ชายสองคนที่เดินเข้ามาก็คือ อดัมกับจอร์แดนพวกเขาสงสัยเรื่องที่ผมกับไอวี่ไปนานผิดสังเกตและออกห่างจากคาราวานมากเกินไปทำให้พวกเขาเริ่มรู้ได้ว่าผมกับไอวี่โดนพวกกลุ่มที่ไล่ล่าเล่นงานอยู่
ผู้หญิงคนนั้นที่กำลังจับตัวของไอวี่เอาไว้ก็ถามออกไปด้วยความสงสัยเพราะสนามพลังแห่งนี้มีความสามารถลวงตาขั้นสูงถ้าไม่ใช่ผู้มีความสามารถในด้านการตรวจจับหรือเป็นผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงจะไม่สามารถมองเห็นและเข้ามาในนี้ได้เด็ดขาด
“พวกแกเป็นใครเข้ามาในนี้ได้ยังไง”
อดัมตอบกลับไป
“จะเป็นใครแล้วเข้ามาได้ยังไงต้องถามพวกเจ้าก่อนว่ามาจับตัวคนของข้าไปทำไม”
“พวกแกไม่จำเป็นต้องรู้ว่าพวกฉันเป็นใครและพวกฉันมาจับตัวพวกมันไปทำไมเพราะอีกเดี๋ยวพวกแกก็ตายแล้ว"
ผู้หญิงคนนั้นพูดตอบอดัมเสร็จก็หันหน้าไปหาคนในกลุ่มของตนเอง
"เจ้าพวกโง่มัวยืนบื้อยืนทำไมไปฆ่าพวกมันก่อนเลยแค่สองคนทำอะไรไม่ได้หรอก เดี๋ยวข้ามุ่งหน้ากลับไปก่อน”
ผู้หญิงคนนั้นที่กุมตัวของไอวี่อยู่ก็เคลื่อนย้ายพริบตามาจับตัวของผมด้วยมือที่มองไม่เห็นที่หมดสติไปแล้ว ส่วนไอวี่ก็หมดสติไปเหมือนกันเพราะที่ผ่านมาเธออดกลั้นมันเอาไว้
ในขณะที่ผู้หญิงคนนั้นกำลังที่จะก้าวข้ามผ่านมิติ จอร์แดนดึงดาบออกมาจากอากาศธาตุจากนั้นก็ขว้างไปยังผู้หญิงคนนั้นสุดแรงเกิดกระทั่งสลายมิติที่ผู้หญิงคนนั้นเปิดขึ้นมา ทำให้ผู้หญิงคนนั้นตกใจเล็กน้อยส่วนจอร์แดนที่อยู่ห่างไกลก็เคลื่อนย้ายพริบตามาจับที่ดาบที่เขาได้ขว้างมา ก่อนที่จะฟาดฟันเข้าใส่ผู้หญิงคนนั้นในระยะไม่ถึงหนึ่งเมตร
แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับไม่ได้มีท่าทีกังวลหรือหวั่นไหวไปกับการโจมตีของจอร์แดนเธอใช้มือข้างซ้ายหยุดการโจมตีของดาบเอาไว้ได้จากนั้นก็ใช้มือขวาจับดาบเล่มใหญ่ของเธอแล้วฟาดฟันการโจมตีกลับไป จอร์แดนใช้ทักษะพิเศษเหยียบอากาศก่อนที่จะหมุนตัวออกไปจนไปหยุดห่างออกไปสิบเมตร
ผู้หญิงคนนั้นเผยรอยยิ้มพร้อมกับพูดออกมา
“ไม่อยากจะเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อเป็นครั้งแรกเลยที่มีคนสามารถหลบการโจมตีระยะใกล้ขนาดนี้ของฉันได้นายเป็นแรกเลยนะ จงภูมิใจไว้ซะเถอะ”
“ฮ่า ฮ่า ถูกแม่หนูอย่างเจ้าชมนี่แสดงว่าความสามารถของข้าอ่อนลงแล้วสินะ ในเมื่ออุ่นเครื่องเสร็จแล้วก็มาลองของจริงกันเถอะ”
จอร์แดนระเบิดพลังออกมาอวตารที่ราวกับเทพแห่งการต่อสู้ที่ถือดาบเล่มยักษ์ก็ปรากฏออกมา ส่วนทางฝั่งของผู้หญิงคนนั้นก็ระเบิดพลังออกมาเช่นเดียวกันอวตารสองร่างสีม่วงที่มีลักษณะคล้ายปีศาจร้ายก็ปรากฏออกมาอวตารทั้งสองร่างที่ปรากฏออกมาดึงพลังแห่งความมืดหนุนเสริมสร้างดาบสีม่วงขึ้นมาอีกที
ในตอนนี้จอร์แดนตกตะลึงเล็กน้อยเพราะพลังของผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าของเขายังดึงพลังออกมาได้ไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำมันก็เท่ากับเขาจะต้องรับมือกับยอดฝีมือเพื่อที่จะชิงตัวของโรเบิร์ตกับไอวี่กลับมาจากการจับตัวของเธอ
