อากาศตอนเช้าช่างหอมกรุ่นไปด้วยความรักชินภัทรกับวรรณรสยังนอนอยู่บนเตียงนอน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“วรรณ อยู่ไหนเหรอ วันนี้ไม่มาทำงานเหรอ” วรพจน์โทรมาถามด้วยความเป็ห่วง วรรณรสรีบเด้งตัวขึ้นมารับโทรศัพท์ของวรพจน์
“วันนี้ลาคะ มีธุระที่ต้องทำนิดหน่อยคะ”
“มีธุระทำไมไม่บอกพี่ละ พี่จะได้ช่วยขับรถให้”
“ไม่เป็ไรคะ วรรณจัดการเองได้คะ วรรณเกรงใจคะ โอเคงั้นแค่นี้ก่อนนะคะ”วรรณรสรีบตัดบท
“โทรมาอีกแล้วเหรอ เขาเป็ญาติฝ่ายไหนของคุณนี้ ลูกเมียก็มียังจะมาโทรหาเมียชาวบ้าน” ชินภัทร โวยวาย ไม่พอใจที่วรพจน์ชอบโทรหาวรรณรส
“เขาก็โทรมาถามตามปกติคะ”
“อย่าบอกนะว่าจะนัดคุณไปสัมภาษณ์งานที่ไหนอีก ผมบอกไว้เลยนะ ไม่อนุญาตไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น ถ้าคุณมีเื่อะไรคุณต้องมาบอกผมก่อนไม่ต้องไปเล่าให้เขาฟังได้ไหมผมไม่ชอบ” ชินภัทรเริ่มเสียงดังวรรณรสมองหน้าชินภัทรแล้วก็เดินออกจากห้องนอน ชินภัทรรีบเดินตามออกมา
“ก็ผมไม่ชอบนี้ ผมบอกคุณหลายครั้งแล้วนะว่า เขาคิดไม่ซื่อกับคุณเดี๋ยวผมต้องเรียกเขามาคุยเป็การส่วนตัวแล้วละ อธิบายให้เขาฟังเื่ระหว่างเราเขาจะได้เลิกยุ่งกับคุณสักที” ชินภัทรพยายามอธิบายให้วรรณรสฟังแต่เ้าหล่อนกลับไม่พูดอะไรต่อ
“ทีนี้คุณเห็นหรือยังว่า เื่บางเื่มันต้องใช้เวลาเห็นไหมว่าเรายังไม่เข้าใจกัน เราต้องใช้เวลาร่วมกัน”
“เอะเื่นี้ไม่เกี่ยวนะแค่ผมไม่อยากให้คุณไปยุ่งกับคนที่เขามีลูกมีเมียแล้ว”วรรณรสไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่หันหน้าหนีชินภัทร
“โอเคผมขอโทษ อย่าให้เื่คนอื่นมาสร้างความรำคาญใจให้เราเลยวันนี้เราต้องไปเดตกันนะ คุณลืมไปแล้วเหรอ” ชินภัทรดึงตัววรรณรสเข้ามากอด และ บรรจงจูบที่หน้าผาก
“อย่าโกรธผมเลยนะ ก็ผมหึงคุณนี้ ผมขอไถ่โทษแล้วกันวันนี้คุณให้ผมทำอะไร หรือคุณอยากได้อะไรผมให้ทุกอย่างเลย นะ อย่าโกรธเลยนะ”วรรณรสทนต่อลูกอ้อนไม่ไหว
“งั้นคุณก็ไปเตรียมตัวเลยจะได้ไปวัดด้วยกัน”
“เยี่ยมมากครับ ผมรักคุณที่สุดเลย” วรรณรสต้องคลายความโกรธลงมาอีกครั้งเมื่อเจอลูกอ้อนของชินภัทร
สองคนเดินลงมาจากคอนโด เหมือนหนุ่มสาวที่รักกันทั่วไป จะมุ่งหน้าไปทำบุญที่วัดสองคนไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้พิมพ์สุดาคอยสะกดรอยตามความเคลื่อนไหวของเขาทั้งสองอยู่
