โชติกาที่เฝ้ามองการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างสินีและณิชาอยู่ห่างๆ มาโดยตลอด บัดนี้ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงพรึงพรวด! ราวกับได้ประจักษ์ในสิ่งที่มิอาจเป็นไปได้! นางคาดเดาไม่ถึงเลยว่าเหตุการณ์จะพลิกผันและดำเนินมาถึงจุดนี้ได้! นางรู้จักความสามารถและพรสวรรค์ของสินีเป็นอย่างดีสินีคืออัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยากในบรรดาศิษย์รุ่นเดียวกัน
การที่นางสามารถสำเร็จเพลงหมัดตะวันอันลึกล้ำได้ในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้ ถือเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเก่งกาจของนางได้อย่างชัดเจนแล้ว แม้ว่าท่านอาจารย์สาธิตาจะทุ่มเทคะแนนสะสมจำนวนมหาศาลเพื่อให้นางได้เข้าไปฝึกฝนในห้องฝึกยุทธ์ที่ดีที่สุดของวิหารฯ อยู่ตลอดเวลาก็ตามที!
ตัวโชติกาเอง...ยังต้องใช้เวลานานเกือบปีกว่าที่จะสำเร็จเคล็ดวิชาเดียวกันนี้! หากไม่นับว่านางมีลูกแก้วทักษะวิญญาณที่เหนือกว่าสินีอยู่หนึ่งลูก และมีประสบการณ์ที่สั่งสมมามากกว่า...นางเองก็ยังไม่มีความมั่นใจเต็มร้อยว่าจะสามารถเอาชนะสินีในสภาพที่สมบูรณ์ได้โดยง่าย
แล้วนังเด็กใหม่ที่ชื่อณิชาเล่า!? นางมาจากไหนกันแน่!? ตลอดเวลาที่ผ่านมา โชติกาไม่เคยเห็นนางปรากฏตัวในหอฝึกยุทธ์ของวิหารฯ เลยแม้แต่ครั้งเดียว! หรือว่า...นางจะมีเคล็ดวิชาหรือผู้ชี้แนะที่เหนือกว่าซ่อนเร้นอยู่!? (หารู้ไม่ว่า...แท้จริงแล้วผู้ที่คอยชี้แนะณิชานั้น คือ "นิชา" อดีตจ้าวตำหนักมารผู้ยิ่งใหญ่ นั่นเอง!)
ขณะที่การต่อสู้ดำเนินมาถึงช่วงที่สินีกระหน่ำหมัดที่สามสิบเข้าใส่ณิชานั้นเอง โชติกาก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างในตัวสินีได้อย่างชัดเจน! แม้กระบวนท่าหมัดของสินีจะยังคงรวดเร็วและรุนแรง แต่พลังปราณที่แผ่ออกมากลับมิได้เพิ่มพูนขึ้นตามความเกรี้ยวกราดของนางเลยแม้แต่น้อย! ตรงกันข้าม...มันกลับดูอ่อนแรงลงเล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ!
'หรือว่า...สินีจะได้รับบาดเจ็บมาก่อนหน้านี้!?' โชติกาขมวดคิ้วมุ่น นางเห็นว่าท่าไม่ดีเสียแล้ว! หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป สินีอาจจะพลาดท่าให้แก่เด็กใหม่นั่นได้!
"สินี! ข้าจะเข้าไปช่วย!" สิ้นเสียงตะโกน! โชติกาก็มิรอช้า นางทะยานร่างเข้าสู่ใจกลางการต่อสู้ทันที! วงแหวนรอยสักสีเหลือง (สองดาว) พลันปรากฏขึ้นที่แผ่นหลังของนางอย่างรวดเร็ว! พร้อมกับทักษะ"จำแลง หงส์ษา" ที่นางเชี่ยวชาญ!
แต่ไม่ใช่แค่โชติกาเท่านั้นที่สังเกตเห็นความผิดปกติและจังหวะที่เปิดกว้างนี้! เชียร์ร่าที่คอยจับตามองสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาก็มองเห็นโอกาสเช่นกัน!
"มาริน! ตอนนี้แหละ!" เชียร์ร่าตะโกนสั่ง!
ทันทีที่โชติกาพุ่งตัวเข้าไปหมายจะช่วยเหลือสินี! วงแหวนรอยสักสีเหลือง (สองดาว) ก็พลันปรากฏขึ้นที่แผ่นหลังของเชียร์ร่าอย่างรวดเร็ว! ลูกแก้วทักษะวิญญาณลูกที่สองของนางส่องประกายเจิดจ้า! "ทักษะเวทย์! จำแลง...บาเร็ตต้า!!!"