ทางด้านของอดัมที่รับมือกับคนในกลุ่มของผู้หญิงคนนั้นที่มีจำนวนมากถึงจะเป็นแบบนั้นเขาเองก็ไม่มีท่าทีหวาดหวั่นใดๆเกิดขึ้นมา อดัมใช้ทักษะสร้างร่างลวงของตนเองขึ้นมาเท่ากับจำนวนของจำนวนคนที่เขาต้องปะทะร่างลวงที่แยกออกมาล้วนมีอาวุธที่มีลักษณะแตกต่างกันออกไป
ร่างลวงของอดัมที่ปรากฏออกมาของเขาก็พุ่งเข้าหากลุ่มคนที่รุมล้อมเขาอยู่ในทันทีพร้อมกับใช้อาวุธที่แตกต่างกันเข้าปะทะกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้า กลุ่มคนที่รุมล้อมอดัมก็ระเบิดพลังพร้อมกับหยิบอาวุธของตนเองออกมาพุ่งเข้าปะทะกับอดัมและร่างลวงของเขา
ความรุนแรงของพลังโจมตีก็บดขยี้บริเวณพื้นที่โดยรอบด้วยพลังที่มหาศาลที่ปล่อยออกมาของแต่ละคน กลุ่มคนทั้งหมดพวกนั้นมีระดับถึงขอบเขตนักเวทย์ฝึกหัดขั้นต้นที่มีความสามารถส่วนผู้หญิงคนนั้นที่ไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดออกมาก็มีระดับความสามารถขอบเขตผู้เชี่ยวชาญเวทย์ขั้นกลางแล้ว
อดัมกับจอร์แดนเองตอนนี้ที่ยังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดออกมาก็มีระดับความสามารถถึงขอบเขตผู้เชี่ยวชาญเวทย์เหมือนกัน ทำให้การต่อสู้ที่เกิดขึ้นมันรุนแรงเกินกว่าปกติ
การต่อสู้ที่เริ่มไปได้เพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็ทำลายสภาพแวดล้อมพังทลาย ผืนแผ่นดินกลายเป็นหลุมเป็นบ่อเพราะพลังที่ปะทะอย่างรุนแรง
ร่างอวตารของจอร์แดนกับร่างอวตารของผู้หญิงคนนั้นก็ปะทะกันมานานมากและไม่มีใครยอมใคร
“เฮ้อ ไม่มีทางเลือกแล้วสินะ ถ้าไม่ใช้สิ่งนั้นฉันคงหลุดไปจากที่นี่ไม่ได้แน่”
จงกลายเป็นความมืด!
ร่างอวตารของผู้หญิงคนนั้นเปลี่ยนร่างกลายเป็นร่างสีดำพร้อมเปลวเพลิงสีดำที่ลุกโชนไปทั่วทั้งตัวและอาวุธ จากนั้นร่างอวตารทั้งสองก็ฟาดฟันการโจมตีเข้าใส่จอร์แดนแบบเต็มกำลังการโจมตีที่โจมตีเข้ามามีคุณสมบัติเคลื่อนพริบตาในระดับสูงทำให้จอร์แดนไม่สามารถหลบได้เขาจึงต้องรับมันเอาไว้ทั้งหมด
แสงสว่างรวมเป็นหนึ่ง
พลังแห่งแสงไหลมารวมกับร่างอวตารของจอร์แดนก่อนที่ดาบในมือของร่างอวตารจะตัดผ่าแยกส่วนการโจมตีพวกนั้นที่เข้ามาทั้งหมดพร้อมกับสลายมันไปได้
“นายทำให้ฉันตกใจแล้วตกใจอีกจริงที่สามารถใช้โจมตีทำลายพลังของฉันได้อย่างหมดจดแบบนี้น่านับถือ”
“ฉันที่มีความสามารถในดาบ ถ้าไม่มีความสามารถมากแล้วทำไมข้าต้องทะนงตนด้วยละ แม่หนูว่าแต่เจ้าเถอะไม่มองที่การต่อสู้มันจะดีเหรอเพราะการต่อสู้มันยังไม่จบหรอกนะ”
ดาบที่มีแสงสีขาวมากมายหล่นลงมาจากท้องฟ้ามากมายมหาศาลราวกับมันไม่มีวันหมดและเล็งไว้ที่ผู้หญิงคนนั้น ทำให้เธอได้แต่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงการโจมตีนี้นี่มันอะไรกันทำไมเธอถึงไม่สามารถจับสัมผัสมันได้ และไม่มีเวลาที่จะให้เธอได้เตรียมตัวตั้งรับมันเอาไว้อีกด้วย
“ถ้าแค่ดาบมากมายพวกนี้ฉันเองก็...”
