ตอนที่ 4
เจ้ามีแผนที่ไหม
รุ่งอรุณมาเยือน แสงอาทิตย์สาดส่องเหนือกำแพงสูง
เช้านี้จงลั่วไม่ได้นั่งอยู่บนหลังของจงลั่วเพื่อลอบเข้าเมืองเช่นเมื่อคืน เพราะจากการสังเกตด้วยตา ทำให้รู้ว่าเมืองอวาเรสในตอนนี้ นั้นน่าจะเกิดเรื่องขึ้น ร่องรอยการโจมตี รวมถึงซากปรักหักพังที่มองเห็น จงลั่วคาดว่าน่าจะเกิดสงคราม และหากดูจากสภาพ...เมืองอวาเรสที่ถูกโจมตีก็น่าจะเป็นฝ่ายที่แพ้พ่าย ที่กำแพงเมืองข้อความขีดเขียนขอความช่วยเหลือ รวมถึงข้อความบอกวันเวลาสลักแน่นเอาไว้
จงลั่วสูดหายใจลึก...เมื่อเขารู้แล้วว่าเวลาในมิติปิดที่เขาถูกกักขังนั้น หาได้สั้นเช่นที่รับรู้เพราะโลกภายนอกนั้นหมุนเปลี่ยนไปเกือบหนึ่งปี
...สัมผัสอันตราย ทำให้จงลั่วไม่กล้าประมาท เข้าเรียกใช้พลังของทากะ เปลี่ยนร่างตัวเองเป็นอสูร แม้ในครั้งแรก ๆ เซบาสเตียนจะดูสนใจกับการแปลงร่างของจงลั่ว แต่เมื่อมันนั่งดูเขาเปลี่ยนกลับไปกลับมานับสิบรอบเมื่อตอนย่ำรุ่ง ทำให้ตอนนี้เซบาสเตียน หาได้ตื่นตากับพลังแปลกประหลาดของผู้เป็นเจ้านายมันอีก
.
.
สภาพภายในเมืองนั้น ย่ำแย่กว่าที่จงลั่วคิด ตึกรามบ้านช่องล้วนถูกเผาทำลาย จงลั่วมองดูซากของโรงเรียนอวาเรสด้วยจิตใจที่หดหู่ แม้เขาจะถูกตามล่าจากผู้คนของโรงเรียน แต่จงลั่วก็หาได้โกรธเคือง เพราะเขาเองก็รู้ว่าตัวเองนั้นไม่ได้ทำสิ่งที่ถูกต้องทั้งหมดที่โรงเรียน (จงลั่วขโมยตำราออกไปจริง ๆ)
...ไม่รู้ว่าพวกชั้นเรียนศาสตร์มืดจะเป็นยังไงกันบ้าง
จงลั่วใช้ความคิดพลางเดินสำรวจไปทั่วเมือง เขาสลับไปมาระหว่างร่างของอสูรกับมนุษย์ เพื่อค้นหาสมบัติที่หลงเหลืออยู่ แต่ดูเหมือนว่าสมบัติส่วนใหญ่จะถูกขนออกไปแล้ว
"เสื้อเกราะอัศวินนี่พอดีตัวเลย" จงลั่วค้นพบเสื้อเกราะสีเงินตัวหนึ่งที่หล่นอยู่ใต้โต๊ะหลังร้านขายอาวุธ และค้นพบชุดคลุมปกปิดสีดำสนิทที่ร้านตัดเย็บ ส่วนอาวุธ และอุปกรณ์ป้องกันอื่น ๆ ที่หลงเหลือล้วนชำรุดเสียหาย "ชุดคลุมนี่นาจะมีประโยชน์ในการช่วยพลางตัวได้
เมื่อการค้นหาในส่วนของโซนชั้นกลางจบลง เป้าหมายต่อไปก็คือส่วนที่จงลั่วไม่เคยเหยียบย่างมาก่อน...โซนทิศเหนือของอวาเรส...ปราสาท และที่อยู่ของชนชั้นสูง
.
