เวลาหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว การแข่งขันเพื่อจัดลำดับสถานบันจบลงไปแล้วเมื่อสองวันที่ผ่านมา ต่ำแหน่งของสถาบันลำดับที่ 1-5 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง นอกเหนือจากนั้นล้วนมีการเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น
สถาบันวาเดลที่ 1 ยังคงเป็นสถาบันลำดับ 1 โดยผู้ชนะการแข่งขันหลักทั้ง 4 รายการเป็นผู้ที่มาจากสถาบันวาเดลที่ 1 ทั้งสิ้น 3 คน 1 ในนั้นเป็นผู้ชนะรายการหลักถึง 2 รายการ ได้แก่ การประลองเต็มรูปแบบ กับ การประลองโดยใช้ทักษะ ซึ่งก็คือ รีส เฮย์เดอร์ จากตระกูล เฮย์เดอร์ ผู้มีชื่อเสียง
ซีโน่ เป็นผู้ชนะรายการ ประลองโดยใช้อุปกรณ์ ได้รับการช่วยเหลือเป็นอย่างมากจาก นีล ที่ทำการวิเคราะห์คู่แข่งที่ ซีโน่ จะต้องเจอในแต่ละรอบ เนลเป็นผู้ช่วยฝึกซ้อมหลัก หลินมาช่วยฝึกซ้อมให้บ้างในบางครั้ง ดาบคู่ระดับโกลไม่ได้รับการอนุญาตให้นำออกมาใช้ ดังนั้นตลอดการแข่งขันซีโน่จึงใช้เพียงดาบคู่ระดับบลอน
ในส่วนของการประลองโดยใช้ศิลปะการต่อสู้ ผู้ชนะคือรุ่นพี่ ที่หลินได้รู้จักในระหว่างเข้าเรียน วิชาความเข้าใจในทักษะหมัด กับ วิชาความเข้าใจอย่างลึกซึ้งจากประสบการณ์การต่อสู้ และได้เป็นคู่ซ้อมให้กับรุ่นพี่ตลอดช่วงเวลาที่มีการแข่งขัน รุ่นพี่ยังได้บอกกับเขาว่าถ้าเขาลงแข่งขัน รุ่นพี่จะไม่ลงและจะเป็นคู่ซ้อมให้กับเขา
ผลงานการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในแต่ละรอบ ทำให้บรรยากาศในสถานบันวาเดลที่ 1 คึกคักเป็นอย่างยิ่ง เป็นหนึ่งเดือนแห่งการพักผ่อน เห็นได้ชัดจากทางเข้าดันเจี้ยนรวมที่คนน้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด นอกจากเวลาเข้าเรียนแล้วผู้คนต่างใช้เวลาที่เหลือในการชมการแข่งขันต่างๆและพูดคุยหลักจบการแข่งขันกันอย่างสนุกสนาน
แต่ไม่ใช่กับหลิน เวลาของเขาถูกแบ่งออกอย่างชัดเจนตลอดเวลาหนึ่งเดือนนี้ ช่วงเช้ากับช่วงเย็นถ้าช่วงเวลาไหนไม่ตรงกับที่เขาต้องเข้าเรียน เขาจะใช้เวลาส่วนนั้นไปกับการฝึกซ้อมให้กับรุ่นพี่และซีโน่ จะเน้นไปกับการฝึกซ้อมให้กับรุ่นพี่มากกว่า เพราะเขาได้รับการร้องขอมาจากอาจารย์วิชาความเข้าใจในทักษะหมัดโดยเฉพาะ
ช่วงเวลากลางคืนจนดึกเขาใช้เวลาไปกับการเข้าสู่ดันเจี้ยนเพื่อเลื่อนระดับชั้นของตัวเองให้สูงขึ้นโดยไวที่สุด เพราะมันเป็นเพียงหนทางเดียวหากต้องการจะเข้าร่วมกองทัพ และมันก็เป็นเงื่อนไขเดียวกันกับที่อาจารย์โฮปได้ให้กับเขา การเข้าสู่ระดับชั้น 200 ในเวลา 3 เดือน ซึ่งเขาทำมันสำเร็จแล้วในวันนี้ ด้วยระยะเวลาเพียง 1 เดือน แม้ว่ามันจะผ่านมาแล้วถึง 2 เดือนก็ตาม
หลินได้เข้าเรียนในทุกวิชาที่ได้ลงเรียนไปอย่างครบถ้วนโดยไม่ขาดแม้แต่คาบเดียว ควบคู่ไปกับการอ่านหนังสือในศูนย์หนังสือของสถาบัน และไม่ลืมที่จะฝึกการใช้ไฟสีฟ้าและสีเหลืองในระหว่างที่เข้าสู่ดันเจี้ยน เรียกได้ว่าในช่วงเวลาหนึ่งเดือนนี้ ถ้ามีการจัดอันดับคนที่มีเวลาว่างน้อยที่สุดในสถาบัน หลินคงจะติดอันดับต้นๆอย่างไม่ต้องสงสัย
เข้าเรียน ฝึกซ้อมให้กับผู้แข่งขัน เข้าสู่ดันเจี้ยน อ่านหนังสือ ฝึกซ้อมพลังของตัวเอง ชีวิตตลอดหนึ่งเดือนวนเวียนอยู่เพียงเท่านี้
