รามิล เก็บของจุกจิกบนโต๊ะทำงานยัดใส่กล่อง
ั้แ่เย็นวันนี้เป็ต้นไปเขาจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกแล้ว
สิ้นสุดกันทีสำหรับความอดทนที่ผ่านมาเขาทุ่มเทให้กับงานจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนส่วนตัว แต่สุดท้ายกลับถูกหัวหน้าแผนกหาเื่บีบให้ออกเพียงเพราะหัวหน้าแผนก้าเอาญาติของตนมาทำงานในแผนกนี้...ทั้งที่รามิลใกล้จะผ่านการทดลองงานอยู่รอมร่อแล้ว
‘เหอะ...ไว้อชิกลับมาเมื่อไหร่ ไอ้หัวหน้า...แกโดนแน่’
เขาคิดอาฆาตมาดร้ายในใจเพราะเชื่อมั่นในความรักหนักแน่นมั่นคงของอชิระ ผู้เป็ลูกชายเ้าของบริษัทแห่งนี้
เขารู้จักกับอชิระมาั้แ่มัธยมปลายและด้วยความที่ถูกอัธยาศัยกัน จึงพากันสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันอชิระสอบติดคณะบริหารธุรกิจ ส่วนตัวเขาสอบติดคณะวิทยาศาสตร์
และด้วยความที่อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน อชิระก็มักจะเทียวไปเทียวมาระหว่างสองคณะ จนปีที่สาม...อชิระก็ขอคบหาเป็แฟนกับเขาอย่างเปิดเผย
เขาเห็นว่าอชิระมีความมั่นคงจริงใจดังนั้น...คนปิดกั้นตัวเองเช่นเขา จึงยอมตกปากรับคำเป็แฟนกับอชิระ
จนเมื่อทั้งสองเรียนจบปริญญาตรีอชิระก็ถือโอกาสที่บริษัทของครอบครัวกำลังเปิดรับพนักงานใหม่...ส่งแฟนของตัวเองไปสมัคร
ด้วยความสามารถที่เพียบพร้อมของรามิลจึงทำให้เขาผ่านการทดสอบของแผนกบริหารงานบุคคล โดยไม่ต้องใช้เส้นสายของคนรัก
แต่ ชะตาชีวิตรักมักมีอุปสรรคเมื่อพ่อแม่ของอชิระเริ่มระแคะระคายว่าลูกชายมีรสนิยมที่เบี่ยงเบนไปจากที่พ่อแม่คาดหวัง ทั้งสองท่านจึงตัดสินใจส่งอชิระไปเรียนต่อที่กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ
“มิล...มิล”หญิงสาวร่างท้วมเรียกเขาอยู่ห่างๆ
“นายรามิล”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่ยืนเหม่อ เธอจึงเรียกชื่อเต็มของเขาด้วยเสียงดังฟังชัด
รามิลสะดุ้งเฮือกในใจหันขวับไปมองทางต้นเสียง
“แต้ว?”ริมฝีปากบางอมชมพูอุทานเบา แล้วถามหญิงสาวว่า
“ยังไม่กลับหรือ?”
ตอนนี้เป็เวลาเกือบหนึ่งทุ่มพนักงานทุกคนออกจากออฟฟิศกันหมดแล้วมีเพียงเขาที่ยืนเก็บของใช้ส่วนตัวบนโต๊ะทำงานลงในกล่อง
“ฉันเห็นรถนายจอดอยู่เลยย้อนกลับมาดู” แต้วมาใกล้รามิล แล้วมองกล่องที่ตั้งบนโต๊ะทำงานของเขา ใบหน้าอวบอิ่มอมยิ้มเศร้า
“นายจะไปวันนี้เลยหรือ?”
