สายลมพัดหนาวเหน็บ เจ็บก้าวขาแข็งไร้เรียวแรงอ่อนเอนโหมนำพาร่างนั้นแว่วเสียงขลุ่ยขับกล่อมราวต้องมนตร์สะกดแนบจิติญญา
ชายหนุ่มพรรคมารนามเฉินฟูฟู่เร่งฝีเท้าปานจะขาดใจด้วยความหนาวสั่นสะท้านไปทั่วร่างมือถือผลึกนำทางส่งเสียงบอกตลอดก้าวเดิน
“เซียวหูหลี่อีกนานแค่ไหน ข้าจะก้าวไม่ไหวแล้ว”ชายหนุ่มล้มตัวลงนั่ง
“นายท่านอีกไม่กี่ชั่วยามก็น่าจะถึงแล้ว”
“นายทงนายท่านอะไรเ้าเรียกชื่อข้าก็พอแล้ว ข้าและเ้าเท่าเทียมไม่แบ่งชนขั้นใดๆ
เราไปกันต่อเถอะ”
“เ้าค่ะ ท่านเฉินตรงไปทางทิศตะวันออกอีก 200 ลี้ก็จะเห็นทางเข้าป่าไผ่ร้อยบุปผา แต่ว่า..”
“แต่ว่าอะไร เซียวหูหลี่เ้าพูดต่อสิ”
“นักฆ่าผู้นั้นคงเตรียมคำตอบไว้ให้ท่านแล้ว”
“เหมือนเ้าจะรู้คำตอบก่อนข้าเสียแล้วนะแม่จิ้งจอกน้อยเอาล่ะรีบไปกันเถอะข้าอยากรู้คำตอบจาก นักฆ่าผู้นั้นแล้ว”จอมยุทธ์หนุ่มร้องบอก
ป่าไผ่ร้อยบุปผา…
เสียงขลุ่ยขับขาน สายลมผันผ่าน ใบไม้ล่วงหล่นปะปนหยอกเหย้า เหงาเศร้าเคล้าน้ำตา คะนึงหาผู้มาเยือน
“เซียวหูหลี่นั่นใช่ไหม ป่าไผ่ร้อยบุปผา”เฉินฟูฟู่ร้องขึ้น
“ป่าไผ่แห่งนี้ห่างดูเพียงผิวเผินก็เหมือนป่าไผ่ทั่วไปแต่มันซ้อนความพิสดารไว้ให้ผู้มาเยือนเสมอท่านจะต้องตราตรึงไปอีกนานแสนนาน”จิ้งจอกสาวกะพริบตา
“คำพูดของเ้ามันแปลกๆชอบกลหรือว่า”เสียงขลุ่ยจบลงด้วยคำพูดของผู้เฝ้ารอ
“เซียวหูหลี่เ้าทำได้ดีมาก”จิ้งจอกสาวโผตัวออกจากผลึกสีเงินแล้วยืนก้มคารวะผู้เป็นาย
“เซียวหูหลี่บอกข้าสิว่ามันไม่ใช่เื่จริง นักฆ่าผู้นี้บังคับเ้าให้ทำข้าจะไม่ถือโทษโกรธเ้าเลยแม้แต่น้อย บอกข้ามาสิบอกมา...”ชายหนุ่มล้มลงคุกเข่าเปล่งเสียง
“เซียวหูหลี่บอกเ้ามารน้อยผู้นี้ไปสิว่าแท้จริงแล้วเ้าเป็ใครกัน”นักฆ่าชุดดำพูด
“ข้าน้อยเซียวหูหลี่เป็สัตว์ยุทธภพระดับเทพผลึกสีน้ำเงินผู้เฝ้าป่าไผ่ร้อยบุปผาแห่งนี้”
“แสดงว่าพวกเ้ารวมหัวกันหลอกข้าเซียวหูหลี่เ้ามาเพื่อนำทางข้ามาที่นี่ และชิงเหลียนก็กลายเป็หมากตัวหนึ่งสินะที่ทำให้ดูสมจริงแล้วตอนนี้พวกเ้าจับตัวนางไปไว้ที่ไหนรีบบอกมานะ”เฉินฟูฟู่ลำดับความคิด
