ที่ห้องรับรอง ภายในห้องมีเดซี่ เวโรนิก้า ไลก้าและเบเรียล
“ ครั้งนี้พวกเราก็โชว์ผลงานอีกแล้ว ” ไลก้าพูดขึ้นด้วยท่าทีตื่นเต้น
“ นั้นสิ ทำไมพวกเราไปไหนถึงต้องเจอปัญหาตลอดด้วยเนี้ย ” เดซี่ได้แต่ถอนหายใจ เวโรนิก้าก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ
“ เอาน่าอย่าไปคิดมากเลย อีกอย่างก็เป็นการฝึกฝนตัวเองไปด้วยไง ยิ่งต่อสู้ก็ยิ่งแข็งแกร่ง ” ไลท์พูดด้วยรอยยิ้ม
“ เบเรียลสถานการณ์เป็นไงบ้าง? ” ไลท์ถามขึ้น
“ โชคดีที่ได้พวกนายช่วยเอาไว้ทำให้มีคนเสียชีวิตไม่มากซึ่งไม่เกินสามร้อยคน แต่ถ้าหากไม่มีพวกนายล่ะก็เกรงว่าวันนี้เมืองยูซ่าคงได้ถูกทำลายทั้งเมืองแน่ๆ ” เบเรียลถอนหายใจ
ไลท์พยักหน้าไม่เกินสามร้อยคนก็นับว่าดีแล้ว เพราะการต่อสู้นั้นรุนแรงมาก
ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
เดซี่เดินไปเปิดประตูเธอก็เห็นคอลรุยยืนอยู่หน้าประตู
“ เข้ามาสิ ” ไลท์เป็นคนพูด
คอลรุยจึงเดินเข้ามาในห้อง ตอนนี้เขามองมาที่ไลท์ด้วยแววตาชื่นชมและมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าไลท์
สีหน้าของคอลรุยเต็มไปด้วยความลังเล เขามองหน้าไลท์ครู่หนึ่งก่อนที่จะหายใจเข้าลึกๆ
“ นายยังอยากให้ฉันเข้าร่วมกลุ่มอยู่ไหม? ” คอลรุยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นๆ เพราะเขากลัวว่าไลท์จะปฏิเสธเขา
คอยรุยเติบโตมาจากหมู่บ้านเล็กๆภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ เขาได้รับการฝึกฝนการยิงปืนและการต่อสู้มาจากนักผจญภัยคนหนึ่งที่มาพักอยู่ที่หมู่บ้าน
นักผจญภัยคนนั้นพักอยู่ที่หมู่บ้านประมาณหนึ่งปีก่อนที่จะออกเดินทางต่อ ก่อนที่จะออกเดินทางนักผจญภัยคนนั้นก็ได้มอบปืนไรเฟิลให้กับคอลรุย
จากนั้นมาคอลรุยก็เอาแต่ฝึกฝนตัวเองอย่างหนักจนมาอยู่ในระดับนี้ จากนั้นเขาก็ได้ยินข่าวเกี่ยวกับการประลองที่เมืองยูซ่า เขาจึงมาที่นี้เพื่อที่จะเข้าร่วมกับกลุ่มนักผจญภัยที่แข็งแกร่ง เพียงแต่เขาได้ปฏิเสธการชวนของนักผจญภัยระดับSไป พอมาตอนนี้เขากลับมาเสนอหน้าขอเข้าร่วมเอง มันเลยทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจมากเลยทีเดียว
ไลท์เห็นท่าทีของคอลรุยเขาก็รู้ได้ทันทีว่าคอลรุยกำลังกลัวเขาปฏิเสธ
“ แน่นอนสิ ถึงอย่างไรฉันก็ยังอยากได้มือปืนเข้าร่วมกลุ่มอยู่แล้ว ” ไลท์หัวเราะสบายๆ
คอลรุยที่ได้ยินก็รู้สึกโล่งอก
“ ขอบคุณที่ยังรับฉันอยู่ไลท์…ไม่สิหัวหน้า ”คอลรุยพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
ตอนนี้เขาได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้แล้ว
