จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 146 งานประลองตำหนักเทพกิเลน 1 Re

            เช้าวันรุ่งขึ้น  ข่าวเหตุการณ์ในรายการ Ghost Hunt กลายเป็นกระแสร้อนแรงมาก  เมิ่งชิงชิงได้รับโทรศัพท์จากตงไห่แต่เช้าว่ามีงานสัมภาษณ์ในรายการหลายรายการติดต่อเข้ามาให้ไป่ฉีไปออกรายการ  ทั้งทอล์คโชว์และรายการข่าว    ทั้งตัวไป่ฉีและผู้ร่วมรายการคนอื่น  มีทั้งทีมงานฝ่ายกล้องและผู้กำกับ  รวมถึงซือกงกับฉินฮวาด้วย  แน่นอนว่าไป่ฉีตอบตกลงทันที  สำหรับดาราแล้วการได้ออกสื่อบ่อย ๆ ยิ่งดีต่อการเป็นที่รู้จัก  รวมถึงยังอาจได้ฐานแฟนคลับเพิ่มมาอีกด้วย


            ดังนั้นวันนี้ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงจึงต้องไปออกรายการทอล์คโชว์กับรายการข่าว  4-5 รายการ  ทำให้เมิ่งชิงชิงยิ้มหน้าบานเพราะเธอจะได้ส่วนแบ่งจากรายได้ของไป่ฉีมากขึ้น  อย่างน้อยเดือนหน้าเธอก็สามารถจ่ายเงินค่าส่วนกลางให้ทางคอนโดที่เธออยู่ได้  โดยไม่ต้องเจียดค่าใช้จ่ายอื่น ๆ มาโปะตรงส่วนนี้  ซึ่งงานสัมภาษณ์นั้นยาวต่อเนื่องไปทั้งสัปดาห์จึงซาลง


            รายการ Ghost Hunt กลายเป็นที่นิยมชั่วพริบตา  เพียงแต่หลังจากเทปนั้น  พวกเขาไม่เคยเจอผีแบบเห็นชัดขนาดนั้นอีกเลย  ทำให้เรตติงของรายการลดลงจนกลับสู่ภาวะปกติ


            ส่วนไป่ฉีนั้น  เขาได้วันหยุดมา 3 วัน  เพื่อไปร่วมงานประลองของตำหนักเทพกิเลน  แม้จะต้องทำงานตลอดทั้งสัปดาห์แต่เขาก็ไม่ลืมแวะไปเลื่อนขั้นพลังปราณให้กับเฟิงเทียน  จนตอนนี้ระดับของเฟิงเทียนนั้นสูงกว่าเส้าเทียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


            โดยเส้าเทียนตอนนี้อยู่ในระดับปราณจักรพรรดิขั้น 1  แม้จะพยายามฝึกฝนอย่างหนักก็ตาม  ส่วนเฟิงเทียนตอนนี้นั้นอยู่ในระดับปราณจักรพรรดิขั้น 5 เท่ากับหลงเทียนหมิงแล้ว


            ในคืนก่อนการประลอง  ไป่ฉีในรูปลักษณ์ของอวี้กงได้มายังถ้ำฝึกฝนของเฟิงเทียน  เขาดีใจที่เจ้าเด็กน้อยนี่ยังคงหมั่นฝึกฝนพลังปราณและทักษะต่อสู้ที่เขาสอนให้ไม่เคยหยุดพักเลย  จากการทดสอบพบว่ากระบวนท่ากระบี่กิเลนอัสนีของเฟิงเทียนนั้น  สามารถสำเร็จถึงขั้นกลางได้แล้ว  นับว่าเป็นคนมีพรสวรรค์มากคนหนึ่ง  ถ้าไม่นับเรื่องเสร็จสมทุกครั้งที่เลื่อนขั้นลมปราณ  นับเป็นบุรุษที่สมบูรณ์แบบแล้วในตอนนี้


            “ท่านอาจารย์  พรุ่งนี้ท่านจะมาดูผมประลองใช่ไหม” เฟิงเทียนถาม  แววตาฉายชัดถึงความคาดหวัง


            “ใช่  อาจารย์กับจางหนี่หวังจะมาดูเจ้าลงประลอง” ไป่ฉีกล่าว


            “แต่ว่าการแข่งขันภายในไม่เคยเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมมาก่อน” เฟิงเทียนกล่าว


