ท่านพ่อ! ข้าอยากเป็นบุตรสาวขุนนาง

    ตอนที่ 59 พี่ชายฮั่ว! ท่านสามารถหยั่งรู้อนาคตหรือ

            “ผู้ใดมาเห่าอยู่ตรงนี้กัน”

            เฉินซินยืนแคะหูอยู่ด้านหลังผู้คนที่มาเอะอะโวยวายหน้าร้าน ด้านหลังของเฉินซินมีเสี่ยวเอ้อจากภัตตาคารฟู่หยวนถือไม้พลองยืนคุมเชิง

            “เจ้าเป็นคนของทางการหรือไม่”

            ยื่นมือออกไปรับไม้พลองจากเสี่ยวเอ้อที่อยู่ด้านหลัง แล้วนำมันชี้หน้าบรรดาบุรุษร่างกำยำ อย่าเห็นว่าเฉินซินร่างกายอ้วนท้วนแล้วจะไม่สู้คน

            สาเหตุที่เขาถูกส่งตัวมาที่อำเภอจางหลิน ก็เพราะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับบุตรหลานของตระกูลชนชั้นสูงในเมืองหลวงอยู่บ่อยครั้ง

            “ข้าถามว่าเจ้าเป็นคนของทางการหรือไม่”

            บุรุษร่างกำยำที่เอะอะโวยวายเมื่อครู่สบตากับเฉินซิน แล้วตอบคำถามกลับ “ข้าเป็นเพียงราษฎร หาใช่คนของทางการ”

            “อ้อ ที่แท้เป็นเพียงราษฎรนี่เอง ทางใต้น้ำท่วมหนัก ราชสำนักย่อมยื่นมือลงไปช่วยเหลือ เจ้าเป็นผู้ใดถึงได้เอาราษฎรทางใต้มาอ้างเพื่อบีบบังคับซื้อข้าวจากร้านของข้า” กระแทกไม้พลองลงกับพื้น

            “พวกเจ้าหาใช่คนของทางการ ซื้อข้าวลงไปทางใต้จำนวนมาก แล้วข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าพวกเจ้าไม่คิดนำมันไปขูดเลือดขูดเนื้อจากราษฎร ปีนี้ทางเหนือเกิดภัยแล้งหลายพื้นที่ ผลผลิตอันน้อยนิดยังไม่ทันได้เก็บเกี่ยวให้แล้วเสร็จ จะส่งข้าวลงทางใต้โดยไม่คำนึงถึงคนทางเหนือได้อย่างไร” เฉินซินทำหน้ายียวน

            “คุณชายท่านนี้พูดถูก ถ้าทางเหนือถูกพ่อค้ากว้านซื้อข้าวเพื่อส่งลงไปทางใต้จนหมด ราคาข้าวทางเหนือต้องทะยานขึ้นสูงจนพวกเราซื้อไม่ไหวอย่างแน่นอน”

            ฮั่วหนานอันจูงมือบุตรสาวคนเล็ก แหวกทางเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่บริเวณด้านหน้าที่คนสองกลุ่มกำลังเผชิญหน้ากัน ส่งสัญญาณไม่ให้เฉินซินทักทายเหมือนรู้จักกับพวกตน

            ราษฎรที่ยืนมุงดูเหตุการณ์พยักหน้าเห็นด้วย ราษฎรที่อาศัยอยู่ในตัวอำเภอเกินครึ่งไม่มีที่นาทำกิน พวกเขาทำงานช่างฝีมือและรับจ้างทั่วไป เพื่อนำเงินมาซื้อข้าวกิน

            หากราคาข้าวพุ่งสูง เงินที่อยู่ในกระเป๋าจะหลุดกระเด็นออกไปมากกว่าเดิม ผู้ใดอยากเสียเงินมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัวหรืออาจหลายเท่า เพื่อให้ได้ข้าวจำนวนเท่าเดิมกลับมา

            “นายท่านทั้งหลาย ปีนี้ทางเหนือพบเจอภัยแล้ง ผลผลิตที่กำลังเก็บเกี่ยวจ่ายภาษีก็แทบไม่เหลือ เหตุใดท่านถึงไม่เดินทางไปยังภาคอื่นดูบ้างขอรับ” ฮั่วหนานอันโค้งศีรษะให้กับคนพวกนี้เล็กน้อย

            “ถ้ามีที่ไป ข้าจะต้องมาขอร้องอ้อนวอนพวกเจ้าให้เสียเวลาทำไมกัน”