สิ้นเสียงประกาศิต! พลันบังเกิดประกายแสงสีเงินสว่างวาบ! ร่างทิพย์ของเทพีนักรบองค์หนึ่งปรากฏขึ้นอย่างสง่างามเบื้องหลังเชียร์ร่า! เทพีองค์นี้แตกต่างจากเทพธิดาที่เคยปรากฏด้านหลังณิชาอย่างสิ้นเชิง! มิได้เน้นความอ่อนช้อยอรชรหรือความองอาจน่าเกรงขามดุจราชินี หากแต่แผ่รัศมีแห่งความ เด็ดเดี่ยว ทะมัดทะแมง และมั่นคงดุจขุนศึก! อาภรณ์ของนางรัดกุมพร้อมรบ เส้นเกศาสีทองบลอนด์พลิ้วไหวตามกระแสพลัง! และในมือทั้งสองข้างของนางนั้น...ถือ "อัคคีศัสตราคู่(ปืนคู่)" สีเงินวาววับ! ศาสตราวุธแห่งอารยธรรมอันก้าวล้ำที่ดูแปลกแยกและขัดแย้งกับบรรยากาศของเมือง 896 ที่คล้ายยุคกาลก่อนแห่งนี้อย่างที่สุด! แต่เมื่อพิจารณาถึงนาม "เชียร์ร่า" และสีเกศาอันโดดเด่นของนางแล้ว ศาสตราวุธชิ้นนี้กลับดูจะสอดรับกับนางได้อย่างน่าประหลาด!
เทพีนักรบผู้นั้นยกอัคคีศัสตราคู่ในมือขึ้น ดวงตาของนางทอประกายเยือกเย็นแต่แฝงความมุ่งมั่น ก่อนจะยื่นมันส่งให้กับเชียร์ร่าที่แบมือรอรับอยู่แล้วอย่างรู้งาน!
"มาริน! ไปช่วยณิชา! ส่วนทางนี้...ได้เวลา ชำระบัญชีแค้น แล้ว!" เชียร์ร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นแต่แฝงความตื่นเต้น! ดวงตาของนางเป็นประกายวาววับ! มารินที่ยืนกาง "โล่สมุทร" ป้องกันอยู่ใกล้ๆ เป็นคนเดียวที่เห็นภาพการจำแลงทักษะของเชียร์ร่าได้อย่างชัดเจน นางอดที่จะชื่นชมในความ เก่งกาจและองอาจ ของทักษะนี้ไม่ได้! 'ท่านพี่เชียร์ร่า...สุดยอดเลย!'
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียง อัคคีศัสตรา ในมือเชียร์ร่าดังลั่นสะท้านป่า! ประกายเพลิงสีฟ้า พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ราตรีและมุณีอย่างรวดเร็วและแม่นยำ! เมื่อไม่มีโชติกาคอยเป็นตัวถ่วงหรือคอยหาโอกาสลอบโจมตี เชียร์ร่าก็สามารถปลดปล่อยพลังการยิงของนางได้อย่างเต็มที่!
ราตรีกับมุณีซึ่งไม่เคยพบเห็นศาสตราวุธหรือการโจมตีในรูปแบบนี้มาก่อนถึงกับตื่นตระหนก! พวกนางพยายามจะหลบหลีกและตั้งรับ แต่ก็มิอาจรับมือกับประกายเพลิงที่พุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่องได้ทั้งหมด! ทั้งสองคนถูกยิงเข้าที่แขนและขาไปคนละนัดสองนัด! แม้จะไม่ใช่จุดตาย แต่ก็สร้างความเจ็บปวดและทำให้เสียจังหวะไปอย่างมาก!
ทั้งคู่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะตัดสินใจหันหลังเผ่นหนีออกจากบริเวณนั้นไปอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้! ทิ้งศักดิ์ศรีศิษย์เอกไว้เบื้องหลัง!
ตัดกลับมาที่การต่อสู้ระหว่างณิชาและสินี!
ณิชาที่กำลังจะได้โอกาสฟาดฟันดาบจำแลงเข้าใส่ร่างของสินีที่อ่อนแรงเต็มทีให้ขาดเป็นสองท่อนนั้น! จู่ๆ นางก็สัมผัสได้ถึงรัศมีไอพลังเวทย์อันเข้มข้นที่พุ่งตรงมาทางนางจากด้านข้างอย่างรวดเร็ว!
"หมัดตะวัน! แสงรวมศูนย์!!!" เสียงตวาดอันทรงพลังดังขึ้น! มันเป็นเคล็ดวิชาเดียวกันกับที่สินีเคยใช้! แต่อานุภาพและความรุนแรงนั้นกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง! ผู้ที่ใช้ออกมาคือโชติกา! ด้วยพลังเวทย์ระดับ 2 ดาวที่เหนือกว่าสินีอยู่หลายขั้น! ทำให้กระบวนท่า "แสงตะวันรวมศูนย์" นี้มีพลังทำลายล้างที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว!
