Jong Lua เกรียนเทพ!!! เย้ยฟ้าข้าคือตำนาน

    ตอนที่ 9 คนจะซวยต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่

    ตอนที่ 9

    คนจะซวยต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่

     

                    กร๊อบ...!

                    ผลึกอสูรทานุกิสามหางถูกส่งเข้าปากก่อนที่จงลั่วจะเคี้ยวมันจนละเอียดและกลืนมันลงไป

     

                    ท่านได้รับทักษะกอบปี้

                    ทักษะเรียกใช้(Sp.10/ลด Sp.ทุกหนึ่งชั่วโมง)

                    กอบปี้- เป็นทักษะในการพรางตัว สามารถเลียนแบบสิ่งใดก็ได้ที่สัมผัสอยู่

                    ระดับทักษะ มายา*ไม่สามารถพัฒนาได้อีก

                    รายละเอียดของทักษะเมื่อต้องการเปลี่ยนเป็นสิ่งของหรือสิ่งมีชีวิตอื่นจำเป็นต้องสัมผัสกับของสิ่งนั้นและสามารถปรับแต่งร่างกายที่เลียนแบบได้อีกนิดหน่อย

     

                    "มันจำเป็นต้องมีร่างต้นแบบด้วยเหรอวะเนี่ย"จงลั่วมองคำอธิบายของทักษะที่ได้รับอย่างไม่ค่อยพอใจนักทั้งเรื่องการที่ต้องมีร่างต้นแบบ แถมยังต้องใช้พลังพิเศษในการคงสภาพอีก"เซบี้...ในเมื่อแกเป็นคนแนะนำให้มาล่าเจ้าทานุกิสามหาง" จงลั่วเผยยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างเห็นได้ชัด"ดังนั้นแกต้องรับผิดชอบ"

     

                    "ข้า..."เซบาสเตียนชี้นิ้วเข้าหาตัวเองด้วยความสงสัย

     

                    จงลั่วพยักหน้ารับ...พร้อมกางแผนที่โลกไกอาซึ่งขอมาดี ๆ จากกลุ่มโจรรถถัง "แต่ก่อนอื่นเราต้องไปที่เมืองบาร์นกันก่อนข้าอยากจะไปแลกเปลี่ยนสินค้าสักหน่อย"

     

                    ครั้งนี้เซบาสเตียนที่ท้องอิ่มก็ไม่แสดงท่าทีอิดออดที่จะแปลงกายเป็นค้างคาวยักษ์อีก

                    .

                    .

                    .

                    เมื่อสิ้นสุดเขตป่าเรดวู้ดทางตอนเหนือทิวทัศน์รอบข้างก็เปลี่ยนเป็นทุ่งหญ้าและเนินเขาเตี้ย ๆทำให้จงลั่วตัดสินใจที่จะลงเดินไปตามเส้นทางสัญจรที่ชาวบ้านทั่วไปใช้กัน

     

                    "เซบี้มานี่สิ"เซบาสเตียนที่กลับสภาพจากค้างคาวกลายมาเป็นแวมไพร์เดินเข้ามาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าจงลั่ว"ก๊อบปี้"จงลั่วใช้ทักษะก๊อบปี้กับร่างของเซบาสเตียนในทันที

     

                    ...วินาทีต่อมาก็ปรากฏแวมไพร์หนุ่มสุดหล่อถึงสองคนแต่เพราะความสามารถในการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมทำให้จงลั่วมีสีผิวเลือดฝาดกว่าเซบาสเตียนซึ่งมีผิวขาวซีดจนเกินไป

     

                    "นายท่าน ยังงี้ผู้คนจะไม่หาว่าเราเป็นฝาแฝดกันรึขอรับ"เซบาสเตียนไม่ได้มีปัญหากับการที่โดนก๊อบปี้เพราะโดยปกติสัตว์อสูรก็ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ใส่ใจเรื่องหน้าตาเท่ากับมนุษย์ยิ่งเป็นแวมไพร์ที่อยู่มานับพันปีแล้ว เรื่องรูปลักษณ์จึงเป็นสิ่งที่มันไม่คิดจะให้ความใส่ใจนัก

     

