ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 34 สิ่งที่อัศจรรย์

    กองคาราวานกลับไปที่แดนนอก ในครั้งนี้ มองผิวเผินก็ไม่มีปัญหาอะไรในการเดินทางแต่จริงๆ แล้วมีสายตา หลายๆ คู่จับจ้องมา เพียงแค่รอโอกาสที่เหมาะสมสักวันหนึ่ง

     

         การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น  นาฟ และคนของหน่วยความมั่นคงทั้งหมดมาถึงแดนนอกโดยใช้เวลาเพียงไม่นาน   นาฟ ประสานงานกับหัวหน้ากุ้มหลงทันทีให้เรียกรวมพล พอคนเหล่านั้นรู้ว่านาฟเรียกหา ไม่ว่าจะเป็นเหล่าชายฉกรรจ์ ที่พร้อมทำงานรวมถึงชาวแดนนอกที่เลื่อมใสในตัวของนาฟ รีบรวมกลุ่มกันออกมาฟังเป็นจำนวนมาก

      นาฟมองเห็นชาวแดนนอกจำนวนมากมายทยอยกันออกมาตั้งใจฟังสิ่งที่นาฟกำลังจะบอก

       “สิ่งที่พวกเราจะสร้างคือกำแพงกันลม “  ทุกคนโดยรอบต่างอือฮา

    ทำไมต้องมีกำแพงกันลม   ทุกวันนี้เราเผชิญหน้ากับความท้าทายของธรรมชาติที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดทำให้ชาวชุมชน ล้มตายเป็นจำนวนมากทุกคนต่างรู้อยู่แก่ใจว่าไม่สามารถเข้าเป็นพลเมืองของอาณานิคมได้ แต่แล้วยังไง เราจะอยู่เฉยรอความตายเข้ามาหาเราไม่ได้  เราต้องร่วมมือกัน เราต้องมีกำแพงที่ป้องกันครอบครัวของเราไว้ แต่หน้าที่นี้เราต้องทำงานร่วมกัน!

     

     เราทุกคนสามารถทำได้! กำแพงกันลมนั้นจะเป็นโครงสร้างที่ป้องกันเราจากพายุและอันตรายการตกของลูกไฟในครั้งต่อไป

        จู่ๆ มีเสียงดังขึ้นมาจากกลุ่มคือเสี่ยวซู  ข้าเห็นด้วย!  เราจะร่วมมือกันเพื่อสร้างกำแพงกันลม

        บรรยากาศ ทำให้ทุกคนๆ รู้สึกมีความหวัง “ข้าเห็นด้วย”   “ข้าก็เห็นด้วย”

    “ลูกไฟ ลูกต่อไปใกล้จะตกลงมาแล้วพวกเรามีเวลาไม่ถึง 25วัน ที่ทุกคนต้องช่วยกัน

        จากนั้นทุกคนร่วมมือกันไม่ว่าจะเป็นเหล่าชายฉกรรจ์จากทั่วทุกแคมป์ในละแวกนี้ รวมถึงชาวชุมชนที่พอมีแรงช่วยได้เริ่มขนถ่ายวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดจัดวางตามพื้นที่ ที่นาฟกำหนด หลังจากจัดแจงวัสดุเก็บกองเป็นที่เป็นทางเรียบร้อยเริ่มลงมือทำงานทันที

        การสร้างกำแพงกันลมเพื่อป้องกันลมพายุรุนแรงเป็นกระบวนการที่ต้องการการวางแผนและการปฏิบัติอย่างรอบคอบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพนาฟ จึง สร้างแบบจำลองที่ละขั้นตอนจากแบบ ที่นาฟออกแบบไว้ขึ้นมาให้คนในชุมชมมองภาพออกและเข้าใจได้ง่ายขึ้น

         สภาพพื้นที่ของชมชุนแดนนอกอยู่ภูมิประเทศลักษณะที่ราบ โล่ง

    ที่ ที่ชุมชนแดนนอกเหล่านี้อาศัยอยู่น่าจะเป็นเมืองเก่าที่ถูกทำลายจนพังพินาศมาก่อน  เวลาพายุพัดพามาจึงไม่เกิดแรงต้านใดๆ ยิ่งส่งผลเลวร้ายกับการตั้งถิ่นฐานตรงนี้

