ตอนที่ 128
ทำภารกิจ
ทางด้านไป๋เหอกับหวังเหว่ยหลังออกไปจากตลาดมืดก็พากันแวะโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งเพื่อพูดคุยไป๋เหอรับรู้ตลอดทางว่าพวกเขาโดนสะกดรอยตามจากผู้ไม่หวังดี
“ตกลงแล้วเป็นยังไงบ้างนายท่านหญิงที่เรียกเจ้าเข้าไปงดงามเหรอไม่”
“เจ้านี่ก็นะข้าไม่รู้หรอกนางไม่ได้เปิดหน้าก็คุยกันไม่กี่คำแล้วก็ออกมาแค่นั้น”
“แค่นั้นเองเหรอข้านึกว่ามีมากกว่านี้ก็เห็นว่านางให้ความสำคัญกับเจ้าข้าก็นึกว่านางจะเปิดโฉมหน้าให้เจ้าได้ดูบ้าง”
หวังเหว่ยแอบรู้สึกผิดหวังอยู่ไม่น้อยนึกว่าสหายจะได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของนางด้วยเห็นว่าไป๋เหอถูกเชิญไปพบนั่นก็หมายความว่านางคงให้ความสำคัญ
“จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร เจ้าดูสภาพข้าตอนนี้สิข้าคือใครข้าเป็นเพียงลูกศิษย์สำนักเมฆาสวรรค์ที่ไม่ปรากฏธาตุส่วนนางคือเจ้าของที่นั่นนะเจ้าคิดว่านางจะสนใจข้าอย่างนั้นเหรอคนที่หน้าตาดีความสามารถก็มีเยอะแยะไปที่นางให้ความสำคัญยอมที่จะเปิดหน้าให้ดู”
“ว่าแต่นางเรียกเจ้าเข้าไปพบทำไมเหรอ”
“ก็คุยเรื่องที่ข้าประลองชนะและก็อยากสร้างพันธมิตรกับข้าอย่างนั้นเอง”
“โหนี่เจ้าเป็นคนสำคัญแล้วนะหากนางพูดอย่างนี้แสดงว่านางต้องการรู้จักเจ้าให้มากขึ้นถ้าเป็นอย่างนั้นข้าก็ขอเกาะขาเจ้าไปด้วยนะ”
หวังเหว่ยพูดด้วยความสนุกสนานเพราะหากไป๋เหอได้ตีสนิทกับตำหนักใต้ดินย่อมที่จะมีกองกำลังมากพอให้ป้องกันตัวเองเห็นว่าตำหนักใต้ดินสร้างนักรบให้เป็นกองกำลังของตัวเองและก็มีหลายคนที่ได้เข้าร่วมด้วย ส่วนเขายังไม่ได้ถูกเชิญด้วยกำลังต่อสู้มีไม่มากพอเขาเคยคิดว่าวันหนึ่งจะทำให้ตนเองมีชื่อเสียงแล้วพวกเขายอมรับพาเข้าร่วมกลุ่ม
“เราเลิกพูดเรื่องนี้เถอะมาคุยเรื่องสำคัญกันดีกว่า เจ้าช่วยข้าหาเรือนพักในเมืองแห่งนี้ทีข้าอยากมีเรือนพักอยู่นอกสำนัก”
เรื่องตำหนักใต้ดินตอนนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าไหร่สิ่งสำคัญของเขาตอนนี้ก็คือหาบ้านอยู่นอกสำนักสักหลังเพื่อเป็นกองกำลังหลักไว้ใช้งาน
“ได้เจ้าอยากได้อะไรอีกก็ว่ามาเดี๋ยวข้าจะสั่งคนของข้าให้ช่วยเหลือ”
“ข้าต้องการสร้างกำลังคนในเมืองแห่งนี้ด้วยความที่ข้ามีศัตรูมากมาย แล้วที่นี่มีที่ขายทาสบ้างไหมยิ่งเป็นทาสที่มีการฝึกฝนยิ่งดี”การมาอยู่ด้วยกันจำเป็นจะต้องหาคนที่ต่อสู้ได้เพื่อเป็นกำลังหลักให้ยิ่งมีคนใต้บังคับบัญชามากเท่าไหร่งานของเขาจะยิ่งราบรื่นขึ้นเขาจะต้องสร้างกองกำลังมาเป็นของตนเองให้มากที่สุด
“ได้เดี๋ยวเรื่องพวกนี้ข้าจัดการให้เจ้าเองไว้ใจข้าได้เลย”การได้ช่วยสหายเรื่องแค่นี้เขาสามารถจัดการได้อะไรที่ช่วยได้เขาก็จะช่วยเต็มที่
“ดีมากข้าไว้ใจเจ้าถ้าอย่างนั้นพวกเรารีบเข้าสำนักกันเถอะอยู่ที่นี่คงไม่ปลอดภัย”
พอได้ยินแบบนั้นหวังเหว่ยก็เข้าใจทันทีว่ามันเกิดอะไรขึ้นเขาจะไม่ถามให้มากความแล้วรีบเดินออกไปจากโรงเตี๊ยมทันที