                    "ไม่...!" จงลั่วพูดห้วน"มันดูตลกเกินไปที่จะมีหนึ่งคน หนึ่งแวมไพร์หน้าเหมือนกันเดินเข้าไปเดินในเมืองพร้อมๆ กันแบบนี้...ยิ่งสภาพแวมไพร์ระดับมายาเช่นเจ้าคนได้แตกตื่นวิ่งหนีกันหมดสิ"

     

                    "แล้วนายท่านจะ....ม.มมม...ไม่...ม่ายนะ"เซบาสเตียนรีบโบกมือปฏิเสธทันควันทำให้จงลั่วยิ่งฉีกยิ้มกว้างพร้อมพยักหน้าให้มันรับข้อเสนอนี้ไป

     

                    "เอายังงี้ เจ้าไปที่เมืองบาร์นถูกสินะ"เซบาสเตียนทำหน้าเจื่อนพร้อมพยักหน้ารับ "ดี เดี๋ยวเจ้าจะหาว่าข้าใจร้าย เอาเป็นว่าข้าให้เวลาเจ้าทำใจสักหน่อยก็แล้วกัน...ส่วนข้าจะเดินทางล่วงหน้าไปก่อนแล้วเมื่อจัดการกับเจ้านี่เรียบร้อยเจ้าก็เดินตามมาละกันนะ"จงลั่วพูดจบก็หันหลัง ออกจ้ำเดินตรงไปยังเส้นทางสัญจรโดยไม่ได้เหลียวกลับไปมองเซบาสเตียนที่กำลังส่ายศีรษะไปมากับตัวเอง ราวกับว่ามันกำลังทำใจรับกับเรื่องบางอย่างอยู่

                    .

                    .

                    .

                    ณ ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้เส้นทางสัญจรสู่เมืองบาร์น

                    "เยี่ยมไปเลยหัวหน้า"ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์วันเอ่ยขึ้น

     

                    "ช่ายครับ"ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์ทูเอ่ยขึ้นพร้อมกับตบกระเป๋ามิติที่ข้างตัวของมัน ซึ่งอัดแน่นไปด้วยของที่พวกมันปล้นได้ระหว่างเดินทางกลับมาจากเมืองอวาเรสจนมาหยุดอยู่ห่างเมืองบาร์นไม่ถึงสิบกิโลเมตร

     

                    รถถังที่นั่งอยู่ใต้พุ่มไม้เตี้ยมองดูเหรียญทองกลิ้งไปมาบนฝ่ามือตัวเองด้วยอารมณ์ที่ดีเป็นพิเศษ"แกลองดูในถุงใบนั้นสิว่ามีอะไรน่าสนใจไหม" มันชี้ไปที่ถุงสัมภาระใบล่าสุดซึ่งปล้นมาจากคนผ่านทาง"เดี๋ยวแกเช็คเสร็จแล้ว ค่อยมารายงานข้าละกัน" รถถังฉีกยิ้มกว้างผลจากการปล้นในหลายวันมานี้ ทำให้มันกลายเป็นโจรผู้ร่ำรวยขึ้นมาในทันตา"ข้าว่าวันนี้คงพอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวพวกแกแยกของที่ปล้นมาได้ให้เรียบร้อย หลังจากที่ข้าตื่นขึ้นมาพวกเราค่อยเข้าเมืองไปหาความสำราญกัน" พูดจบแก๊งโจรรถถังทั้งห้าก็หัวเราะร่าขึ้นมาพร้อมๆ กัน

     

                    "หัวหน้ารถถังจะพอแล้วเหรอครับ"ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์ทรีเอ่ยขึ้นพร้อมทำหน้าเสียดาย

     

                    "แกดูของที่ได้มาสิใช้ชีวิตหรูหราทุกวัน ในบาร์นไปอีกสามเดือนยังไม่หมดเลย"รถถังเอ่ยพร้อมฉีกยิ้มกว้าง "แล้วถ้าอยากได้อีกเมื่อไหร่"รถถังหยิบแว่นกลมอันเดิมขึ้นมาอวด "ก็ใช้ไอ้นี่ช่วยแยกเหยื่อให้กับเราอีกยังไงการปล้นถี่ ๆ จนเกินไป จะทำให้พ่อค้าเกรงกลัวเช่นนั้นอาจจะก่อปัญหาตามมาได้..." รถถังหยุดพูด พลางมองไปที่ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์ทรี"ทำไมแกสามแกถึงทำหน้ายังงั้นละ"

     

