ตอนที่ 42 : คาบเรียนพิเศษ
URI จะมาเปิดวิชาสอนที่โรงเรียนเหรอ?
เห็นด้วยกับอาจารย์เลยแฮะที่เรื่องนี้มันยุ่งยาก
เห็นอาจารย์เลย์น่าแสดงท่าทางรำคาญ ทำเอาชินบ่นอุบตามเพราะเข้าใจความรู้สึกนั้นดี
แต่ด้วยสาเหตุคนละอย่าง...
นั่นเพราะ URI คือหนึ่งในศัตรูที่ขับเคี่ยวกับชินและโอลิเวียมานานสมัยล่าค่าหัว ล่าสุดก็โดนทั้งหุ่นยนต์ยักษ์แล้วก็หน่วยพิเศษตามกำจัด เป็นธรรมดาที่ชินจะรู้สึกไม่อยากเข้าใกล้และไม่อยากให้มันเข้าหา
“เงียบก่อนทุกคน” อาจารย์เลย์น่าพูดเตือนทุกคนก็เงียบฟัง เธอกระแอมเสียงดังก่อนจะเล่าต่อ
“ดูเหมือนนี่จะเป็นเรื่องเดียวที่ URI กับรัฐบาลทำได้ในตอนนี้น่ะ เดิมทีสถานการณ์แบบนี้มันควรจะประกาศเคอร์ฟิวแล้วหยุดเรียนไปเลยด้วยซ้ำ” อาจารย์เลย์น่าพูดพลางถอนหายใจ
สีหน้ากังวลของเธอมองไปรอบห้อง เป็นความอ่อนโยนที่แสดงออกมาเพราะความเป็นห่วงนักเรียน
นั่นเป็นหนึ่งอย่างที่เธอจริงใจพอให้นักเรียนทุกคนสังเกตจนเคารพเธอเป็นอาจารย์
“จะว่าไป เขาได้บอกเหตุผลที่ไม่ประกาศหยุดรึเปล่าครับ” ชินยกมือถามเมื่อได้จังหวะ
“อืม... ปัญหาภายในน่ะ โอเค๊?”
อาจารย์เลย์น่ายังมีอารมณ์มายิ้มหยอกเจ้าเล่ห์แถมยังถูมือไปมาอีก
แต่แค่นั้นก็มากพอแล้วให้คนฉลาดเดากันเองได้
งั้นเหรอ... ก็จริงที่ถ้าเกิดหยุดบ่อย ๆ จะทำให้มีเวลาเรียนไม่ครบ ส่งผลให้ประเมินผลการเรียนไม่ได้และออกมาไม่ดี
มีทางเลือกอย่างการเรียนออนไลน์เหมือนกัน แต่ถ้าจะเปลี่ยนรูปแบบก็ต้องทำการคืนเงินค่าเทอมส่วนที่ไม่ได้เรียนซึ่งใช้เวลาในการดำเนินการมาก
และประเด็นหลักก็คือ สถานการณ์จลาจลในปัจจุบันยังขาดข้อมูลที่ชัดเจนในการตัดสินใจ ถ้าตัดสินให้หยุดเรียนแล้วสถานการณ์คลี่คลายลงก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบกลับมาเป็นปกติ
ในกรณีนั้นทางโรงเรียนคงขาดทุนใช่ย่อย ไม่สิ... คงเพราะกลัวขาดทุนนี่แหละถึงไม่ยอมให้หยุดเรียน
ให้ตายสิ... ถึงจะมีเหตุผลร้อยแปด แต่การให้ความปลอดภัยกับนักเรียนก่อนมันเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดไม่ใช่รึไง?
