เช้าวันศุกร์
ตึ้ง..ตึ้ง..ตึ้ง
เสียงไลน์ดังเป็จังหวะอยู่พักใหญ่ทำให้สองสาว ฟ้าใสและแยม หันไปมองเพื่อนสาวอย่างเนม ที่ตอนนี้นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ อยู่กับมือถือ นิ้วก็รัวจิ้มหน้าจอไม่หยุดหย่อนเช่นกัน
“แยม วันนี้เนมมันมาเรียนป่ะ”
“ไม่เห็นนะ สงสัยไม่มามั้ง”
“เออ หมู่นี้ไม่ค่อยเห็นหน้าเห็นตาเลยอะเนอะ”
“ธรรมดาแหละแก คนมีความรัก”
“โอ้ยยย!! นี่พวกเธอ หยุดแซวได้แล้ว” เนม ร้องบอกเพื่อนสาวขึ้นแต่ก็ไม่ได้ทำให้รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าเลย
“อ่าว มาด้วยเหรอ นึกว่าไม่มา” แยมแซวต่อ
“ไม่อยากคุยด้วยละ ไปกินข้าวกันดีกว่า” เนมเปลี่ยนเื่และชวนกันไปทานข้าวเที่ยง ก่อนจะขึ้นเรียนใน่บ่ายโมง
“ป่ะๆ ไปกินข้าวกัน”
เมื่อกำลังจะเดินเข้าไปในโรงอาหารก็เจอกับกลุ่มทิวปอนด์และนุ ที่ลงมากินข้าวเที่ยงพอดี
“อ้าว พี่ทิวสวัสดีค่ะ มาทานข้าวเหรอคะ” เนมทักทายพี่รหัส
“อืม เย็นนี้พี่เลิกเย็นนะ รอหน่อยละกัน” ทิวว่าเพราะวันนี้เขามีนัดติวหนังสือให้กับเนม
“ได้ค่ะหรือถ้าพี่ทิวไม่สะดวกจะเลื่อนเป็วันพรุ่งนี้ทีเดียวเลยก็ได้นะคะ”
“ไม่เป็ไรหรอก ติวได้เย็นนี้จะให้การบ้านไปลองทำส่งพี่พรุ่งนี้ด้วย”
“โอเคค่ะ”หลังจากนัดแนะกันเรียบร้อยก็ต่างแยกย้ายกันไปหาข้าวกินแต่ด้วยความที่เป็เวลาพักเที่ยงทำให้มีโต๊ะว่างน้อยและทั้งสองกลุ่มก็ได้มานั่งที่โต๊ะเดียวกันอีกครั้ง
“แหม...เจอกันบ๊อยยย บ่อย นะคะพี่ปอนด์”ฟ้าใสแซวขึ้นเมื่อได้มานั่งด้วยกันอีกครั้ง
“อยากเจอทุกวันมั้ยล่ะจ๊ะน้องฟ้าใส” นุเลยแซวกลับไปทำให้ทุกคนหัวเราะออกมาก่อนจะนั่งลงทานอาหาร
“อ่ะ พี่ไม่ชอบกิน” จู่ๆทิวก็คีบลูกชิ้นในชามก๋วยเตี๋ยวของตัวเองมาใส่ในชามให้เนมเพราะทั้งคู่ไปซื้อร้านเดียวกันและยังไม่มีใครลงมือทาน ทุกคนในโต๊ะแอบมองเงียบๆ
“ขอบคุณค่ะ พี่ทิวไม่ชอบแล้วสั่งลูกชิ้นทำไมคะ”เนมถามอย่างสงสัย
“ก็ี้เีสั่งให้ป้าเค้าวุ่นวายอ่ะ ก็เลยสั่งๆตามที่เค้ากินกันปกติ”
“อ้าว ไอ้ทิว วันก่อนที่กินเตี๋ยวมึงยังแย่งลูกชิ้นกูเลยนะ” นุเอ่ยขึ้นทำเอาทุกคนในโต๊ะแอบยิ้มกัน ทิวก็ทำหน้าตาเลิ่กลั่กไปไม่เป็เมื่อโดนเพื่อนถามตรงๆ
“วันนั้นกูนึกอยากกิน แต่วันนี้กูไม่ชอบแล้วมีปัญหาป่ะ” ทิวว่าเสียงเข้มแก้เขิน
“อะไรของมันวะ”
ตกเย็น เนมมานั่งรอทิวที่เดิมแต่เนื่องจากยังมีเวลาอีกมากกว่าทิวจะเลิกเรียนเธอจึงกางหนังสือที่เตรียมมาอ่านไปพลางๆ
จึ้กๆ ..จึ้กๆ
“อื้อ...” คนโดนกวนปัดไม้ ปัดมือออก
ปึ้ก!!
