“ฟางเหนียงนั่นเ้าจะไปไหน?”
ฉันหยุดฝีเท้าที่กำลังจะก้าวออกจากประตูเมื่อได้ยินเสียงพูดจากด้านหลัง แต่ว่าฉันจะหยุดทำไมเนี่ย ในโลกนี้ฉันไม่ได้ชื่อฟางเหนียงสักหน่อย
“นี่เ้า! ไม่ได้ยินที่ข้าเรียกหรือ?”
“คะ?” เพียงฉันเดินออกมาจากประตูได้ไม่กี่ก้าว แขนข้างหนึ่งก็ถูกใครสักคนดึงเอาไว้ “มีอะไรเหรอคะ?” ฉันหันหลังกลับไปมองอย่างงงๆ
สตรีชุดชมพูขาวเรียบง่ายแบบเดียวกับที่ฉันใส่อยู่พยายามที่จะดึงตัวฉันให้กลับเข้าไปในจวน
“คือคุณ...เอ่อ คือเ้ามีอะไรกับข้าหรือ?”
“มีอะไรงั้นหรือ เ้าพูดอะไรข้าไม่เข้าใจ?”
“ก็คุณ...เอ้ย! ก็เ้าดึงข้าไว้ทำไม” ฉันพยายามพูดภาษาโบราณ (มั้งนะ)
“ก็แล้วเ้ากำลังจะไปไหนล่ะ?”
“ข้ากำลังจะออกไปเดินเล่น...ว่าแต่เ้าเป็ใคร?”
“เดินเล่น เฮอะ! เ้าบ้าไปแล้วเหรอ? ตอนนี้พวกเรากำลังเตรียมงานแต่งของท่านโหวกันให้วุ่นไปหมด แต่เ้ากลับจะออกไปเดินเล่น ทำเช่นนี้ไม่กลัวโดนโบยหรือ”
“เตรียมงานแต่ง?” งานแต่งอะไร...งานแต่งที่มีปรากฏอยู่ในนิยายทั้งเื่มีแค่สองงานคืองานแต่งของพระเอกกับนางเอกแล้วก็งานแต่งของพระเอกกับนางเอกอีกงาน
“เ้าหมายถึงงานแต่งของเฉิงโหวหรือ?”
“ก็ใช่น่ะสิ...อย่ามัวพูดเล่นอยู่อีกเลย รีบไปเถอะก่อนที่จะถูกสั่งโบย”
“เอ้ย! เดี๋ยวววว” ฉันถูกผู้หญิงที่ไม่รู้แม้แต่ชื่อลากแขนเดินกลับเข้าไปในจวน
อะไรเนี่ย! จะจัดงานแต่งให้ฉันแล้วทำไมฉันต้องไปช่วยพวกเขาจัดด้วยล่ะ ฉันคือเ้าของงานแล้วอีกเดี๋ยวก็จะเป็เ้านายของคนทั้งจวนด้วย แล้วทำไมต้องไปจัดงาน!!!!
ปั่ง!
ฉันปิดประตูอย่างแรงเพราะรู้สึกโมโหหน่อยๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกับตั่งนั่งอย่างรู้สึกเหนื่อยมากกก หลังจากที่ฉันถูกเปียวหลิน (สาวใช้ที่ฉันเจอหน้าประตู) ลากกลับเข้าไปในจวน เปียวหลินก็พาฉันไปยังสถานที่จัดงานซึ่งมีผู้คนอยู่มากมาย และนั่นก็ทำให้ฉันรู้ว่าฐานะของฉันที่นี่ไม่ใช่เฟยเซียนนางเอกของเื่ แต่เป็ฟางเหนียง! สาว! ใช้! ที่! เพิ่ง! ถูก! ซื้อ! เข้า! มา! ในจวน!! เมื่ออาทิตย์ก่อน ความจริงที่โหดร้ายมาพร้อมกับภาระอันหนักอึ้ง ฉันต้องช่วยคนใช้ในจวนเฉิงโหวจัดงาน ทั้งแบกเก้าอี้ ขนโต๊ะ ยกของ ทำนู่นทำนี่จนมือและเท้าสั่นไปหมด สุดท้ายทนไม่ไหวต้องหลบหนีออกมาแอบพักที่เรือนข้างๆ สถานที่จัดงาน
“ระบบ ช่วยบอกทีว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น” ฉันพูดไปในความว่างเปล่า
‘ระบบกำลังตรวจสอบ โปรดรอในอีก สิบ เก้า แปด...ระบบเกิดข้อผิดพลาด กำลังทำการรีเซตใหม่ โปรดรอ...ระบบกำลังรีเซตใหม่ โปรดรอ...ระบบจะรีเซตในอีก หนึ่งร้อย เก้าสิบเก้า เก้าสิบแปด เก้าสิบเจ็ด.........”