“อืม...เมื่อวานยื่นใบลาออกละ”รามิลพยักหน้า
“ฉันรู้ว่าอีตาหัวหน้าประสิทธิ์มันพยายามบีบแกออกจากงานคนอื่นในทีมเรารู้กันทั้งนั้น แต่แกน่าจะทนต่ออีกสักหน่อย แกสนิทกับคุณอชิระไม่ใช่หรือ?ฉันได้ข่าวว่า อีกสองเดือนคุณอชิระจะกลับละ” แต้วบอก
“อีกสองเดือน?เธอไปเอาข่าวนี้มาจากไหน?”
รามิลทำหน้างงเขาและอชิระวิดีโอคอลหากันประจำ แต่ไม่เห็นว่า อชิระจะพูดเื่นี้เลย
“เพื่อนของฉันที่อยู่แผนกประชาสัมพันธ์บอกก็เมื่อเร็วๆนี้ เลขาของเ้าสัวมาขอให้ทางประชาสัมพันธ์ช่วยเื่ประกาศข่าวงานหมั้นของคุณอชิระ”
“งะ...งานหมั้น?”รามิลอุทานใจนทำปากการ่วง
“อืม”แต้วมองรามิลอย่างแปลกใจ
“นี่...นายไม่รู้หรือว่าคุณอชิระจะหมั้นกับลูกสาวของเพื่อนเ้าสัว ฝ่ายผู้หญิงทั้งสวยทั้งรวย มีข่าววงในว่าเธอไปหาคุณอชิที่ลอนดอนด้วย พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายต่างสนับสนุนให้ทั้งคู่แต่งงานกัน”
รามิลกำมือแน่นเขารู้สึกชาไปหมดทั้งตัว หัวเข่าอ่อนยวบจนถึงกับต้องทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้
“เป็เื่จริงหรือ?”น้ำเสียงของเขาเบาวิบราวหัวใจจะหมดแรง
แต้วไม่ทันสังเกตสีหน้าเพื่อนร่วมงานเธอจึงยืนยันหนักแน่น
“จริงว่าที่คู่หมั้นของคุณอชิ ชื่อคุณโบว์ เธอเคยมาที่บริษัทหลายครั้งแล้วนะ เห็นมากับคุณนายน่ะแหละพวกพนักงานข้างล่างร่ำลือกันว่า อีกไม่นาน เธอจะมารับตำแหน่งระดับผู้บริหารด้วย”
‘โบว์...อชิ...อะไรกัน? ไม่เคยรู้มาก่อนเลย’ รามิลรู้สึกชาไปหมด
“มิล?”แต้วยื่นมืออวบขาวไปแตะหัวไหล่เขา เมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่นิ่งเงียบ “คิดอะไรอยู่?กำลังเสียดายที่ยื่นใบลาออกไวไปใช่ไหม? แต่ฉันคิดว่า ่นี้ทางแผนกบุคคลน่าจะงานยุ่งนะเพราะเป็่ทำเงินเดือนพนักงาน เผลอๆ...อาจจะยังไม่ทันได้ส่งใบลาออกของนายไปให้หัวหน้าอนุมัติพรุ่งนี้เช้านายลองไปเช็คกับทางบุคคลสิ ถ้าเขายังไม่ส่งใบลาออก นายก็เอาคืนมาก่อนรอให้คุณอชิกลับมา แล้วค่อยว่ากันอีกที”
แต้วพูดมายาวเหยียดแต่รามิลก็เหมือนคนหูดับ เพราะในหัวสมองของเขามัวแต่คิดวนเวียนเื่งานหมั้นของอชิระ
‘ไม่...เป็ไปไม่ได้ คืนก่อนเรายังคุยกันดีๆอยู่เลย อชิก็เหมือน ไม่มีอะไรยังพูดจาขี้อ้อนเหมือนปกติ...นี่อาจเป็เื่เข้าใจผิด’
รามิลบีบฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อตรงพนักวางแขนของเก้าอี้ความเครียดถาโถมจนเขาหายใจแทบไม่ออก
‘ต้องโทรถามเขาให้รู้เื่ ไม่รอคืนนี้แล้ว ไม่งั้นเราบ้าแน่ๆ’
แม้จะคิดว่าตอนนี้อชิระคงอยู่ที่มหาวิทยาลัย แต่เขาก็ทนรอไม่ได้อีกแล้วเขาต้องรู้เดี๋ยวนี้...รู้จากปากแฟน ไม่ใช่จากคนอื่น
ร่างเพรียวบางลุกพรึ่บจากเก้าอี้ทำเอาแต้วสะดุ้ง ต้องรีบถอยออกห่าง เพื่อเปิดทางให้รามิลเดิน
“เธอกลับไปก่อนนะฉันมีเื่สำคัญต้องโทรหาเพื่อน”
“อ้อ”แต้วพยักหน้า แล้วขยับตัวออกมา “งั้นฉันกลับแล้วนะ ส่วนนายก็...คิดดีๆล่ะเพื่อนในทีมทุกคนยังไม่อยากให้นายลาออก”
รามิลไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเขายิ้มอ่อนให้แต้ว ก่อนจะเดินออกมาที่ระเบียงด้านนอก
ตื้ด....ตื้ด....ตื้ด
เสียงรอสายดังอยู่หลายครั้งจนรามิลเกือบจะวางสาย แต่ดีที่คนทางโน้นกดรับสายพอดี
“ว่าไงครับ?มีอะไรหรือเปล่า โทรมาตอนนี้?” เสียงอชิระเบาวิบ
“ขอ...ขอโทษที่โทรมากวน...แต่มิลมีเื่ไม่สบายใจอยากถามอชิ”
ถึงแม้รามิลจะรู้สึกเกรงใจอชิระแต่ใจเขามันทุรนทุรายใคร่รู้ และเขาก็เชื่อว่า การได้ฟังจากปากอชิ...อาจจะทำให้เขาสบายใจขึ้น
“เปิดกล้องได้ไหม?”รามิลถามอชิระ
“อย่าเลยตอนนี้...ไม่สะดวก”
“อยู่ที่มหาลัยหรือ?”รามิลถามเขา
“อืม”อชิระตอบสั้นกว่าทุกครั้งที่พูดคุยกัน “มีเื่อะไร?”
รามิลััถึงอารมณ์ระแวดระวังของอชิจากกระแสเสียงที่พูดก็ทำให้เขาเริ่มระแวงเล็กน้อย แต่กระนั้น...เขาก็ยังพยายามคิดในแง่ดีว่าเป็เพราะอชิอยู่ในคลาสเรียน เลยทำให้เขาไม่สะดวกคุยโทรศัพท์
“จะถามว่าอีกสองเดือน นายจะกลับมาใช่ไหม?” รามิลโพล่งถามอย่างไม่รีรอ
“......”
“อชิ”รามิลเรียก เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ
“มิลรู้มาจากไหน?”
ฝ่ายนั้นไม่ตอบตรงๆแต่กลับย้อนถามเขาอีก
รามิลบีบมือซ้ายชื้นเหงื่อเขาเกิดความวิตกกังวล และรู้สึกว่าอชิดูแปลกไป...การที่อชิไม่ตอบคำถาม ทำให้รามิลรู้สึกว่าอชิกำลังถ่วงเวลาคิดหาคำตอบ แต่รามิลทนรอไม่ไหวอีกแล้ว เขาจึงโพล่งถามตรงๆเลยว่า
“คนที่บริษัทต่างพูดว่าอชิจะกลับมาหมั้น กับ...”