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
ไลท์และเบเรียลได้เดินเล่นที่เมืองยูซ่า
ทั่วท้องถนนผู้คนต่างก็พูดคุยถึงเรื่องที่องค์กรวิญญาณโลกันต์บุกโจมตีที่โคลอสเซียม
“ ไลท์นายจะอยู่ที่เมืองนี้อีกนานไหม? ” เบเรียลถาม
“ น่าจะอีกประมาณสักสองถึงสามวัน ” ไลท์ตอบ
“ เข้าใจแล้ว ” เบเรียลยิ้ม
“ แล้วเธอล่ะจะกลับวันไหน ” ไลท์เป็นฝ่ายถามบ้าง
“ ก็น่าจะวันเดียวกับนายแหละ ” เบเรียลตอบ
“ งั้นในช่วงนี้พวกเราก็เที่ยวเล่นให้เต็มที่เลยแล้วกัน ”ไลท์หัวเราะ
จากนั้นทั้งสองก็พากันเที่ยวเล่นไปทั่วเมืองยูซ่า
จนกระทั้งตอนบ่ายแก่ๆ
“ นี้ก็ใกล้ถึงเวลาที่เธอนัดออลเวย์แล้วนิ ” ไลท์พูดขึ้นในขณะที่กำลังกินขนมหวาน
“ ครั้งนี้ฉันต้องไม่แพ้แน่! ” เบเรียลพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับความมุ่งมั่นยิ่งกว่าเดิม
“ งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ ” ไลท์ยิ้ม
ไม่นานทั้งสองก็มาถึงประตูเมืองทางทิศเหนือ
ไลท์และเบเรียลยืนรอกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ออลเดย์และโทเร็ตก็มาถึง
โทเร็ตมองมาที่ไลท์ด้วยแววตาหวาดกลัวยิ่งกว่าเก่า ส่วนทางด้านออลเวย์มองมาที่ไลท์ด้วยแววตาชื่นชม
การบุกโจมตีขององค์กรวิญญาณโลกันต์ทั้งสองก็อยู่ด้วยและพวกเขาก็ได้รู้ตัวตนที่แท้จริงของไลท์แล้ว ซึ่งก็คือนักผจญภัยระดับS แถมยังแข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่ออีก
ไม่แปลกใจเลยที่ไลท์จะทำตัวหยิ่งผยองไม่เห็นหัวโทเร็ตหรือแม้แต่อาณาจักรซิลเวอร์สโตนเพราะพลังที่แข็งแกร่งของเขา
“ ท่านไลท์ ” ออลเวย์พูดขึ้นด้วยท่าทีเคารพ
“ ท่านไลท์ผมไม่รู้ว่าท่านเบเรียลเป็นผู้หญิงของท่าน ได้โปรดอภัยให้ผมด้วยครับ ” โทเร็ตได้แต่อ้อนวอนขอให้ไลท์ยกโทษให้ ถ้าหากท่านพ่อของเขารู้ว่าเขาทำให้ตัวตนระดับSขุ่นเคืองโดยการคิดจะไปแย่งผู้หญิงของเขาล่ะก็ เขาคงโดนหักขาและโยนออกมาจากบ้านแน่ๆ
“ ไม่เป็นไรก็เมื่อวานนายก็คุกเข่าขอโทษฉันแล้วนิ ” ไลท์ยิ้ม
โทเร็ตเองก็ยังจำเรื่องเมื่อวานได้ แต่ความรู้สึกโกรธเกรี้ยวได้หายไปแล้ว ถ้าหากเป็นคนอื่นเกรงว่าเขาคงได้รับบาดเจ็บสาหัสไปหรือไม่ก็ตายไปแล้ว ไม่ใช่ใครจะใจดีเหมือนกับท่านไลท์แถมยังคิดไปแย่งผู้หญิงของเขาอีกแล้วยังให้พูดแค่ขอโทษ
“ งั้นวันนี้ฉันจะเป็นกรรมการให้เอง ” ไลท์เป็นคนพูดขึ้น
ทุกๆคนไม่ปฏิเสธ
จากนั้นทั้งสี่ก็เดินออกห่างเมืองประมาณห้ากิโลเมตร
สถานที่ประลองคือทุ่งหญ้าโล่งกว้าง
ออลเวย์และเบเรียลยืนอยู่คนละฝั่ง ห่างกันประมาณสิบห้าเมตร ในมือของทั้งสองต่างถือดาบรอสัญญาณจากไลท์
