ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 98 : จิตสังหาร!

    ฉากนี้ทำให้ฝูงชนที่กำลังจ้องมองเงียบสงัดราวกับป่าช้า พวกเขายืนอ้าปากค้างและไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่ครึ่งคำ


    ความคิดหนึ่งได้ผุดขึ้นมาในหัวของพวกเขา


    มีใครบางคนกล้าที่จะลงมือทำร้ายคุณชายน้อยจริงๆงั้นหรือ?


    เขาไม่กลัวความตายหรืออย่างไร!?


    แม้แต่หญิงสาวในชุดคลุมสีม่วงก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ที่เห็นการตอบสนองที่บ้าระห่ำของจางหลินที่ซึ่งคนปกติไม่ทำกัน


    คุณชายน้อยผู้นี้มาจากตระกูลชั้นนำของเขตเมืองชั้นใน การลงมือของจางหลินเปรียบเสมือนการกระตุกหนวดเสืออย่างไม่ต้องสงสัย!


    แต่การแสดงออกทางสีหน้าจางหลินยังคงเรียบเฉย เขาปล่อยมือออกจากร่างของคุณชายน้อยอย่างไม่แยแส และกำลังหันหลังจากไปราวกับการกระทำของเขาไม่ใช่เรื่องใหญ่


    ใบหน้าของชายชราแข็งค้างด้วยความตกใจ


    พรึ่บ!


    เขากระโจนลงจากรถม้าและเข้าไปประคองร่างที่ส่งเสียงครวญครางของคุณชายน้อยขึ้นมา “คุณชายน้อย!”


    จากนั้นชายชราก็จ้องมองจางหลินอย่างเย็นชา “เจ้าหนู เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าทำอะไรลงไป!?”


    จางหลินค่อยๆหันกลับมาเผยให้เห็นใบหน้าที่ไร้อารมณ์และแววตาที่เย็นยะเยือก


    ชายชราที่บังเอิญสบเข้ากับแววตาคู่นั้นก็ตัวสั่นระเรื่อ เหงื่อเย็นๆค่อยๆไหลผ่านกลางหลัง ราวกับว่ามันกำลังยืนอยู่ท่ามกลางเทือกเขาน้ำแข็ง


    [ดะ-ดวงตาคู่นั้น...]


    [ไม่ผิดแน่! ชายผู้นี้คือเครื่องจักรสังหาร!]


    ผู้ที่มีประสบการณ์อย่างเขาสามารถมองออกว่า จางหลินเป็นคนที่ไม่ธรรมดา และไม่ควรจะข้องแวะด้วยไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม


    ชายผู้นี้คือปีศาจกระหายเลือดที่ทั้งชีวิตถูกผลักดันด้วยความเคียดแค้นและความเกลียดชัง!


    คนแบบนี้มักจะอันตรายที่สุด! เพราะเขาจะสุดโต่งในแบบที่ไม่มีใครคาดคิด!


    พวกเขาได้เตะแผ่นเหล็กเข้าอย่างจัง!


    คุณชายน้อยที่ลุกขึ้นมาได้ก็สำลักน้ำลายอยู่นาน มันจ้องมองจางหลินด้วยความโกรธเกรี้ยว “ไอ้สารเลว! เจ้ากล้าทำร้ายงั้นรึ!?”


    จางหลินจ้องมองชายทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง และกล่าวอย่างไม่แยแส “หากไม่อยากตาย ก็ไสหัวไปให้พ้น ข้าไม่มีอารมณ์มาต่อล้อต่อเถียง”


    “เจ้า!” คุณชายน้อยเกือบจะอาเจียนเป็นเลือดที่เห็นว่าจางหลินกล้าที่จะข่มขู่มัน


    ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวอย่างดุร้ายในทันที “เจ้ากล้าดียังไงมาพูดกับข้าแบบนั้น!? พี่ใหญ่ของข้าเป็นศิษย์ชั้นในของสำนักจักรพรรดิดารา เขาจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!”


    ดวงตาของคุณชายน้อยยังคงเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งและการข่มขู่ถึงขีดสุด


    แทนที่อีกฝ่ายจะหวาดกลัวต่อสถานะของมัน จู่ๆมีดสั้นก็ปรากฏขึ้นในมือของจางหลินด้วยแสงวาบ 


    พรึ่บ!