“เฮือก!!!” เสียงผวาตื่นของคนขี้เซา ที่ตอนนี้สะดุ้งสุดตัวดีดหัวขึ้นมานั่งหลังตรงทันที ผมเผ้ารุงรัง
“นี่ไหวมั้ยเนี่ย” ทิวถามเมื่อเป็สภาพน้องรหัสของเขายัยตัวดีนี่นอนหลับได้ทุกที่จริงๆ หลับลึกซะด้วยสิ
“อ้าว พี่ทิวเองเหรอ ฮ้าววววว”เมื่อเห็นว่าเป็ใครเธอก็อ้าปากหาวทักทายไป 1กรุบ
“พร้อมค่ะ” สะบัดหัวไล่ความง่วงจัดการผมเผ้าและนั่งเตรียมพร้อมติว
“กลางคืนไม่หลับไม่นอนหรือไง ถึงง่วงขนาดนี้” เขาถาม
“ก็ นอนดึกนิดหน่อยค่ะ”
“มัวทำอะไรล่ะ คุยกับแฟนเหรอ”
“ก็.....ไม่เชิงค่ะ ยังไม่ได้เป็แฟนกัน” เธอตอบตามความจริงเพราะเคนยังไม่เคยขอเธอเป็แฟนจริงๆ
“มาติวเถอะ เย็นแล้ว” ทิวบอกเสียงขรึมทำให้เนมเหลอหลาทำหน้าไม่ถูก เมื่อกี้ยังเหมือนเขาอารมณ์ดีๆ อยู่เลย
หลังจากติวกันอย่างเข้มข้นพร้อมโจทย์ที่ให้เนมไปทำส่งเขาพรุ่งนี้ตอนเที่ยงที่นัดกันไว้วันนี้ทิวแบบไม่มีหยุดพักและทำหน้าเคร่งขรึมตลอดเวลาที่ติว จนเนมแทบไม่กล้าสบตาเขากลัวจะโดนดุเอา
“เข้าใจรึเปล่าที่สอนมา” เขาถาม
“ค่ะ” เธอตอบเขาคำเดียว ไม่กล้าถามอะไรไปมากกว่านี้
“แน่ใจ?” เขาถามย้ำเมื่อเห็นว่าเธอนั่งเกร็งแทบไม่กล้าขยับ
“คะ..ค่ะ” เนมเริ่มตะกุกตะกัก เมื่อทิวถามย้ำอีกทีพลางคิดถ้าเขาไม่ว่างหรือไม่อยากติวให้วันนี้ก็น่าจะบอกกันดีๆมาดุแบบนี้ที่ติวมาแทบไม่เข้าหัวเธอเลย เพราะมัวแต่เกร็งกับท่าทีของเขา
“เฮ่ออ...” ทิวถอนหายใจออกมาเพื่อระบายความหงุดหงิดในใจเขาพยายามระงับอารมณ์ไว้อย่างเต็มที่แต่มันก็คงไม่พอทำให้ตอนนี้น้องรหัสของเขาเอาแต่นั่งก้มหน้ามองหนังสือที่เปิดค้างไว้หน้าเดิมมาพักใหญ่แล้วพยายามเรียกสติตัวเองกลับมา ปรับอารมณ์ให้เย็นลง
“เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ละกัน”เขาพูดเสียงเบาลงเมื่ออารมณ์เริ่มเย็นลงมาได้นิดหน่อย
“......”