เมื่อไลท์เห็นว่าทั้งสองคนพร้อมกันแล้วจึงตะโกนให้เริ่มการประลอง
เบเรียลและออลเวย์ต่างก็พุ่งใส่กันทันที
เบเรียลในฐานะจอมเวทย์เธอจึงร่ายเวทย์ทำให้ทุ่งหญ้าสีเขียวชะอุ่มกลายเป็นทุ่งน้ำแข็งสีขาว
จากนั้นหอกน้ำแข็งก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินโจมตีใส่ออลเวย์อย่างรวดเร็ว
“ เร็วมาก ” ออลเวย์หรี่ตาลงพร้อมกับฟันดาบใส่หอกน้ำแข็งอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเบเรียลได้มาอยู่ด้านหน้าของเขา
ออลเวย์วาดดาบใส่เบเรีบลทันที
เพล้ง
ร่างของเบเรียลกลายเป็นน้ำแข็งและแตกกระจายไป
ออลเวย์ประหลาดใจครู่หนึ่งก่อนที่จะรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวบางอย่างที่อยู่ด้านหลังและรีบหันไปตั้งรับทันที
เคร้ง
เสียงดาบปะทะกันก่อนที่ดาบของออลเวย์จะค่อยๆกลายเป็นน้ำแข็งไป
ออลเวย์รีบถอยห่างก่อนที่จะใช้พลังบางอย่างทำลายน้ำแข็งที่เกาะบนดาบของเขา
เบเรียลไม่รอช้าเธอรีบสร้างกล่องสี่เหลี่ยมขังออลเวย์ไว้จากนั้นเธอก็ขยับมือไปมา
หอกน้ำแข็งจำนวนมากก็แทงเข้าไปที่กล่องทันที
ไม่ถึงเสี้ยววินาทีกล่องสี่เหลี่ยมก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง
ออลเวย์ยืนอยู่ในสภาพที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น
“ แข็งแกร่งจริงๆ ” เบเรียลพึมพำ
ออลเวย์ปล่อยคลื่นดาบสีเทาพุ่งเข้าใส่เบเรียลทันที
เบเรียลเองก็ปล่อยคลื่นดาบสีขาวใส่บ้าง
คลื่นดาบทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรงจนทำให้ทุ่งน้ำแข็งของเบเรียลระเบิดออก
ไลท์ที่มองการต่อสู้อยู่ก็รู้สึกว่าทั้งสองสูสีกันมาก แม้ว่าเบเรียลจะมีลูกเล่นมากกว่าเพราะว่าเธอเป็นจอมเวทย์ แต่ทางด้านออลเวย์ก็ไม่ได้เสียเปรียบเท่าไรเนื่องจากพละกำลังและความเร็วของเขาเหนือกว่าเบเรียลอยู่หนึ่งขั้น
การต่อสู้ของทั้งสองกินเวลาไปครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ
จนกระทั้งมาถึงช่วงโค้งสุดท้าย
ในจังหวะที่เบเรียลกำลังออนแรงลงออลเวย์ก็ระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายออกมาเอาชนะไปได้อย่างหวุดหวิด
“ ฉันแพ้แล้ว ” เบเรียลกัดฟันพูดด้วยความไม่เต็มใจนัก
“ เธอเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบมาเลย เธอเป็นเจ้าเมืองจึงไม่ค่อยได้ต่อสู้สักเท่าไหร่ ไม่แปลกที่เธอจะมีจังหวะผิดพลาดปรากฏให้เห็น ” ออลเวย์พูดขึ้นอย่างจริงจัง ถ้าหากเบเรียลได้ฝึกฝนหรือต่อสู้ๆบ่อยๆเธออาจจะชนะเขาไปแล้ว
เบเรียลแม้ว่าจะเจ็บใจที่แพ้ เธอรู้วึกว่าควรหาเวลาฝึกฝนตัวเองสักหน่อยแล้ว ไม่งั้นคนอื่นๆอาจจะนำเธอไปไกล