แทนที่จะหยุดเรียนแต่กลับเลือกที่จะเปิดเรียนแล้วรับมือด้วยทางเลือกที่ตัวเองไม่เสียผลประโยชน์
สิ่งที่ผูกมัดความปลอดภัยของนักเรียน กลับเป็นผลประโยชน์ของพวกผู้บริหาร
...น่ารังเกียจจริง ๆ
ชินทั้งหงุดหงิดและเบื่อหน่ายกับกลไกของโลกใบนี้
อำนาจของคนกลุ่มน้อยใช้ขับเคลื่อนคนหมู่มาก ทั้งที่ตามหลักตรรกะแล้วคนกลุ่มใหญ่ควรจะมีอำนาจเพื่อเคลื่อนไหวมากกว่าก็ตาม
ดังเช่นกรณีนี้ที่นักเรียนควรจะมีสิทธิ์ได้เลือกความปลอดภัยของตัวเองก่อน แต่กลับต้องมาเรียนทั้งที่กลัวและกังวลเพียงเพราะโรงเรียนกลัวว่าผลประเมินกับงบประมาณจะออกมาไม่ดี
ท้ายที่สุด... คำว่าปลาเล็กกินปลาใหญ่ก็มีอยู่ทุกที่จริง ๆ
เริ่มจะเข้าใจแล้วสิ
ว่าทำไมทุกคนถึงอยากจะเปลี่ยนโลกกัน
ชินเริ่มคิดคำนึง เหมือนโลกทั้งใบพยายามเผยธาตุแท้บางอย่างให้เขารู้สึกแบบนั้น
ไม่สิ... โลกใบนี้มันก็ยังคงน่ารังเกียจเหมือนเดิมมาตลอดนั่นแหละ เพียงแต่ชินเพิ่งจะมาสังเกตด้วยความเป็นกลางเอาก็ช่วงหลังนี้เองต่างหาก
ความแค้นทำให้ผู้คนตาบอด... ชินสัมผัสและเข้าใจคำนั้นในบัดดล
จากที่เคยหวนนึกถึงอดีตในช่วงไม่กี่วันจนความแค้นจางเบาลง ยิ่งเจอเรื่องแบบนี้เข้าอีก
จนทำเอาชินเริ่มคิดอยากทำอะไรสักอย่างกับโลกใบนี้ขึ้นมาจริง ๆ เสียแล้ว
แต่อย่างไรก็ดี... เรื่องของคาบเรียนพิเศษที่ว่าก็ยังไม่จบดี
ชินเห็นอาจารย์เลย์น่าหยิบเอกสารขึ้นมาอธิบายต่อเขาเลยกลับไปสนใจเธอ
“แล้วก็... คาบแรกเขาบังคับเข้าเรียนด้วยน่ะนะ ถูกจองวิชาเรียนไว้ที่คาบแรกของวันนี้ แต่วันต่อ ๆ ไปการเข้าเรียนจะขึ้นอยู่กับความสมัครใจ” พอได้ยินอาจารย์เลย์น่าขยายความนักเรียนหลายคนก็ยิ้มแก้มปริ
เพราะความหมายของการเข้าเรียนโดยสมัครใจ นั่นคือถ้าใครเลือกไม่เข้าคาบพิเศษ คน ๆ นั้นก็จะได้คาบว่างไปหนึ่งชั่วโมงเต็ม
“แต่คนที่ไม่เข้าเรียนวิชานี้จะโดนหักจิตพิสัยนะเอ้อ”
“ “ “เอ้า!!!” ” ”
แต่ความฝันก็ถูกทำลายในบัดดล ทุกคนทำได้แค่น้ำตาตกในอย่างเจ็บปวดรวดร้าว
อาจารย์เลย์น่ายังทำหน้าแป้นยิ้มแฉ่งใส่นักเรียนอีก เธอคือปีศาจจอมขี้แกล้งของจริง
“แต่ว่าไปแล้ว... สุดท้ายก็เหมือนมัดมือชกให้เรียนนี่นะ”
“นั่นสินะ”
เกวนยิ้มแห้งให้ชิน เธอเห็นด้วยเต็มประตู
แต่ในบรรดาคนที่กำลังกลัดกลุ้มก็ยังมีคนที่ตื่นเต้นกับสถานการณ์แปลกใหม่อยู่
“น่าสนุกเหมือนกันนะคะเนี่ย ได้ยินว่าต่างประเทศที่มีเหตุจลาจลเกิดขึ้นบ่อยก็เปิดสอนวิชานี้ในโรงเรียนเหมือนกัน”
“แค่ได้ยินก็น่าสนุกแล้ว มันจะออกมาเป็นยังไงนะ!”
ซูซานกับเคนเนธเป็นสองคนจากในตัวอย่างที่มีอยู่น้อยนิด
แต่ถ้าเอาตามหลักเหตุผล ชินเองก็เห็นด้วยว่าควรมีเช่นกัน
“ในสถานการณ์แบบนี้ อย่างน้อยฝึกสอนกันหน่อยก็คงดีกว่าไม่ทำอะไรเลยล่ะนะ” ชินพูดยักไหล่เต็มใจครึ่งนึง เขารู้สึกว่าถึงเบื้องหลังจะสีเทาแต่นักเรียนยังได้ประโยชน์อยู่ก็ถือว่ายอมรับได้
เกวนเองก็พยักหน้าเห็นด้วย
...แม้สีหน้าเธอจะหมองลงไปหน่อยก็ตาม
“นั่นสิเนาะ... ยังไงคนที่ชอบก่อเรื่องแบบนั้นก็ไม่มีทางหายไปหรอก คงต้องทำแบบนี้เท่านั้นแหละ”
เกวนเอ่ยตอบอย่างเหงา ๆ พลอยทำให้ชินเป็นห่วงไปด้วย
แต่สิ่งที่เกวนพูดก็เป็นความจริง... เรื่องโหดร้ายแบบนั้นเกิดขึ้นทุกที่ทุกยุคทุกสมัย
เราคาดการณ์ไม่ได้เลยว่าเหตุการณ์จลาจลจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่จึงทำได้แค่ป้องกัน
บวกกับช่วงนี้เหตุการณ์คล้ายคลึงกันได้เกิดขึ้นถึงสามครั้งติด หากมองในแง่นั้นก็พอเข้าใจได้ว่า URI อาจถือโอกาสมองผลลัพธ์ในระยะยาวไปด้วย
แต่การทำแบบนี้ก็ทำเอานักเรียนหลายคนอดคิดกังวลไปก่อนเสียไม่ได้
ว่าเหตุการณ์น่ากลัวทั้งหลาย มันอาจกำลังจะเกิดขึ้นอีก
❖❖❖❖❖
หลังจากนั้นทุกคนก็เดินตามอาจารย์เลย์น่าไปยังจุดหมาย
จากคำบอกเล่าของอาจารย์เลย์น่า โรงเรียนเซนต์ลอเลนซ์แห่งนี้เป็นโรงเรียนแรกที่ URI จะเข้ามาพูดคุยและหารือเกี่ยวกับการจลาจล
...และการเลือกที่นี่เป็นโรงเรียนแรกของ URI ก็เป็นข้อสังเกตนึงที่ชินไม่ปล่อยผ่าน
เพราะมันอาจหมายความว่า URI กำลังมาที่นี่โดยมีจุดประสงค์อื่นแฝงด้วย
ชินเก็บความสงสัยนั้นไว้ขณะเดินตามอาจารย์เลย์น่าไปยังโรงยิมพร้อมกับเพื่อนร่วมห้อง
พอเดินเข้าไป ภายในก็ถูกเปลี่ยนเป็นเวทีพบปะของตัวแทนจาก URI ไปแล้ว
ภายในโถงขณะนี้เต็มไปด้วยนักเรียนคับคั่งทั้งลาน ส่วนอาจารย์นั้นนั่งแยกอยู่ที่ฝั่งริมหน้าต่าง
ยังไม่มีการจัดแถวอย่างเป็นกิจจะลักษณะเพราะแขกยังมาไม่ถึง ด้วยเหตุนั้นนักเรียนจึงคละกันกับห้องอื่นด้วย
“เจอกันอีกแล้วนะคะชิน”
พอสบกับชินเข้า นักเรียนสาวเผ่าเอลฟ์... โอลิเวียก็เดินเข้ามาทักทายชินทันที