            ปีนี้ทุกภาคยกเว้นทางใต้ประสบปัญหาภัยแล้ง ความหวังของคนส่วนใหญ่คือข้าวที่ปลูกจากทางใต้ แต่ผู้ใดจะคาดคิดว่าทางใต้เกิดน้ำท่วมหนักขยายวงกว้างครอบคลุมสามสิบกว่าอำเภอ

            “ทุกคนได้ยินแล้วใช่หรือไม่ นายท่านผู้นี้บอกว่าที่อื่นก็ขาดแคลนข้าวเช่นเดียวกัน ถ้าร้านว่านเหลี่ยงขายข้าวให้พวกเขาจนหมด แล้วพวกเราจะเอาอะไรกิน”

            ยังคงเป็นฮั่วหนานอันคนเดิม ที่เติมเชื้อไฟให้ชาวบ้านต่อต้านคนจากถิ่นอื่นมากว้านซื้อข้าว

            “คุณชาย ท่านอย่าขายข้าวให้พวกเขานะขอรับ บ้านข้าไม่ได้ร่ำรวยอันใดมาก สามารถซื้อข้าวตุนไว้ได้ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ หากท่านขายให้พวกเขาจนหมด ราคาข้าวต้องพุ่งขึ้นสูง แล้วข้าจะเอาเงินจากที่ใดมาซื้อข้าวประทังชีวิต”

            บุรุษวัยกลางคนมีอาชีพเป็นช่างตีเหล็ก บ้านของเขาอยู่ในตรอกติดกับด้านหลังศาลาว่าการอำเภอจางหลิน แต่ละวันได้เงินจากการตีเหล็กไม่มาก ทำให้หวาดหวั่นว่าราคาข้าวจะพุ่งทะยานขึ้นสูงจนซื้อไม่ไหว

            “พวกเจ้าไร้เหตุผลสิ้นดี ราษฎรทางใต้กำลังเดือดร้อนเพราะน้ำท่วมหนัก แต่พวกเจ้ากลับห่วงเพียงตนเอง”

            “เพ้ย! ท่านพูดอย่างนี้ก็ไม่ถูก ผู้ใดไม่ห่วงตัวเองบ้าง ช่วยเหลือผู้อื่นแต่ตนเองเดือดร้อน ข้าขอถามว่าหากเป็นท่าน ท่านจะเลือกอย่างไร”

            ชายชราในกลุ่มคนที่มายืนมุงดูเหตุการณ์กล่าวขึ้นอย่างเหลืออด

            “ทางใต้เดือดร้อน ราชสำนักมิได้นิ่งนอนใจ พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วงราษฎรทางใต้เกินหน้าเกินตาราชสำนักไปหรอก”

            ฮั่วหนานอันยังคงโจมตีคนพวกนี้ต่อ ผู้ที่มายืนมุงดูเหตุการณ์คิดตามแล้วเกิดความรู้สึกหลากหลาย สายตาหลายคู่มองไปยังพวกที่มากว้านซื้อข้าวอย่างเคลือบแคลงสงสัย

            “ข้าว่าพวกเขาต้องมากว้านซื้อข้าวไปโก่งราคาแน่นอน”

            “ใช่ เป็นเพียงราษฎรธรรมดา กลับห่วงชาวบ้านเกินหน้าเกินตาราชสำนัก เกิดมาข้าไม่เคยพบเคยเห็น พวกเขาต้องเป็นพวกพ่อค้าหน้าเลือด นำความเดือดร้อนของราษฎรมาแอบอ้างหาผลประโยชน์ส่วนตนเป็นแน่”

            คำวิพากษ์วิจารณ์ของคนในอำเภอจางหลิน ส่งผลให้พวกที่มากว้านซื้อข้าวถอยกลับไปตั้งหลัก จนในที่สุดหน้าร้านขายข้าวว่านเหลี่ยงกลับมาเป็นปกติ

            “ขอบคุณทุกท่านที่เข้าใจร้านของพวกเรา” เฉินซินกล่าวขอบคุณราษฎรทุกคนที่มายืนกดดันคนต่างถิ่นอยู่หน้าร้าน แม้ว่าหลายคนจะมายืนเพื่อร่วมชมเหตุการณ์เอาสนุกก็ตามแต่

            “ร้านเจ้าจะปิดแล้วหรือ เหตุใดไม่เปิดขายข้าวปกติล่ะ” หญิงชราตะโกนออกมาจากฝูงชน กลัวว่าร้านว่านเหลี่ยงจะฉวยโอกาสขึ้นราคาข้าว นางจึงต้องการซื้อตุนเอาไว้เสียตั้งแต่ตอนนี้

