บทที่6ดวงจิตโลกา
“เ้ามีคุณสมบัติสามอย่างแล้วและบททดสอบสุดท้ายนี้จะทำให้รู้ว่าเ้ามีคุณสมบัติสุดท้ายหรือไม่” ัทองพูดขึ้นมาขณะในตาสีแดงจ้องมองจ้าวเฟยหลง“ท่านเ้าัคุณสมบัติอันสุดท้ายคืออะไรขอรับ” เขาถามออกมาในที่สุด “ปัญญาอย่างไรละ...หากไร้ปัญญาอันสุขุมและเฉียบแหลมก็ไม่อาจสิ่งสืบทอดได้”
“เ้าพร้อมหรือยังที่จะฟังคำถามของข้า”ัทองถามเร่งเร้า
“มารดามันเถอะ! ใครมันจะไปพร้อมกับคำถามที่ถ้าตอบผิดต้องตายกันล่ะ” จ้าวเฟยหลงก่นด่าในใจ
“ท่านเ้าัข้าน้อยนั้นพึ่งจะหลบหนีจากการไล่ล่าทำให้อ่อนล้ายิ่งนัก หากท่านให้ข้าพักเตรียมตัวสักน้อยก็คงจะดีขึ้น” จ้าวเฟยหลงหาข้ออ้างเพื่อหยุดพักปรับความคิดให้ตนเอง
“ไอ้หนูเ้าเล่ห์”ัทองคิดภายในใจ แต่ก็ยังอนุญาตให้จ้าวเฟยหลงได้พักหนึ่งชั่วยาม
“ข้าจะทำอย่างไรดี หากตอบคำถามผิดก็ต้องตายเป็ผีเฝ้าที่นี่เหมือนโครงกระดูกพวกนั้น ไม่ได้การละต้องคิดหาวิธีหลบหนี”เ้าเฟยหลงนั่งมองทั่วทั้งโถงถ้ำคิดไปมาหลายตลบ
“เฮ้อ!โครงกระดูกทั้งสามนั้นดูๆแล้วในอดีตคงเป็ถึงขั้นจ้าวยุทธ์เป็อย่างน้อยพวกนั้นยังหนีไม่พ้นเลยข้าจะเอาอะไรไปหลบหนีจากัตัวนี้”เมื่อคิดได้แล้วจ้าวเฟยหลงจึงรวบรวมสติและความกล้า
“เอาละ!มาลองดูกันสักตั้ง ข้าจะตอบคำถาม ดูซิมันจะยากเย็นเพียงใด” เขาตั้งสติ ทำสมาธิเมื่อจิตใจเต้นเป็จังหวะสม่ำเสมอ สมาธิแน่วแน่ สมองปรอดโปร่งจึงเดินไปหาัทองที่เสาหิน ประสานมือคารวะ “ท่านเ้าัข้าน้อยพร้อมแล้ว”
“เช่นนั้นข้าจะถามแล้วจงตั้งใจฟังให้ดี”ัทองกล่าวและเอ่ยคำถามออกมา
“ตัวข้าไม่เคยหยุดนิ่งเพียงมุ่งไปข้างหน้า ไม่มาคิดแก้ไขความหลัง เหล่าเทพยังเยาว์วัยกว่าข้าและข้ากำเนิดใหม่ทุกค่ำคืน ตัวข้าคืออะไร”
สิ้นเสียงของัทอง จ้าวเฟยหลงนั่งลงทำสมาธิกลั่นกรองความคิดของตนเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม รอยยิ้มเล็กๆก็ปรากฏขั้นที่มุมปากของจ้าวเฟยหลงเขาลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาัทอง “ข้าน้อยรู้คำตอบแล้ว”
“เ้าเด็กนี่ใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วยามเท่านั้นในการตอบคำถามของข้าทั้งที่มันเป็คำถามที่ต้องแลกด้วยชีวิต
อืม..น่าสนใจจริงๆ”“จงตอบคำถามมาเถอะแต่จงอย่าลืมว่าหากเ้าตอบผิดเ้าจะต้องตายสถานเดียว”ัทองเอ่ยขึ้น
“คำตอบก็คือ...เวลา” ทั้งโถงถ้ำเงียบไปชั่วขณะ