ไม่ลืมที่จะท้าประลองตามเงื่อนไขของสถาบัน โดยสุ่มเลือกจากผู้ที่ท้าประลองเขาเข้ามา เป็นการเจียดเวลาในช่วงที่ไม่มีการซ้อมเพราะใกล้เวลาแข่งขัน บ้านเองก็แทบจะไม่ได้กลับ หาเวลากลับไปกินข้าวที่บ้านก่อนจะกลับมาที่สถาบันได้เพียงไม่กี่ครั้ง หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เขาไม่มีเวลาอาจเป็นเพราะการที่เขาไม่มีทักษะความเร็วเหมือนแต่ก่อน
แม้ว่าร่างกายในตอนนี้จะทำให้เขาวิ่งได้เร็วเหมือนกับใช้ทักษะความเร็ว แต่ว่ามันก็ไม่สามารถนำมาเทียบกับทักษะความเร็วของอัจฉริยะได้
การเข้าเรียนวิชาต่างๆไม่ได้ให้ความรู้ไปมากกว่าการอ่านหนังสือ โดยเฉพาะตัวเขาในตอนนี้ ที่อ่านหนังสือเพียงเล่มใดก็ตามเพียงครั้งก็สามารถทำความเข้าใจและจดใจได้เป็นอย่างดีเยี่ยม ต้องขอบคุณร่างกายที่ถือกำเนิดใหม่ที่ได้มอบสิ่งนี้ให้กับเขา
การเข้าเรียนวิชาต่างๆไม่ได้ให้ความรู้ไปมากกว่าการอ่านหนังสือ เป็นเรื่องจริง แต่มันมีสิ่งที่นอกเหนือไปจากความรู้ที่ได้รับ ซึ่งก็คือประสบการณ์จริงที่ได้เห็น การทดลอง การฟังความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงอุปกรณ์ เงื่อนไข กิจกรรมที่ต้องทำระหว่างเรียนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหาได้จากการอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว
การเรียนของสถาบันวาเดลที่ 1 อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้สถาบันแห่งนี้เต็มไปด้วยผู้มีความสามารถอันดับต้นๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสถาบันวาเดลที่ 1 ถึงเป็นสถาบันลำดับ 1 อันดับที่ 1
น่าเสียดายที่ตัวเขาต้องขอจบการศึกษาจากสถาบันวาเดลที่ 1 ตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่จะสมัครเข้าร่วมกองทัพได้อย่างถูกต้อง แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆเพียง 1 เดือนที่เขาได้ใช้ชีวิตอยู่ในสถาบัน แต่สิ่งที่เขาได้รับตั้งแต่เข้ามายังสถาบันแห่งนี้ มันมากเกินกว่าที่เขาจะอธิบายออกมาได้ ประสบการณ์รวมไปถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น สถาบันล้วนมีส่วนร่วมกับตัวเขาไม่ว่าจะเป็นทางอ้อมหรือทางตรง
ครอบครัวของเขาจะมาเข้าร่วมพิธีจบการศึกษาสำหรับผู้ที่ขอจบการศึกษาในระดับชั้นที่สูงกว่า 100 ที่จะเกิดขึ้นในอีก 3 วัน ซึ่งความจริงแล้วควรจะเป็นระดับชั้นที่สูงกว่า 200 แต่สถาบันไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูลที่แท้จริง หลินเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน ความจริงแล้วสำหรับตัวเขาการเข้าร่วมพิธีจบการศึกษาไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ
ในสังคมการเรียบจบเป็นความก้าวหน้าอย่างหนึ่งในชีวิต นับเป็นความภาคภูมิใจ แต่การจบการศึกษาของผู้มีความสามารถนับเป็นเกียรติอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะกับตระกูลหรือครอบครัวของผู้ที่จบการศึกษา ถ้าการเข้าร่วมพิธีจบการศึกษาจะเป็นหน้าตาให้แก่ครอบครัวของเขาได้ ก็ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องปฏิเสธ