“เนม...” เขาเรียกเมื่อเห็นเธอนิ่งไป
แปะ แปะ
“เนม!” เขาเรียกเธอซ้ำ พร้อมกับเอื้อมมือไปจับไหล่บางจับคางให้เธอเงยหน้าขึ้นก็ต้องใที่เห็นน้ำตาที่ไหลออกมาอาบแก้ม
“เป็อะไร หื้ม” เขาถามเสียงอ่อนโยนขึ้นไม่คิดว่าจะเจอสถานการณ์แบบนี้
“เปล่าค่ะ” เนมตอบพร้อมส่ายหัว แล้วยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหล
“เอ่อ..คือ พี่ขอโทษนะ วันนี้พี่อาจจะเครียดไปหน่อย”เขาเอ่ยอ่อนโยนผิดจากตอนแรก เพราะไม่คิดว่าหญิงสาวจะอ่อนไหวขนาดนี้
“ไม่เป็ไรค่ะ..ฮึก..เนมขอโทษที่รบกวนพี่นะคะ”
“คือ มันไม่ใช่แบบนั้น” เขาไม่รู้จะอธิบายยังไงเพราะไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน
“เอาเป็ว่า วันนี้พี่ขอโทษละกันที่อารมณ์ไม่ดีแล้วมาลงกับเรา”เขาพูดพร้อมนิ้วที่ปาดแก้มใส ทำให้เนมกล้าเงยหน้าขึ้นมองเขากะพริบตาไล่ถี่ๆเพื่อไล่น้ำตาที่ค้างอยู่
“พี่ทิวไม่ได้โกรธอะไรเนมใช่มั้ย?”เธอถามเขาตอนนี้มีสีหน้าเขาไม่ได้ดูน่ากลัวเหมือนตอนแรกแล้ว
“อืม..พี่ไม่ได้โกรธ จะมีสิทธิ์โกรธอะไรเราล่ะอาจจะเพราะเครียดๆ น่ะ แต่ตอนนี้โอเคแล้ว”
“ค่ะ” เนมพยักหน้าหงึกหงัก
“เนม ไม่โกรธพี่นะ”
“ไม่โกรธค่ะ...แค่กลัว” เธอบอกเขา
“หึ เด็กน้อย” เขาว่าพร้อมลูบหัวเธอ
“เอางี้ นี่ก็มืดแล้วพี่พาไปกินข้าว ตกลงมั้ย”
“ค่ะ” เนมตอบรับพร้อมยิ้มให้เขา และเตรียมเก็บหนังสือแต่ยังไม่ทันที่จะได้ลุกจากโต๊ะ มือถือเธอก็ดังขึ้น
“ฮัลโหล พี่เคน”
“เอ่อ...พอดีเนมมีนัดอ่ะค่ะ”
“รุ่นพี่ที่ติวหนังสือให้น่ะค่ะ”
“ค่ะ งั้นถ้ากลับแล้วเนมโทรหานะคะ”
เนมวางสายแล้วหันมามองหน้าทิวที่ยืนรอสีหน้าเรียบเฉย เมื่อเห็นว่าเนมคุยเสร็จแล้วเขาจึงเดินนำเธอไปที่รถเงียบๆ
“วันนี้อยากกินอะไร” ทิวถามเมื่อขึ้นมาบนรถแล้ว
“อืม..วันนี้พี่ทิวเครียด เนมให้พี่ทิวเลือกเลยค่ะเนมกินได้หมด”
“แน่ใจนะ”
“ค่ะ”
ทิวพาเนมมาร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่เขาชอบเขาเลือกเมนูสลัดให้เธอ และพิซซ่าสูตรพิเศษของร้านมาด้วย ส่วนเขาพาสต้าสูตรเก่าแก่ของร้านมาทานพร้อมไวน์
“อร่อยมากๆ เลยค่ะ” เธอว่าพร้อมเคี้ยวตุ้ยๆ