“ ท่านไลท์ ถ้าหากท่านมีเวลาว่างได้โปรดมาถึงอาณาจักรซิลเวอร์สโตนเพื่อให้ผมได้จัดงานเลี้ยงขอโทษอีกครั้งได้ไหมครับ ” โทเร็ตพูดขึ้นด้วยความคาดหวัง
“ ได้สิ ถ้าหากฉันไปที่อาณาจักรซิลเวอร์สโตน ” ไลทฺไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว
“ ขอบคุณมากครับท่านไลท์ ” โทเร็ตยิ้มอย่างตื่นเต้น
“ ท่านไลท์ได้โปรดปะมือกับผมสักครู่ได้ไหมครับ ” ออลเวย์พูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง ในฐานะนักดาบเขาชอบที่จะต่อสู้กับนักดาบคนอื่นๆเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการต่อสู้
“ ได้สิงั้นพักสักหน่อยแล้วค่อยมาปะมือกัน ” ไลท์พยักหน้า
“ ครับ ” ออลเวย์ตอบรับ
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
“ พร้อมแล้วครับ ” ออลเวย์ยืนขึ้น
จากนั้นไลท์และออลเวย์ก็เดินไปที่ทุ่งหญ้าและอยู่ห่างกันประมาณสิบห้าเมตร
ออลเวย์กำดาบในมือแน่น เหงื่อในมือไหลออกมาด้วยความตื่นเต้น
“ เข้ามา ” ไลท์เป็นคนพูด
ออลเวย์พุ่งเข้าใส่ไลท์ทันที
การต่อสู้ของทั้งสองเต็มไปด้วยพละกำลังและความเร็ว
จนกระทั้งผ่านไปสิบนาที
ดาบของออลเวย์ก็หลุดออกจากมือ
“ ผมแพ้แล้ว ” ออลเวย์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง แม้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายแพ้แต่เขาก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ดาบมากยิ่งขึ้น
การต่อสู้ของทั้งสองไม่ได้ใช้ทักษะที่ทรงพลังอะไรเพียงแค่กระบวนท่าดาบอย่างเดียวเท่านั้น
‘ ฝึกฝนจนถึงขั้นแก่นแท้แห่งดาบขั้นสูงเลยงั้นหรอ! ’ ไลท์มองมาที่ออลเวย์ด้วยความสนใจ
อย่างที่รู้กันว่าวิถีแห่งดาบมีอยู่ทั้งหมดหกขั้นได้แก่ ฝึกหัด ชำนาญ เชี่ยวชาญ แก่นแท้ บรรลุ เทพ
ซึ่งแต่ละขั้นก็มีระดับย่อยห้าขั้นได้แก่ ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย ขั้นสูง ขั้นสมบูรณ์
“ ขอบคุณท่านไลท์มาก ทำให้ผมเข้าใจวิถีดาบมากยิ่งขึ้น ” ออลเวย์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและซาบซึ้ง
“ ไม่เป็นไร ” ไลท์ยิ้มขึ้น
หลังจากนั้นทั้งสี่คนก็เดินกลับมาที่เมืองยูซ่า
ตลอดขากลับ โทเร็ตก็คอยเป็นคนนำคุยตลอดเวลา บอกว่าภายในอาณาจักรซิลเวอร์สโตนมีอะไรบ้าง สถานที่ท่องเที่ยว อาหารแนะนำ
โทเร็ตพูดเสียจนไลท์อยากที่จะไปอาณาจักรซิลเวอร์สโตนดูสักครั้งเลยทีเดียว
เมื่อเข้ามาในเมืองแล้วไลท์ก็พาเบเรียลกลับโรงแรม
ตลอดทางไลท์เห็นสีหน้าของเบเรียลที่เต็มไปด้วยความลังเล
“ เป็นอะไรหรือเปล่าเบเรียล? ” ไลท์ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“ ฉัน…ฉันไม่เป็นไร ” เบเรียลส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มให้กับไลท์