     

     นาฟกำหนดตำแหน่งกำแพงกันลมไว้ ห่างจาก ชุมชนแดนนอกประมาณ 50เมตร     วัสดุที่ใช้หลักๆคือ ดินทราย ผสมผงปูนขาวภายใน เสริมด้วยแท่งโลหะที่เป็นเส้น สานเรียงเป็นตะแกรง

      นาฟแบ่งการทำงานเริ่มต้นจากการเสริมฐานรากให้แข็งแรงก่อนขุดดินให้ลึกลงไปฝังแท่งโลหะเส้นเรียงรายเป็นชั้น ๆ แล้วผสม ดินทรายกับผงปูนลงไปให้ได้ขนาดใหญ่ตามที่ขีดเขียนไว้ในงานออกแบบซึ่งตัวฐานรากนี้กว้างกว่าตัวกำแพงกันลม เกือบสองเท่า  “ทุกคนในชุมชนช่วยกันทำงานถึงจะเหนื่อยแต่ก็ไม่ท้อเพราะเชื่อในสิ่งที่ นาฟ พูด ตอนนี้ชาวแคมป์ ในละแวกนี้แทบจะรวมใจกันเป็นหนึ่งลบภาพความขัดแย้ง เห็นแก่ตัว แย่งชิงกันเอาตัวรอด ออกไปเกือบหมด เจ้าหน้าที่ความมั่นคงบางคน ที่ยังไม่กลับหน่วยที่อาสาจะอยู่ช่วย ยังอดตกใจกับสิ่งที่เห็นไม่ได้ ไม่คิดว่าพวกคนเถื่อนเหล่านี้สามารถรวมใจกันเป็นหนึ่งได้เพราะคนๆ เดียว

        แค่ทำส่วนงานฐานรากก็กินเวลาไปมากกว่า 5 วันแล้ว ทุกคนต่างเหน็ดเหนื่อย นาฟบอกว่าต้องเพิ่มความเร็วในการทำงานอีกไม่งั้น เสร็จไม่ทันภัยพิบัติครั้งต่อไป     “นาฟให้ท่านกุ้มหลงเชิญหัวหน้าแคมป์ต่างๆ ในละแวกนี้เข้ามาประชุมกันนาฟพยายามชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการสร้างกำแพงกันลม และขอให้เพิ่มแรงงานจากทุกแคมป์เข้ามาช่วยทุกคนส่วนมากล้วนเห็นด้วย

     

     

     

        วันต่อมามีแรงงานมาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ทุกๆ คนพร้อมใจกันทำงาน  เข้าสู่การสร้าง กำแพงกันลม นาฟเรียกหัวหน้าชุดทำงานในแต่ละส่วนมาประชุมทำความเข้าใจ  นาฟ เอาหุ่นจำลอง กำแพงกันลมออกมาให้ทุกคนดู

    ทุกคนที่เห็นอดทึ่งไม่ได้ว่าสิ่งที่พวกเขากำลังสร้างอยู่คือสิ่งนี้

    “ข้าจะอธิบายให้พวกท่านฟัง ในการทำงานทีละขั้นตอนและข้าจะแบ่งส่วนความรับผิดชอบออกเป็นงานๆ ไป

      วันนั้นนาฟใช้เวลาประชุมกับหัวหน้าแต่ละส่วนงานไปเกือบครึ่งวันแต่เพียงพอสำหรับสร้างความเข้าในการทำงานมากขึ้น

     

       ผ่านไปอีกราวๆ 10 วัน ทุกคนทำงานกันอย่างหนักตัวโครงโลหะเริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่าง ในส่วนเทส่วนผสมดินกับผงปูนก็ ก้าวหน้าไปเกินครึ่งแล้ว

