คำสาบานของจ้าวเสวี่ย
เสวี่ยเฟิงเดินเข้าไปในห้องของฝึกฝนของจักรพรรดิเหมันต์ด้วยสีหน้าบึ้งตึง จักรพรรดินีเหมันต์ที่นั่งหลับตาอยู่ก็ลืมตาขึ้น ที่กลางสระน้ำมีหญิงสาวรูปร่างบอบบางและงดงามราวกับนางฟ้าจากสรวงสวรรค์นั่งอยู่ หญิงสาวนางนี้ถ้าหยางจื่อมาเห็นหน้านางก็จะสามารถยืนยันความคิดของหยางจื่อได้เลยว่านางคือจ้าวเสวี่ยจ้าวเสวี่ยที่นั่งอยู่ก็ลืมตาขึ้นมาและยืนขึ้นทำคารวะเสวี่ยเฟิง"ยินดีด้วยที่ท่านสามารถทะลวงระดับได้เเล้ว" จักรพรรดินีเหมันต์กล่าว"เจ้าได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นเเล้วหรือไม่" เสวี่ยเฟิงกล่าวเสียงโทนต่ำ"ใช่เเล้ว ข้ารู้ว่าท่านโกรธแต่สถานะของพวกเราก็ไม่สามารถทำอะไรได้ หากพวกเราลงโทษตระกูลเสวี่ย พวกเขาก็จะต่อสู้กลับมาและมันจะกลายเป็นสงครามที่เกิดการสูญเสีย ซึ่งมันจะทำให้ดินแดนเปลวเพลิงได้โอกาส ท่านทำใจเสียเถอะ" จักรพรรดินีเหมันต์กล่าวอย่างเย็นชา"แน่นอนว่าเจ้าสามารถพูดได้ว่าให้ข้าทำใจ เพราะเจ้ายังไม่เคยพบหน้าหรือพูดคุยกับเขาหรือรับรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา" เสวี่ยเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงอดกลั้น"ท่านหมายความว่ายังไง " จักรพรรดินีเหมันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดเมื่อเห็นสีหน้าของเสวี่ยเฟิง"ไม่ใช่แค่เขาครอบครองเส้นลมปราณมังกรสวรรค์และเปลวเพลิงเทวะเท่านั้น แต่เขายังเป็นหลานแท้ๆของผู้อาวุโสหยางฟงอีกด้วย" เสวี่ยเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาขึ้น"ไม่จริงเป็นไปไม่ได้ หลานของชายคนนั้นจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร" จักรพรรดินีเหมันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก"แน่นอนว่าต้องมาตามหาท่านผู้อาวุโสหยางฟง และการที่พวกเราทำให้หยางจื่อต้องเดือดร้อนและตกตายไป เจ้าคงรู้นะว่าวันใดที่ผู้อาวุโสหยางฟงสามารถควบคุมสิ่งนั้นได้ พวกเราจะต้องเจอกับอะไร" เสวี่ยเฟิงกล่าว"หยางจื่อ??????" จ้าวเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก"นี่เจ้ารู้จักหยางจื่อด้วยรึ" เสวี่ยเฟิงกล่าว"ใช่เเล้วผู้อาวุโส หยางจื่อที่ข้ารู้จัก มีเส้นลมปราณมังกรสวรรค์และเปลวเพลิงเทวะ หยางจื่อยู่ที่นี่งั้นหรือแล้วเขาอยู่ที่ใหน" จ้าวเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น"ถ้าเขาไม่ถูกจับตัวไปก็น่าจะตกตายไปเเล้ว แต่ข้ารู้จักหยางจื่อดีเขายอมตายดีกว่าจะตอมถูกจับตัวไป" เสวี่ยเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด"ว่า...อย่าง..ไรนะ" จ้าวเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงติดขัดร่างอันบอบบางของนางสั่นสะท้าน แข่งขาของนางอ่อนแรงราวกับไร้เรี่ยวแรงที่จะยืน หยางจื่อคือคนที่นางหลงรักมานานเเล้วและที่สำคัญหยางจื่อเคยช่วยชีวิตของนางมาเเล้วหลายครั้ง"ใครเป็นคนทำร้ายเขา จากที่พวกท่านคุยกันในตอนแรกคงเป็นคนในตระกูลเสวี่ยใช่หรือไม่" จ้าวเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว"ใช่" จักรพรรดินีเหมันต์ยังไม่ได้กล่าว เสวี่ยเฟิงก็กล่าวออกมา"อย่างงี้นี่เอง ไม่แปลกที่ท่านอาจารย์จะนิ่งเฉยกับเรื่องนี้ ท่านอาจารย์ท่านผู้อาวุโสเสวี่ยเฟิง ท่านควรจะรีบฆ่าข้าตั้งแต่ตอนนี้ซะ เพราะข้าขอสาบานเลยว่าในอนาคตเมื่อข้าแข็งแกร่งขึ้นข้าจะเป็นคนกวาดล้างตระกูลเสวี่ยด้วยตนเอง" จ้าวเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาถึงที่สุดและมุ่งมั่นอย่างถึงที่สุดดวงตาที่สดใสของนางถูกแทนที่ด้วยความโกรธแค้นสุดจะหยั่งถึง ตัวนางนั้นไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับตระกูลเสวี่ยมากนัก