของข้า ท่านพอจะรู้อะไรบ้างหรือไม่ ท่านจิวซื่อ”
นางสบตาเหิงเยว่พร้อมหยุดมือแต่ก็ไม่ได้กล่าวตอบอะไร เหมือนกับเป็นสัญญาณบอกว่านางกำลังฟังอยู่ ให้เริ่มเล่าต่อได้
เหิงเยว่จึงเล่าถึงการดูดซับละอองปราณที่ไหลเวียนอยู่รอบแขนกลของเขาหลังจากที่รับกระบวนยุทธของอีกฝ่าย
“ที่เจ้าพูดเป็นเรื่องจริงงั้นหรือ” เหิงเยว่พยักหน้าแทนการเอ่ยตอบในคำถามนี้
“ถ้าหากนั่นเป็นเรื่องจริงแล้วล่ะก็เจ้าอย่าบอกความสามารถนี้กับใครอื่นอีก... เพราะตามตำราของผู้ฝึกยุทธในหลาย ๆสำนักแล้ว ไม่มีวรยุทธใดเลยที่สามารถทำเช่นนี้ได้ อย่างมากที่สุดก็แค่ การถ่ายโอนพลังปราณให้ผู้อื่นเพียงไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วนของพลังปราณทั้งหมดเท่านั้นแล้วใช่ว่าการทำเช่นนั้นจะประสบความสำเร็จเสมอไปหากล้มเหลวจะต้องมีใครสักคนหนึ่งสูญเสียวรยุทธไป มันจึงเป็นวิชาที่ไม่มีใครฝึกกันหรือว่านี่จะเป็นเพราะ...” หลังสาธยายออกมาอย่างไม่ขาดสายและได้พักหายใจนางก็เริ่มพึมพำบางอย่างที่เหิงเยว่ฟังไม่ออก
ดูจากอาการของนางแล้วก็คงไม่ได้โกหกอะไร หากลองคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วมันก็เป็นไปตามที่นางว่าจริง ๆ เพราะส่วนใหญ่แล้วผู้ฝึกยุทธจะสูญเสียเวลาไปกับการบ่มเพาะพลังปราณและฝึกฝนท่วงท่าวรยุทธสิ่งที่ช่วยลดเวลาก็มีเพียงโอสถบ่มเพาะหรือทักษะการบ่มเพาะพลังปราณเท่านั้น
หากการดูดซับพลังปราณจากผู้อื่นสามารถทำได้ระยะเวลาเหล่านั้นก็จะลดลง และพลังปราณก็จะเพิ่มมากขึ้นในทุกการต่อสู้อีกด้วยทักษะที่แสนนอกรีตนี้เปี่ยมไปด้วยข้อดี ทว่าสิ่งที่ขาดไปก็คือเงื่อนไขของมัน
สิ่งที่รู้อยู่มีเพียงหนึ่งเดียวนอกจากความสามารถแล้วเขาก็ไม่รู้สิ่งอื่นอีกเลย จะต้องทำเช่นไรถึงจะใช้งานทักษะนี้ได้นี่เป็นปัญหาแรกที่เขาพบเกี่ยวกับพลังนี้
“จิวซื่อ...จิวซื่อ”เหิงเยว่เรียกนางเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกครั้ง “จิวซื่อ!”และในครั้งสุดท้ายก็ดูเหมือนจะดึงนางออกมาจากภวังค์ได้สำเร็จ
“อ...อะไรเจ้ามีอะไรจะพูดกับข้างั้นหรือ” นางสะดุ้งเพราะความตกใจจากเสียงเรียกของเหิงเยว่
“เปล่าข้าเพียงแค่อยากจะบอกท่านว่า หากไม่รีบทานอาหารตรงหน้าให้หมด ความอร่อยของมันคงจะลดลง”
“ขอบใจที่ช่วยเตือน”