เวลาผ่านไป 3 ปี คิมยังยืนมองรูปของพ่อกับแม่ก็เขาด้วยใบหน้าที่เศร้า เเต่ทว่าครั้งนี้เขาไม่ได้มองรูปผ่านมือถือ หากเเต่เป็ป้ายหน้าสุสานแทน
“พ่อครับ แม่ครับ นี่ก็เข้าปีที่ 3 แล้วนะครับที่เราได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้ พ่อกับแม่อยู่บนนั้นสบายดีไหมครับ ส่วนผมเองก็…สบาย..สบายมากเลยล่ะครับ ฮือฮือ” คิมทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ต่อหน้าหลุมศพของพ่อกับแม่ ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน คิมรีบกลับมาเมืองไทยเพราะเขาได้รับข่าวว่าพ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุกระทันหันทำให้คิมต้องรีบกลับมาสะสางเื่ต่างๆ ในเวลาต่อมาพ่อกับแม่ของเขาก็เสียชีวิตทั้งคู่ ทำให้คิมต้องเป็คนประคองธุรกิจทั้งหมดด้วยตัวเอง เเต่เนื่องจากประสบการณ์ยังน้อย กิจการจึงโดนโกงทำให้ไปไม่รอด คิมตัดสินใจขายหุ้นบริษัททั้งหมดและนำเงินมาจ่ายชดเชยให้พนักทั้งหมด เเต่นั้นเขาก็ยังคงเป็หนี้ธนาคารอยู่ 50 ล้าน แน่นอนว่าสิ่งที่คิมต้องทำต่อจากนี้คือหาเงินมาใช้หนี้ธนาคารให้หมดนั่นเอง คิมพยายามกดความอ่อนแอเอาไว้เพราะไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าหลุมศพของพ่อแม่ เเต่ด้วยปัญหามันมากเเละถาถมเข้ามาเรื่อย มันจึงยากที่จะเก็บกลั้นเอาไว้จริงๆ คิมค่อยๆคลานเข้าไปกอดป้ายหลุมศพพ่อแม่พร้อมกับร้องไห้อย่างหนักอย่างเช่นสองปีที่ผ่านมา
“ผมของโทษนะครับ พ่อ แม่ ผมมันไม่ได้เื่จริงๆ ฮือฮือ”
“เอาเเต่ร้องไห้ขี้แย เป็แบบนี้ทุกปีเลยนะคิม เฮ้อ!!ถ้าเราเป็พ่อกับแม่นายเราคงี้เีที่จะปลอบแล้วมั้ง” บุคคลคุ้นเคยปรากฏขึ้นพร้อมกับช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ที่เขาตั้งใจนำมาไหว้พ่อกับแม่คิมทุกปี
“นิกกี้!!”
“อ้ะๆๆ..กอดที่จะมากอดเรา รบกวนเช็ดน้ำมูกด้วยนะ เดี๋ยวจะเปื้อนชุดใหม่ที่เราเพิ่งซื้อมา นี่เป็ชุดที่จะใจใส่มาเคารพศพคุณป้ากับคุณลุงโดยเฉพาะเลยนะเนี้ย” คิมเงยหน้าขึ้นปาดน้ำตาพร้อมกับวิ่งเขามากอดนิกกี้ด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข เพราะนิกกี้คือคนเดียวที่คอยอยู่ข้างๆคิมในตอนนี้และวันเคารพ ศพพ่อกับแม่คิม เขาก็ไม่เคยพลาดซักปี ปีนี้เองก็เช่นกัน
“เป็ไงบ้าง ยินดีด้วยนะที่เรียนจบแล้วอ่ะ”
“ขอบคุณครับ ทีแรกเราตั้งใจกลับมาทำธุรกิจที่ไทยเพราะ จะได้อยู่ใกล้ๆคิม เเต่พ่อเราอ่ะดิ ดันให้เราไปดูเเลสาขาที่อังกฤษเฉยเลย เซ็งๆๆ”
“เอาหน่า..มีงานดีๆทำแถมยังได้ช่วยกิจการของพ่ออีก ดีจะตาย..ไม่เหมือนเราเลย เรียนไม่จบ จะทำอะไรก็ไปไม่รอด แถมตอนนี้ยังเป็หนี้อีกแน่ะ”
“เป็หนี้?...ไม่ยากๆ บอกจำนวนเงินมา เดี๋ยวเซ็นให้เลย”
“นิกกี้!! ก็คิมบอกแล้วไงว่าคิมขอจัดการเื่นี้เอง”
“ก็ฉันเห็นแกจัดการเื่นี้เองมา 3 ปีแล้วไง…ฉันว่ามันนานมากแล้วนะ แกควรออกจากความทุกข์กายและหันมามีความสุขได้แล้วไหม?”