“เป็ไปได้ยังไง ชินกับพี่วรรณ ทำไมลงมาจากคอนโดพร้อมกัน ดูเหมือนเป็คนรักกันเลยทำไมเราไม่รู้เื่นี้ สิ่งที่เราคิดก็คือเื่จริง นี้ชินเขามีแฟนแล้วจริง ๆเหรอนี้ ไม่น่าเชื่อเลย” พิมพ์สุดารีบขับรถตามไป
มาถึงที่วัด สองคนก็รีบไปซื้ออุปกรณ์สำหรับทำสังฆทาน และ ปล่อยปลาพิมพ์สุดาคอยมองอยู่ห่าง ๆ เขาไปรักกันตอนไหน ชินก็เพิ่งมาทำงานได้แค่เดือนกว่า ๆเองนะ ดูแล้วเหมือนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแล้วด้วย
“คุณรู้สึกดีขึ้นไหมคะหลังจากได้ทำสังฆทาน”
“ก็ดีนะคุณ ผมไม่ได้ทำแบบนี้นานแล้ว ผมอธิษฐานให้ผมผ่านเื่งานไปได้ด้วยดีให้บริษัทเจริญรุ่งเรืองแล้วก็ให้ผมกับคุณเป็คู่กัน ขอให้คุณรักผมเหมือนที่ผมรักคุณแล้วก็” ชินภัทรไม่พูดต่อ
“แล้วก็อะไร”
“ขอให้เรามีลูกด้วยกัน อย่างน้อย 2-3 คนเอาไว้สืบทอดกิจการของครอบครัว” วรรณรสยิ้มแก้มปิ่ม
“เสร็จแล้วเราจะไปไหนกันต่อดีนะ”
“แล้วแต่คุณเลย อยากไปที่ไหนละคะ”
“ผมว่าไปบ้านคุณดีกว่า วันนั้นผมยังไม่ค่อยได้คุยกับพ่อแม่คุณเลยผมอยากคุยแบบเป็ทางการแจ้งให้พ่อแม่คุณทราบไว้ก่อนในเื่ของเรา”
“ฉันยังไม่พร้อม”
“คุณจะไปกลัวอะไร เดี๋ยวนี้เื่แบบนี้เขาเปิดกว้างแล้วเราโตกันแล้วนะ” วรรณรสกรุ่นคิด เมื่อได้ยินคำพูดของชินภัทร
“ผมไม่ได้พูดอะไรแค่บอกแม่คุณว่าเราเป็แฟนกัน”
“เอะคืนนั้นคุณก็พูดไปแล้วนิ คืนนั้นผมใช้อารมย์เพราะว่าคุณแอบหนีผมไปกับคุณพจน์แต่วันนี้ผมจะมาในฐานะแฟนคุณเต็มตัวแล้วอีกอย่างวันนี้ก็เป็วันศุกร์ด้วยเราจะได้กลับไปเยี่ยมพ่อแม่คุณอีกครั้งหลังจากพูดคุยกันเสร็จชินภัทรและวรรณรสก็มุ่งหน้าสู่จังหวัดราชบุรี บ้านของวรรณรสทิ้งให้พิมพ์สุดาได้แต่ยืนงงจากภาพที่เขาเห็น
“ชินคงลืมเราแล้วจริง ๆ เขาเปลี่ยนไปเยอะมากไม่น่าเชื่อผู้หญิงอย่างวรรณรสจะเข้ามานั่งใจชินภัทรได้”พิมพ์สุดากำลังชั่งใจอยู่ว่าจะตามไปต่อดีหรือไม่
พิมพ์สุดาตัดสินใจขับรถตามชินภัทรและวรรณรส มาจนถึงราชบุรีบ้านของวรรณรสวรรณรสและชินภัทรเข้าบ้าน ส่วนพิพม์สุดาจอดรถอยู่ห่าง ๆไม่กล้าเข้าไปใกล้กลัวชินภัทรจะจำรถได้
“ป้าคะ ขอถามหน่อยคะ บ้านหลังนั้นบ้านพี่วรรณหรือเปล่าคะพอดีหนูมาจากกรุงเทพ หนูเป็เพื่อนพี่วรรณคะ”
“ใช่จ๊ะ บ้านของวรรณลูกตาอำนวนกับยายแก้ว” พิมพ์สุดถึงกับอึ้ง สุด ๆเขาถึงขึ้นมารู้จักพ่อแม่กันแล้วเหรอ พิพม์สุดารู้สึกความหวังพังทลายเพราะสิ่งที่หวังไว้ว่าจะกลับมารักกันใหม่กับชินภัทรเริ่มเลือนลางลงทุกที