ระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 40 ครอบครองคฤหาสน์ป่าท้อ

            ผู้รอดชีวิตในเขตคฤหาสน์นี้มีจำนวนไม่น้อยหากไม่รวมยวี่เฉินที่ตายไป ก็ยังเหลืออีกตั้ง 1,265 คน!

            ตอนเวลาสิบโมงครึ่งคนทั้ง 1,265 คน ก็ได้มารวมตัวกันที่ลานกว้างหน้าโรงแรม!

            “ผมชื่อถังฮ่าว นับจากนี้ไปที่นี่จะเป็นอาณาเขตของผม พวกเราไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกส่งมาช่วยเหลือพวกคุณและก็ไม่ใช่ตำรวจด้วย พวกเราเป็นเพียงแค่กลุ่มคนที่ต้องการเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกพวกเราไม่ใช่องค์กรการกุศล จึงไม่เลี้ยงคนขี้เกียจที่ไร้ประโยชน์ หากต้องการเข้าร่วมทีมของเราก็ต้องแสดงคุณค่าที่มีออกมา โดยผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 15 ถึง50 ปี จะต้องออกไปล่าซอมบี้ ส่วนผู้หญิงก็ต้องซักผ้า ทำอาหารและจัดการปัญหาหลังบ้าน รวมถึงการสร้างและปกปักฐานที่มั่น ตลอดจนงานจิปาถะอื่นๆ ผมไม่รับปากอะไรมากแต่ถ้าพวกคุณเข้าร่วม ผมจะพยายามทำให้คุณได้กินอิ่มนอนหลับ และได้ดื่มน้ำสะอาด เช่นนั้นแล้วตอนนี้หากใครเต็มใจจะเข้าร่วมกับทีมของเราก็เชิญก้าวยืนมาที่เส้นขาวด้านซ้ายนี้!”

            “ถ้าไม่เข้าร่วม พวกคุณจะจัดการเราอย่างไร!” มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากฝูงชน

            “ถ้าไม่เข้าร่วมก็ไปตายเอาเองแล้วกัน พวกคุณจะต้องย้ายออกไปภายในเที่ยงวัน”ถังฮ่าวตอบด้วยรอยยิ้ม

            “ทำไมพวกเราต้องออกไปด้วย พวกเรายึดครองที่นี่ก่อนนะ!”

            “ปัง! ปัง! ปัง!”

            ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่มือขวาของถังฮ่าวถึงมีปืนสั้นกระบอกหนึ่งปรากฏ ก่อนที่เขาจะยิงขึ้นฟ้าสามนัด แล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            “ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะพวกเรามีปืนไงล่ะ!”

            “บ้านเมืองมีขื่อมีแป พวกคุณใช้อำนาจบาตรใหญ่เช่นนี้คงไม่ดีมั้ง!” ในที่สุดเฉาเทียนเป่าก็อดทนต่อไม่ไหวจนต้องเอ่ยออกมา

            “ใช้อำนาจบาตรใหญ่อย่างนั้นหรือ? เหอะๆ แค่ให้พวกคุณเลือกก็เรียกว่าใช้อำนาจบาตรใหญ่แล้วเหรอ?ถ้าไม่เต็มใจเข้าร่วม พวกเราก็ไม่บังคับ พวกคุณแค่จากไปเสีย ตอนที่พวกคุณเข้ามาใหม่ๆยังถูกค้นตัวเลย หากเห็นผู้หญิงสวยเข้าหน่อยก็ข่มเหงพวกเธอ พวกคุณอิ่มหมีพีมันแท้ๆแต่คนอื่นที่ไม่ใช่พวกเดียวกันกลับได้กินเพียงเศษอาหาร ถ้าคุณคิดว่าการกระทำของผมเรียกว่าใช้อำนาจบาตรใหญ่งั้นก็ถือว่าผมรังแกแล้วกัน แต่คุณจะทำอะไรได้!”