    ด้วยการกระทืบเท้าเพียงแค่ครั้งเดียว เขาก็หายไปจากตำแหน่งเดิมด้วยความเร็วสูงสุด!


    เสียงลมฉีกผ่านชั้นบรรยากาศ เผยให้เห็นเงาเลือนลางพุ่งตรงไปที่ร่างของคุณชายน้อยราวกับสายฟ้าฟาด!


    เมื่อรู้สึกได้ถึงจิตสังหารของจางหลิน ทุกคนที่กำลังจ้องมองก็อ้าปากค้างด้วยความไม่เชื่อ!


    เขากำลังจะลงมือฆ่า!


    ชายผู้นี้ไม่ได้พูดเล่น!


    ฝูงชนที่ได้เห็นภาพนี้ต่างก็ลงความเห็นในหัวเป็นเสียงเดียวกันว่า


    คนบ้า! 


    เขาเป็นคนบ้า!


    เขาคิดที่จะฆ่าคุณชายน้อยจากตระกูลโจวจริงๆงั้นหรือ?


    คุณชายน้อยที่สัมผัสได้ถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา มันเบิกตากว้างก่อนจะกรีดร้องด้วยความกลัว “ช่วยข้า! ช่วยข้าด้วย!”


    แต่ชายชรากลับเหงื่อตกและขยับไม่ได้ ราวกับว่าสายตาของจางหลินได้แช่แข็งร่างของเขาไว้อย่างไรอย่างนั้น!


    ชายชรามีลางสังหรณ์ว่า ทันทีที่เขาเคลื่อนไหว เขาจะเป็นคนที่ถูกฆ่าแทน!


    เชร้ง!


    ทันใดนั้นมีดสั้นในมือของจางหลินกลับถูกหยุดไว้อย่างกะทันหัน มาพร้อมเงาของคนๆหนึ่งที่ยืนปิดกั้นเส้นทางของเขาไว้


    จางหลินเหลือบตามองขึ้น และพบเข้ากับร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนที่ถือกระบี่ปิดกั้นวิถีมีดสั้นของตนไว้


    “เจ้าหนู จะทำอะไรก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย” ชายร่างสูงใหญ่กล่าวเตือนขณะเหลือบมองอย่างไร้อารมณ์


    คุณชายน้อยที่เห็นว่ามีใครบางคนออกมาปกป้องมัน ดวงตาของมันก็เบิกกว้างด้วยความยินดี ก่อนที่มันจะชี้ไปที่จางหลินอย่างโกรธจัด “ฆ่ามัน! ฆ่ามันให้ข้า!”


    จางหลินยิ้มเยาะอย่างเย็นชา วินาทีต่อมาพลังอันไร้ขอบเขตพลันปะทุจากกำไลหยกเข้าสู่มีดสั้นอย่างฉับพลัน!


    เคร้ง!


    พริบตานั้นกระบี่ของชายร่างสูงใหญ่ก็แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ! ราวกับมีพลังลึกลับได้บดขยี้กระบี่จากภายใน!


    ด้วยเหตุนี้ร่างของจางหลินจึงผ่านร่างของชายร่างสูงใหญ่ไปอย่างง่ายดาย!


    ใบหน้าของชายร่างสูงใหญ่แข็งค้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเขาหันหลังกลับไปก็พบว่าจางหลินอยู่ห่างจากร่างของคุณชายน้อยเพียงแค่สองช่วงตัวเท่านั้น


    คุณชายน้อยตกใจสุดขีด ใบหน้าของมันซีดลงอย่างสิ้นหวัง “มะ-ไม่! อย่าฆ่าข้า—”


    หว่อง!


    จู่ๆ ก็มีคลื่นปราณสีม่วงไม่ทราบทิศทางมาปิดกั้นร่างของคุณชายน้อยเอาไว้ ทำให้การโจมตีของจางหลินถูกยับยั้งไว้ได้อีกครั้ง


    จางหลินขมวดคิ้ว เขาถูกสะท้อนกลับด้วยพลังปราณจนต้องถอยร่นกลับไปถึงสิบก้าว


    ตามมาด้วยเสียงที่น่าฟังและอ่อนหวานของหญิงสาวดังขึ้นไม่ไกล “น้องชายน้อย พี่สาวคิดว่าเจ้าควรจะพอแค่นี้”


    จางหลินที่เปี่ยมด้วยไอสังหารเหล่ตามองไปด้านข้าง เขาพบเข้ากับร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีม่วง ร่างนั้นค่อยๆเดินตรงมาหาเขาด้วยท่วงท่าที่มีเสน่ห์และเย้ายวน 


    รูม่านตาของจางหลินหดลีบลงอย่างเย็นชา เขากล่าวเบาๆประหนึ่งว่ากำลังกล่าวกับซากศพเดินได้ “เจ้าอยากจะชดใช้หัวของเจ้าแทนมันหรือไม่?”