            “ถ้าเป็นคนทั่วไปล่ะก็นะ  แต่เจ้าอย่าลืมว่าจางหนี่หวังเป็นใคร  แล้วฉันเป็นใคร  ประมุขแห่งสมาคมการค้ากับเทพกระบี่จะมาดูการประลอง  ซ้ำฉันยังบอกอีกว่าจะช่วยชี้แนะให้กับพวกรุ่นเยาว์ในตระกูลหลังการประลองแต่ละรอบจบลง  ใครจะไม่ต้องการล่ะหืม” ไป่ฉีกล่าว


            “สมกับที่เป็นท่านอาจารย์  ความคิดช่างล้ำลึกยิ่งนัก” เฟิงเทียนกระโดดกอดอาจารย์ของเขาราวกับเด็กน้อย


            “ใช่ความคิดฉันลึกล้ำ  แต่ไอ้ตรงนั้นของเจ้ากำลังรุกล้ำเข้ามาโดนข้า  เจ้าศิษย์โรคจิต” ไป่ฉีถีบเฟิงเทียนออกเมื่อสัมผัสได้ว่ามีอะไรบางอย่างกำลังทิ่มโดนต้นขาเขาอยู่


            “แหะ ๆ ขอโทษครับท่านอาจารย์” เฟิงเทียนหัวเราะแห้ง ๆ


            “ให้ไปทำกับเมียเจ้าหรือหญิงสาว  มิใช่ทำกับบุรุษด้วยกัน  หากยังทำแบบนี้อีก  ฉันจะมัดเจ้าส่งให้เหลาเหล่าจัดการ” ไป่ฉีกล่าว


            “ศิษย์ทราบแล้วครับ” เฟิงเทียนได้ยินชื่อนี้ก็รีบเอามือปิดก้นของตัวเองทันที  ใครบ้างในยุทธภพจะไม่รู้จักเฒ่าวิปลาสเหลาเหล่าในเรื่องกินผู้ชายต่างอาหาร 3 มื้อกัน


            “พักผ่อนซะ  การประลองมี 3 วัน  ยังไงก็แล้วแต่  พยายามปกปิดพลังเอาไว้  ยิ่งคู่ต่อสู้รู้วิชาของเราน้อยเท่าไหร่  ยิ่งทำให้เจ้ามีโอกาสชนะมากขึ้นเท่านั้น  อย่าลืมว่านี่เป็นก้าวแรกที่จะให้เหล่าผู้อาวุโสเห็นความสามารถของเจ้า  หากเจ้าแสดงให้เห็นว่าตนเองแข็งแกร่งกว่าเจ้าเด็กน้อยเส้าเทียนนั่น  ย่อมต้องมีผู้อาวุโสหลายคนหันมาสนับสนุนเจ้าแน่นอน” ไป่ฉีกล่าว


            “ศิษย์ทราบแล้วครับ” เฟิงเทียนรับคำ


            “ราตรีสวัสดิ์  เจอกันพรุ่งนี้” กล่าวจบ  ไป่ฉีก็หายตัวไปจากห้องฝึกฝนนั้น  ส่วนเฟิงเทียนเองก็ทำตามคำแนะนำของอาจารย์  เขากลับไปยังห้องนอนเพื่อพักผ่อน


            “กลับมาแล้วเหรอเฟิงเทียน” แม่ของเฟิงเทียนทักขึ้น  หลังเห็นลูกชายกลับมาจากถ้ำฝึกฝน


            “ครับ  ท่านอาจารย์แนะนำให้กลับมาพักผ่อนครับ” เฟิงเทียนกล่าว


            “ดีแล้วล่ะ” แม่ของเฟิงเทียนเองก็เห็นด้วยเช่นกัน  ลูกชายของเธอตรากตรำฝึกพลังปราณกับกระบวนท่า  โดยไม่บ่นว่าเหนื่อยสักคำ  บางครั้งเธอต้องคอยเตือนให้พักผ่อน  ไม่อย่างนั้นลูกชายของเธอก็จะฝึกจนกว่าจะพอใจ


            “ฮูหยินคะ  ประมุขเวิ่นเทียนมาค่ะ” บ่าวรับใช้สาวเคาะประตู 3 ครั้งก่อนจะรายงานว่าประมุขตำหนักเทพมา