            “ทำเป็นกร่างก็เพราะมีปืนเท่านั้นแหละ ถ้าไม่มีปืน พวกคุณจะไปรังแกใครได้!”ชายร่างกำยำที่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าทางด้านหลังเฉาเทียนเป่าเอ่ยเสียงเย็น

            “หยวนจวิน! จวินจื่อ!” ถังฮ่าวตะโกนเสียงเย็น

            สิ้นเสียงหยวนจวินและจ้าวอี้เหมี่ยวก็ถอดเสื้อเกราะและชุดต่อสู้ที่สวมใส่อยู่ออกก่อนจะก้าวเท้าออกไปพร้อมกับกำหมัดแน่น!

            ถังฮ่าวเอ่ยต่อขึ้นอย่างใจเย็น

            “ผมให้โอกาสพวกคุณสามครั้ง พวกคุณท้าประลองกับพวกเขาคนไหนก็ได้ หากยืนหยัดอยู่ได้นานสามนาทีโดยไม่ล้มลงเช่นนั้นต่อให้ไม่เข้าร่วมกับเรา พวกคุณก็มีสิทธิ์จะอยู่ที่นี่ต่อ!”

            ทันทีที่สิ้นเสียงชายร่างกำยำที่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้าก็พุ่งตัวออกมาเป็นคนแรก!

            ทว่าเขากลับถูกจ้าวอี้เหมี่ยวเตะกระเด็นออกไปไกลแปดเมตรจนร่างกระแทกพื้นอย่างแรงและไม่สามารถลุกขึ้นมาได้!

            ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้คนที่เหลือหวาดกลัว!

            เฉาเทียนเป่าส่งสายตาไปยังลูกน้องคนหนึ่งชายร่างผอมที่ยืนอยู่ข้างหลังจึงจำใจต้องก้าวยืนออกมาอย่างเสียไม่ได้ และคนที่เขาเลือกก็คือหยวนจวินชายร่างผอมคนนี้เป็นผู้วิวัฒนาการด้านความเร็วระดับหนึ่ง เดิมเขาคิดจะใช้ความเร็วที่เหนือกว่าเพื่อยืนหยัดได้นานสามนาทีแต่ใครจะไปคิดว่าหยวนจวินจะเป็นถึงผู้วิวัฒนาการระดับ 2 กว่าแล้ว

            ต่อให้เป็นด้านความเร็วหยวนจวินก็ยังไม่ด้อยไปกว่าชายร่างผอมคนนี้เลยสักนิด หลังจากที่ก้าวเท้าเข้าหาแล้วเขาก็เอื้อมมือออกไปคว้าตัวชายร่างผอมเอาไว้ ก่อนจะสับมือลงที่ก้านคออีกฝ่ายจนสลบไป

            โอกาสสามครั้งและตอนนี้ก็เหลืออีกเพียงครั้งเดียว!

            ใบหน้าของเฉาเทียนเป่ากลายเป็นมืดครึ้มดูท่าเขาคงต้องลงมือเองแล้ว!

            เขาไม่อยากเป็นลูกน้องใคร!

            ที่พาลูกน้องมายืนอยู่ที่นี่ก็เพราะถูกบังคับอีกฝ่ายมีปืน แถมยังไม่ใช่จำนวนน้อยๆ อีก เท่าที่พวกเขาเห็นก็มีมากถึงหกถึงเจ็ดสิบกระบอกเลยไม่เพียงเท่านี้ในนั้นยังมีปืนไรเฟิลอีกสองกระบอก รถฮัมเมอร์สองคัน และรถตำรวจอื่นๆอีกหกคัน

            เฉาเทียนเป่าก้าวเท้าออกมาเขาไม่ได้เลือกที่จะท้าทายหยวนจวินหรือจ้าวอี้เหมี่ยว แต่กลับเลือกที่จะท้าทายถังฮ่าวโดยตรง

            “ในเมื่อนายเป็นหัวหน้าทีม ฉันจึงขอเดาว่านายคงจะเป็นคนที่เก่งที่สุดสินะ งั้นฉันเฉาเทียนเป่าคนนี้จะขอท้าดวลกับนายเอง!”