“ฮ่าๆๆ...นานเหลือเกินๆ”เสียงหัวเราะของัทองดังก้องยาวนาน“อืม...ข้ารอคำตอบนี้มาหนึ่งแสนปีแล้วและแล้ววันนี้ก็ได้รับมันจากเ้าจ้าวเฟยหลงเ้าตอบถูกแล้วข้าได้รับคำถามนี้มาจากสัตว์อสูรที่ทรงปัญญาตนหนึ่งเมื่อแสนนานมาแล้วแต่ก็ไม่เคยมีใครตอบได้ว่าแต่เ้ารู้คำตอบได้อย่างไร”
“เรียนท่านเ้าัจากความคิดอันต่ำต้อยของข้า เวลาคือผู้ที่ไม่เคยหยุดนิ่งเวลาเดินไปข้างหน้าอย่างเดียวไม่สนใจสิ่งที่ผ่านไปแล้ว เวลามีมาก่อนเหล่าเทพและเวลาเริ่มนับใหม่ทุกวันตอนเที่ยงคืนขอรับ”
“ฮ่าๆๆ...จ้าวเฟยหลง ปัญญาของเ้านับเป็หนึ่งจริงๆต่อให้เทพบางองค์ก็ยังต้องยอมให้แก่เ้าคุ้มค่าเหลือเกินที่เฝ้ารอมาถึงหนึ่งแสนปี มันคุ้มค่าเหลือเกิน” ัทองพึงพอใจ
“ท่านเ้าัข้าไม่ต้องตายแล้วใช่หรือไม่” จ้าวเฟยหลงถามย้ำเพื่อให้แน่ใจ
“ใช่แล้วเ้าไม่ต้องตายและจะได้เป็ผู้สืบทอดจากข้าด้วย”ัทองนิ่งไปชั่วครู่จึงเอ่ยออกมา
“ในเมื่อเ้าจะได้เป็ผู้สืบทอดของข้าก็ควรบอกกล่าวบางอย่างให้เ้าได้รับรู้ด้วย”
จ้าวเฟยหลงยืนเตรียมฟังอย่างตั้งใจในเมื่อรอดมาได้ ทุกอย่างต่อจากนี้ก็จะผิดพลาดไม่ได้
“ข้าคือหลงเทียนจวิน จักรพรรดิเทพัผู้นำของเหล่าเทพอสูรบน์เมื่อหนึ่งแสนปีก่อนข้าถูกศัตรูรุมสังหารในาทวยเทพบนแดน์ เมื่อถึงตอนคับขันข้าจึงใช้พลังของข้าฉีกมิติและหนีลงมายังโลกมุษย์แห่งนี้ตัวข้าได้รับาเ็สาหัสหลบหนีมาถึงที่นี่ ข้าทอดตัวนอนไปกับพื้นโลกดึงดูดพลังฟ้าดินของโลกนี้มารักษาตัวด้วยพลังฟ้าดินจากโลกนี้
เทือกเขาัเร้นจึงเกิดขึ้นตามลักษณะของข้า แต่ข้าก็มิอาจกลับคืนสู่์ได้เพราะาแของข้ารุนแรงเข้าไปถึงิญญามิอาจรักษาให้หายขาดได้ทำให้ต้องลดขนาดให้เล็กลงดังเ้าเห็นเพื่อประคองพลังชีวิตเอาไว้”
“จริงๆด้วย! เทือกเขาัเร้นมีที่มาจากัจริงๆ” จ้าวเฟยหลงรู้สึกโล่งใจยิ่งนักที่ไขข้อข้องใจตนได้
“เรียนถามท่านเ้าัเพระเหตุใดท่านจึงถูกรุมสังหารจากศัตรู”จ้าวเฟยหลงอดถามออกไปไม่ได้
“อืม...ก่อนอื่นในเมื่อเ้าเป็ผู้สืบทอดของข้าต่อไปก็ไม่ต้องมากพิธีข้าไม่ใส่ใจขั้นตอนพวกนั้นแล้วก็ต่อไปให้เรียกข้าว่าอาจารย์ก็แล้วกันเพราะเ้าจะเป็ศิษย์ของข้าส่วนข้าจะเรียกเ้าว่าเฟยหลงก็แล้วกัน เ้าว่าเป็อย่างไร”
จักรพรรดิเทพัได้มอบความสัมพันธ์ที่ทั่วทั้งสามโลกใฝ่ฝันให้แก่จ้าวเฟยหลงทำให้เขารู้สึกดีใจจนแทบสำลักความสุขออกมาแต่ก็ต้องรีบเก็บอารมณ์เอาไว้แล้วก็คุกเข่าลงต่อหน้าหลงเทียนจวิน