รามิลยังไม่ทันพูดจบก็มีเสียงผู้หญิงดังมาจากข้างหลังอชิระ
“อชิ...โบว์ปรับเตาอบไม่ได้ คุณมาทำให้หน่อยสิ”
“อื้ม”เสียงอชิตอบรับในลำคอ
หลังจากนั้นทางรามิลก็เงียบดับ โดยสัญญาณยังไม่ถูกตัดสาย ทำให้เขารู้ว่าอชิปิดเสียงเอาไว้
“อชิ...อชิ”แต่ถึงกระนั้น รามิลก็ยังส่งเสียงเรียกด้วยใจที่ร้อนรน “ถ้านายไม่ตอบ เราก็ไม่ต้องพูดกันอีกเลย”
.....เงียบกริบ
ใจเขาปวดหนึบอ่อนล้าั์ตาสีน้ำผึ้งคลอเอ่อด้วยหยาดน้ำที่จวนเจียนจะรินไหลเขากำลังนับหนึ่งถึงสามในใจเมื่อปลายนิ้วแตะอยู่ที่ปุ่มเปิดปิดเพื่อตัดสัญญาณมือถือ
“เดี๋ยว”จู่ๆ เสียงอชิระก็ดังขึ้น “อย่าเพิ่งวาง”
รามิลกัดริมฝีปากตัวเองจนเจ็บเขาได้ยินเสียงเปิดปิดประตู และเสียงรองเท้าของอชิระดังกังวานกึกๆ คล้ายว่ากำลังเร่งเดินออกจากห้องพัก
“ฮัลโหล”เสียงทักของอชิระคล้ายจะหอบหายใจ
“ทำไมคุยที่นั่นไม่ได้?ต้องออกมาคุยข้างนอก...กลัวคู่หมั้นจะเข้าใจผิดหรือ?” รามิลประชดด้วยความโกรธและเจ็บจี๊ดในอก
เป็ที่รู้แน่ชัดแล้วว่า...ผู้หญิงคนนั้น ตามไปอยู่กับอชิ
“นายใจเย็นก่อนนะมิลฟังเราอธิบายก่อน” อชิระวิงวอน
“ยังจะมีอะไรให้อธิบายอีก...ผู้หญิงชื่อโบว์ตามไปอยู่กับนายที่นั่น แล้วอีกสองเดือน...พวกนายก็จะกลับมาหมั้นกันที่นี่”
รามิลอยากจะตัดพ้อให้มากกว่านี้แต่เขาพูดไม่ออก นอกจากสะอื้นอึก น้ำตาไหลพราก มือบางยกขึ้นกดหน้าอก
‘เจ็บในนี้เหลือเกิน...ราวกับหัวใจจะแตกร้าว’
“ฟังก่อน...”อชิระอ้อนวอนน้ำเสียงอ่อนเครือ “เราถูกพ่อแม่บังคับ แต่เราไม่เคยอยากหมั้นกับโบว์เลยแล้วที่โบว์มานี่...ก็ไม่ได้แค่มาหาเรา แต่เธอมาติดต่อเื่เรียนต่อม๊าเลยบอกให้โบว์มาพักที่นี่ชั่วคราว เพราะที่นี่มีสองห้องนอน”
คำอธิบายที่ยิ่งตอกย้ำความเ็ปในหัวใจทำให้รามิลต้องปิดปากร้องไห้
“มิล...นายฟังฉันอยู่หรือเปล่า?”น้ำเสียงอชิระลังเล เมื่อไม่ได้ยินคำตอบจากปลายสาย แต่เขาเห็นว่าสัญญาณไม่ได้ถูกตัดไปเขาจึงพูดต่อ
“เวลานี้ป๊าม๊าแรงมากๆขืนฉันต่อต้านป๊าม๊า เขาจะตัดฉันออกจากวงศ์ตระกูล ตำแหน่ง CEO ก็จะเป็ของพี่ชายฉันคนเดียว ฉันเลยต้องยอมเออออกับเื่หมั้นไปก่อน”
อชิระถอนหายใจยาวเฮือกดังแล้วพูดตะล่อมแฟน
“มิล...นายใจเย็นก่อนนะถึงแม้ฉันจะโดนบังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น แต่การแต่งงานไม่ได้มีความหมายอะไรกับฉันเลย...เราสองคนยังคงคบกันต่อไป...ฉันรักนาย...ฉันจะไม่ยอมเลิกกับนายเด็ดขาดแล้วฉันก็ไม่สนใจด้วยว่า ผู้หญิงคนไหนจะมาเป็ภรรยาฉัน...”