            “ฉันหรือ? แน่ใจนะ?” ถังฮ่าวยิ้มน้อยๆ

            “คนอย่างนายยังไม่คู่ควรที่จะท้าดวลกับหัวหน้าหรอก!” จ้าวอี้เหมี่ยวเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลน

            ส่วนหยวนจวินก็ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว

            “หัวหน้า อย่าไปเสียเวลากับคนที่ไร้สาระแบบนี้เลย...”

            ถังฮ่าวยกมือซ้ายขึ้นเป็นเชิงห้ามและมันก็ทำให้หยวนจวินรีบหุบปาก

            ถังฮ่าวก้าวไปข้างหน้าหลังจากที่จ้องมองไปทางเฉาเทียนเป่าแล้วก็เอ่ยตอบเสียงเย็น

            “ได้ เชิญลงมือเลย”

            พอเห็นท่าทางของถังฮ่าวแล้วเฉาเทียนเป่าก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา

            หรือว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นหัวหน้าของคนกลุ่มนี้จริงๆ?

            เขากัดฟันแน่นก่อนจะรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีพุ่งตัวเข้าใส่ถังฮ่าวราวกับหมาป่า พร้อมกับปล่อยหมัดซัดเข้าที่หน้าอกของถังฮ่าว!

            เฉาเทียนเป่าปล่อยหมัดนี้ออกไปเต็มกำลัง

            ทว่าวินาทีต่อมาหมัดของเขากลับถูกถังฮ่าวรับไว้ด้วยมือขวา เฉาเทียนเป่ายังไม่ทันตั้งตัว ถังฮ่าวก็กำนิ้วทั้งห้าเข้าหากันและมันก็ทำให้เฉาเทียนเป่ารู้สึกราวกับว่าหมัดของเขาถูกคีมเหล็กหนีบเอาไว้แน่น ยิ่งอีกฝ่ายออกแรงบีบมากขึ้นเท่าไรกระดูกบนมือของเขาก็ยิ่งส่งเสียงดังเลื่อนลั่น

            เฉาเทียนเป่าหน้าซีดเขารู้ว่าตัวเองคงสู้อีกฝ่ายไม่ได้ เพราะชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าแข็งแกร่งจนเขาไม่อาจต้านทานได้!

            เฉาเทียนเป่าคุกเข่าลงพร้อมกับร้องขอชีวิต

            “หัวหน้า ผมยอมแพ้แล้ว นับจากนี้ไปคุณจะเป็นหัวหน้าของผม!”

            เดิมทีถังฮ่าวคิดจะสั่งสอนบทเรียนให้อีกฝ่ายเพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างอีกแต่คิดไม่ถึงว่าเฉาเทียนเป่าจะเป็นคนยอมแพ้ง่ายๆ ถึงขั้นก้มหัวและเรียกเขาว่าหัวหน้าเลย

            ถังฮ่าวกวาดตามองไปรอบๆก่อนจะพบว่าเวลานี้ทุกคนต่างก็กำลังมองมาที่เขาด้วยสายตาหวาดกลัว!

            วิธีนี้ได้ผลเหมือนกันแฮะ!

            หลังจากยวี่เฉินตายไปส่วนเฉาเทียนเป่าก็ยอมสวามิภักดิ์ จึงไม่มีใครกล้าท้าทายถังฮ่าวอีก

            ในที่สุดคนทั้ง1,265 คน ก็ยอมสวามิภักดิ์ทั้งหมด! ทว่าถังฮ่าวก็ไม่ได้รับไว้ทุกคน

            เพราะในคนเหล่านี้ยังมีลูกสมุนของยวี่เฉินอีกหลายคนรวมถึงคนชั่วที่เคยก่อเรื่องเลวร้ายไว้มากมาย และถังฮ่าวก็ให้คนไปสืบประวัติเรียบร้อยแล้ว!