    ประโยคนั้นทำให้ใบหน้าของชายร่างสูงใหญ่แข็งค้าง แม้แต่ฝีเท้าของหญิงสาวก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่นางจะป้องปากหัวเราะอย่างขบขัน “เจ้าช่างไม่อ่อนโยนกับสตรีเอาเสียเลย…”


    การปรากฏตัวของหญิงสาวในชุดคลุมสีม่วง ทำให้คนในโรงสุราและโรงน้ำชาอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ


    “นะ-นั่นคือ…เทพธิดาหนี่ซวง!”


    “เทพธิดาหนี่ซวงอยู่ที่นี่!”


    “ไม่คาดคิดเลยว่าข้าจะได้เห็นเทพธิดาหนี่ตัวเป็นๆ”


    “ที่แท้ก็เป็นนาง… ศิษย์ชั้นในที่ติดทำเนียบสีเงิน คิดไม่ถึงเลยว่านางจะอยู่ที่นี่”


    “.....”


    การพูดคุยของฝูงชนรอบข้างทำให้จางหลินตระหนักได้ว่า หญิงสาวตรงหน้าคงจะมีสถานะที่ไม่ธรรมดาในสำนักจักรพรรดิดารา และดูเหมือนว่านางจะเป็นที่นิยมมากอีกด้วย 


    หนี่ซวงค่อยๆก้าวเข้ามาและมองจางหลินจากหัวจรดเท้า พลางพยักหน้าเบาๆอย่างพึงพอใจ “หน่วยก้านดีใช้ได้ แม้หน้าตาจะไม่รับแขกสักหน่อยก็เถอะ”


    นางเดินมาเทียบเคียงกับจางหลินก่อนจะขยิบตา “น้องชายน้อย ปล่อยที่นี่ให้ข้าจัดการ ข้าไม่อยากให้คนที่น่าสนใจเช่นเจ้าอายุสั้นไปมากกว่านี้”


    จางหลินไม่ได้พูดอะไร แต่เขาก็รู้ดีแก่ใจว่าเขาคงไม่สามารถสังหารคุณชายน้อยได้อีกต่อไป


    หญิงสาวตรงหน้ามีพลังยุทธ์ใกล้เคียงกับหยางเซี่ย การต่อสู้กับนางมีแต่จะทำให้เขาเสียเปรียบ


    และอีกอย่างชายร่างสูงใหญ่นั้นก็มีพลังยุทธ์ที่เหนือกว่าเขา หากเมื่อครู่นี้เขาไม่ได้ดึงเอาพลังบริสุทธิ์มาจากกำไลหยกโลหิต คงจะมิอาจทลายการปิดกั้นของชายร่างสูงใหญ่ได้อย่างแน่นอน


    แน่นอนว่าเขาไม่กลัวที่จะมีปัญหา ตราบใดที่เขาใช้ทักษะยุทธ์การเปลี่ยนแปลงเจ็ดสิบสองประการ เขาก็สามารถเปลี่ยนตัวตนไปได้เรื่อยๆ


    ครั้นเห็นว่าไม่มีอะไรที่ตนสามารถทำได้ จางหลินก็เก็บมีดสั้นกลับคืนและยืนรอเงียบๆ “ทำตามใจเจ้าเถอะ”


    หนี่ซวงแปลกใจเล็กน้อยที่ความงามของนางไม่สามารถดึงดูดความสนใจจากจางหลินได้ นางทำได้เพียงหัวเราะเบาๆเคล้าด้วยเสน่ห์ “ข้ากำลังช่วยชีวิตเจ้าอยู่ อย่างน้อยๆเจ้าก็ควรจะขอบคุณข้าสักคำมิใช่หรือ?”