ณิชาที่ร่างกายอ่อนล้าจากการต่อสู้อันยาวนาน และเพิ่งจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายในการโจมตีหมายจะเผด็จศึกสินี! นางจึงไม่มีพลังงานเหลือพอที่จะหลบหนีหรือต้านรับการโจมตีอันหนักหน่วงนี้ได้ทันท่วงทีเป็นแน่!
แต่ยังไม่ทันที่สถานการณ์อันน่าหวาดเสียวจะเกิดขึ้น!
"โล่สมุทร!!!"
เสียงตะโกนของมารินดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเกราะพลังงานสีฟ้าครามขนาดยักษ์ที่เข้ามาขวางกั้นระหว่างณิชาและคลื่นแสงของโชติกาได้อย่างพอดิบพอดี! เกราะป้องกันที่เคยใช้ป้องกันเชียร์ร่าและมารินจากการโจมตีของศัตรูมาก่อนหน้านี้ บัดนี้กลับสามารถดูดซับพลังงานจากท่า "แสงตะวันรวมศูนย์" ของโชติกาไปได้จนหมดสิ้น!
'พลังของโชติกานี่มัน...แข็งแกร่งกว่าที่คิดไว้มาก! ราวกับพลังของมุณีกับท่านราตรีรวมกันเลยทีเดียว!' มารินอดที่จะบ่นในใจไม่ได้เมื่อเห็นอานุภาพของ แสงตะวันรวมศูนย์ของโชติกา!
โชติกาสบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อเห็นว่าการโจมตีของนางถูกขัดขวาง! นางไม่รอช้า รีบพุ่งตัวเข้าไปคว้าเอาร่างของสินีที่นอนบาดเจ็บสาหัสอยู่บนพื้น แล้วทะยานหนีออกไปจากบริเวณนั้นทันที!
"ฝากไว้ก่อนเถอะนะ...ณิชา! ไว้เจอกันอีกครั้งในรอบประลอง!" เสียงของโชติกาดังแว่วมาแต่ไกล ก่อนที่ร่างของนางจะหายลับไปในพงไพร
ปัง! ปัง! ปัง!
"ชิ!" โชติกาสบถออกมาอย่างหงุดหงิดอีกครั้ง! นางไม่สามารถหลบหนีไปได้อย่างง่ายดายนัก! เชียร์ร่าไม่ปล่อยให้พวกนางหนีไปได้อย่างสบายๆ! นางยังคงตามไล่ยิงพวกนางอย่างไม่ลดละ! ประกายเพลิงนัดหนึ่งเฉี่ยวผ่านแก้มของสินีไปอย่างหวุดหวิด! และอีกนัดหนึ่งก็ทะลุเข้าที่แผ่นหลังของโชติกา! สร้างความเจ็บปวดให้นางไม่น้อย! แต่ในที่สุด นางก็อาศัยพลังของนางและวิชาตัวเบาหลบหนีไปได้สำเร็จ!
"หว่า...หนีไปจนได้" เชียร์ร่าเปรยขึ้นอย่างเสียดาย นางลดอัคคีศัสตราคู่ในมือลง เคลื่อนไหวร่างกายอย่างทะมัดทะแมงและคล่องแคล่ว เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าและ ทรวงอกอันอวบอิ่ม ที่ดูจะใหญ่กว่าสตรีทั่วไปในเมืองนี้อยู่ส่วนหนึ่ง นางหมุนควงอัคคีศัสตราในมืออย่างชำนาญราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ก่อนจะยกปลายกระบอกขึ้นเป่าเบาๆ ควันไอความร้อนจางๆ ลอยออกมาจากปากกระบอก...เป็นภาพที่ทั้ง องอาจ และน่ามองในเวลาเดียวกัน
ณิชาที่เห็นการกระทำทั้งหมดนั้นก็อดที่จะชื่นชมในความ เก่งกาจ และความสามารถของเชียร์ร่าไม่ได้ นางยังคงฉงนกับ ศาสตราวุธ ที่เชียร์ร่าถืออยู่ในมือ สตรีผู้นี้...มักจะมีอะไรที่ดูแตกต่างและแปลกแยกไปจากชาวบ้านหรือพวกเธอเสมอๆ ทั้งรูปร่างหน้าตา สีผมทองบลอนด์ คำพูดคำจาที่ดู ผิดแผก และไม่เหมือนใคร ยกเว้นก็แต่มารินที่ไม่ค่อยจะพูดจาอะไรกับใครอยู่แล้ว
แต่เมื่อเห็นว่าทุกคนปลอดภัยดีแล้ว รุจีกับดารา นันทกุล (ที่ยังคงมีท่าทีหวาดกลัวระคนสับสน) ก็ค่อยๆ เดินออกมาจากที่ซ่อน
ดารา นันทกุลนั้น เดิมทีนางคิดว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะหลบหนีไปจากกลุ่มของณิชา แต่เมื่อได้เห็นพลังอันน่าทึ่งของณิชาที่สามารถเอาชนะสินีได้ และความสามารถในการใช้อัคคีศัสตราอันแปลกประหลาดของเชียร์ร่าที่สามารถขับไล่โชติกาไปได้ เธอก็พลันเปลี่ยนใจ... 'จะมีประโยชน์อันใดกันเล่า...ถ้าข้าหนีไปในตอนนี้?' นางคิดในใจ 'ในเมื่อกลุ่มคนตรงหน้านี้...คือกลุ่มที่ดูจะแข็งแกร่งและมีโอกาสรอดชีวิตมากที่สุดในการทดสอบครั้งนี้! ถึงข้าจะหนีไปได้...แล้วจะไปไหนได้อีก? อย่างไรเสีย ในรอบต่อไปหรือเมื่อได้เข้าไปเป็นนักเรียนของโรงเรียนสหเวทย์แล้ว ก็ยังคงต้องเผชิญหน้ากับคนเหล่านี้อีกอยู่ดีมิใช่รึ?'