.
.
"ลูกพี่รถถังครับ ดูเหมือนพวกชาวเมืองมันจะหอบของมีค่าออกไปจนเกลี้ยงเลยละพี่" ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์วันเอ่ยขึ้น
"จริงด้วยพี่ ฝั่งนั้นที่ผมไปสำรวจดูก็ไม่มีอะไรเหลืออยู่เหมือนกัน" ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์ทู
"จริงด้วยพี่ พวกผมสองคนก็ค้นเจอแค่พวกเสื้อผ้าผู้หญิงแค่เนี้ย" ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์ทรีกับโฟร์ ชูเสื้อผ้าสีซีดที่หยิบขึ้นมาจากหีบไม้ใบใหญ่ ที่วางอยู่แทบเท้าขึ้นมาโชว์ให้หัวหน้าของมันชมดู
"รึว่าที่พวกเราดั้นด้น ออกมาจากเขตหากินที่บาร์นจะเสียเที่ยวกัน แต่เอาเถอะ ยังไงพวกเราก็นับว่ายังมีโชคอยู่บ้าง" หัวหน้าโจรนามรถถัง...ชูแว่นตาวิเศษที่มันเก็บได้ระหว่างทางที่เร่งรีบเดินทางจากเมืองบาร์น มายังอาณาจักรอวาเรส ในทันทีที่รับรู้ว่าอสูรร้ายที่นิ่งเฉยมานานปี กลับยกเข้าบุกเมืองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และเมืองที่อ่อนแอที่สุดของอาณาจักรมนุษย์ ก็แพ้พ่ายภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน แต่ยังนับว่าโชคดีที่ผู้คนส่วนใหญ่นั้น สามารถอพยพได้ทัน ก่อนที่จะถูกล้างสังหารจนสิ้น
"ไอ้แว่นนั้มันดียังไงเหรอพี่"ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์วันเอ่ยถาม ด้วยสีหน้าสงสัยเพราะมันรู้จักนิสัยของหัวหน้ารถถังดี ว่าอารมณ์ร้ายขนาดไหน ยิ่งครั้งนี้ไม่พบสมบัติใด ๆ เลยทั้งที่พวกมันลงทุนเดินทางทั้งวันทั้งคืน เพื่อเร่งฝีเท้าให้มายังเขตสงคราม หวังว่าจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นไปตามที่คาด และรถถังจะต้องอาละวาด ใส่พวกมันที่เอาข่าวเรื่องนี้มาแจ้งเป็นแน่ ...แต่ดูเหมือนรถถังจะพอใจกะอีแค่แว่นแปลก ๆ อันเดียว
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" รถถังหัวเราะร่าในความไม่รู้ของลูกน้องตัวเอง "เจ้าพวกโง่ พวกแกอาจจะมองว่าเจ้าแว่นนี่มันไร้ประโยชน์ กะอีกแค่ส่องพลังของผู้อื่นได้" มันทำเสียงทุ่มต่ำลงเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ "จริง ๆ แล้วเจ้าของสิ่งนี้มันหายากมาก และไม่มีขายกันทั่วไป แต่จุดสำคัญไม่ใช่ความหายาก เพราะความสามรถของมันในการส่องพลังผู้อื่นนี่ละ ทำให้มันเหมาะกับโจรอย่างเรา ๆ เป็นที่สุด"