“ถึงบอกไปเ้าจะมีปัญญาอะไรไปช่วยนางแค่ปราณระดับพื้นฐานเอาตัวเองให้รอดก่อนจะดีไหมเฉินฟูฟู่”นักฆ่าชุดดำเหวี่ยงแซ้ไปเพื่อดึงชายหนุ่มให้มาล้มตรงหน้า
“แต่เดี๋ยวก่อนกลิ่นกายของเ้าเหมือนเด็กผู้หญิงที่ข้าเคยรู้จักไม่สิตอนนี้นางน่าจะเป็สาวรุ่นราวคราวเดี๋ยวกับข้ากลิ่นหอมนั้นข้ายังจำได้เสมอหรือว่าเ้าฆ่านางแล้วขโมยน้ำหอมจากนางมาใช่ไหมหากข้ามีปราณพลังที่แข็งแกร่งกว่านี้ข้าจะแก้แค้นให้นางผู้นั้นที่ข้าไม่เคยลืม”ชายหนุ่มหลับตาลงเพื่อหวนคืนความทรงจำ
ณ บ้านตระกูลเฉิน
“คงจะหิวมากสินะ เ้าหลบที่นี่ก่อนเดี๋ยวข้าจะเอาหมั่นโถวมาให้นะ”เด็กหนุ่มเดินย่องเข้าไปในครัวและกลับออกมาด้วยหมั่นโถลูกใหญ่
“กินให้อิ่มก่อนแล้วเ้าค่อยไปคนพวกนั้นอาจตามมาฆ่าเ้าอีก”ตอบกลับด้วยการพยักหน้า
“เ้าเป็ใบ้หรือไง เอาแต่พยักหน้าข้าต้องรีบไปก่อน หากท่านพ่อ ท่านแม่มาเห็นเข้า อาจทำให้เ้าเดือดร้อนไปด้วย”
“นายน้อย นายน้อย อยู่ที่ไหนขอรับนายท่านกลับมาแล้วขอรับ”
“เ้ามุดออกไปตรงนั้นรับรองปลอดภัยข้าใช้มันอยู่บ่อยๆ”ปลายนิ้วชี้ไปที่โพรงหญ้าข้างกำแพง
“หวังว่าเ้ากับข้าคงจะได้พบกันอีกครั้งกลิ่นกายของเ้ามันจะช่วยให้ข้าจำเ้าได้อย่างแน่นอนรีบไปก่อนเถอะ แล้วนั่นเ้าจะทำอะไร”เด็กผู้หญิงหน้าตามอมแมมเดินเข้าหาแล้วหอมแก้มเขาเป็การตอบแทนและรีบวิ่งไปที่โพรงหญ้าตามที่เขาบอกแต่นายน้อยเ้าของบ้านได้แต่ยืนจับแก้มนิ่งไปชั่วครู่
“เฉินฟูฟู่เ้าจะยืนหลับตาอีกนานแค่ไหน”เสียงเรียกที่ทำให้เขาออกจากภวังค์
“ข้าแค่หลับตานึกถึงสหายในอดีตที่ข้าเคยช่วยไว้และหวังว่านางจะยังมีชีวิตอยู่แม่นางหมั่นโถว”
“ตอนนี้เ้าเอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อนจะดีกว่ารู้หรือไม่ว่าข้าจะมอบความตายให้เ้าอย่างไร”นักฆ่ากระแทกเสียงจนอีกฝ่ายหันไปสบตาและแววตาคู่นั้นชายหนุ่มจำได้ในครั้งนั้น
“ว่ามา ข้าพร้อมรับความตายนั้นแล้วหากมันจะช่วยให้เ้าคลายความแค้นนั้นลงได้”ชายหนุ่มรับคำ
“ข้าจะให้เ้าใช้ชีวิตในป่าแห่งนี้จนกว่าข้าจะพอใจ”นักฆ่าชุดดำพูดขึ้น