“ศิษย์จ้าวเฟยหลง ขอขอบคุณท่านอาจารย์ที่เมตตารับคนต่ำต้อยเช่นข้าเป็ศิษย์ของท่าน”กล่าวเสร็จก็โขกหัวคำนับอีกสามครั้ง เพื่อแสดงความเคารพต่ออาจารย์
หลงเทียนจวินพอใจในความจริงใจของจ้าวเฟยหลงมากเพราะหากว่ากันตามการฝึกตนศิษย์คนนี้อยู่ในระดับยิ่งกว่าไร้ค่าเสียอีก
“ลุกขึ้นเถิดศิษย์ข้าต่อไปข้าจะตอบคำถามของเ้าแล้ว” จ้าวเฟยหลงลุกขึ้นนิ่งฟังอย่างตั้งใจ
“ที่ข้าต้องถูกรุมสังหารก็เพราะของสิ่งนี้”หลงเทียนจวิน แตะไปที่อกของตนเองทันใดมีของสิ่งหนึ่งปรากฏลอยอยู่กลางกรงเล็บแกนกลางของมันเป็ทรงกลมสีดำคล้ำ ห่อหุ้มด้วยชั้นของลมปราณคล้ายของเหลวส่องแสงสีรุ้งสว่างไสวทั่วทั้งโถงถ้ำ ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ เก่าแก่ามีพลังไร้ขอบเขต
“สิ่งนี้เรียกว่า ‘ดวงจิตโลกา’ สมบัติที่มีค่าที่สุดในสามภพของสิ่งนี้ถือกำเนิดมาพร้อมกันกับโลกใบนี้ เก่าแก่กว่า์และเหล่าเทพเ้าพลังที่เกิดขึ้นบนโลกทุกชนิดล้วนถูกกลั่นออกมาจากดวงจิตนี้ความรู้ทุกๆอย่างในโลกล้วนแล้วแต่ถูกบันทึกในดวงจิตนี้ ด้วยพลังที่ไร้ขอบเขตแหล่งความรู้ที่ลึกล้ำไร้สิ้นสุดด้วยเหตุนี้เหล่าเทพบน์จึงพร้อมยอมทำาล้าง์เพื่อสมบัติล้ำค่านี้”
“มีค่าที่สุดในสามภพพลังไร้ขอบเขต แหล่งความรู้ที่ลึกล้ำไร้สิ้นสุด” จ้าวเฟยหลงพึมพำกับตัวเอง
“ข้าได้พบเจอกับดวงจิตโลกาโดยบังเอิญขณะสำรวจเทือกเขาบน์ตอนนั้นข้าต้องใช้เวลาถึงหนึ่งร้อยปี เพื่อทำให้มันยอมรับและหลอมรวมกับข้า”
“ท่านอาจารย์แล้วเหตุใดจึงเกิดาขึ้น”จ้าวเฟยหลงเอ่ยถามอย่างสงสัย
“เฮ้อ! จะว่าไปแล้วก็ต้องโทษที่ตัวข้าเมื่อได้ดวงจิตโลกา พลังอำนาจของข้าเพิ่มพูนเป็ที่ครั่นคร้ามทั่วทั้ง์ไร้คู่ต่อกรและอำนาจนั้นทำให้ข้าหลงระเริงวันหนึ่งข้าร่วมดื่มสุรากับสหายจนเมามายแล้วเผลอพลั้งพูดเื่ดวงจิตโลกาออกไป...นั่นคือชนวนาของเหล่าเทพในครั้งนั้น”เสียงของหลงเทียนจวินขาด่ไปแต่ก็ไม่นานเขาเพราะ้าให้ศิษย์คนเดียวของเขาเข้าใจเื่ราวให้มากที่สุด
“ข้าได้นำเหล่าเทพอสูรเข้าสู่สนามรบกับกองทัพของเทพมนุษย์และเทพมารแต่การที่ต้องสู้เช่นนี้
สองหมัดยากจะสู้สี่มือ* ทำให้กองทัพของข้าจึงต้องสูญเสียอย่างมากข้ามิอาจทนเห็นญาติและมิตรสหายของข้าต้องล้มตายไปมากกว่านี้ได้เพื่อรักษาเผ่าพันธุ์ของข้าจึงใช้พลังที่เหลืออยู่ฉีกมิติหลบหนีมาอยู่ที่นี่”
“หากสมบัติล้ำค่าจริง เช่นนั้นแล้วเหตุใดจึงไม่มีใครติดตามมาแย่งเอาไปล่ะขอรับท่านอาจารย์”