"อ้า...ลูกพี่ฉลาดที่สุด"ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์ทูเอ่ยขึ้น "ลูกพี่จะใช้มันส่องเพื่อคัดเลือกสมาชิกใหม่สินะครับ" ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์รีบเอ่ยขึ้นเพื่อประจบเอาความดีความชอบ
"ไอ้โง่!!!" รถถังตะโกนด่าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม "พวกแกนี่ไม่รู้อะไรเอาซะเลย ถึงว่าเป็นได้แค่ลูกกระจ๊อก" มันส่ายศีรษะไปมา "มันเอาไว้ส่องเหยื่อที่เราจะปล้นต่างหากละเว้ย"
"ปล้น" ครั้งนี้ลูกกระจ๊อกโจรต่างเอ่ยขึ้นพร้อมกัน แต่ไม่มีใครกล้าแสดงความเห็นเพิ่มเติมอีก
"พวกแกคิดดู ถ้าเรารู้ว่าเหยื่อที่เราจะปล้นมีพลังแค่ไหน การปล้นของเราย่อมสำเร็จในทุกรอบจริงไหม"
"อัจฉริยะ"
"ลูกพี่โคตรฉลาด"
"เทพจริง ๆ ลูกพี่รถถัง"
เหล่าโจรน้อย ต่างเอ่ยสรรเสริญชมเชยหัวหน้ามันอย่างไม่ขาดปาก
"ลูกพี่นั่น" ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์ทูเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นชายหนุ่มในชุดอัศวินเรียบหรูเดินทอดน่องไปตามถนน
"เฮ้ย นั่นอัศวินนี่นา พวกเราหลบก่อน" ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์วันเอ่ยขึ้น
"เจ้าเด็กน้อย" รถถังเอ่ยขึ้น "นี่ละถึงเวลาที่แว่นตาวิเศษจะได้แสดงผลงานของมันแล้ว" รถถังสวมแว่นกรอบกลมสีทอง ที่ไม่เข้ากับใบหน้ากลมใหญ่ ที่เต็มไปด้วยหนวดเคราของมันแม้แต่น้อย
...ระดับพลังชาวบ้านทั่วไป เลเวล 10...
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" รถถังหัวเราะอย่างเริงร่า ก่อนจะบอกระดับพลังที่วัดได้ออกไป ทำเอาเหล่าลูกน้องของมันล้วนสรรเสริญหัวหน้าโจรของตัวเองกันอีกยกใหญ่
"งั้นเราก็ไปปล้นมันเลยไหมพี่ ดูจากชุดแล้ว น่าจะมีของมีค่าติดตัวมาไม่ใช่น้อย"
รถถังพยักหน้ารับ "แน่นอนพวกแกจะรอช้าอยู่ใย ไปเอาของมีค่าของมัน มาเป็นของเราให้หมดกันเถอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เสียงหัวเราะอันชั่วร้ายของเหล่าโจร ดังประสานกันอย่างพอเหมาะพอเจาะอย่างมิได้นัดหมาย
.
.
"ไอ้หนู!!!"ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์วันเอ่ยทักขึ้นก่อน
จงลั่วที่หยุดยืนอยู่กลางถนนชี้นิ้วเข้าหาตัวเองด้วยความสงสัย
"แกนั่นละ เมืองร้างเช่นนี้ มีแค่แกกับพวกข้าแค่นั้นละ"
"อา..."จงลั่วพยักหน้ารับ "ดีเลยผมกำลังหาคนถามทางอยู่พอดี"