คนที่นางสนืทด้วยมีเพียงจักรพรรดินีเหมันต์และเสวี่ยเฟิงเพียงเท่านั้น"เสวี่ยเอ๋อนี่เจ้า!!!!!" จักรพรรดินีเหมันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเมื่อเห็นจ้าวเสวี่ยเอ่ยคำสาบาน"เสวี่ยน้อยเจ้าและหยางจื่อเป็นอะไรกัน" เสวี่ยเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสับสน"ข้าและเขามาจากดินแดนระดับต่ำเดียวกัน พวกเราผ่านประสบการณ์มากมายมาด้วยกันและทุกครั้งที่ข้าลำบากเขาก็มาช่วยข้าทุกครั้ง ข้าติดหนี้บุญคุณเขามากเกินไป และอีกหย่างในชีวิตของข้าเขาคือคนที่สำคัญที่สุดและไม่มีใครสามารถมาทดแทนได้" จ้าวเสวี่ยกล่าว"ถ้าอย่างงั้น ตัวข้าก็ไม่มีเหตุผลที่จะฆ่าเจ้าหรือหยุดเจ้า เพราะไม่ว่าอย่างไรเขาก็คือลูกศิษย์ที่ข้ารับมาเองกับมือ" เสวี่ยเฟิงกล่าว"นี่ท่านพี่ พวกท่านกล่าวอะไรกันออกมารู้บ้างหรือเปล่า ถึงตระกูลเสวี่ยจะเลวทรามแค่ใหนแต่นั่นก็คือตระกูลของพวกเราอยู่ดี" จักรพรรดินีเหมันต์กล่าว"ครอบครัวของข้ามีแค่เจ้าและท่านพ่อท่านแม่เท่านั้น และในสายตาพวกมันข้าก็เป็นแค่คนนอกคอก แล้วทำไมข้าจะต้องสนด้วยว่าพวกมันจะอยู่หรือตาย ที่ข้าไม่ลงมือสังหารพวกมันตั้งแต่ตอนนี้มันก็ดีแค่ใหนเเล้ว" เสวี่ยเฟิงกล่าวอย่างเย็นชาจักรพรรดินีเหมันต์รู้สึกปวดหัว เพียงเพราะตัวตนของหยางจื่อก็สามารถทำให้รากฐานของดินแดนเหมันต์สั่นคอน และไม่ใช่แค่เสวี่ยเฟิงเท่านั้นที่คิดว่าถ้าหยางจื่อยังมีชีวิตและกลับมาแก้แค้นพวกเขาก็จะไม่หยุดหยางจื่อภายในวิหารเยือกแข็งเองก็มีผู้อาวุโสหลายคนที่มีความคิดเช่นเดียวกับเสวี่ยเฟิง พวกเขาเองก็เบื่อหน่ายกับการกระทำของตระกูลเสวี่ย พวกเขายินดีที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นหากตระกูลเสวี่ยถูกทำลายทางด้านหยางจื่อ หลังจากที่ตกลงไปในผาไร้ที่สิ้นสุดมาเป็นเวลาหลายวัน หยางจื่อที่หมดสติก็ลืมตาขึ้นหยางจื่อรู้สึกเจ็บปวดทั่วร่างกกาย มีกระดูกหลายแห่งแตกหักและอวัยวะภายในบอบช้ำ หยางจื่อโคจรพลังปราณเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บพร้อมกับกินยารักษาบาดแผลที่ตนมีอย่างบ้าครั่งหยางจื่อรู้สุกมีความสุขที่ตนรอดชีวิตมาได้ แต่ในตอนนั้นความุขก็เปลี่ยนเป็นความแค้น หัวใจของหยางจื่อถูกย้อมไปด้วยความมืดโดยไม่รู้ตัว"โอ้ ในที่สุดเจ้าก็ตื่น" เสียงที่น่าขนลุกดังขึ้นหยางจื่อรู้สึกตื่นตระหนกและหันมองไปรอบทิศแต่ก็ไม่พบกับสิ่งผิดปกติ"ท่านเป็นใคร" หยางจื่อกล่าวออกมา"เจ้าหนูเจ้าไม่คิดที่จะขอบคุณข้าที่ช่วยชีวิตของเจ้าเอาไว้หรืออย่างไร" เสียงที่น่าขนลุกดังขึ้นมาอีกครั้งร่างของชายชราที่เหมือนกับภูติผีก็ปรากฏ ชายชราสวมเสื้อสีดำที่ขาดราวกับขอทานเดินตรงมาทางหยางจื่อ หยางจื่อสามารถรับรู้ได้เลยว่าชายชราคนนี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเพราะกลิ่นอายของชายชราคล้ายๆกับหญิงสาวชุดขาว"ขอบคุณมากท่านผู้อาวุโสที่ช่วยชีวิตผู้เยาว์ไว้" หยางจื่อกล่าว"ฮ่า ฮ่า ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร มันนานมากเเล้วที่ไม่มีใครสามารถลงมาถึงส่วนลึกของหน้าผาแห่งนี้ แต่เมื่อหลายปีก่อนก็มีคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งลงมาแต่ก็ไม่สามารถกลับขึ้นไปได้ " ชายชรากล่าว"คู่สามีภรรยาคู่นึง" หยางจื่อกล่าว"แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ใหน" หยางจื่อกล่าว"อยู่ข้างในถ้ำข้างหน้านี้ไงถึงพวกเขาจะยังไม่ตายแต่ก็คงจะอยู่ได้อีกไม่นานนักหรอก" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงน่าขุนลุกเช่นเคย"หรือว่าทั้งสองจะเป็น" หยางจื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงคาดหวัง-----------------------------------------------------------------------------------