                    เจ้าสามชี้ไปที่นักเดินทางหนุ่มในชุดเรียบหรูหน้าตาหล่อเหลา ยิ่งเปรียบเทียบกับพวกมันแล้ว เจ้าสามยิ่งรู้สึกไม่สบอารมณ์

     

                    "ไอ้หล่อนั่นมันท่าจะรวยเว้ย"รถถังหยี่ตาเล็ก จ้องมองสำรวจชุดหนังอย่างดีที่ชายหนุ่มใส่อยู่ "เฮ้อ"รถถังถอนหายใจพร้อมหยิบแว่นกลมมาสวมใส่

                    ...ข้อมูลที่ได้รายงานดุจเดิมกับเมื่อหลายวันก่อน

                    ...ชาวบ้านเลเวล10...

     

                    "แก...โชคร้ายหน่อยนะไอ้หนุ่มที่เกิดมาหน้าตาดีพอดีมันไม่สบอารมณ์ลูกน้องของข้า" รถถังฉีกยิ้มให้เจ้าสาม "แค่ชาวบ้านเลเวลสิบถ้าพวกแกจะจัดก็เชิญเดี๋ยวครั้งนี้ข้าขอนั่งดูละกัน"

     

                    "ฮ่าฮ่า ฮ่า"โจรกระจ๊อกทั้งสี่หัวเราะร่วน สองมือที่แบกถุงพร้อมใจกันวางกองลงบนพื้นก่อนจะเดินตรงไปหาหายนะที่มันต่างคาดไม่ถึง

    .

    .

                    "อืม..รูปร่างของเจ้าเซบี้นี่ท่าจะแจ่มจริงเว้ย เมื่อกี้ตอนเดินผ่าน แม่สาวเก็บดอกไม้นั่นแทบจะเหลียวมองเราจนคอหมุนเลย" จงลั่วพึมพำกับตัวเองขณะที่เปิดใช้ความสามารถในการสำรวจรอบ ๆ ไปด้วย

                    ...ไม่อยากจะคิดว่าถ้าเราใช้ร่างนี้กลับไปเจอนักเรียนในโรงเรียนเวทมนตร์และการทหารอวาเรส อืม...ซิงจ้า ลั่วลาก่อนนนนน

     

                    ความคิดกำลังเพลิดเพลินแต่แล้วจู่ ๆ จงลั่วก็ต้องหยุดเท้าลง "เจ้าพวกนั้นมันหน้าคุ้น ๆ ยังไงไม่รู้แฮะ"จงลั่วหยี่ดวงตาคมดำขลับ เพื่อจ้องมองให้ถนัดขึ้น "นั่นมันพวกโจรที่เราเจอที่ซากเมืองอวาเรสรึเปล่าวะ"

     

                    "ไอ้หนุ่ม"ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์วันพูดเสียงดังพร้อมชี้นิ้วมาที่จงลั่วอย่างอาจหาญ มันต้องการแสดงให้รถถังเห็นว่ามันคู่ควรกับตำแหน่งใหม่ได้แล้วตำแหน่งรองหัวหน้า"ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็...."

                    จงลั่วยกมือสองข้างขึ้นเหนือหัวพร้อมค่อย ๆ ก้าวอย่างช้า ๆ เข้าไปหาพวกโจรทั้งสี่ "ใจเย็น ๆ ครับรับรองว่าได้ครบทั่วถึงทุกคนเท่าเทียมกันแน่นอน"

     

                    "ดีมาก...ดีมาก...ว่าง่ายๆ ยังงี้สิ ถึงจะคุยกันรู้เรื่องหน่อย แต่ไม่จำเป็นต้องเท่าเทียมเจ้าส่งทั้งหมดมาให้ข้าได้เลย"ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์วันเอ่ยพร้อมรอยยิ้มมันค่อย ๆ เดินตรงเข้าไปรับเด็กหนุ่มที่คิดว่าคือแพะอ้วนของมันในทันที

     

                    "พี่เอาจริงนะคนเดียวววววว เลยยยยยย..."จงลั่วจงใจเอ่ยเสียงยานคาง ก่อนจะสืบเท้สช้า ๆเข้าไปหาโจรนัมเบอร์วัน

    คล้ายกับเรื่องJong Lua เกรียนเทพ!!! เย้ยฟ้าข้าคือตำนาน ที่คุณอ่าน