“ มีอะไรก็บอกมาเถอะฉันจะได้ช่วยเหลือเธอได้ ” ไลท์พูดขึ้นอีกครั้ง
“ งั้นพวกเราไปนั่งเล่นที่นั้นกันไหม? ” เบเรียลชี้ไปยังสวนดอกไม้ที่อยู่ไม่ไกลจากพวกเขา
“ เอาสิ ” ไลท์ตอบรับ
ในขณะที่นั่งเล่นกันอยู่ บรรยากาศก็เย็นสบาย ท้องฟ้าก็ปลอดโปร่งมองเห็นดวงดาวระยิบระยับ
เบเรียลดูลังเลครู่หนึ่งก่อนที่จะหันมามองหน้าไลท์
“ ถ้าหากฉันต้องการเข้าร่วมกลุ่มกับนาย นายจะว่าอะไรฉันไหม? ” เบเรียลถามขึ้น เพราะเธอตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกับไลท์ ตอนนี้เธอรู้สึกว่าเวลาที่เธออยู่กับไลท์เธอรู้สึกมีความสุขมาก มันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก แต่พอเธอรู้ว่าเธอกำลังจะแยกกับไลท์ เธอก็รู้สึกเสียใจขึ้นมา
เธอไม่รู้ว่าอีกนานไหมกว่าไลท์จะกลับมาหาเธอ หรือไม่ก็จากกันไปตลอดกาล ไลท์เป็นนักผจญภัยเพราะฉะนั้นพวกเขาจึงเดินทางไปเรื่อยไม่มีจุดหมาย แล้วถ้าหากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นมาเธอก็จะไม่ได้พบกับไลท์อีกตลอดไป พอคิดถึงตรงนี้เธอก็ตัดสินใจว่าเธออยากจะเข้าร่วมกับไลท์และไปผจญภัยพร้อมๆกับไลท์
ดวงตาของไลท์เปร่งประกายและรีบตอบว่า “ ฉันจะไปว่าอะไรเธอ ฉันยินดีเสียอีกที่เธอมากับฉัน ”
“ แต่ว่าฉันเป็นห่วงเมืองทะเลสาบ เมืองแห่งนั้นเป็นสมบัติของพ่อฉัน ฉันดูแลมันมาตลอดห้าปีแล้ว ฉันเลยเป็นห่วงว่าถ้าหากฉันออกมาแล้วเมืองจะไปรอดหรือเปล่า? ” เบเรียลพูดขึ้นพร้อมกับนอนลงบนหญ้า แววตาของเธอเต็มไปด้วยความลังเล
ไลท์ที่ได้ยินดังนั้นก็นั่งเงียบไป สมบัติที่พ่อทิ้งเอาไว้ดูต่างหน้า เป็นเขาเขาก็ต้องคิดหนัก
“ งั้นเธอมีใครที่ไว้ใจได้หรือญาติพี่น้องคนอื่นๆไหมล่ะที่เมืองทะเลสาบ ” ไลท์ถามขึ้น
“ ฉันไม่มีญาติพี่น้องเลยแม้แต่คนเดียว ส่วนคนที่ฉันไว้ใจได้ก็คือยูเทียแต่ความแข็งแกร่งของเธอไม่ามารถปกป้องเมืองทะเลสาบได้ อีกอย่างฉันก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะตามฉันไปด้วยไหม ” เบเรียลพูดขึ้น
“ งั้นเธอลองเรียกยูเทียมาถามสิ ” ไลท์พูดขึ้น
“ ตกลง ” เบเรียลตอบพลางหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาและโทรไปหายูเทียทันที
ไม่นานยูเทียก็เดินมาหาทั้งสอง
“ ท่านเบเรียลมีเรื่องอะไรหรือค่ะ? ” ยูเทียถามขึ้นด้วยความสงสัยเพราะเมื่อครู่ท่านเบเรียลเรียกให้เธอมาเพราะมีเรื่องสำคัญจะปรึกษา
“ ยูเทียฉันตั้งใจที่จะเข้าร่วมกลุ่มกับไลท์ เธอจะมาด้วยกันไหม?หรือว่าเธอจะช่วยฉันปกป้องเมืองทะเลสาบ ” เบเรียลถามขึ้น
เมื่อได้ยินเรื่องที่ท่านเบเรียลถาม ยูเทียก็กลายแสดงสีหน้าตกใจ