และที่สำคัญที่สุด...นางเริ่มรู้สึกบางอย่างกับณิชามากขึ้น...ความรู้สึกที่ซับซ้อน...ทั้งหวาดกลัว...ทั้งอัปยศ...แต่ก็แฝงไว้ด้วยความชื่นชมและความ...ปรารถนาบางอย่างที่ยากจะอธิบาย... เหมือนณิชาจะเป็นบุคคลในแบบที่นาง...ชื่นชอบ...ในทางใดทางหนึ่ง?
แต่เมื่อณิชาเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยและความตึงเครียดเริ่มคลี่คลายลง สติที่เคยขึงตึงมาตลอดของนางก็พลันขาดผึง! ร่างกายที่บอบช้ำและอ่อนล้าจากการต่อสู้และการใช้พลังงานอย่างหนักหน่วงเกินขีดจำกัดก็มิอาจจะทนทานต่อไปได้อีกแล้ว! นางทรุดตัวลงกับพื้น ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับไป...
"ณิชา!!!" / "ณิชา!!!" / "พี่หญิง!!!" / "ท่านหญิง!!!" เสียงร้องเรียกชื่อนางดังขึ้นพร้อมกันจากสี่ทิศทาง!
มารินที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดรีบพุ่งตัวเข้าไปรับร่างของณิชาไว้ได้ทันก่อนที่นางจะล้มลงกระแทกพื้น! แต่ความแปลกประหลาดใจต่อคำเรียกขานณิชาที่แตกต่างกันไปของอีกสองคนหลัง (รุจีและดารา) ก็ทำให้นางอดที่จะหันไปมองดูผู้เรียกเหล่านั้นด้วยความสงสัยไม่ได้ เช่นเดียวกับเชียร์ร่าที่ขมวดคิ้วเล็กน้อยกับคำว่า "พี่หญิง" และ "ท่านหญิง"
รุจีกับดารา นันทกุล ต่างก็มีท่าทีกระอักกระอ่วนเล็กน้อยเมื่อถูกจับตามอง รุจีรีบเปลี่ยนเรื่องทันที นางหันไปแนะนำดาราให้กับเชียร์ร่าและมาริน "เอ่อ...ท่านพี่เชียร์ร่า มาริน นี่คือคุณหนูดารา นันทกุล นาง...เอ่อ...นางบอกว่าจะขอเข้ามาร่วมกลุ่มกับพวกเราด้วยน่ะเจ้าค่ะ ท่านพี่หญิง...เอ๊ย! ณิชา...กับข้า...อนุญาตแล้ว ก็เลยอยากจะมาถามความเห็นของพวกท่านด้วย"
มารินเพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ ไม่ได้กล่าวว่ากระไร แต่เชียร์ร่านั้นขมวดคิ้วมุ่นอย่างเห็นได้ชัดว่าไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจนี้ แต่เมื่อมองดูสถานการณ์โดยรวม และเห็นว่าเสียงส่วนใหญ่ ได้ตัดสินใจไปแล้ว นางก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ
"เอาเถอะ...ในเมื่อพวกเจ้าตัดสินใจกันแล้ว ข้าก็คงไม่ขัดข้องอะไร" เชียร์ร่ากล่าวเสียงเรียบ "แต่ก็ขอให้ระวังตัวกันไว้ให้ดีก็แล้วกัน" นางปล่อยเลยตามเลย...อย่างน้อยก็ในตอนนี้