ความงามของเธอเป็นที่ต้องตาเสมอ ชินกับโอลิเวียตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนอีกครั้ง
“อรุณสวัสดิ์โอลิเวีย”
“ค่ะ อรุณสวัสดิ์เช่นกันนะคะ”
ชินทักทายกลับตามมารยาทเช่นเดียวกับที่โอลิเวียทำ
คนยิ้มยากสองคนเผยยิ้มให้กัน กลายเป็นภาพหายากพอ ๆ กับสิ่งปริศนาทั้งเจ็ดของโลก
หนุ่มหล่อผู้ถูกหญิงสาวหลายคนในโรงเรียนหมายปองอย่างชิน เคียงคู่กับสาวงามเผ่าเอลฟ์อันดับหนึ่งของโรงเรียนที่ทำผู้ชายทุกคนใจละลาย เกิดเป็นภาพทั้งคู่กำลังพูดคุยกันด้วยรอยยิ้มหวานชื่นทั้งสองฝ่าย
คำเปรียบเปรยนั่นดูเหมือนกับบรรยายผ่านฟิลเตอร์ของเหล่านักเรียนที่ชอบเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองคนก็ปล่อยบรรยากาศสีชมพูออกมาโดยไม่รู้ตัวจริง ๆ เช่นกัน
แล้วโอลิเวียก็ยังไม่ยอมหยุดแค่นั้นด้วย
เธอขยับเข้ามาชิดใกล้กับชิน ระยะห่างนั้นน้อยยิ่งกว่าหนึ่งฝ่ามือเสียอีก
“ดูเหมือนคอเสื้อจะยับอยู่นิดหน่อยนะคะเนี่ย”
“!?”
โอลิเวียหาข้ออ้างมาจัดคอเสื้อของเขาอย่างจงใจทั้งที่มันเรียบอยู่แล้ว ใบหน้าเธอขยับเข้ามาใกล้จนทุกคนคาดไม่ถึง
เจอแบบนั้นต่อให้เป็นชินก็ตกใจ ไม่สิ... เพราะอีกฝ่ายเป็นโอลิเวียต่างหาก ชินถึงได้ตกใจ
ขณะที่ทั้งสองคน (เผลอ) เข้าโลกส่วนตัวของตัวเองไป เหล่าหนุ่มสาวที่เห็นแบบนั้นก็เริ่มกรี้ดวี๊ดว๊ายกับคู่จิ้นอันดับหนึ่งของโรงเรียนไปโดยไม่รู้ตัว
ทางฝั่งของเพื่อนชินเองก็ด้วย
“อุหวา... เกิดเรื่องใหญ่แล้วนะนั่น”
“นะ นั่นสิ”
เพื่อนสาวของเกวนเข้ามาเกาะไหล่เธอ สายตาเกาะติดสถานการณ์ทีเดียว
แต่พอเห็นชินกับโอลิเวียใกล้ชิดกันขนาดนั้น เกวนเองก็เผลอกำมือแน่นไปโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน
ซึ่งโชคดีไปที่ไม่มีใครสังเกต
...แต่นั่นกลับเป็นโชคร้ายสำหรับบางคนที่อยากกระทำการโดยให้บุคคลอื่นได้รู้
คน ๆ นั้นคือซูซาน
เธอเดินเข้าไปใกล้กับชินและโอลิเวีย ระยะห่างพอเหมาะจะเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนสนิท แต่ดูแล้วไม่น่าหวังแค่นั้น โดยเฉพาะเกวนที่กำลังคิดอย่างเดียวกันแต่ไม่กล้าทำนั้นเข้าใจดี
เอ๋!!!!!!!?
หัวใจของเกวนเลยแทบจะหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
นั่นเพราะซูซานคือผู้ต้องสงสัยที่เกวนคิดว่าเป็นฝ่ายเดียวกับราชาจากฉิน เธอเลยกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น
แต่จากสัญชาตญาณของผู้หญิง... เธอกลับรับรู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากเรื่องอื่นมากกว่า
ดูจากรอยยิ้มเสแสร้งของซูซานก็รู้
“อรุณสวัสดิ์นะคะโอลิเวีย” ซูซานเดินเข้าไปใกล้ชินกับโอลิเวียเหมือนย่ำลงกลางดงดอกไม้ที่กำลังผลิบาน
ขัดจังหวะออกนอกหน้าขนาดนั้นไม่แปลกที่จะทำให้โอลิเวียรู้สึกหงุดหงิด
แต่แน่นอน โอลิเวียไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า
“...อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
โอลิเวียยังอุตส่าห์ตอบซูซานกลับไปพร้อมกับรักษามารยาท แต่รอยยิ้มที่แสดงออกนั้นถูกเก็บกลับไปเป็นที่เรียบร้อย
“อันที่จริงก็สังเกตมาตั้งแต่ครั้งที่แล้วอยู่หรอกนะคะ... แต่ทั้งสองคน สนิทกันน่าดูเลยนะคะเนี่ย”
ซูซานสงสัยใคร่รู้ เธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้โอลิเวียพร้อมกับใช้นิ้วแตะริมฝีปากตนเอง
หากมองจากมุมมองบุคคลที่สามคงดูน่ารักน่าชังอย่างที่เธอหวังให้เป็น
…แต่จากน้ำเสียงและสายตา ความคมกริบนั้นปานต้องการจะเชือดเฉือนชินกับโอลิเวียให้ดับดิ้นไปตาม ๆ กัน
“เขาเป็นนักเรียนชายที่ฉันสนิทด้วยที่สุดนี่คะ”
แต่โอลิเวียตอบอย่างไร้ความเกรงกลัวและรับสายตาข่มขู่นั้นตรง ๆ
คำตอบนั่นทำให้ผู้ชมรอบ ๆ รู้สึกตื่นเต้นเหมือนได้เห็นละครแสดงสดตรงหน้า
เว้นแต่ว่า... โอลิเวียได้ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ซูซานเพิ่มอีกระดับ แล้วเริ่มกระซิบบางอย่าง
“อย่างน้อยก็สนิทมากกว่าอดีตคู่หมั้นอย่างคุณล่ะนะคะ” เสียงกระซิบของโอลิเวียแผ่วเบา จงใจให้ได้ยินเฉพาะซูซาน ทำเอาซูซานถึงกับคิ้วกระตุก
“ไม่รู้ที่ต่ำที่สูงซะจริง ยัยข้ารับใช้”
ซูซานกระซิบกัดฟันแค้น
สายตาคมกริบทั้งสองจ้องกันในระยะประชิดแบบไม่มีใครยอมใคร ท่าทางราวกับสัตว์อสูรกำลังง้างคมเขี้ยวใส่กันพร้อมฉีกกระชากอีกฝ่ายได้ทุกเมื่อเลยทีเดียว
ชินเห็นภาพนั้นแล้วก็ถึงกับเหงื่อตกไปโดยอัตโนมัติ
ร่างกายและความทรงจำของชินยังจำวันวานที่ทั้งสองคนทะเลาะกันได้อยู่ หากแต่รังสีอาฆาตในครั้งนี้มันดูรุนแรงมากกว่าที่เขาจำได้โข
หากในอดีตเป็นการหยอกล้อเล่นรุนแรงเกินเหตุ การเผชิญหน้าของทั้งสองคนครั้งนี้ก็เทียบเท่ากับเจตนาฆ่ากันจริงเลยทีเดียว
แต่โชคยังดีที่ไม่เป็นแบบนั้น... หลังซูซานสบถเธอก็เดินกลับไปหาเกวนแทบจะทันที
แม้เธอจะปั้นยิ้มกลับมา แต่ทั้งสองคนแสดงความเป็นศัตรูอย่างชัดเจนต่อกันแล้ว นั่นจึงเป็นอันรู้กันว่าแสร้งทำ
‘นักเรียนทุกคน! กรุณาเข้าแถวตามห้องเรียนให้เรียบร้อยด้วยค่ะ วิทยากรพิเศษจาก URI ประจำเขตประเทศที่ 66 กำลังจะเริ่มการบรรยายในอีก 10 นาที’
เสียงอาจารย์สาวประกาศทำให้ความสนใจของทุกคนกลับไปที่เวทีหลัก
ดูเหมือนเวลาส่วนตัวจะจบลงเท่านี้ ชินเอ่ยลาโอลิเวียด้วยรอยยิ้มตามมารยาท
“ไว้เจอกันนะโอลิเวีย”
‘หลังจากนี้อธิบายมาด้วยว่ามันเรื่องอะไร’
แต่ไม่แคล้วยังต้องแฝงเสียงกระซิบเบา ๆ ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มอ่อน
ส่วนทางสาวเจ้า เธอเห็นแล้วกลับอมยิ้มสวนคืนมา
“ค่ะ ถ้างั้นขอตัวก่อนนะคะ”
‘ฮุฮุ ไม่บอกหรอกค่ะ’
โอลิเวียยิ้มตอบแต่ด้วยสายตาขี้แกล้งและอารมณ์ดีสุด ๆ
สีหน้าของเธอยากแก่การสังเกตสำหรับบุคคลอื่นนอกจากชิน แต่นั่นกลับทำให้เขาเป็นคนเดียวที่สับสนแทน
เหตุการณ์นั้นเป็นที่ซุบซิบของนักเรียนทุกคนไปเรื่อย กระทั่งเข้าแถวนั่งเก้าอี้ที่เตรียมไว้จนเป็นระเบียบเรียบร้อย
ตำแหน่งการนั่งของห้อง 1 และ 2 ของชั้นมัธยมชั้นปีที่ 5 นั้นอยู่บริเวณกลางเวทีพอดี
และด้วยความที่ชินกับโอลิเวียเป็นตัวแทนของทั้งสองห้อง พวกเขาจึงนั่งด้านหน้าสุดเป็นธรรมดา
บรรยากาศที่เคยคิดว่าสงบแล้วเลยมีต่อไปอีกสักพัก
“เอาเรื่องนี่หว่าพ่อรูปหล่อ”
“หนอยยย น่าอิจฉาเว้ย”
เสียงกระแซะจากเคนเนธและเพื่อนชายหลาย ๆ คนยังมีอยู่ตามคาด ซึ่งชินก็ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจนั่นแหละ
และด้วยความที่เป็นตัวแทนห้องแถมยังนั่งหน้าสุด จะให้แสดงกิริยาไม่งามออกไปก็คงไม่ได้ ชินจึงเลือกมองบนเวทีมากกว่าเสียงเจี้ยวจ้าวข้างหลัง
‘การบรรยายแนะนำคาบเรียนพิเศษเพื่อการรับมือเหตุจลาจลกำลังจะเริ่มแล้วค่ะ
ขอเรียนเชิญคุณออก้า วาเลนไทน์ หัวหน้าหน่วยสืบสวนของ URI ประจำเขตที่ 66 กราบเรียนเชิญค่ะ!’
อาจารย์หญิงเริ่มเปิดการบรรยายเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา
“คนที่มาเป็นหัวหน้าเลยเหรอเนี่ย”
“ทุ่มทุนน่าดูนะเนี่ย แต่ถ้าเป็นฉันก็อยากจะแวบออกมาเล่นที่โรงเรียนอยู่หรอก”
เกวนกับเคนเนธที่นั่งข้างหลังถัดจากชินแอบกระซิบคุยกันข้างหลัง
แต่นี่ก็เป็นเรื่องแปลกจริง... เพราะในสถานการณ์ที่เพิ่งจะเกิดเรื่อง คนใหญ่คนโตระดับนี้ควรจะต้องยุ่งอยู่กับสืบสวนแท้ ๆ
“นั่นสินะ เรื่องนั้นก็แปลกจริง ๆ———!!!”
แต่ไม่ทันจะได้พูด ประโยคของชินกลับถูกสะกดโดยบุคคลที่กำลังพินิจพิเคราะห์อยู่นั่น
มันคงไม่มีอะไรแปลกและน่าสงสัยหากคนที่เดินออกมาเป็นข้าราชการสวมชุดพิธีการตามปกติ
แต่สิ่งผิดปกติที่ชายคนนั้นสวม ได้ทำให้ดวงตาชินเบิกโพลงแลกำมือแน่น จนความร้อนรุ่มพวยพุ่งเต็มหน้าอกแทบอาเจียน
ดวงตาสีแดงฉานปรากฏขึ้นตามสัญชาติญาณแห่งความโกรธที่ปะทุอยู่ภายใน
...ทั้งหมดก็เพราะหน้ากากตัวตลกที่ชายคนนั้นสวม
เป็นตัวจุดม้วนความทรงจำในอดีตของชินให้ขึ้นฉายอีกครั้ง
❖❖❖❖❖