“ฆ่าข้าเลยดีกว่าเื่นี้จะได้จบข้า้าความตายจากปลายดาบเ้า”ชายหนุ่มเงยหน้าชันคอแล้วหลับตา
“ฆ่าเ้ามันง่ายเกินไปข้าจะทรมานเ้าให้ตายทั้งเป็กับสิ่งที่เ้าเคยทำไว้กับข้า”
“ข้าไปทำอะไรไว้กับเ้าก็เ้าเป็นักฆ่าฆ่าตามคำสั่งนายจ้าง ตัดหัวข้าไปสิ แล้วก็ใช้เงินอย่างสำราญ เร็วๆหน่อยสิข้าอยากตายแล้ว ขอให้ภพหน้าข้าได้เกิดมาเป็จอมยุทธ์ที่ท่องไปในยุทธภพอย่างสำราญใจไม่มีใครตามฆ่าเฉกเช่นภพนี้ด้วยเถิด”ชายหนุ่มหลับตา
“เซียวหูหลี่เ้าจงนำตัวเ้าหนุ่มพรรคมารผู้นี้ไปที่กระท่อมไม้ไผ่แล้วเฝ้าไว้ให้ดีรอคำสั่งจากข้าเท่านั้น”
“ข้าน้อยทราบแล้ว”จิ้งจอกสาวโค้งคำนับ
“เ้าทำตัวลึกลับและยิ่งมีกลิ่นหอมแบบนี้ยิ่งทำให้ข้าอยากรู้ว่าเ้าเป็ใครกันแน่หวังว่าเ้าจะทบทวนในสิ่งที่กำลังทำเพราะนั่นอาจทำให้เ้าเสียใจไปชั่วชีวิตแต่หอมจริงๆนะขอบใจที่ยังต่อลมหายใจให้กับข้าเฉินฟูฟู่ผู้มีแต่คนอยากฆ่า”เซียวหูหลี่ผายมือเพื่อให้ชายหนุ่มไปตามคำสั่งผู้เป็นาย
ณ กระท่อมไม้ไผ่
ค่ายกลไม้ไผ่ ใบนั้นล่วงหล่น สับสนชินตาปักษาเจื้อยแจ้ว แว่วเสียงพิณเสนาะ เคาะสั่นสำเนียง พิฆาตม้วยสิ้น ปรมาจารย์ กล่าวขานนั้นไซร้ บรรลุแตกฉาน กำหนดจิตมั่นก้าวสู่ฝึกตน แรกเริ่มสับเปลี่ยน หมุนเวียนรับรู้ ห่วงหาหนึ่งเดียว เข้าถึงปราณเทพ สรรพสิ่งรู้ ไร้ทิศะเบิกฟ้าปราบเซียน มุ่งรู้แปรเปลี่ยน ผ่านฟ้าเบิกทาง
“ตัวอักษรในแผ่นหินคงเป็เคล็ดวิชาสำหรับผู้ฝึกตนสินะเซียวหูหลี่ตลอดทางเ้าไม่พูดอะไรกับข้าเลยสักคำเดียวเ้าอย่าห่วงไปเลยข้าไม่โกรธเ้าหรอกสบายใจได้อย่างน้อยเ้าก็ไม่คิดจะฆ่าข้าั้แ่แรกที่เราพบกันเราเป็เพื่อนกันได้นะ”นายน้อยพรรคมารหันไปพูดกับแม่นางจิ้งจอกขาวแต่นางกลับนิ่งเฉยเหมือนกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
“ค่ายกลผันแปรแปรเปลี่ยนสรรพสิ่ง”จิ้งจอกสาวร้องขึ้น
ใบไผ่หมุนเป็เกลียวคลื่นจนกลายเป็กระท่อมไม้ไผ่มีพื้นที่ใช้สอยและมีบ่อน้ำ เครื่องมือทำไร่ ทำสวน ขุดเจาะแปลงดิน ดาบธนูเพื่อล่าสัตว์ และดำรงชีวิตในวีถีชาวยุทธ์บ้านป่า