            เขามองไปที่คนทั้ง1,265 คนที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหน้า ก่อนจะกล่าวเสียงดังออกมา

            “ผมดีใจที่ทุกคนเชื่อใจและต้องการเข้าร่วมทีม แต่ผมไม่รับคนชั่วที่ชอบขโมยของยิ่งไม่รับคนเลวที่ข่มขืนผู้หญิง ดังนั้นคนที่ถูกผมเอ่ยชื่อหลังจากนี้ ขอให้ออกไปจากที่นี่ภายใน15 นาที! เฉาอู่หลี่ หมิ่นหังจวิน ว่านฉี... หวังกุ้ย!”

            ถังฮ่าวเอ่ยชื่อออกมาทั้งหมด21 คน โดยส่วนใหญ่ล้วนเป็นลูกน้องของยวี่เฉิน และในจำนวนนี้ก็มีลูกน้องของเฉาเทียนเป่าอยู่สามคนและอีกสองคนเป็นนักเลงที่ฉวยโอกาสตอนเกิดเรื่องข่มขืนผู้หญิงไปสามคน

            เฉาอู่หลี่ว่านฉี และคนอื่นๆ อีกสิบเก้าคนคิดจะต่อต้าน!

            แต่สามคนแรกที่เริ่มก่อเรื่องก็ถูกหยวนจวินจ้าวอี้เหมี่ยว และคนอื่นๆ สังหารไป ส่วนอีก 18 คนที่เหลือต่างก็หวาดกลัวดังนั้นพอได้ยินถังฮ่าวเอ่ยว่าถ้าไม่ออกไปก็ตายแล้ว จึงพากันวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว!

            ไม่รู้ว่าใครเป็นคนปรบมือคนแรกจากนั้นก็มีผู้คนกว่าพันคนที่ถังฮ่าวเพิ่งรับมาพากันปรบมืออย่างกึกก้อง!

            หลังจากสังหารยวี่เฉินและคนชั่วอีกสามคนรวมถึงการขับไล่คนเลวอีก 18 คนแล้ว ก็ทำให้ถังฮ่าวได้รับขวัญกำลังใจจากผู้คนกว่าพันคนในชั่วพริบตา!

            ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังสนั่นก็มีเสียงระบบดังขึ้น

            “ติ๊ง! จำนวนผู้ติดตามถึง 1,000 คนแล้ว โฮสต์จึงได้รับการเลื่อนขั้นตำแหน่งปัจจุบันคือเสี่ยวเว่ย[1] และได้รับคะแนนวิวัฒนาการขุนพลบู๊บุ๋น1 แต้ม...”

            “ติ๊ง! จำนวนผู้ติดตามถึง 2,000 คนแล้ว โฮสต์จึงได้รับการเลื่อนขั้นตำแหน่งปัจจุบันคือเสี้ยนเฉิง[2] (ขุนนางระดับแปด) คำเตือน คะแนนวิวัฒนาการไม่เพียงพอจึงไม่สามารถรับคะแนนวิวัฒนาการขุนพลบู๊บุ๋นได้ และโฮสต์จะได้รับคะแนนวิวัฒนาการขุนพลบู๊บุ๋นอีกครั้งเมื่อระดับวิวัฒนาการถึงระดับที่กำหนด!”

            ---------------------------

            [1] เสี่ยวเว่ย หมายถึง นายอำเภอ

            [2] เสี้ยนเฉิง หมายถึง ตำแหน่งขุนนางระดับล่างในสมัยราชวงศ์ฮั่น

    คล้ายกับเรื่องระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】 ที่คุณอ่าน