ดูท่าจะนานแฮะ งั้นขอนอนรอแล้วกัน เหนื่อยจะตายอยู่แล้วเนี่ย! แต่ถ้านอนตรงนี้ มันทั้งแข็งทั้งเย็น นอนไม่สบายตัวแน่เลย ถึงฉันจะเป็เด็กกำพร้าที่เจอความลำบากมาั้แ่เด็กแต่ก็ไม่เคยต้องนอนพื้น!!!!! อย่างน้อยควรมีผ้าห่มปูไว้สักชั้นสิ ฮืออออ
“ไปหาที่นอนดีกว่า” ว่าแล้วก็มองหาที่ที่มิดชิดนอน และที่ที่มิดชิดของฉันก็คือ....แถ่นแทนแท๊นนน....เตียงนอนนั่นเอง มีทั้งผ้าห่มและม่านสองชั้น นี่แหละมิดชิดสุดๆ แถมยังนอนสบายอีกด้วย
ฉันขึ้นไปนอนแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มพาตัวเองเข้าสู่นิทรา..
“คารวะท่านโหวขอรับ” อาฟู่ (บ่าวคนสนิทของเฉิงโหว) เอ่ยทำความเคารพเมื่อเห็นท่านโหวเดินมาหยุดอยู่ข้างหน้าตน
“เตรียมงานไปถึงไหนแล้ว”
“ใกล้เสร็จแล้วขอรับ แต่เื่อาหารนั้นยังหาแม่ครัวที่มีฝีมือดีไม่ได้ขอรับ”
“ค่อยๆ หาไป ยังมีเวลาอยู่ แต่หากถึงวันสมรสของข้าแล้วยังหาไม่ได้ละก็...คงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น!”
“ข ขอรับ” อาฟู่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ พูดเช่นนี้ อย่าพูดเลยจะยังรู้สึกดีกว่า
แกร๊ก!
เสียงประตูเปิดออกทำให้ร่างน้อยบนเตียงขยับอย่างนึกรำคาญพลางดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงหลับต่อ
โคมไฟในห้องถูกดับก่อนเตียงจะยุบลงเล็กน้อยพร้อมๆ กับมีร่างร่างหนึ่งแทรกเข้ามาในผ้าห่ม
หืมมม O_O!
ฉันเบิกตากว้างตื่นจากฝันเมื่อััได้ถึงอะไรบางอย่างกำลังยุบยิ๊บๆ อยู่ที่แผ่นหลัง
อะไร อยู่ข้างหลังฉัน?
อื้อ....มันขยับเข้ามาชิดแผ่นหลังฉันแล้ว
ฉันกลั้นใจพยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด สักพักก็ได้ยินเสียงหายใจอย่างสม่ำเสมอ ฉันไม่รู้ว่าอะไรอยู่ข้างหลังฉัน แต่คาดว่ามันคงหลับแล้ว>< เพราะมันนิ่งไปแล้ว แต่มานอนชิดติดหลังฉันแบบนี้ แล้วฉันจะลุกหนีไปยังไงล่ะเนี่ย
แผนที่1 ค่อยๆ ดันตัวลงไปยังปลายเตียงแล้วย่องออกไปอย่างเงียบๆ แผนนี้จะใช้เวลานานหน่อย><
แผนที่2 ลุกขึ้นแล้วรีบะโลงจากเตียงวิ่งออกจากห้องไปด้วยความเร็วแรง แผนนี้ต้องใช้กำลังมากกกกก><
แผนที่3 หันไปทำความรู้จักกับไอ้เ้าตัวข้างหลังนี่ พูดกับมันดีๆ แล้วขอออกไปจากห้อง แผนนี้ต้องใช้ดวง ถ้าดวงดีก็คุยกันรู้เื่และได้ออกไปจากห้องนี้โดยง่าย แต่ถ้าดวงไม่ดีคุยกันไม่รู้เื่ อาจได้ลงไม้ลงมือ (หมายถึงไอ้ตัวข้างหลังเนี่ยลงมือกับฉัน><)
แผนหนึ่ง แผนสอง แผนสาม เอาแผนไหนดี....หนึ่งสองสาม สองสามหนึ่ง สามสองหนึ่ง หนึ่งสองสาม หนึ่งสามสอง!
เอ้า! สองก็สอง...คิดแล้วก็สูดลมเข้าปอด ทำใจสู้แล้วนับหนึ่งถึงสามในใจ
เอ้าฮึบ!!