“จริงอยู่ที่สมบัติล้ำค่าแต่์ก็มีกฏเกณฑ์โลกมนุษย์ก็มีแต่มนุษย์และสัตว์ต่างๆที่อยู่ได้หากเทพลงมาอยู่ในโลกมนุษย์พลังเทพจะลดลงจนเท่ากับพลังของมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งทำให้มีโอกาสถูกสังหารได้โดยมนุษย์และหากอยากกลับขึ้นไป์ก็ต้องผ่านทัณฑ์์ แน่นอนว่ามันคือทัณฑ์์ระดับเทพความรุนแรงนั้น
แม้กระทั่งเทพที่แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิก็ไม่กล้าเสี่ยงลองนี่เป็เหตุให้เหล่าเทพไม่กล้าติดตามลงมาที่โลกมนุษย์นี้”เ้าเฟยหลงตั้งใจฟังเื่ราวอย่างสงบคิดตามเื่ราวที่ได้ฟังไปแล้วเขาก็ต้องใ
“อาจารย์หรือว่าสิ่งที่ท่านจะให้ข้าสืบทอดคือ...ดวงจิตโลกา”
“ฮ่าๆๆ ถูกใจข้านักเ้าศิษย์คนนี้”หลงเทียนจวินชมเชยจ้าวเฟยหลงอย่างมีความสุข
“ถูกต้อง!มันคือสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดที่จะมอบให้เ้า เอาล่ะเมื่อทุกอย่างชัดเจนแล้วจงเตรียมตัวรับมอบดวงจิตโลกาเสียเวลาของอาจารย์เหลือไม่มากแล้ว การที่เ้าอยู่ตรงนี้คือสิ่งที่์ลิขิตไว้แล้ว”
“แต่ว่าศิษย์ไม่แน่ใจ...” จ้าวเฟยหลงกล่าวด้วยเสียงไม่มั่นใจ
“ไม่แน่ใจว่าเ้าเหมาะสมหรือ”หลงเทียนจวินถามขึ้นดวยเสียงที่เต็มไปด้วยความเมตตา
“ขอรับท่านอาจารย์ข้านั้นร่างกายพิการฝึกยุทธ์ไม่ได้ ไร้ฝีมือหากรับมอบสมบัติล้ำค่าเช่นนี้เกรงว่าจะรักษาไว้ไม่ได้จะทำให้ท่านอาจารย์ต้องผิดหวัง แล้วถ้าข้ารับมาท่านอาจารย์จะเป็เช่นไร”
หลงเทียนจวินรู้สึกชื่นชมศิษย์คนนี้ยิ่งขึ้นเพราะซื่อตรงและมีน้ำใจ
“เ้ารู้ตัวว่าตนเองไม่พร้อมฉะนั้นจึงขอบอกเ้าว่าเ้าพร้อมแล้วส่วนข้าจะเป็อย่างไรเ้าไม่ต้องห่วง สุดท้ายเ้าจะได้ดวงจิตโลกาหรือไม่ ดวงจิตนั้นจะเป็ผู้ตันสินสุดท้ายเอง”
“ตอนนี้นั่งทำสมาธิให้ดีปรับจิตใจให้สงบเตรียมรับมอบ”
จ้าวเฟยหลงไม่ยอมเสียเวลาอีกต่อไปในเมื่อเป็สิ่งที่อาจารย์ส่งมอบก็ไม่มีเื่ที่ต้องกังวลอีกต่อไปเริ่มนั่งสมาธิปรับจิตใจจนสงบนิ่ง จนรับรู้สิ่งที่อยู่รอบๆตัวอย่างชัดแจ้งเมื่อหลงเทียนจวินเห็นศิษย์เป็สมาธิแล้วจึงทำให้ดวงจิตลอยไปหาจ้าวเฟยหลง“สหายเอ๋ยถึงเวลาที่เราจำต้องแยกจากกันแล้วฝากดูแลลูกศิษย์ของข้าด้วย”
ดวงจิตโลกาคล้ายไม่อยากแยกจากหลงเทียนจวินแต่ก็จำต้องลอยมาอยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่มคล้ายกับว่ากำลังพิจารณาใบหน้าอันหล่อเหลาของจ้าวเฟยหลงอยู่แล้วจึงค่อยๆเคลื่อนต่ำลงมาที่กลางอก โดยไร้ซุ่มเสียง และสัญญาณใดๆ ดวงจิตโลกาพุ่งตรงเข้าไปที่กลางอกของจ้างเฟยหลง