            “ช่วงนี้สถานการณ์ไม่ปกติ ข้าน้อยต้องวางกำลังดูแลร้านใหม่ ทุกท่านโปรดกลับไปดูแลเสบียงในบ้านของตนเองให้ดี ระวังถูกขโมยไปแล้วจะต้องเสียเงินซื้อข้าวในราคาสูง”

            คำพูดของเฉินซินสร้างความตื่นตระหนกให้พวกที่มามุงดูเหตุการณ์ จนกว่าสถานการณ์ทางใต้จะคลี่คลาย พวกตนคงต้องกลับไปเฝ้าเสบียงในบ้านอยู่ตลอดเวลา

            ฮั่วหนานอันกับฮั่วหมิงจู เข้ามานั่งในห้องรับรองด้านหลังร้านขายข้าว โดยมีเฉินซินคอยเยินยอสองพ่อลูกราวกับว่า พวกเขาคือเทพเซียนที่มาให้โชค

            “พี่ชายฮั่ว” เฉินซินยื่นคอเข้าไปใกล้ฮั่วหนานอัน กระซิบถามเสียงแผ่วเบา “ท่านสามารถหยั่งรู้อนาคตใช่หรือไม่”

            “ถ้าข้ามีความสามารถหยั่งรู้อนาคต จะต้องมานั่งอยู่ในอำเภอจางหลินให้เสียเวลาไปไย” ผลักใบหน้ากลมออกห่าง

            “แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าควรกว้านซื้อข้าวกักตุน”

            “ข้าไม่รู้ว่าผลผลิตทางใต้จะถูกน้ำท่วมจนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ที่ข้าให้เจ้ากว้านซื้อข้าวในอำเภอจางหลินกับอำเภอใกล้เคียง เป็นเพราะมองเห็นว่าปีนี้ทางเหนือเกิดภัยแล้งหลายอำเภอ ผลผลิตน่าจะเก็บเกี่ยวได้น้อย การซื้อผลผลิตของปีที่แล้วในราคาถูกมาขาย คงทำกำไรให้พวกเราได้บ้าง ผู้ใดจะคิดว่าพวกเราจะโชคดีในความโชคร้ายของผู้อื่น”

            ฮั่วหนานอันตบบ่าของเฉินซิน ทั้งสองหัวเราะให้กับความโชคดีของตนเอง

            “พี่ชายฮั่วกับหมิงจูคือตัวนำโชคของข้า พวกเราไปที่ภัตตาคารฟู่หยวนเถิด ข้าให้คนเตรียมของที่พวกท่านชอบเอาไว้แล้ว”

            ฮั่วหนานอันกับฮั่วหมิงจูไม่ปฏิเสธความหวังดี วันนี้พวกตนเดินทางเข้าเมืองมาทำธุระบางอย่างเพียงสองคนเท่านั้น จึงถือโอกาสนำอาหารทะเลแห้งมาส่งมอบให้กับร้านด้วย ไม่คิดว่าจะพบเจอกลุ่มพ่อค้าที่ต้องการซื้อข้าวจนละทิ้งความอาย

            อาชาตัวสีน้ำตาลวิ่งมาหยุดอยู่หน้าบ้านฮั่ว บุรุษผู้หนึ่งกระโดดลงจากหลังอาชาอย่างคล่องแคล่ว เคาะประตูบ้านฮั่วสามครั้ง

            “ผู้ใด” แม่นมเจียงตะโกนถาม

            “ข้าลี่ซง บ่าวรับใช้ของนายน้อยเฉินขอรับ”

            แม่นมเจียงได้ยินเสียงอันคุ้นเคย จึงเปิดประตูออกต้อนรับ “ท่านลี่มีอันใดหรือ”

            “วันนี้นายท่านฮั่วกับคุณหนูฮั่วจะค้างคืนอยู่ในเมือง จึงให้ข้ามารายงานฮูหยิน นี่คือจดหมายที่นายท่านฮั่วฝากมาให้ฮูหยินขอรับ”

            ลี่ซงยื่นจดหมายให้กับแม่นมเจียง

            “เชิญท่านเข้ามาดื่มน้ำก่อน”

            “ขอบคุณสำหรับน้ำใจขอรับ แต่ข้าน้อยต้องรีบเดินทางกลับเข้าเมือง” กล่าวจบลี่ซงกระโดดขึ้นหลังม้าแล้วควบออกไปจนฝุ่นตลบ

    คล้ายกับเรื่องท่านพ่อ! ข้าอยากเป็นบุตรสาวขุนนาง ที่คุณอ่าน

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734