“ ท่านเบเรียลจะเข้าร่วมกลุ่มนักผจญภัยกับท่านไลท์งั้นหรอ? ” ยูเทียถามขึ้นด้วยสีหน้าตกใจ
“ ใช่แล้วล่ะ ที่ฉันเป็นห่วงก็คือเมืองทะเลสาบ ” เบเรียลพูดขึ้นพร้อมกับถอนหายใจ
“ ท่านเบเรียล ถ้าอย่างนั้นท่านไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเมือทะเลสาบ ฉันจะเป็นคนปกป้องให้เอง ต่อให้ฉันต้องตายฉันก็ต้องปกป้องให้ได้ ” ยูเทียพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ ยูเทีย…ขอบใจนะ ” เบเรียลมองไปที่ยูเทียด้วยแววตาสั่นไหว เธอรับยูเทียมาเป็นเลขาก็เมื่อสี่ปีก่อน จนตอนนี้ยูเทียก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอไปแล้ว และเมื่อยูเทียบอกว่าจะปกป้องเมืองทะเลสาบ เธอก็รู้สึกขอบคุณยูเทียอย่างมาก
“ ไม่เป็นไรค่ะท่านเบเรียล ฉันเองก็รู้มาตลอดว่าท่านเบเรียลต้องการออกผจญภัยพร้อมกับท่านไลท์ ตั้งแต่ที่แยกกันตอนนั้นท่านก็เอาแต่มองไปนอกหน้าต่างและถอนหายใจออกมา และพอท่านเฟลิกซ์มาถามเรื่องของท่านไลท์ ตอนนั้นท่านถึงกับรีบโกหกเพื่อปกป้องท่านไลท์เลย ” ยูเทียหัวเราะขึ้นเล็กน้อย
เบเรียลที่ได้ยินก็ก้มหน้าลงด้วยความอาย
“ เอ๋..มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรอเนี้ย ” ไลท์มองไปที่เบเรียลพร้อมกับหัวเราะออกมา
“ นายจะหัวเราะอะไรของนาย! ” เบเรียลถลึงตามองไลท์
“ ยูเทียในเมื่อเธอต้องการที่จะปกป้องเมืองทะเลสาบให้กับเบเรียลเพราะงั้นฉันจะมอบของขวัญให้กับเธอสักหน่อยแล้วกัน ” ไลท์พูดจบเขาก็ทำการมอบทักษะบ่มเพาะรวมไปถึงทักษะอื่นๆอีกสี่ทักษะให้กับเธอ
“ นี้มัน!! ” ยูเทียมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาตื่นตระหนก เพราะข้อมูลทั้งหลายที่เธอได้มานั้นสามารถสั่นคลอนโลกได้เลย ถ้าหากคนธรรมดาสามารถบ่มเพาะทักษะพวกนี้ได้เกรงว่ายุคของจอมเวทย์คงได้หายไปแน่
“ ฉันจะเก็บความลับนี้ไว้ตลอดชีวิตค่ะท่านไลท์ ” ยูเทียพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ ไม่เป็นไรหรอกเธอสามารถถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์ของเธอก็ได้ ” ไลท์ยิ้มขึ้น ทักษะที่เขาให้ยูเทียไปแม้ว่าจะไม่ใช้ทักษะที่ดีที่สุดแต่มันก็ไม่ได้ต่ำจนเกินไป ถ้าหากเธอฝึกจนสำเร็จล่ะก็พวกระดับAจะไม่ใช่ปัญหาของเธออีกเลย บางทีเธออาจจะกลายเป็นระดับSเลยก็ได้
“ เธอไปฝึกฝนทักษะเถอะฉันจะคุยกับเบเรียลสักหน่อย ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้วค่ะท่านไลท์ ” ยูเทียพูดขึ้นอย่างจริงจังก่อนที่จะหันมามองเบเรียลและทำท่าทางบอกให้ท่านเบเรียลสู้ๆนะ ก่อนที่จะวิ่งจากไป