            “รีบเชิญท่านประมุขเข้ามา” แม่ของเฟิงเทียนกล่าว


            เพียงไม่นาน  จี๋หลินเวิ่นเทียนก็เดินเข้ามา  สิ่งที่เขาทำคือเดินเข้ามาหาแม่ของเฟิงเทียน  ก่อนจะโอบเอวแล้วประคองกันไปนั่งที่เก้าอี้ และเรียกเฟิงเทียนเข้าไปหา


            “ท่านพ่อ  เรียกหาลูกมีธุระอะไรรึเปล่าครับ” เฟิงเทียนถาม


            “พ่อแค่อยากรู้ว่าลูกเป็นยังไงบ้าง  ตื่นเต้นรึเปล่า” จี๋หลินเวิ่นเทียนถาม


            “ตื่นเต้นครับ  พรุ่งนี้ผมจะได้พิสูจน์ฝีมือกับเส้าเทียนแล้ว” เฟิงเทียนกล่าว


            “พ่อขอเตือนอย่างหนึ่ง  การประลองในตำหนักเทพกิเลนนั้น  แม้จะไม่ใช่การประลองเป็นตาย  แต่เส้าเทียนหรือลูกของผู้อาวุโสอาจจะทำร้ายลูกจนพิการได้  ระวังตัวเอาไว้ด้วย” จี๋หลินเวิ่นเทียนเตือนด้วยความเป็นห่วง


            “ครับ  ว่าแต่ผมสามารถท้าประลองเป็นตายในการประลองจัดอันดับนี้ได้รึเปล่าครับ” เฟิงเทียนถาม


            “หากผู้อาวุโสเกินครึ่งยินยอม  จึงจะสามารถทำได้  นี่คงไม่ได้คิดจะสู้กับเส้าเทียนจนตายกันไปข้างหนึ่งใช่ไหม” จี๋หลินเวิ่นเทียนถาม


            “แค่ถามเผื่อไว้น่ะครับ  ผมกับเส้าเทียนคงจะอยู่ด้วยกันไม่ได้จริง ๆ” เฟิงเทียนกล่าว


            “เอาเถอะ  กฎย่อมเป็นไปตามกฎ  หากลูกหรือเส้าเทียนตาย  มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของโลกที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอด  พ่อเคยผ่านมาแล้ว  ทั้งการแก่งแย่งอำนาจระหว่างพี่น้อง หรือแม้แต่การฆ่ากันเองเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ” จี๋หลินเวิ่นเทียนกล่าว


            “ผมจะจำไว้ครับ” เฟิงเทียนกล่าว


            “งั้นพักผ่อนซะ  พ่อขอตัวก่อน” จี๋หลินเวิ่นเทียนลุกขึ้นก่อนจะเดินออกไป


            ในคืนนั้นไป่ฉีได้วางค่ายกลเอาไว้โดยรอบตำหนักเทพ  รวมถึงลานประลองด้วย  อย่างไรก็แล้วแต่  เพื่อความไม่ประมาท  เขาได้เตรียมค่ายกลสำหรับรักษาอาการบาดเจ็บร้ายแรงแบบเร่งด่วนเอาไว้ให้เฟิงเทียน  ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อฝีมือของเฟิงเทียน  แต่ใครจะรู้ว่าผู้อาวุโสบางคนอาจจะใจแคบ  แพ้แล้วไม่ยอมรับความจริง  อาจจะคิดทำร้ายเฟิงเทียนได้  หากเจ้าศิษย์นี่ตายที่เขาลงแรงมาทั้งหมดก็สูญเปล่าน่ะสิ  ดังนั้นการหาทางปกป้องชีวิตของเฟิงเทียนนั้นสำคัญมาก  แต่ลึก ๆ แล้วเขาก็เอ็นดูเจ้าศิษย์โรคจิตนี่อยู่พอสมควร


            เช้าวันรุ่งขึ้น

            เฟิงเทียนตื่นนอนไปอาบน้ำและใส่ชุดแข่งขันที่จี๋หลินเวิ่นเทียนให้คนนำมาให้  ในการประลองนั้นทุกคนจะใส่ชุดแบทเทิลสูทรัดรูปสีดำทั้งหมดเหมือนกัน  หากแต่แตกต่างกันที่อาวุธ  ซึ่งเฟิงเทียนนั้นได้รับกระบี่ระดับราชันย์จากไป่ฉี  โดยไป่ฉีได้กำชับมาว่าหากไม่จำเป็นอย่าได้เผยมันให้ใครเห็นเด็ดขาด  ไม่อย่างนั้นมันจะนำความยุ่งยากและอันตรายมาสู่ตัวเขากับแม่ของเขาได้