“อร่อยก็กินเยอะๆ จะได้อ้วนๆ” เขาว่ายิ้มน้อยๆ
“หืมม...พูดแบบนี้เนมไม่กล้ากินต่อเลยอ่า”
“พูดเล่น กินไปเถอะตัวเล็กนิดเดียวไม่อ้วนหรอกเนอะ”ทิวพูดพร้อมยื่นมือมาเช็ดซอสที่ติดมุมปากให้เนม ทำให้เธอผงะออกด้วยความใไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้
“เอ่อ...ปากเลอะซอสอ่ะ ขอโทษทีพี่ลืมตัว”
“มะ ไม่เป็ไรค่ะ” เธอว่าพร้อมต่างคนต่างก้มหน้าทานต่ออย่างทำตัวไม่ถูก
แก้วไวน์ถูกทิวกระดกรวดเดียวลงคอจนหมดความกระอักกระอ่วนเมื่อครู่เริ่มหายไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่หมดไปเกินครึ่งขวด
“พี่ทิว เมารึเปล่าคะ หูแดงเชียว”
“ไม่นะ หูพี่แดงเหรอ”ทิวพูดพร้อมกับจับหูตัวเองก็รู้สึกได้ถึงความร้อน
“ใช่ค่ะ แดงมากเลยนะคะ” เนมพูดพร้อมเอื้อมมือไปจับหูของเขาทันที
“หูร้อนด้วยค่ะ พี่ทิว”
“เอ่อ..พี่ไม่ได้เป็อะไรหรอก”
“งั้นเรากลับกันเถอะดึกแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เที่ยงต้องส่งงานพี่ด้วย”
“ค่ะ”
ตื้ด..ตื้ด
เสียงมือถือเนมสั่นตอนที่ทิวเรียกพนักงานมาคิดเงินพอดี
“ค่ะ กำลังจะกลับค่ะ”
“เนมกลับเองก็ได้ค่ะ”
“เอ่อ...ค่ะ”
วางสายแล้วเธอหันมาหาทิวที่นั่งมองอยู่ก่อนแล้ว
“พอดี เดี๋ยวพี่เคนจะมารับเนมน่ะค่ะ”
“เดี๋ยวพี่รอเป็เพื่อน” ทิวบอกเสียงเรียบ
“ขอบคุณค่ะ”
รออยู่ไม่นาน เคนก็มาถึงทิวและเนมเดินออกมายังลานจอดรถ เคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว เขายืนจ้องหน้าทิวเขม็งทิวก็จ้องกลับไม่วางตา เหมือนจะฟาดฟันกันด้วยสายตา
“เอ่อ พี่เคนไปกันได้รึยังคะ” เนม ถามเคนที่เอาแต่ยืนจ้องหน้ากับทิวไม่ยอมละสายตา
“วันหลังถ้าอยากกินอะไรบอกพี่สิ พี่จะได้พามา”เคนหันไปบอกหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงกลาง
“พี่รหัสพาน้องรหัสมาเลี้ยงข้าว มันแปลกเหรอครับ” ทิวชิงพูดขึ้นก่อนที่เนมจะตอบ
“ก็ไม่แปลกหรอกครับถ้าพี่รหัสคนนั้นไม่ได้คิดเกินเลยมากกว่านั้น” เคนตอบพร้อมก้าวเข้าไปหาทิว
“เอ่อ..พี่เคน กลับกันได้แล้วค่ะ พี่ทิวเนมขอตัวกลับก่อนนะคะขอบคุณมากนะคะสำหรับวันนี้” เธอไหว้ทิว แล้วรีบดึงแขนเคนออกมาจากตรงนั้น