"ไอ้หนูนี่มันคิดว่าพวกเราเป็นใครวะ จะมาถามทาง"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" กลุ่มโจรหัวเราะขึ้นพร้อม ๆ กัน "พวกข้าเป็นโจรเว้ย ถ้าแกได้ยินชัดแล้วก็ส่งของมีค่าทั้งหมดมาเดี๋ยวนี้ ไม่ยังงั้น อย่าหาว่าพวกข้ากลุ่มโจรรถถัง...โหดร้ายทารุณละ" กลุ่มโจรทั้งห้าหยิบอาวุธพร้อมมือขึ้นมาในทันที
"เออ...ข้ากำลังจะหาเมืองที่ใกล้ที่สุด ไม่รู้ว่าต้องออกไปทางประตูไหนดี" จงลั่วหาได้สนใจคำขู่ของเหล่าโจร เพราะเขาได้สำรวจดูแล้วว่าพวกโจรส่วนใหญ่มีระดับพลังอยู่แค่นักรบ และนักเวทฝึกหัด ส่วนคนที่หนวดเคราครึ้มใส่แว่นตาไม่เข้ากับหน้าตาพอจะเก่งขึ้นมาหน่อยก็มีระดับพลังแค่นักรบทั่วไปเท่านั้น
"ไอ้เด็กเวรนี่พูดไม่รู้เรื่องเว้ย...ข้าบอกให้ส่งของมีค่ามาทั้งหมด แล้วพวกเราจะไว้ชีวิตแก!!!" ลูกกระจ๊อกโจรนัมเบอร์วันตะคอกใส่จงลั่ว
แต่ดูเหมือนรถถังจะยกมือห้ามเอาไว้ และก้าวเดินออกมาอยู่หน้าลูกน้องทั้งสี่ของตัวเอง "ไอ้หนูวันนี้ข้ารถถัง อารมณืดีเป็นพิเศษ จะไม่ติดใจเอาความที่แกทำหูทวนลมเมื่อครู่ดีไหม"
พูดจบรถถังก็โชว์พาวด้วยการใช้ดาบใหญ่ในมือฟาดลงบนพื้นหินแกร่ง
ดัง...ตูม!!! พร้อมรอยร้าวสลักลึกลงไปบนพื้นถนน...ลึกกว่าสองนิ้ว และก็เป็นเช่นทุกครั้งลูกกระจ๊อกโจรทั้งหลายต่างเอ่ยสรรเสริญหัวหน้าของมันกันยกใหญ่
"แกรู้ใช่มั้ยว่าถนนของเมืองนั้นทำจากหินศิลาหยาบ มันทนทานระดับพลังที่ต่ำกว่านักรบ" รถถังยิ้มร่าเพราะการที่มันบอกว่าหินแกร่งที่ใช่ทำถนนนั้น ทนทานระดับพลังที่ต่ำกว่านักรบ แต่มันกลับทำให้พื้นถนนเกิดรอยลึกลงไป นั้นก็แสดงออกให้จงลั่วรับรู้ว่ามันมีพลังในระดับของนักรบนั่นเอง
บรึ้ม!!! บรึ้ม!!! เสียงดังกระหึ่ม พร้อมฝุ่นผงกระจายไปทั่วท้องถนน
เหล่าโจรทั้งหมายต่างอ้าปากค้าง จนกล้ามแทบจะตกห้อยลงมาถึงพื้น เมื่อเห็นชัดตาว่าเจ้าเด็กหนุ่มในชุดเกราะจู่ ๆ ก็เรียกบอลเพลิงขนาดใหญ่ขึ้นมาวัดกว้างใส่พื้นถนนด้านซ้ายมือ ก่อนที่มันจะใช้หมัดเปล่า ๆ กระแทกเข้ากับพื้นถนนจนเกิดเสียงดังสนั่น
เมื่อฝุ่นควันจางลง ปรากฏหลุมกว้างกว่าหนึ่งเมตรสองหลุม เด็กหนุ่มยังคงมีท่าทีเรียบเฉยเช่นก่อนหน้า ฝีเท้าเบาของมันค่อย ๆ ก้าวเข้าใกล้กลุ่มโจรทั้งห้า ที่หัวใจเต้นรัว...ตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ด้วยความวิตก
"พวกเจ้ามีแผนที่ไหม" จงลั่วเอ่ยด้วยเสียงเรียบ พร้อมมองหยิบดาบยาวขึ้นมากวัดแกว่งเล่น
รถถังไม่รอช้ารีบควักแผนที่ส่งให้จงลั่วในทันที เมื่อเห็นว่าจงลั่วหาได้สนใจจะเอาเรื่องพวกมันอีก รถถังก็รีบเผ่นหายออกไปทางประตูทิศเหนือของอวาเรสในทันที