“นายก็รู้นี่ว่าฉันเป็แบบนี้ ถ้าฉันไม่ยุ่งกับผู้หญิงซะอย่าง
พออยู่ด้วยกันนานไป...ผู้หญิงก็ทนไม่ได้เอง สุดท้ายก็จะเป็ฝ่ายขอหย่า”
คำพูดเห็นแก่ตัวของอชิระทำให้รามิลรู้สึกผิดหวังในตัวเขาคิดไม่ถึงเลยว่า คนที่เขาคบหามานาน จะพูดจาเช่นนี้ออกมาได้
“นายมันเห็นแก่ตัว”รามิลพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
“ฉันก็มีศักดิ์ศรี...ไม่้าเป็ชู้แย่งสามีใครและนอกจากนายจะดูถูกความรักของฉันแล้ว นายก็ยังใจร้ายกับผู้หญิงที่นายจะแต่งงานด้วยเธอคนนั้นต้องสูญเสียเวลาของชีวิต เพื่อแต่งงานกับผู้ชายห่วยๆอย่างนาย...โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่เธอกำลังจะใช้ชีวิตร่วมด้วย...จะเป็คนใจร้ายเืเย็นขนาดนี้”
“มิล...อย่าโมโหสิฉันเองก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว” น้ำเสียงทางโน้นโอดครวญ
“งั้นนายก็อย่าหมั้นสิอย่าหมั้น...อย่าแต่ง”
“นายก็รู้ว่ามันเป็ไปไม่ได้ขืนฉันทำอย่างนั้น ป๊าม๊าเอาฉันตายแน่นอน...” เสียงอชิระทอดถอนลมหายใจหนักหน่วงก่อนจะพูดต่อไปว่า
“แต่นายจะมัวสนใจความรู้สึกของผู้หญิงคนนั้นทำไม?ก็ในเมื่อเธอยอมแต่งเข้ามาเอง อย่าว่าแต่คำว่ารักเลยนะ...แม้แต่คำว่าชอบ ฉันก็ไม่เคยบอกเธอเลยสักคำ...ไม่เคยแม้แต่จะแสดงความสนิทกับเธอคนนั้นด้วยซ้ำ...ฉันว่าเธอทำใจไว้แล้วล่ะว่าเธอต้องแต่งงานโดยไม่มีความรัก”
รามิลกดเปลือกตาลงไล่น้ำตาที่คลอเอ่อ...ถึงอชิจะอ้างโน่นนี่
แต่ความเป็จริงก็คือ อชิกำลังจะหมั้น และต่อไปก็แต่งงาน...เขาจะมีครอบครัวส่วนตัวรามิลที่เป็แฟน ก็จะกลายเป็คนนอกสำหรับอชิ
“ฮัลโหล...มิล...อย่าเงียบสิ...นายเข้าใจฉันแล้วใช่ไหม?”
น้ำเสียงของอชิร้อนรนเมื่อรามิลไม่พูดอะไรสักคำ
“มิล...”อชิระครางเสียงแ่โหย เขารู้สึกใจคอไม่ดีเลย
“อชิ”ในที่สุด ก็มีเสียงเย็นเยียบเฉียบขาดตอบกลับ
“เราเลิกกันเถอะ”
“ไม่...นายแกล้งพูดประชดเพราะโมโหใช่ไหม?”
รามิลสูดหายใจฟืดกดฟันหน้าขบริมฝีปากล่างจนแทบห้อเื ฝ่ามืออุ่นยกขึ้นมาป้ายใบหน้าที่เปื้อนน้ำตา
“นายกลับไปทำหน้าที่ของนาย...ส่วนฉันก็มีชีวิตของตัวเองั้แ่นี้ต่อไป...เราสองคนจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก”
น้ำเสียงเ็าของรามิลบาดลึกเข้าไปในใจอชิระเขาอ้าปากจะคัดค้านการตัดสินใจของรามิล แต่รามิลก็กดวางสายเสียแล้ว
อชิระพยายามโทรกลับไปหารามิลแต่ฝ่ายนั้นก็ดับเครื่องไปเลย