“พี่ใหญ่พวกมันออกไปแล้วจะจัดการเลยไหม”
ชายสองคนที่เฝ้าติดตามมาตั้งแต่อยู่ตำหนักใต้ดินพวกเขาอยากรู้ที่ไปที่มาของคนผู้นี้หากเป็นคนในตระกูลใหญ่พวกเขาก็จะไม่ยุ่งไม่ต้องการเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง
“ตอนนี้อย่าพึ่งให้ดูลาดเลาไปก่อนรีบตามไปกันเถอะเดี๋ยวไม่ทัน”ชายสองคนรีบเดินตามไปทันทีอย่างไม่ให้คลาดสายตาเพียงต้องการรู้ว่าพักอยู่ที่ไหนหากวันหลังจะได้วางแผนจัดการแต่หากอยู่ในตระกูลใหญ่ก็จะไม่ยุ่งด้วย
ทางด้านอีกฝั่งหนึ่งชายสามคนกำลังเฝ้ามองไป๋เหอและหวังเหว่ยเดินออกไปสายตาพวกเขาที่มองไปมีแต่ความโลภในตัวของสองคนนั้น
“เจ้าจงตามไปสืบดูสิว่าเจ้าสองคนนั้นพักอยู่ที่ไหนประวัติเป็นมายังไงเจ้าไปสืบมาให้ข้า”
“ขอรับนายน้อยไป๋หยวน”
ชายที่เอ่ยสั่งมองไปยังคนที่เดินจากไปเพราะเขาอยากรู้ว่าทำไมนายท่านหญิงถึงได้ให้ความสำคัญอยากรู้ว่าประวัติเป็นมายังไงแล้วอาวุธที่ใช้บนเวทีนั่นด้วยเขาอยากได้มันมาเป็นสมบัติของตน
ไป๋เหอและหวังเหว่ยพอเข้าสำนักได้ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไป ไป๋เหอมุ่งหน้าไปยังตำหนักหอสมุนไพรทันทีเพื่อจะไปดูศิษย์พี่แต่ละคนว่าเป็นยังไงบ้าง
“อ้าวไป๋เหอเจ้ากลับมาแล้วอาจารย์ตามหาเจ้าอยู่เลยรีบเข้าไปหาอาจารย์ที่ถ้ำเถอะ” เซียวเหยียนเดินเข้ามาทักเมื่อเห็นว่าไป๋เหอกลับมาแล้ว
พอดีเลยเขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าตาแก่นั่นปรุงยาเสร็จเหรอยังแล้วเมื่อเขาได้เข้าไปหวงไท่หั่วก็รีบวิ่งมาต้อนรับด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“ท่านอาจารย์กลับมาแล้วเหรอขอรับพอดีข้าทำยาไว้ให้ท่านเรียบร้อยแล้ว ท่านโปรดตรวจสอบดูได้เลยขอรับว่าพอเหรอไม่”
ไป๋เหอเดินไปหยิบขวดหยกยกมันขึ้นมาเปิดเทดูแม้เม็ดยาแต่ละชนิดที่ตาแก่ผู้นี้ทำไม่ได้ดั่งใจเขาเท่าไหร่ก็ถือว่าเอามาแก้ขัดแล้วกันก่อนจะให้ชายชรานำยาบางชนิดไปให้ศิษย์พี่เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บตอนนี้ให้หายเร็วๆคิดว่าอีก3 วันจะพาออกไปทำภารกิจ
ภายใน3 วันแต่ละคนขังตัวเองอยู่แต่ในห้องเพื่อฝึกฝนเมื่อรู้ว่าไป๋เหอจะพาออกไปทำภารกิจเร็วๆพวกเขาก็ไม่รอช้าเมื่อได้เม็ดยารักษาก็พากันหลบอยู่แต่ในห้องไม่ได้ออกไปกินข้าวทุกเวลามีค่าแต่ละคนจึงต้องตั้งใจ
ทางด้านไป๋หยวนหลังจากให้คนไปสืบประวัติมาก็ได้รู้ว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นเรียนอยู่ในสำนักเมฆาสวรรค์อยู่ตำหนักหอสมุนไพรเป็นคนไม่ปรากฏธาตุจึงทำงานอยู่ในตำหนักสมุนไพรเพื่อแลกทรัพยากรอันน้อยนิดบ้านเกิดอยู่แคว้นฉือซึ่งเป็นแคว้นเล็กๆ
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เองก็ถือว่ากำจัดออกไปก็ไม่มีใครเสียดายเอาเป็นว่าข้าจะติดต่อพี่ชายข้าไป๋จูเพื่อพูดคุยเรื่องนี้เอง”