“เริ่มแล้วซินะ...ทำให้ได้นะศิษย์ข้าทำให้มันยอมรับในตัวเ้าให้ได้”หลงเทียนจวินรำพึงในใจ สายตาบ่งบอกถึงความกังวล เมื่อนึกถึงตอนที่ตนต้องเอาชีวิตแลกมากว่าจะหลอมรวมดวงจิตโลกาได้ก็ให้สงสารศิษย์ของตนจนจับใจ “อ๊าก!!!!” เสียงร้องที่บ่งบอกความเ็ปทรมานของหนุ่มน้อยก็ดังขึ้น
ทันทีที่ดวงจิตพุ่งเข้ามาในอกของเขาจ้าวเฟยหลงรู้สึกเพียงอย่างเดียวคือความเ็ปรวดร้าวจนไม่อยากมีชีวิตอยู่คลื่นพลังอันมหาศาลแพร่กระจายออกจากอกไปทั่วทั้งร่าง ทำให้ร่างกายโปร่งแสงมองทะลุเข้าไปได้จนมองเห็นเส้นเืทั่วร่างกำลังถูกพลังโลกาขยายออกสิ่งอุดตันถูกชะล้างความรู้สึกราวกับมีเข็มเป็หมื่นเล่มทิ่มแทงเข้าสู่ร่างกายกระจายทั่วทั้งร่างกายเ็ปเหลือคณานับ
เส้นลมปราณที่เคยขดงอก็เริ่มขยายเหยียดออก เพียงไม่นานเส้นลมปราณทั้งร่างของจ้าวเฟยหลงก็เชื่อมต่อกันทั้งร่าง
“เอ๊ะ! เกิดอะไรขึ้น ข้ารู้สึกได้ถึงพลังฟ้าดิน นี่...นี่...เส้นลมปราณของข้าฟื้นคืนมาแล้วหรือนี่”
เขาค่อยสำรวจทั้งร่าง แม้จะยังเ็ปทั่วร่างกายดุจมหาบรรพต์ถล่มลงมาทับ
ไม่ใช่แค่พื้นฟูเท่านั้นเส้นลมปราณถูกชะล้างจนสะอาดหมดจดการโคจรพลังก็ไม่ติดขัดขนาดขยายใหญ่ขึ้นสิบเท่าของผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปผนังหนาขึ้นทำให้กักเก็บพลังปราณได้ดีขึ้นด้วย
กายเนื้อถูกชำระ สิ่งสกปรกถูกขับออกมามากมายส่งกลิ่นเหม็นทั่วบริเวณผิวพรรณเนียนใส กล้ามเนื้อแข็งแกร่งปรากฏทั่วทั้งร่างกระดูกได้รับการขัดเกลาจนแข็งแกร่งขึ้นกว่าผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป
“มารดามันเถอะ! เ็ปจริงๆเลย” ภายในจิตใจของเขาถูกดวงจิตโลกาทดสอบภาพฉายของความทุกข์ของเขา การถูกกลั่นแกล้ง ถูกรุมทำร้าย โดนเฉยเมยจากปู่แท้ๆ ถูกญาติพี่น้องทอดทิ้งหลั่งไหลเข้ามาในจิตใจของเขา ทำให้อยากยอมแพ้ อยากหลบหนีแต่ในขณะนั้นเองใบหน้าของพ่อและแม่ก็ปรากฏขั้นในจิตใจ มันทำให้เขารู้สึกถึงความรักความอบอุ่นของครอบครัว ความกล้าผุดขึ้นมาลบล้างภาพร้ายๆเ่าั้
“ข้าจะถอนใจตอนนี้ไม่ได้ เพื่อท่านแม่ท่านพ่อข้ายอมแพ้ไม่ได้” เสียงะโของจ้าวเฟยหลงดังลั่นโถงถ้ำ
*สองหมัดยากจะสู้สี่มือ – สำนวนจีน หมายถึง คนเดียวไม่อาจสู้สองคนได้