            เฟิงเทียนเดินทางไปยังสนามประลองทันที  ระหว่างทางมีหญิงสาวที่สวมชุดแบทเทิลสูทสีดำรัดรูปมองมาที่เฟิงเทียนเช่นกัน  ด้วยรูปร่างของเฟิงเทียนตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสวยงามจากการฝึกของไป่ฉี  สาว ๆ หลายคนจ้องกล้ามเนื้อของเฟิงเทียนตาไม่กระพริบ  มีบางคนจ้องไปที่เป้าของเฟิงเทียนเพื่อหวังจะเห็นขนาดของบางสิ่ง


            “นั่นเฟิงเทียนเหรอ  ไม่เห็นซันาน  ทำไมถึงดูดีขึ้นขนาดนี้กันนะ”


            “น่าเสียดาย  หากเฟิงเทียนไม่ใช่คนในตระกูลที่มีสายเลือดเดียวกัน  ฉันอยากให้พ่อกับแม่ไปทาบทามเรื่องหมั้นให้จัง”


            “แต่งกับเฟิงเทียนจะดีเหรอ  เส้าเทียนคอยกดหัวอยู่ทุกวัน  ครั้งก่อนเส้าเทียนก็ไปหาเรื่องถึงหน้าเรือนพัก  แต่คราวนั้นเฟิงเทียนเอาแต่หลบอยู่ในเรือนพัก  ฉันคิดว่าเขาอ่อนแอและขี้ขลาดมากกว่า”


            เฟิงเทียนได้ยินมันทั้งหมด  แต่ส่วนใหญ่เป็นคำชื่นชมเสียมากกว่า  ใช้เวลาไม่นานเขาก็เดินมาถึงลานประลอง  ที่ลานประลองมีหนุ่มสาวและรุ่นเยาว์ของตระกูลจี๋หลิน กับรุ่นเยาว์จากตระกูลในปกครองของตำหนักเทพกิเลนกำลังพูดคุยกันอยู่ระหว่างรอพิธีเปิด  แน่นอนว่าเมื่อเฟิงเทียนมาถึง  สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เขา  ทั้งชื่นชม  ลุ่มหลง  หมั่นไส้  เหยียดหยาม ปะปนกันไป


            “ประมุขจางหนี่หวังกับเทพกระบี่อวี้มาถึงแล้ว” เสียงของคนเฝ้าประตูตะโกนขึ้น  ผู้อาวุโสของตำหนักเทพกิเลนกับประมุขจี๋หลินเวิ่นเทียนรีบลงมาต้อนรับทั้ง 2 ด้วยตนเอง


            จางหนี่หวังมาในชุดเดรสสีม่วงอ่อน  ใบหน้าแม้จะดูมีอายุ  แต่แสดงให้เห็นว่าตอนยังสาวเธอเป็นคนสวยมากทีเดียว  สายตาผู้อาวุโสหลายคนจับจ้องไม่วางตา  พวกเขาไม่ได้มองจางหนี่หวังด้วยความชื่นชม  แต่กลับมองหาจังหวะที่จะเข้าไปพูดคุยสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเธอมากกว่า  ด้วยเพราะสมาคมการค้านั้นมีอำนาจมากกว่าตำหนักเทพซะอีก  หากได้รับการสนับสนุนจากประมุขจาง  พวกเขาก็จะมีอำนาจมากขึ้น