“ความทุกข์กายน่ะไม่มีหรอก…มีเเต่ความทุกข์ใจต่างหากล่ะ เอ่อ..นิกกี้ ได้ข่าวพี่ทีบ้างรึเปล่า?”
“อะไรกัน..ผ่านมาตั้ง 3 ปีแล้ว คิมยังไม่ลืมพี่ทีอีกหรอ?”
“.........”
“โอเคๆบอกก็ได้…หลังจากวันที่วันที่คิมกลับมา นิกได้ข่าวมาว่าพี่ทีไปหาคิมที่คอนโด ดูท่าทางเขาจะโมโหมากด้วยนะ เเล้วจากนั้นพี่เค้าก็หายไปเลยอ่ะ”
“หายไปหรอ?”
“ใช่..หายไปอย่างไร้ร่องรอยเลยล่ะ”
“.............” คิมหน้าหงอยที่รู้ว่านทีไม่แม้เเต่จะพยายามตามหาเขาเลย นั่นมันทำให้คิมปักใจเชื่อว่านทีคงจะเลือกผู้หญิงคนนั้นจริงๆ
“เอาหน่าๆๆ…เื่มันผ่านไปนานละ ฉันหิวมากแล้ว เราไปหาอะไรกินกันเถอะ คุณลุงคุณป้าครับ นี่ดอกไม้สวยที่สุดในร้าน ผมเอามาฝากครับ ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับ..เราไปกันเถอะคิม” นิกกี้โอบไหล่คิมแล้วเดินไปด้วยกัน นิกกี้พยายามดึงให้คิมหลุดออกจากความโศกเศร้า เเต่มันก็ทำได้เเค่ระยะสั้นๆเท่านั้นเพราะเมื่อนิกกี้กลับไป คิมก็กลับสู่ภวังค์ของตนเองเช่นเคย นิกกี้พาคิมมาทานอาหารที่ร้านโปรดของเขาพร้อมกับออกตัวสั่งเมนูโปรดของคิมมาทั้งหมดเพื่อทำให้ใจของคิมชื่นขึ้นมาและมันได้ผล คิมยิ้มได้อยู่พักใหญ่จนกระทั่ง มีรถสีดำคันหรูมาจอดเทียบที่ร้าน บอดี้การ์ดชุดดำรีบวิ่งมาเปิดประตูให้ทำเอาทุกคนในร้านต้องหันไปจับจ้องที่เ้าของรถคันนั้น และเมื่อเ้าของรถปรากฏตัวออกมาจากรถ ช้อนที่มือของคิมก็ตกลงสู้พื้นทันที
“น่ะ..นั่น..นั่นมัน…..” คิมที่เห็นเหตุการณ์เบื้องหน้าชัดเจนอยู่แล้ว เขารีบเก็บกระเป๋าและกระชากแขนนิกกี้เดินตามเข้าไปหลังร้านทันที
“จะทำอะไรน่ะคิม…นายจะหลบหน้าพี่เขาทำไม? นายไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย จะหลบเพื่อ?!!”
“คิมยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้าพี่ทีตอนนี้”
“เเต่เมื่อกี้นายเพิ่งถามหาเขานะ…ตอนนี้เขาก็มาเจอนายตัวเป็ๆแล้วเนี้ย ทำไมไม่เข้าไปถามเขาเลยล่ะ ว่าเสียงผู้หญิงเมื่อสามปีก่อนนั้นเป็ใคร นายไม่อยากรู้หรอ?”
“รู้ไปแล้วมันจะได้อะไร ในเมื่อเื่มันผ่านไปนานแล้ว เรากลับกันเถอะ”
“เเต่ฉันเพิ่งกินไปคำเดียวเองนะคิม!!”
“เดี๋ยวคิมพานิกไปกินที่อื่นแทนละกันนะ น้องคะ..อาหารที่อยู่บนโต๊ะนั้นรบกวนห่อใส่กล่องให้ด้วยนะคะ” บริกรรับคำสั่งและรีบนำกล่องออกไปห่ออาหารบนโต๊ะให้ทันที ระหว่างนี้เองนทีก็ได้เดินผ่านโต๊ะที่คิมเคยนั่งพอดี เขาปรายตามองด้วยความเฉยชาก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังชั้นสอง ห้องวีไอพี…