เมื่อนึกถึงพี่ชายที่เป็นศิษย์สายในไป๋หยวนก็ให้ความเคารพต่อเขามากด้วยความสามารถของพี่ชายที่ตอนนี้อยู่ในขั้นปฐพีระดับ3 ซึ่งมากกว่าเขาที่อยู่ขั้นโลหิตระดับ 8 เพราะทำผิดกฎเขาจึงถูกสำนักไล่ออกมาแต่ถึงอย่างนั้นพี่ชายก็ไม่เคยทอดทิ้งหากมีทรัพยากรดีดีเขาก็จะให้คนนำมาให้ใช้ในการฝึกฝนไป๋หยวนจึงรักพี่ชายคนนี้มากแม้ว่าตระกูลจะมีไป๋อวี้ที่เป็นเสาหลักแล้วแต่การที่ถูกเอามาเปรียบกับพวกเขาก็ทำให้ทั้งสองพี่น้องไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
ไป๋อวี้ถูกกำหนดให้เป็นผู้นำตระกูลคนต่อไปสร้างความไม่พอใจให้แก่พวกเขาแต่ถึงอย่างนั้นหากอยากคิดจะแย่งตำแหน่งก็ทำไม่ได้ในเมื่อตอนนี้ไป๋อวี้เป็นคนที่มีความสามารถมากแถมยังอยู่ตำหนักธาตุพิเศษอีกทรัพยากรที่ใช้ในการฝึกฝนย่อมมากกว่าศิษย์พี่ไป๋จูมีแต่เสียเปรียบพวกเขาทำได้เพียงอดทนรอและสร้างพรรคพวกไว้จำนวนมากมาย
ส่วนเรื่องที่อยากได้อาวุธเถาวัลย์นั้นเขาจะให้ศิษย์พี่ไป๋จูช่วยด้วยหากร่วมมือกันคงไม่ยากจะต้องวางแผนและรอให้พวกนั้นออกมาจากสำนักด้วย
เมื่อครบกำหนด3 วันไป๋เหอและศิษย์พี่ก็เดินทางไปที่ลานรับภารกิจทันทีและสิ่งที่พวกเขาได้ทำนั้นเป็นภารกิจป้ายเหลืองซึ่งนั่นสร้างความหวาดกลัวให้แก่พวกเขาที่เป็นศิษย์พี่อย่างมากไม่คิดเลยว่าไป๋เหอจะเป็นคนเลือกรับภารกิจนี้ให้พวกเขาแต่ก็ดีหน่อยตรงที่ว่ามีไป๋เหอไปด้วยพวกเขาค่อยรู้สึกสบายใจ
“ศิษย์พี่ไม่ต้องกลัวไปภารกิจนี้แม้จะเสี่ยงอันตรายอย่างมากแต่ก็สร้างทักษะการต่อสู้ให้กับพวกท่านได้ถือว่าออกไปหาประสบการณ์ในการต่อสู้แล้วกัน”
ไป๋เหอมองเห็นความหวาดกลัวจากพวกเขาก็เข้าใจได้ในเมื่อมีเขาอยู่ด้วยย่อมที่จะปกป้องให้ปลอดภัย
พวกเขาพยักหน้าอย่างเข้าใจในเมื่อมีไป๋เหออยู่ด้วยการเดินทางย่อมที่จะปลอดภัยและพวกเขาจำเป็นจะต้องแข็งแกร่งไม่เป็นภาระศิษย์น้อง
ในบริเวณนั้นมีใครหลายคนที่ได้เห็นว่าคนตำหนักหอสมุนไพรมาปรากฏตัวที่นี่กันทั้งหมดก็สร้างความตื่นตะลึงให้กับคนที่ได้เห็นนี่คงจะเป็นครั้งแรกที่ตำหนักหอสมุนไพรมารับภารกิจเองและก็มากันทั้งหมดบางคนสงสัยว่าพวกเขาต้องการจะทำอะไรการฝึกของคนเหล่านี้ที่ไม่ปรากฏธาตุเห็นว่าจะฝึกยากกว่าคนอื่นแล้วที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นพวกเขามารับภารกิจกัน
“เจ้าพวกนั้นรับภารกิจอะไรเหรอ”
ผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นเมื่อมองไปทางพวกคนเหล่านั้นที่ดูเหมือนว่าจะมีความมั่นใจว่าจะทำภารกิจสำเร็จแล้วอยากรู้ว่าพวกเขารับภารกิจระดับไหนกัน
“ข้าได้ไปสืบมาแล้วเจ้าพวกนั้นไม่รู้จักเจียมตัวรับภารกิจป้ายเหลืองด้วยนะสิ”ชายข้างๆกล่าวขึ้นบ้างมองคนจากหอสมุนไพรด้วยสายตาหยามเหยียดไม่ให้ค่าคนต้อยต่ำเช่นคนกลุ่มนี้ที่ไม่เจียมตัว
“ป้ายเหลืองเลยเหรอ! นี่จะพากันไปตายใช่ไหม”
ชายอีกคนกล่าวขึ้นบ้างตัวเขาเองนานๆจะจับกลุ่มไปทำภารกิจป้ายเหลืองแต่นี่คนที่ไม่มีประสบการณ์อย่างหอสมุนไพรคิดอยากก้าวกระโดดรับป้ายเหลืองก็มีความตกใจอยู่ไม่น้อย