            ที่เดินตีคู่มากับประมุขจางคือผู้ที่ชาวยุทธ์ทุกคนมอบฉายา เทพกระบี่ ให้  ด้วยทักษะยุทธ์ด้านกระบี่ของชายหนุ่มนาม อวี้กง คนนี้นับว่ายอดเยี่ยมที่สุด  ซ้ำในงานประมูลคราวก่อน  เขาสามารถต่อสู้กับประมุขตำหนักเทพเต่ามังกรอย่าง อู่กุยหลงจิน ได้อย่างสบาย ๆ  ดังนั้นนอกจากจะได้รับฉายาเป็น เทพกระบี่ แล้ว  เหล่าจอมยุทธ์หญิงแห่งยุทธภพต่างต้องการครอบครองหัวใจของชายหนุ่มผู้นี้  ใครเล่าจะไม่ต้องการสามีที่มีทั้งเงิน  อำนาจ  ฝีมือยุทธ์ และหน้าตาราวเทพเซียนมาเป็นสามี  หากแต่พวกเธอไม่เคยแม้แต่จะได้พูดคุยหรือสนทนากับอวี้กงโดยตรงแม้แต่ครั้งเดียว  จะมีก็แต่จางหนี่หวังเท่านั้นที่มีโอกาสได้พูดคุยกับชายหนุ่มแบบส่วนตัว  ทำให้พวกเธออดคิดไม่ได้ว่าแท้จริงแล้ว  จางหนี่หวังนี่แหละที่คว้าหัวใจของเทพกระบี่ผู้นี้เอาไว้ได้


            “สวัสดีประมุขจาง  ท่านอวี้” จี๋หลินเวิ่นเทียนให้ความเคารพกับทั้ง 2 คนอย่างมาก  คนหนึ่งเป็นผู้กุมอำนาจสมาคมการค้าไว้ในมือแบบที่ใครก็ไม่อาจโต้เถียงได้  อีกหนึ่งคือผู้มีฝีมือกระบี่ที่เหล่าชาวยุทธ์ต่างอยากกราบเขาเป็นอาจารย์เพื่อขอร่ำเรียนวิชากระบี่จากเขา (ในมุมของผู้ชายนะ)


            “ไม่ต้องมากพิธีหรอก  ฉันแค่มาเป็นเพื่อนท่านอวี้เท่านั้น” จางหนี่หวังกล่าว


            'หรือว่าข่าวลือที่เขาบอกว่าท่านอวี้กงกับประมุขจางคบหาดูใจกันจะเป็นความจริง' จี๋หลินเวิ่นเทียนคิด


            “เด็กหนุ่ม 2 คนที่อยู่ข้างหลังท่านประมุขจี๋หลิน คงเป็นเส้าเทียน กับเฟิงเทียนใช่รึเปล่า” ไป่ฉีทักขึ้น


            “ใช่ครับ  ลูกชายผมทั้ง 2 คน  ในช่วง 1 เดือนมานี้  พวกเขามีฝีมือก้าวหน้าขึ้นมากทีเดียว” จี๋หลินเวิ่นเทียนกล่าวอวยลูกชายทั้ง 2 คนของตน


            “ผมจี๋หลินเส้าเทียน  คารวะท่านอวี้กง” จี๋หลินเส้าเทียนคำนับอวี้กงด้วยท่าทีนอบน้อม


            “ผมจี๋หลินเฟิงเทียน  คารวะท่านอวี้กง” จี๋หลินเฟิงเทียนคำนับอวี้กง


            'ท่านอาจารย์เท่สุด ๆ เล่นบททำเป็นไม่รู้จักเราได้เนียนจริง ๆ' เฟิงเทียนเอ่ยชมอาจารย์ในใจ


            “ฉันขอชมฝีมือของพวกเจ้าทั้ง 2 คนหน่อยก็แล้วกัน ว่าจะเก่งสมกับที่พ่อของพวกเจ้ากล่าวรึเปล่า” ไป่ฉียกยิ้มขึ้น ทำเอาจอมยุทธ์หญิงรุ่นเยาว์ทั้งหลายหน้าขึ้นสีด้วยความเขินอาย


            จากนั้นไป่ฉีกับจางหนี่หวังมีบ่าวของตำหนักเทพ  เดินนำไปยังที่นั่งซึ่งจัดเตรียมเอาไว้  โดยตำแหน่งที่นั่งนั้นถูกวางไว้ขนาบ 2 ข้างของที่นั่งประมุขจี๋หลินเวิ่นเทียน


            “ผู้เข้าแข่งขันทุกคนมารวมกันที่ลานประลอง  ฉันจะเริ่มการจับสลากแบ่งคู่การต่อสู้กัน” ผู้อาวุโสคุมกฎประกาศ

    ________________________________

    +ฝากเพจนิยายด้วยครับ+


    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน