หลังทานอาหารเย็นกันเสร็จแล้ว ทุกคนก็ได้แยกย้ายพากันไปพักผ่อน หลังจากที่ได้ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยกันในวันนี้
อันหนิงลี่และสามี ก็รีบไปอาบน้ำ เพื่อเตรียมตัวที่จะเข้านอนกันให้ไวด้วยเช่นกัน
เพราะทั้งคู่อยากจะเริ่มลองใช้ระบบห้องเรียนรู้กันในคืนนี้อีกด้วย
"สามี เรามาเริ่มเข้าระบบกันเถอะค่ะ"
"ตกลงครับ"
จากนั้นทั้งสองก็ใช้จิตสำนึกของตน เข้าไปในห้องเรียนรู้ในระบบทันที
พอเข้ามาแล้วอันหนิงลี่ก็เห็นว่า ทั้งเธอและสามีมีร่างอวตาร ที่หน้าตาและรูปร่างเหมือนกับตัวเองข้างนอกเลย
"ยินดีต้อนรับโฮสต์ทั้งสอง ระบบห้องเรียนรู้ยินดีต้อนรับ ถ้าโฮสต์ทั้งสองอยากเรียนรู้อะไร โฮสต์ก็สามารถเลือกเรียนรู้ได้เองเลย และในระบบห้องเรียนรู้นี้ จะมีครูที่เป็เอไอคอยสอนโฮสต์อีกด้วย อีกทั้งยังมีหนังสืออีกมากมายให้อ่าน ที่สำคัญไปกว่านั้น เวลาในระบบห้องเรียนรู้นี้ จะไวกว่าข้างนอกในโลกความจริง 24:1 นั้นหมายความว่า หนึ่งชั่วโมงในโลกของความเป็จริงจะเท่ากับเวลาหนึ่งวันของในระบบห้องเรียนรู้ ขอให้โฮสต์ทั้งสองเรียนรู้กันอย่างมีความสุข...."
"โอ้ว! เวลาแตกต่างกันมากเลยค่ะสามี อย่างนี้เราก็มีเวลาเรียนรู้ได้มากกันเลยทีเดียวค่ะ"
"ใช่ครับ ผมไม่คิดว่า ระบบนี้จะดีขนาดนี้ แล้วภรรยาจะเริ่มเรียนอะไรก่อนดีครับ"
ลู่ตงหยางถามภรรยาอย่างตื่นเต้น ตัวเขาชอบเรียนรู้อะไรที่ใหม่ๆ มาก แล้วยิ่งตอนนี้ความจำของเขาดีกว่าเดิมอีก ทำให้เริ่มอยากเรียนมันซะตอนนี้เลย
"อืม..ฉันคิดว่าจะเรียนเื่สมุนไพรและแพทย์แผนจีนค่ะ เพราะฉันเคยเรียนแพทย์แผนจีนกับคุณตามาบ้าง ถึงจะไม่เข้าใจมากนักในตอนที่เรียนกับคุณตา แต่อย่างน้อย ถ้าคนอื่นถามว่าฉันเรียนแพทย์แผนจีนมาจากไหน ก็จะได้อ้างได้ว่าคุณตาเป็คนสอนฉันมาค่ะ แล้วคุณอยากเรียนเกี่ยวกับอะไรคะ?"
"อืม...พอได้ฟังภรรยาพูดอย่างนี้แล้ว ผมก็คิดว่าผมจะเริ่มเรียนอะไรดีล่ะครับ เพราะถ้าทำอะไรแปลกๆ ไป คนอื่นต้องสงสัยเอาได้แน่เลย?"
"เอ๊!..ถ้าอย่างนั้นแล้ว... สามีมีอะไรที่อยากทำได้ไหมคะ? "
"ผมเหรอ??"
หลังจากได้ฟังภรรยาพูด ลู่ตงหยางก็คิดว่าเขามีอะไรที่อยากทำไหม เขาชอบเครื่องกลมาก งั้นก็มาเรียนเครื่องกลกันเถอะ
"เครื่องกลเหรอคะ ถ้าอย่างนี้ เราต้องไปหาของเก่ามาลองซ่อมดูด้วยค่ะ จะได้มีหลักฐานมาอ้างถึงได้อีกด้วย "
หลังจากได้ฟังคำตอบของสามีเธอก็ได้แนะนำเขาไป
"หรือว่าสามีจะลองซ่อมรถจักรยานดีคะ? ฉันคิดว่ารถจักรยานในยุคนี้ก็ไม่ค่อยดีเท่าไร ถ้าสามีสามารถดัดแปลงรถจักรยานขึ้นมาใหม่ได้ ก็จะดีเหมือนกันนะคะ "
"รถจักรยานเหรอครับ? " ลู่ตงหยางก็คิดว่าเริ่มที่จักรยานก็ดีเหมือนกัน แต่เขาไม่รู้ว่าเขาจะหารถจักรยานเก่าได้หรือเปล่าเนี่ยสิ นี่เป็ปัญหาใหญ่เลย เพราะไม่รู้ว่าจะมีใครยอมทิ้งรถจักรยานที่พังแล้วหรือเปล่าอีกด้วย
"งั้นผมต้องเข้าไปในเมือง เพื่อไปที่โรงเก็บขยะ แล้วไปดูว่าจะมีรถจักรยานเก่าบ้างหรือเปล่า จะได้เอามาซ่อมและปรับปรุงให้ดีขึ้นได้เหมือนที่ภรรยาบอกได้ด้วยครับ"
"ตกลงค่ะ ถ้ามันหายากเกินไป สามีก็ลองหาอย่างอื่นมาลองดูก่อนก็ได้ค่ะ รถจักรยานอาจจะหาได้ยากเกินไปในตอนนี้ งั้น...ตอนนี้เรามาเริ่มเรียนกันเถอะค่ะ"
อันหนิงลี่เธอก็ลืมไปเลยเหมือนกันว่า ในยุคนี้ รถจักรยานเก่าหายากมาก ไม่รู้ว่าสามีของเธอ จะโชคดีเจอมันหรือเปล่าเนี่ยสินะ
พอทั้งสองคนตกลงเื่ที่จะเรียนกันได้แล้ว ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันไปเรียนเื่ที่ตัวเองสนใจทันที
ตัวอันหนิงลี่เธอไม่ค่อยชอบเรียนเท่าไร แต่เธอก็สนใจเื่พืชและการเกษตรมากกว่า และยิ่งตอนนี้เธอมีพลังไม้ด้วย ยิ่งรู้สึกว่าตัวเธอเองใกล้ชิดกับธรรมชาติมาก เลยคิดว่าถ้าเรียนรู้เื่การเพาะปลูกต้นไม้ก็ดีเหมือนกัน... เผื่อจะได้เอาไปตอบคนอื่นได้ เวลามีใครมาถามว่าเธอปลูกผักและต้นไม้ได้ยังไง เผื่อมีคนสงสัยจะได้ตอบได้เลย...
**********
ในห้องนอนอีกห้องหนึ่งในบ้านกัปตันลู่....
ซูซ่านก็กำลังต่อว่าให้สามีของเธออยู่ เื่ที่เขาไม่ช่วยพูดอะไรต่อหน้าแม่สามีของเธอเลยเมื่อตอนเย็นนี้น่ะ เลยทำให้เธอต้องมาโมโหใส่สามีลับหลังแม่สามีอย่างนี้ได้ยังไงล่ะ
"จะให้ผมพูดอะไรล่ะคุณ แม่ก็ได้ตัดสินใจไปแล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วตอนนั้นคุณก็ตอบตกลงกับแม่เองด้วยนี่ แล้วตอนนี้จะมาบ่นให้ผมอีกทำไมล่ะ"
ลู่โจวไม่เข้าใจภรรยาของเขาเลยจริงๆ ตอนนั้นเขาก็ไม่เห็นว่าเธอจะมีปัญหาอะไร แล้วทำไมตอนนี้ถึงมาโกรธใส่เขาได้ล่ะ
อืม...หรือว่าเขายังทำการบ้านไม่หนักพอ อะแฮ่มๆ .. เขาก็เหนื่อยเป็เหมือนกันนะ ทำงานหนักมาทั้งวันแล้วด้วย จะให้มีแรงทำทั้งคืนและทุกวันเหมือนเมื่อก่อนก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ
ซูซ่านไม่รู้ว่าสามีกำลังคิดอะไรกับเธออยู่ในตอนนี้ ไม่อย่างนั้นเธอต้องโมโหมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน เธอรู้ว่าสามีเป็คนที่เรียบง่ายและซื่อสัตย์มาก และเขายังรักครอบครัวของเขามากอีกด้วย
บางครั้งการจะต่อว่าอะไรให้กับเขาได้นั้น ก็กลายเป็เธอที่ต้องเหนื่อยใจก่อนทุกที
"คุณพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงคะ จะให้ฉันสู้กับแม่เหรอ?"
ซูซ่านรู้ดีว่าตัวเธอเองก็กลัวแม่สามีเหมือนหนูที่กลัวแมว
เธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ทำไมต้องกลัวแม่สามีขนาดนั้น ทั้ง ๆ ที่แม่สามีก็ไม่เคยทุบตีหรือใช้ให้เธอทำงานหนักเลย แต่ร่างกายและจิตใจของเธอก็ยินยอมพร้อมใจกลัวไปเองอัตโนมัติแล้ว
พอคิดว่าจะแก้ไขนิสัยนี้ยังไง ก็ไม่ทันแล้วล่ะนะ
หรืออาจเป็เพราะว่าครอบครัวพ่อแม่ของเธอไม่รักเธอมากเกินไป ก็เลยทำให้เธอต้องกลัวแม่สามีขนาดนี้กันนะ
ซูซ่านเกิดมาในครอบครัวที่รักลูกชายเหมือนสมบัติและลูกสาวก็เหมือนกับหญ้า ที่จะโดนเหยียบย่ำเมื่อไหร่ก็ได้ เลยทำให้เธอไม่ค่อยมีความคิดเป็ของตัวเองสักเท่าไร
แต่เธอก็ไม่ได้โง่ขนาดว่าที่เธอแต่งงานแล้วจะขนของจากบ้านสามีไปที่บ้านพ่อแม่ได้หรอกนะ
ยิ่งตอนนี้เธอกับครอบครัวของพ่อแม่ ก็ได้เลิกติดต่อกันไปแล้ว เพราะเมื่อปีที่แล้ว พ่อแม่ของเธอมาขอให้เธอเอาเงินที่บ้านสามีไปให้พวกเขา
เพราะว่าน้องชายของเธอ เขาจะแต่งงานแต่ครอบครัวพ่อแม่ของเธอไม่มีเงิน ในตอนแรกเธอก็ไม่ได้คิดจะให้เงินกับพ่อแม่ของเธออยู่แล้วล่ะนะ เพราะว่าขนาดที่เธอแต่งออกมา ครอบครัวของเธอก็ไม่ให้สินเดิมมากับเธอเลย ทำให้เธอต้องแต่งเข้าครอบครัวลู่ด้วยตัวเปล่าๆ เท่านั้น
ทั้ง ๆ ที่ครอบครัวของสามีก็ให้ค่าสินสอดเยอะเหมือนกัน แต่ครอบครัวก็เก็บไว้เองทั้งหมด ไม่ได้ให้อะไรเธอติดตัวมาตอนแต่งงานสักอย่างเลย
เธอก็ถือว่า ค่าสินสอดที่สามีเธอได้ให้ครอบครัวไปนั้น เป็ค่ากตัญญูพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเธอมาก็แล้วกัน
แต่แม่ของเธอก็ได้มาขอยืมเงินกับแม่สามีของเธอเองเลยเนี่ยนะสิ เมื่อเห็นว่าเธอไม่ช่วยเอาเงินไปให้พวกเขาสักทีน่ะ
นั่นเอง ซูซ่านเลยบอกว่า ถ้าให้เงินก้อนนี้ไปแล้ว พ่อแม่และครอบครัวซู ต้องไม่มายุ่งเกี่ยวกับเื่ของเธอได้อีกต่อไป เพราะเธอรู้ว่าแม่ของเธออาจจะมาขอเงินอีกในอนาคตได้ จากนั้นเธอก็ได้เซ็นข้อตกลงนี้ต่อหน้าครอบครัวสามีและพ่อแม่ของเธออีกด้วย หลังจากนั้น เธอและครอบครัวซูก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
ซูซ่านจำได้ว่าเธอทำงานบ้านมาั้แ่เด็ก ดีที่เธอหน้าตาดีหน่อย ครอบครัวของเธอเลยไม่ยอมให้เธอแต่งงานกับใครก็ได้ง่ายๆ
ตอนที่เธอแต่งงานกับสามีตอนแรกเธอก็กลัวเหมือนกัน เพราะเธอเห็นคนในหมู่บ้านที่ต้องเป็ลูกสะใภ้ ก็ต้องทำงานที่บ้านของสามีกันหนักมาก
แต่เธอไม่คิดว่าเธอจะโชคดี ที่เธอเจอสามีและครอบครัวสามีที่ดีขนาดนี้
ถึงแม้เธอจะบ่นบ้างในบางครั้ง แต่เธอก็ไม่ได้ทำตัวให้ครอบครัวของสามีลำบากอะไร
แต่บางครั้ง คนเราพอมีการเปรียบเทียบก็ต้องมีการบ่นกันบ้างเป็ธรรมดานั่นแหละนะ
เมื่อลู่โจวเห็นว่าภรรยาของเขายังมีเื่ให้พูดอีก เขาก็จับเธอมาปิดปากด้วยวิธีของเขา
เอาล่ะ วิธีนี้เหนื่อยหน่อยแต่ทำให้ภรรยาเงียบได้ เขาก็ยินดีที่จะทำ....
ซูซ่านที่โดนสามีจับกินโดยไม่ทันตั้งตัว ก็หยุดคิดเื่อื่นทันที แต่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมสามีของเธอถึงมาจับเธอกินตอนนี้ได้กันล่ะ...
**********
ด้านแม่ลู่ตอนนี้เองก็คุยเื่วันนี้กับพ่อลู่อยู่ในห้องนอนของพวกเขาอยู่ด้วยเหมือนกัน
"คุณว่าเ้าสี่และสะใภ้สี่ ดูแปลกๆ ไปบ้างไหมวันนี้?"
"ไม่นะ ผมว่าเ้าสี่และสะใภ้สี่อาจจะโตขึ้น เลยคิดอยากช่วยงานขึ้นมาก็ได้ คุณคิดว่าที่พวกเขาเปลี่ยนไปแบบนี้ไม่ดีเหรอ?"
ว่าจบแล้วพ่อลู่ก็หันหลังให้ภรรยาของเขาทันที
วันนี้เขาเหนื่อยมาก แล้ววันนี้ยิ่งกินอิ่มด้วยเมื่อตอนเย็น
ตอนนี้เขาเลยอยากนอนพักผ่อนให้ไวๆ เขาไม่อยากมาตอบคำถามอะไรกับภรรยาอีก
"มันจะใช่เหรอตาแก่?"
แม่ลู่คิดว่า ยังไงวันนี้ทั้งคู่ก็ดูแปลกมากจริงๆ ถึงอาหารที่ลูกสะใภ้คนเล็กทำจะอร่อยมากก็เถอะนะ
อันที่จริงเธอก็ไม่คิดเลยว่าลูกสะใภ้คนเล็กของเธอจะทำอาหารได้อร่อยขนาดนี้ แต่พอคิดว่าต้องใช้เครื่องปรุงในการทำอาหารแต่ละครั้งเยอะแค่ไหน มันก็ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะเ็ปที่หัวใจของเธออีกครั้ง เงิน! เงิน!ทั้งนั้นเลยนะ
แต่ก็ช่างมันเถอะอย่างน้อยอาหารมันก็อร่อยมากก็แล้วกัน..
"แต่ฉันคิดว่ามันแปลกๆ อยู่ดีนี่นา..."
พอไม่ได้ยินสามีตอบกลับทำให้แม่ลู่ต้องหันไปมอง
"ตาแก่ ตาแก่...นี่คุณนอนหลับทิ้งฉันเหรอ ฮึ...มันน่าโมโหซะจริงๆ นอนหลับเหมือนหมูตายแล้ว ฮืม!..."
พอเห็นว่าสามีหลับทิ้งเธอไปแล้ว แม่ลู่ก็หันหลังให้สามี แล้วตัวเธอเองก็นอนหลับไปอีกคนด้วยเช่นกัน.....