“แม่หนูสิ่งที่เจ้าประมาทไปคือการที่เจ้าอวดดี หยิ่งทะนง และมั่นใจในฝีมือของตนเองมากเกินไปยังไงละ”
ผู้หญิงคนนั้นรับการโจมตีดาบแสงพวกนั้นโดยการกลางโล่ขั้นสูงสุดที่ป้องกันได้ทุกการโจมตีแต่ว่าที่ทำให้เธอตกตะลึงมากยิ่งกว่านั้นก็คือพวกมันกลับทะลุเข้ามาจนถึงตัวของเธอทำให้ดาบมากมายพุ่งปักที่ตัวของเธอนับร้อยไปจนถึงหลายพันเล่มจนมองไม่เห็นตัวของเธอ
ทางด้านของอดัมก็กำลังรับมือกับคนในกลุ่มของผู้หญิงคนนั้นที่มีทั้งหมดและตอนนี้ก็ดำเนินมาจนถึงจุดสิ้นสุดแล้วโดยที่เขาได้ปลดปล่อยการโจมตีอันรุนแรงของตนเองออกมาในรูปคลื่นน้ำที่เต็มไปด้วยคุณสมบัติทำลายพิเศษเอาไว้ภายในนั้น ทำให้กลุ่มคนจำนวนมากพวกนั้นไม่อาจรับการโจมตีเอาไว้ได้ก็ถูกฆ่าตายไปในทันที
ดาบที่มีแสงสีขาวมากมายที่โจมตีผู้หญิงคนนั้นก็สลายหายไปแทนที่ด้วยตัวของผู้หญิงคนนั้นที่นอนหมดสติลงไปพร้อมกับอาการบาดเจ็บสาหัส ขณะที่จอร์แดนกำลังที่จะเดินไปปิดฉากการโจมตีครั้งสุดท้ายเพื่อปลิดชีวิตของผู้หญิงคนนั้นทิ้งไปซะร่างกายของผู้หญิงคนนั้นก็ถูกเส้นใยสีแดงกับสีดำพันรัดรอบตัวก่อนที่จะยกร่างของผู้หญิงคนนั้นที่หมดสภาพและบาเจ็บสาหัสเอาไว้
ก่อนที่จะนำร่างของผู้หญิงคนนั้นมาวางไว้ข้างตัวของโรเบิร์ตที่ตอนนี้หมดสติไปแล้วร่างของผู้หญิงคนนั้นถูกย่อส่วนให้มีขนาดเทียบเท่าร่างภูติแบบอาเธน่าก่อนที่จะพุ่งเข้าไปในร่างกายของโรเบิร์ตเข้าไปยังโลกลึกลับแห่งนั้นที่อยู่ในตัวของเขา
จอร์แดนถึงกับตกตะลึงเพราะขนาดที่ว่าเขามีชีวิตอยู่มานานมากแล้วยังไม่เคยพบเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนและกลิ่นอายพลังที่แสดงออกมามันทำให้เขานึกถึงเผ่าพันธุ์หนึ่งที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยชื่อขึ้นมา แต่ว่าเขาก็ส่ายหน้าก่อนที่จะละทิ้งความคิดพวกนั้นเพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกที่เผ่าพันธุ์แบบนั้นจะมาอยู่โลกชนชั้นที่สี่แบบนี้ได้
และที่สำคัญกลิ่นอายพลังที่คล้ายแบบนี้ก็มีหลายเผ่าพันธุ์เหมือนกันเพราะฉะนั้นโรเบิร์ตที่อยู่ตรงหน้าของเขาก็น่าจะเป็นเผ่าพันธุ์เหล่านั้นที่เหลือ จอร์แดนกับอดัมก็มาพยุงร่างของโรเบิร์ตกับไอวี่แล้วก็กลับไปยังคาราวานเพื่อรักษาตัว