งื้อออออ ไม่ได้! ไม่กล้าอะ><
ฉันดึงตัวเองลงมานอนตามเดิมเหตุด้วยใจไม่กล้าพอ ถ้าลุกขึ้นแล้วเกิดถูกจับตัวได้ล่ะ หรือถ้าในระหว่างที่ฉันกำลังจะลงจากเตียงดันพลาดท่าล้มทับมันขึ้นมา ถึงตอนนั้นมันอาจส่งเสียงร้องจนคนทั้งจวนแห่กันมาดูฉันก็ได้ (ตกลงไอ้ตัวข้างหลังฉันมันคือตัวอะไร>
ว่าแต่ระบบยังรีเซตไม่เสร็จอีกเหรอ? ....เอะหรือว่ามันรีเซตเสร็จไปแล้วและตอนนี้ฉันก็คือเฟยเซียนนางเอกของเื่ ถ้าเป็อย่างนี้ก็ดีสิ แต่ก็ไม่แน่นะเพราะฉันไม่ได้ยินเสียงนับถอยหลังแล้ว ถ้ามันยังรีเสร็จไม่เสร็จล่ะ โอ๊ยยย!...ในหัวมีแต่คำว่า แต่ๆๆ ตีกันไปหมดแล้ว
“ระบบรีเซตเสร็จหรือยัง ระบบ....” ฉันกระซิบถามระบบ แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ หรือฉันจะพูดเบาเกินไป แต่ถ้าพูดดังกว่านี้ไอ้ตัวข้างหลังฉันอาจได้ยินและตื่นได้
“ระบบ ระ...” ฉันหยุดพูดพร้อมกับเกร็งไปทั้งตัวเมื่ออยู่ๆ ไอ้ตัวข้างหลังฉันมันก็ยื่นแขนมาดึงตัวฉันเข้าไปกอดก่อนจะฝังจมูกลงบนหลังคอ ไม่แค่นั้นมันยังสูดดมกลิ่นตัวของฉันด้วย อึ๊ยยย! ทำเอาขนลุกชันไปทั้งตัว
มันมีแขนและมีขาแปลว่าเป็คน เกิดมายี่สิบกว่าปีก็เพิ่งจะเคยถูกคนกอดดมอย่างนี้ และจากที่ประเมินคนคนนี้คงเป็ผู้ชาย กล้ามท้องกล้ามแขน (มีเสื้อผ้ากั้นอยู่) ฉันก็ััมันได้อย่างชัดเจนแปลว่าเขาคงจะฟิตปั๋ง>< กล้ามแน่นปั๊กแน่ๆ ได้กลิ่นหอมเย็นสดชื่นคงเป็กลิ่นตัว (อร๊ายยย) อยากจะหันกลับไปกอดตอบแล้วก็สูดดมกลิ่นตัวเขาบ้าง คงจะมีความสุขน่าดู เอ๊ย! ไม่ใช่สิ ฉันควรรีบหาวิธีไปจากที่นี่ไม่ใช่มาคิดเื่ลามกแบบนี้!!
ฉันค่อยๆ ยกมือไปจับมือหนาที่โอบกอดเอวฉันไว้แน่น แล้วค่อยๆ ง้างนิ้วเขาออกทีนิ้ว แต่ให้ตายเถอะ!! จะกอดแน่นอะไรขนาดนี้! แรงที่งัดนิ้วหนาเริ่มแรงขึ้นๆ
ป๊าบ!
โดยไม่รู้ตัว ฉันตีมือหนาที่กอดฉันไว้อย่างโมโหด้วยแรงทั้งหมดที่มี “ไอ้บ้านี่! จะกอดให้เอวฉันขาดตายไปเลยหรือไงกัน!!”
“ก็ใช่น่ะสิ”
“อุ๊บ!” ฉันรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองอย่างใ ตายแล้ว! ลืมไปเลยว่าห้ามเขารู้ว่ามีฉันนอนอยู่ด้วย
“ว๊าย!” ฉันถูกจับพลิกให้นอนหงายอย่างแรงก่อนจะถูกทาบทับด้วยร่างหนาอันหนักอึ้งของชายผู้มีกลิ่นกายหอมเย็น (ทำไมแอบรู้สึกดีล่ะเนี่ย!)
ตึกๆ
ตึกๆ
ตึกๆๆๆๆ
หัวใจฉันเต้นแรงจนจะกระเด็นออกมาอยู่แล้ว ทั้งกลัวทั้งตื่นเต้น (ตื่นเต้นเพื่อ!)
“เ้าเป็ใครกัน ขึ้นมานอนบนเตียงข้าได้ยังไง!”
“เอ่อคือฉัน เอ่อข้า”
“ตอบ!!!”
“ฉันชื่อซิงเยียนเกิดวันที่สิบเดือนมกราคมปีนี้อายุยี่สิบสี่เป็เด็กกำพร้าไร้พ่อขาดแม่ตอนนี้กำลังศึกษาการเป็เชฟอยู่ที่มหาลัยอาหารนานาชาติเหตุที่มานอนอยู่บนเตียงนี้เพราะตอนกลางวันถูกใช้งานหนักมากรู้สึกเหนื่อยจึงหนีมาหาที่นอน ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าเตียงนี้เป็เตียงนอนของท่านต้องขอโทษด้วย!”
เสียงของเขาดุและน่ากลัวมากจนฉันต้องรีบตอบคำถามโดยลืมคิดไปว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้อยู่ที่โลกแห่งความจริงแต่กำลังอยู่ในโลกนิยาย โลกที่เป็ยุคจีนโบราณ
“พูดอะไรของเ้า? ฟังไม่รู้เื่แม้สักคำ!”