    ช่วงสิบวันที่ผ่านมาแม็ค ก็แวะเวียนเอาวัสดุการก่อสร้างมาเพิ่มอยู่หลายครั้ง  และเข้ามาช่วย นาฟอยู่หลายครั้งถ้ามีเวลา

     

      จากคนที่ผ่านมาเห็น จากเสียงที่ร่ำลือ การสร้างงานในครั้งนี้สงผลกระทบไปในทางที่ดี เป็นวงกว้าง ผู้คนที่มีความรู้หลากหลายสาขาในแคมป์กลางก็ต่างผลักกันแวะเวียนมาดู อดทึ่งในรูปแบบและการก่อสร้างที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองมาก   แม้แต่ผู้เฒ่าจากหน่วยคัดกรองที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตอย่างโชกโชนก็ยังแอบมาดู

     

     

        “เจ้ารู้มั๊ย อังเก้ ตั้งแต่ข้าเห็นการก่อสร้างกำแพงมานอกจากกำแพงของเมืองอาณานิคมแล้ว เจ้าสิ่งที่อยู่ข้างหน้านี้นับเป็นสิ่งที่อัศจรรย์นัก

         “ข้าถึงชวนท่านผู้เฒ่ามาดูด้วยกันไง

         “ตัวกำแพง มีความสูงเพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้ลมพายุและการเคลื่อนไหวของวัตถุสามารถมีผลต่อพื้นที่ได้    ความกว้างเพียงพอที่จะรับแรงดันจากลมพายุโดยไม่ถูกทำลาย   วัสดุที่ผสมผสานกันสร้างความแข็งแรงเพียงพอที่จะทนทานต่อแรงดันจากลมมหาศาลได้

    ผู้เฒ่าจากหน่วยคัดกรองวิเคราะห์โครงสร้างและชี้รายละเอียด อธิบายได้อย่างชัดเจน 

          “ท่านผู้เฒ่าคิดเห็นอย่างไรกับเจ้าหนุ่มนี่

          “ข้าว่าเจ้าหนุ่มนี่ถ้าเข้าไปอยู่ภายในอาณานิคม คงเกิดโกลาหลครั้งใหญ่แน่เลย “ฮ่า ๆ ๆ ๆ

          “ดูแล้วพวกท่านคงสนุกกันนะ พวกท่านออกมาดูอะไรดีๆ ไม่คิดจะชวนข้าสักหน่อยเหรอ

           “แหม ก็เห็นวันๆ พี่กราฟหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ทุกวี่วัน ใครจะกล้าเข้าไปชวนละครับ   นี่พี่กราฟ ก็สนใจพวกงานก่อสร้างด้วยเหรอ

           “อืม! ก็แปลกตาดี แต่ที่ข้ามานี่  เพราะห่วงเจ้าหนุ่มนั้นต่างหาก สายข่าวแจ้งว่า เค้าเป็นเป้าหมายของสมาคมใต้ดิน

    ผู้เฒ่า และอังเก้ล้วนหันกลับมามอง กราฟ เพราะตกใจในสิ่งที่ได้ยิน

     

     

        ผ่านไปอีกราว ๆ 6 วันการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จเต็มที ถึงทุกคนจะเหนื่อยแต่ทุกคนก็รับรู้สิ่งที่ทำอยู่นี้สามารถรับแรงพายุ ได้อย่างแน่นอนเพราะทุกคนลงมือทำด้วยตัวเองย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าแข็งแรงแค่ไหน

       นาฟที่เดินตรวจงานอยู่รอบๆทุกวัน ได้พยักหน้าแสดงความพึงพอใจถึงคุณภาพและความรวดเร็วในการสร้าง  แต่ก็ยังไม่ประมาท พยายามเดินบอกทุกๆว่าอีกไม่เกิน 4 วันภัยพิบัติลูกไฟจะเกิดขึ้นแล้ว ให้ทุกๆคนตื่นตัวตลอดเวลา ให้ช่วยกันบอกกล่าว   และเริ่มซักซ้อมปฏิบัติตัวในการการวิ่งเข้าหลุมหลบภัย

    คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน