“เดิน.. ก้าวเดินต่อไป!”
เสียงร้องดังมาจากปากทางเข้าอุโมงที่แอชเชอร์และผองเพื่อนในค่ายฝึกที่ 7 เดินทางผ่าน ครูฝึกที่ทำได้เพียงแค่มองตามหลังกำลังร้องตะโกนบอกให้นักเรียนรีบก้าวเท้าเร่งเดินผ่านอุโมงนี้ไปให้เร็วเพื่อจะได้เริ่มทำการทดสอบ
แอชเชอร์ที่สะพายกระเป๋าขึ้นหลังเดินแถวตอนไปกับเพื่อนก็ได้กวาดตามองไปรอบๆ ทุกๆอย่างในอุโมงที่กำลังผ่านให้ความรู้สึกนึกไปถึงวันวาน วันที่เขาเป็นนักเรียนในชีวิตก่อน ครั้งนั้นเขาจำเป็นต้องเดินผ่านอุโมงแห่งนี้เข้าไปทดสอบด้วยเช่นกัน สถานที่และรูปแบบการสอบนั้นเหมือนกันทั้งหมด ผิดเพียงแค่ช่วงเวลาที่ชีวิตนี้มันเกิดขึ้นเร็วเกินไป
โดยสิ่งที่พวกเขานำติดตัวเข้ามาในการทดสอบด้วยได้มีเพียงเสื้อผ้า 2 ชุด ของใช้ส่วนตัวอีกเล็กน้อยไม่ต่างจากไปกางเต้นท์พักแรม เพียงแต่พวกเขาไม่สามารถพกอาวุธเข้ามาได้ ทุกๆอย่างจะหาได้ภายในเขตทดสอบ สิ่งแรกที่พวกเขาจะต้องทำหลังจากผ่านอุโมงนี้ไปก็คือหาสถานที่ปักหลัก การทดสอบที่เกิดขึ้นทางกองทัพทั้ง 10 ต้องการให้พวกเขาสร้างค่ายพักจำลองสถานการณ์ว่าพวกเขาเป็นคนที่ต้องการทวงคืนพื้นที่จากมอนสเตอร์
ซึ่งการทดสอบจะแบ่งออกเป็น 10 ค่ายฝึกอย่างชัดเจน นักเรียนจากค่ายฝึกของทั้ง 10 กองทัพล้วนแล้วไม่เห็นหน้ากันเพราะอุโมงที่พวกเขาใช้เข้าไปในการทดสอบแตกต่างกัน ถึงจะมีการใช้งานอุโมงซ้ำพวกเขาก็เข้าคนละช่วงเวลา เพื่อนให้นักเรียนทั้ง 10 ค่ายฝึกแยกออกเป็น 10 กลุ้มล้อมรอบเมืองร้างในเขตที่ใช้ทดสอบ สิ่งที่พวกเขาต้องทำร่วมกัน คือ ฆ่ามอนสเตอร์ให้หมดภายใน 1 เดือนภายใต้อุปกรณ์ที่มีอย่างจำกัด
โดยอุปกรณ์เหล่านั้นล้วนถูกวางเอาไว้ทั่วเขตการทดสอบ พวกเขาจะต้องเดินทางตามหามัน ภายในการทดสอบจะมีการจัดคะแนนลำดับค่ายฝึกด้วยเช่นกัน ว่าค่ายไหนจะทำคะแนนได้ดีที่สุด ซึ่งคะแนนวัดจากการฆ่ามอนสเตอร์ การขยายอาณาเขตค่าย พวกเขาสามารถซื้อขายสินค้ากันได้ด้วยการนำสิ่งที่อยู่ด้านในมาแลกเปลี่ยนกัน หรือจะใช้ชิ้นส่วนมอนสเตอร์ที่ใช้นับแต้มแลกเปลี่ยนเป็นอาวุธและอุปกรณ์ก็ได้
“ทุกคน เราใกล้จะถึงแล้ว”
เสียงร้องมาจากกลุ่มที่อยู่หน้าสุดทำให้หลายคนที่กำลังเดินผ่านอุโมงมาได้เกือบจะ 40 นาทีรู้สึกโล่งใจ เมื่อรู้ว่าข้างหน้ายังมีทางออก ไม่ใช่ว่าถูกสั่งให้เดินลึกลงไปใต้ดิน
“ดูย่ำแย่กว่าที่คิด เอาล่ะ จากแผนที่เราจำเป็นต้องเดินไปอีก 2 กิโลเมตรเพื่อสร้างค่ายที่นั่น”
หัวหน้ากลุ่มคนทั้งพันจากค่ายฝึกสังกัดกองทัพที่ 7 เตือนทุกๆคนให้รู้สิ่งที่พวกเขาต้องทำ แอชเชอร์ที่กวาดตามองไปรอบๆนั้นรู้สึกว่าทุกๆอย่างยังคงเหมือนเดิม เหมือนชีวิตก่อน ถึงจะผ่านไปนานภาพความทรงจำของสถานที่แห่งนี้ยังติดอยู่ในใจของเขา ภาพของต้นไม้สูงใหญ่ถึง 20 เมตรมีต้นไม้เล็กๆสูงท่วมหัวเกิดอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่บดบังการมองเห็น หากไม่ระวังตัวจะต้องถูกซุ่มโจมตีอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นจากมอนสเตอร์หรือสิ่งมีชีวิตเล็กๆภายในพื้นที่แห่งนี้ที่สามารถทำให้ป่วยได้
นอกจากป่าไม้ที่เป็นอุปสรรคแล้ว น้ำขังภายในสถานที่แห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้อาศัยอยู่ได้ยากเช่นกัน ด้วยความที่ว่าพื้นที่เขตนี้มันอยู่ใต้ดินไร้การดูแลมาเป็นเวลานาน จึงทำให้มีน้ำท่วมขังหลายพื้นที่
จากชีวิตก่อนของแอชเชอร์การทดสอบไม่มีอันตรายอื่นใดนอกจากอันตรายจากมอนสเตอร์ ถึงจะมีนักเรียนบาดเจ็บหนักก็ตามที สุดท้ายเขาก็จะถูกช่วยเหลือออกไปเพราะมีคนคอยสอดส่องพวกเขาตลอดเวลา ครูฝึกจำนวน 100 คนที่ถูกกองทัพส่งมากองทัพละ 10 คนล้วนซ่อนตัวในเขตแห่งนี้เพื่อป้องกันอันตรายถึงชีวิต
“ระวังตัวด้วย แถวนี้อาจจะมีมอนสเตอร์”
แถวตอนเรียง 5 ยังคงใช้งานเช่นเดิม นักเรียนค่ายฝึกที่ 7 ยังคงเดินหน้าเข้าไปในป่า แม้จะมีต้นไม้และหญ้าสูงท่วมหัวก็ตาม พวกเขาใช้วิธีตวัดกิ่งไม้ที่หักติดมือฟันไปด้านหน้าเพื่อเปิดทาง จากการที่พวกเขาสวมชุดเกราะฝึกซ้อมแล้วเปิดใช้งานตลอดเวลานี้เองนั้น ทำให้หญ้าและสิ่งกีดขวางถูกหักทิ้งเป็นทางยาวให้พวกเขาเดินไปตามแผนที่เพื่อไปยังจุดที่ต้องตั้งค่าย
แอชเชอร์อยู่ช่วงกลางแถวเดินตามทุกๆคนต่อไป ถึงเขาจะเป็นระดับ S กลับไม่ได้เป็นหัวหน้ากลุ่มใหญ่ สาเหตุก็เพราะว่าคนที่เป็นหัวหน้าจะต้องไม่มีใครคัดค้าน ในช่วงก่อนที่จะเดินเข้ามาในอุโมงนั้น ครูฝึกที่เดินทางมาส่งได้ขอตัวแทนคนที่จะเป็นหัวหน้าจากพวกเขา หลายคนส่งแอชเชอร์ไปเป็นหัวหน้า โดยเฉพาะคนที่เดินทางไปค่ายฝึกพิเศษด้วยกัน การสั่งการของแอชเชอร์น่ากลัวเป็นอย่างมาก แต่เขากลับถูกคัดค้านด้วยปีเตอร์
ซึ่งแอชเชอร์มองเห็นว่าหากเขายังคงขอรับตำแหน่งหัวหน้าต่อไป มันจะต้องมีเรื่องแปลกๆและเรื่องวุ่นวายตามมา ตอนนี้ปีเตอร์อาจจะเป็นเพียงแค่คนเดียวที่ไม่เห็นด้วยกับการให้เขาเป็นหัวหน้า เมื่อเริ่มภารกิจการทดสอบมันจะต้องหาทางใส่ร้ายเขาอย่างแน่นอน แอชเชอร์จึงขอเป็นเพียงแค่นักเรียนธรรมดาเท่านั้น ระดับ A ที่เดินทางไปค่ายฝึกพิเศษกับเขาจึงได้รับหน้าที่หัวหน้าไปแทน
“ถึงแล้ว”
หัวหน้ากลุ่มพูดด้วยความโล่งอก หลังจากที่พวกเขาทำลายป่าแล้วเดินเข้ามาลึกจนเจอเข้ากับพื้นที่โล่งกว้างเหมือนกับถูกเตรียมเอาไว้เพื่อพวกเขาได้ตั้งค่าย ทุกๆคนที่เดินผ่านแนวป่าออกมาเจอเข้ากับพื้นดินโล่งกว้างขนาดใหญ่พอจะให้พวกเขานับพันได้อาศัยจึงพากันเดินสำรวจรอบๆทันที การเข้ามาในสถานที่แห่งนี้สิ่งแรกที่พวกเขาจำเป็นต้องทำคือสร้างรั้วกั้นมอนสเตอร์ ถึงมันจะป้องกันมอนสเตอร์ 1ดาวไม่ได้ก็ตาม แต่มันสามารถใช้เป็นสัญญาณเตือนภัยกับพวกเขาได้
“ทุกคนเงียบก่อน เราต้องวางแผนกันไม่อย่างนั้นคืนนี้เราจะอันตราย”
หัวหน้ากลุ่มเริ่มพูดให้ทุกๆคนได้ยิน ตอนนี้พวกเขาแทบไม่มีใครส่งเสียงเนื่องจากว่าเสียงของพวกเขาอาจจะไปกระตุ้นมอนสเตอร์ 1 ดาวให้เข้ามาจัดการกับพวกเขาได้
“ตอนนี้เราเป็นเพียงนักเรียนตัวเปล่าที่กำลังจะสู้กับมอนสเตอร์ สิ่งที่เราจำเป็นในตอนนี้มี 2 อย่างด้วยกัน หนึ่ง เราจำเป็นต้องได้รับกล่องอุปกรณ์ที่ทางทหารเตรียมเอาไว้ให้ สอง เราจำเป็นต้องสร้างที่กำบัง”
แผนการคร่าวๆจากคนที่เป็นหัวหน้าเริ่มต้นขึ้น ทุกคนที่เห็นด้วยต่างพยักหน้าสิ่งที่พวกเขาต้องรีบทำเพื่อให้ปลอดภัยคือการสร้างรั้วและตามหากล่องอุปกรณ์ หากเจอมันสักกล่องจะทำให้พวกเขาทำงานได้ง่ายขึ้น ภายใต้การประชุดกันทุกคนจึงตัดสินใจสร้างหน่วยสำรวจขึ้นมาโดยแบ่งกลุ่มออกเป็น 12 กลุ่มด้วยการให้ผู้ที่สามารถซิงโครไนซ์ระดับ A 12 คนและผู้ที่สามารถซิงโครไนซ์ระดับ S อีก 1 คนเป็นหัวหน้า เนื่องจากคนกลุ่มนี้เคยผ่านการต่อสู้จริงมา น่าจะนำประสบการณ์ออกมาใช้ได้มากที่สุด พวกเขาทั้ง 13 กลุ่มจะได้รับหน้าที่ให้ออกตามหากล่องรอบๆนี้
“จงจำไว้ ความปลอดภัยต้องมาก่อน”
แอชเชอร์มองคนในทีมของเขาที่มีอยู่ 20 คน ก่อนที่เขาจะพาทุกๆคนเดินเข้าไปในป่าทางทิศเหนือเพื่อตามหากล่อง พลางบอกทุกๆคนให้ระวังรอบๆ อย่าได้เดินแตกแถว พวกเขาจะใช้รูปแบบแถวตอนเรียง 1 เดินลึกเข้าไปในป่าโดยเขาจะเป็นคนนำหน้าเพื่อแหวกทางให้ทุกๆคน อย่างไรก็ตามแอชเชอร์กลับรู้สึกเหนื่อยหน่าย เขาไม่รู้ว่าทำไมปีเตอร์ถึงได้มาด้วย
“ระบบตรวจหาวัตถุที่ไม่ใช่ป่าไม้และก้อนหินได้ไหม”
[ยืนยัน ระบบสามารถตรวจสอบสิ่งที่ไม่ใช่ของที่โฮสต์กล่าวถึงได้]
“ถ้าอย่างนั้นช่วยตรวจหากล่องสี่เหลี่ยมสูง 2 เมตรให้หน่อย”
[เริ่มทำการสแกน รัศมี 100 เมตรรอบตัวโฮสต์]
แอชเชอร์ตกใจเล็กน้อยกับระยะการค้นหา เขาจำได้ว่าครั้งก่อนหน้าความกว้างไม่ได้มากเท่านี้ ดูเหมือนว่าระบบการค้นหากับระยะของระบบหลักจะมีความผกผันที่สวนทางกัน ทุกครั้งที่ระบบอัพเกรดระยะของระบบหลักที่จะทำการปรับแต่งร่างกายของแอชเชอร์ให้แข็งแกร่งเท่ากับศัตรูจะลดลง แต่ระยะการค้นหาของเขาจะเพิ่มขึ้น จากเดิมทุกอย่างมีจุดเริ่มต้นที่ 50 เมตร ตอนนี้ทั้งสองอย่างล้วนเพิ่มและลดจาก 50 เมตร
[ตรวจพบกล่องบรรจุอุปกรณ์ห่างออกไป 20 เมตรทางทิศ 11 นาฬิกา]
แอชเชอร์แกล้งทำเป็นมองเห็นบางอย่างจากนั้นก็กระโดนขึ้นไปยืนบนต้นไม้ พลางกลับลงมาบอกทุกๆคนให้ดีใจเกี่ยวกับข้อมูลกล่องที่เขาพบ จนทุกคนเดินตามแอชเชอร์ไปจนถึงจุดที่เขาเห็นกล่องที่ทหารทิ้งเอาไว้ให้
“จะเปิดแล้วนะ”
กล่องสีขาวสูง 2 เมตรถูกทำให้มองได้เด่นชัดกลางป่าถูกแอชเชอร์เปิดด้วยการกดรหัสตู้ที่พวกเขารู้มาก่อนทดสอบ เพื่อป้องกันไม่ให้มอนสเตอร์เปิดกล่องทหารจึงจำเป็นต้องใส่รหัสลงไปให้นักเรียนได้เปิดเอง ทันทีที่กล่องเปิดอ้าออกมาทุกๆคนต่างดีใจเพราะด้านในมีของมากมาย
“ยาอาหาร ทุกอย่างครบเลย หากเราหาเจอมากกว่านี้จะต้องส่งผลดีต่อเราแน่”
ปีเตอร์เข้าไปหยิบจับของที่อยู่ในกล่องด้วยท่าทางกระตือรือร้นทุกคนที่เห็นมีดและดาบต่างก็เข้าไปหยิบจับด้วยเช่นกัน อาวุธเหล่านี้จะทำให้พวกเขาปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ระหว่างนี้เองแอชเชอร์กลับเห็นบางอย่าง ในระหว่างที่ทุกคนกำลังตื่นเต้นกับของในกล่อง เขากลับเห็นปีเตอร์แอบเก็บแคปซูลอาหารเอาไว้หนึ่งกำมือ จากสิ่งที่เขาคิดแคปซูลที่มันขโมยไปสามารถนำไปทำอะไรได้หลายอย่าง
หากเป็นเขาจะทำ 2 สิ่งด้วยกัน หนึ่ง เก็บเอาไว้กินยามฉุกเฉินในตอนที่ไม่สามารถหาอาหารได้ ในตอนที่เพื่อนหิวโหยอย่างน้อยก็มีรองท้อง ส่วนอย่างที่สองจะเอาไว้ใส่ร้าย เพื่อไม่ให้เหตุการณ์มันเลยเถิดเกินไปแอชเชอร์จึงยื่นมือไปหยิบดาบแล้วใช้ความเร็วของเขานำดาบไปพาดคอของปีเตอร์ จนทุกคนหยุดมือที่กำลังหยิบจับข้าวของในกล่องเพื่อสำรวจว่าพวกเขาได้แต่ละอย่างมากน้อยแค่ไหน
“กะ…แกจะทำอะไรแอชเชอร์”
ทุกคนเงียบ ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่มีใครกล้าขยับเนื่องจากว่าความเร็วการใช้ดาบของแอชเชอร์เมื่อครู่มันเร็วมากจนมองไม่เห็น จึงเลือกที่จะหยุดนิ่งเพื่อให้พวกเขาปลอดภัย
“ฉันถามแกหน่อยว่าเราถูกแต่งตั้งให้เป็นหน่วยอะไร”
“หน่วยสำรวจ”
“แล้วหน้าที่ของหน่วยสำรวจคืออะไร” แอชเชอร์ถามต่อไป
“สำรวจ”
“ไม่ใช่!!!” แอชเชอร์ตะคอกทำเหมือนกับว่ามันทำผิดร้ายแรง
“เราไม่ได้แค่สำรวจ แต่เราต้องนำสิ่งที่ได้กลับไป แต่แกคิดจะขโมยมันไปเก็บไว้คนเดียว แกไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นหน่วยสำรวจ”
“ขโมย ฉันขโมยอะไร ?” หน้าตางุนงงแสดงออกมาจากปีเตอร์ อย่างไรก็ตามแอชเชอร์กลับไม่คิดที่จะเข้าไปใกล้มันเพื่อให้มันเล่นงานเขา หากตัวของเขาเป็นคนค้นตัวมันเองกับมือ อาจจะถูกใส่ร้ายกลับได้ ว่าเขาใส่ร้ายมันในตอนค้นตัว
“ในกระเป๋ากางเกงด้านขวามันเก็บบางอย่างเอาไว้ น่าจะมีแคปซูลอาหารสัก 1 กำมือ”
“ฉันค้นเอง”
ทุกคนจับตามองไปยังปีเตอร์ที่กำลังถูกค้น ทันใดนั้นมันกลับเคลื่อนตัวด้วยความรวดเร็วพุ่งไปยังหยิบชุดเกราะมาร์คทูเตรียมจะสวมใส่ แอชเชอร์จึงใช้ความเร็วของเขาเตะมือของมันที่กำลังยื่นไปยังชุดเกราะพลางใช้เท้าถีบเข้าบริเวณเอวจนมันล้มตัวลงไปนอนกองบนพื้นดินด้วยความเจ็บปวด
“ครูฝึกให้เราร่วมมือกัน แกกลับเห็นแก่ตัว คนแบบแกหากปล่อยไว้มีแต่จะทำให้การทดสอบของเราแย่ลง”
แอชเชอร์นำเชือกออกมาจากกล่องอุปกรณ์แล้วมัดมือมันเอาไว้ จากนี้ไปเขาจะผูกมัดมันเอาไว้ที่ค่าย สร้างเป็นห้องขัง ทหารที่ไม่ฟังคำสั่ง ทหารที่เห็นแก่ตัว มักถูกมองเป็นปัญหาจำเป็นต้องถูกขังเพื่อไม่ให้กระทบต่อส่วนรวม หลังจากที่มัดปีเตอร์เสร็จพวกเขาก็เริ่มสำรวจสิ่งของที่อยู่ในกล่องแล้วแบกมันขึ้นหลังไปด้วย