ผ่านไปหลายวันผมกับไอวี่ก็รู้สึกตัวบนรถขนส่งของคาราวานที่เดินทางกันไปเรื่อยๆแต่ว่าก็ไม่สามารถขยับตัวได้ผมยังแค่ไม่สามารถขยับตัวได้แต่ไอวี่เธอบาดเจ็บสาหัสและบาดแผลขนาดที่ว่ารักษาแล้วเลือดก็ยังไหลออกมาไม่หยุดต้องใช้เวทย์รักษากระตุ้นเข้าไปทุกสองชั่วโมงเลือดจึงจะหยุดไหล
แต่ก็หยุดไหลได้เพียงหนึ่งชั่วโมงมันก็ไหลออกมาอีกและก็เป็นแบบนี้มาหลายวันยังไม่หมดเพียงเท่านั้นความเจ็บปวดที่เธอได้รับก็ทวีความรุนแรงทุกครั้งที่ใช้การรักษา
ขณะที่ผมคิดว่านอนพักไม่นานเดี๋ยวมันก็คงหายดีแต่ผมคิดผิดเพราะมันไม่แม้แต่จะหายดีกลับยิ่งทวีความรุนแรงร่างกายของผมขยับไม่ได้อีกแล้วตั้งแต่ช่วงขาขึ้นมาจนถึงเอว พลังที่แปลกประหลาดพวกนี้ก็เล่นเอาผมตกใจไปไม่น้อยและก็ไม่มีผู้ใช้เวทย์รักษาคนไหนสามารถรักษามันได้แม้แต่คนเดียว
อดัมกับจอร์แดนได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างหมดหนทางส่วนทีแกนเองก็แสดงสีหน้าเห็นใจผมกับไอวี่ออกมาพวกเขาหมดหนทางที่จะรักษาผมกับไอวี่อย่างแท้จริง พวกเขาได้แต่โทษความผิดของตนเองที่ไม่ได้เตือนผมกับไอวี่ว่าอย่างออกไปอยู่นอกสายตาของพวกเขามากเกินไปเพราะมันอันตรายแต่จะให้ย้อนกลับไปเตือนมันก็ไม่ทันแล้ว
ผมกับไอวี่ก็ยอมรับสภาพที่เป็นอยู่โดยพยายามอธิบายให้พวกเขาเข้าใจว่าเรื่องทั้งหมดมันก็เป็นแค่อุบัติเหตุเท่านั้นไม่จำเป็นต้องโทษตัวเอง
ถ้าหากจะถามว่าทำไมผมถึงไม่ใช้ทักษะฟื้นฟูด้วยพลังแห่งธรรมชาตินั่นก็เป็นเพราะพลังแปลกประหลาดพวกนี้ยังยับยั้งการใช้เวทมนตร์ของผมอยู่และไม่เปิดโอกาสให้ผมได้สามารถลืมตาอ้าปากได้เลยเห็นได้ชัดว่ามันไม่ต่างอะไรไปจากคำสาปเลยสักนิด
ความเลวร้ายมันไม่ได้จบลงไปเพียงเท่านั้นผมกับไอวี่หลังจากผ่านพ้นมาหลายวันนี้ก็ไม่ได้แสดงอาการที่มันผิดปกติมากมายอะไรแต่วันนี้มันกลับมีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้น มันมีอักขระสีน้ำเงินค่อยๆปรากฏขึ้นมาบนร่างกายของผมกับไอวี่จากนั้นก็ลุกลามไปทั่วทั้งตัว
สุดท้ายผมกับไอวี่ก็นอนแน่นิ่งไปในที่สุด ลมหายใจเข้าออกก็หยุดการตอบสนองไปด้วย จังหวะการเต้นของหัวใจก็เต้นเป็นครั้งสุดท้ายและหยุดลงในทันทีร่างกายของผมกับไอวี่ก็เปลี่ยนกลายเป็นเย็นเฉียบและแข็งไม่ต่างไปจากศพ..........
. . .