“เ้าร่ายเวทมนตร์อะไรเซียวหูหลี่ถึงมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ข้าไม่ได้ฝันไปนะ”ชายหนุ่มขยี้ตาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า
“เชิญท่านเข้าพักในกระท่อมก่อน”
“แล้วเ้าล่ะ”สาวน้อยโค้งคำนับและะโขึ้นไปบนหลังคาบ้านแล้วกลายร่างเป็จิ้งจอกล้มตัวลงขดตัวนอนไม่สนใจคำถามต่อจากนั้นส่วนนักฆ่าชุดดำก็ยังเฝ้ามองชายหนุ่มและยังคงคิดถึงเื่ราวในอดีตและหมั่นโถวลูกใหญ่ที่ครั้งหนึ่งมันอร่อยจนน้ำตาแทบเป็สายเืหญิงสาวกระชับอาวุธในมือไว้แน่นและะโลอยหายไปในป่าไผ่
“เ้าแอบมองข้าหรือเ้าจะเป็แม่สาวน้อยหมั่นโถวจริงๆรับเงินแล้วก็ต้องฆ่าหรือนางไม่อยากฆ่าเอาเถอะตอนนี้ท้องข้ามันร้องหิวจนแสบไส้ไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน”ชายหนุ่มพึมพำหวังว่าจะให้จิ้งจอกสาวได้โต้ตอบแต่นางกลับปิดเปลือกตานิ่งเฉย
“ข้าหิว ข้า้าอาหารใครจะช่วยข้าได้”ชายหนุ่มร้องลั่นแต่ไร้การตอบรับใดๆ
เฉินฟูฟู่เหลือบไปเห็นคันเบ็ดที่พิงอยู่ข้างๆแคร่ไม้ไผ่ราวกับจัดเตรียมไว้ให้เพื่อให้เขาได้ใช้มันในการหาปลาแต่จะใช้อะไรล่อปลาให้มากินเบ็ดเขารีบหยิบคันเบ็ดและกระป๋องใส่เหยื่อที่วางอยู่ไม่ห่างกันและคิดอะไรบางอย่างได้เขาหยิบจอบและแบกมันไว้ที่บ่าเดินออกไป จิ้งจอกสาวลืมตาและะโตามมาเหมือนจะตามไปเฝ้าทุกฝีก้าว
“ในที่สุดเ้าก็ตื่นไม่ต้องกลัวว่าข้าจะหนีหรอกนะข้าหิวจนไส้จะขาดแล้วไม่มีแรงหนีแน่นอนแต่ตอนนี้ข้า้าเหยื่อเพื่อมาตกปลา”จิ้งจอกขาวกลายร่างและเดินตามเขาไม่ห่าง
“ท่าน้าเหยื่อเพื่อตกปลาข้าพอจะแนะนำท่านได้ทางด้านโน้นจะมีคันดินปลูกผักอาจมีเหยื่อที่ท่าน้าก็ได้นะ”จิ้งจอกสาวนำทางไปชายหนุ่มเดินตามอย่างเหนื่อยหอบกับเมนูอาหารครั้งนี้
เฉินฟูฟู่วางคันเบ็ดและกระป๋องใส่เหยื่อแล้วจับด้ามจอบด้วยมือทั้งสองข้างพยายามส่งแรงและสับมันลงไปในดินจนเกิดหลุมเล็กๆแต่มันก็ยังไม่กว้างพอที่จะหาเหยื่อที่เขา้านั่นคือไส้เดือนเวลาผ่านไปหลายชั่วยาม เขาหงายฝ่ามือที่แดงและพองนูนเหมือนมีน้ำอยู่ข้างในไม่นานมันก็แตกและถลอกจนกลายเป็แผลและตอนนี้เหยื่อก็มากพอกับการตกปลาครั้งนี้