ตอนที่ 1 อู่ทงน้อย
“แหมะแม่! ฮึกๆ ท่านฟื้นแล้ว ฮึก ฮือๆ”
ร่างเล็กๆสะอึกสะอื้น ดวงตาแดงก่ำเต็มเริ่มมีความหวังหลังจากที่เห็นแม่ของตนลืมตาขึ้นมามือน้อยๆรีบปล่อยแสงสีฟ้าใส่าแตรงท้องของแม่ต่อทันที แม้แผลจะเริ่มแห้งแล้วแต่ก็ไม่อาจวางใจ ได้หรอกนะ กว่าทงทงจะช่วยให้แม่ฟื้นขึ้นมาได้พลังที่มีแทบจะเหือดแห้งไปสิ้นแล้ว
“พะ พอเถอะ ไม่เป็ไร...แม่ไหว”
เสียงแหบแห้ง บอกเด็กน้อยให้เลิกฝืนเพราะท่าทางแล้วเ้าลูกคนนี้แทบจะไม่เหลือแรงไว้หายใจคงเป็เพราะเฝ้ารักษาแผลให้ข้ามวันข้ามคืนแน่ๆแม้ผู้เป็แม่แผลยังเจ็บแต่ก็ไม่้าให้เกิดสิ่งใดที่ไม่ดีต่อลูกของตน
“ มะ เปนไร ข้าก็ไหว ฮือๆท่านต้องหายนะ อู่ทงจะกำพร้าไม่ได้ เข้าใจไหม?”
“หึๆ…" ร่างสูง ฝืนกายนั่งริมฝีปากแห้งผากพยายามยิ้มให้ลูกชายผู้ที่มักทำตัวเป็ผู้ปกครองเขาตลอดบ่าเล็กๆนี้จะแบกอะไรนักหนาหนอลูก
“ ไม่เจ็บแล้ว เ้ามานอนข้างๆนี่มะ แม่หนาว อยากได้ไออุ่น”
“ หนาว….รึ ได้กอดข้าเถอะ ”
ร่างผอมรีบไปขดตัวข้างๆแม่ตนอย่างว่าง่ายและพอโดนอีกฝ่ายลูบหัวสองสามทีสติของเด็กน้อยวัยพึ่งสามขวบก็หลุดเข้าสู่นิทราทันทีเหมือนภาระที่หนักอึ้งที่ผ่านมาได้หลุดออกไปจากบ่าไปปล่อยให้ผู้เป็แม่มองดูดวงหน้าเล็กๆด้วยความรู้สึกที่แสนเอ่อล้น จนมันไหลรินออกมาจากขอบตา
“ขอบใจมาก ลูกข้า”
อู่หนาน ได้แต่บอกลูกชายตนในใจก่อนจะเอนกายลงนอนอีกครั้ง าแยังคงเจ็บมาก แต่จะทำเป็อ่อนแอไม่ได้ไม่งั้นคนข้างๆที่กอดเขาไว้แน่นนี่ต้องลุกขึ้นมาทำเป็โตเกิน
อายุแน่ๆต้องเข้มแข็ง…และพยายามคิดหาทางเลี้ยงตนเองและลูก….อย่าให้คนงี่เง่าคนนั้นดูถูกได้
“หึ ไม่้าสิ่งใดนอกจากเ้าลูกชู้ นั่นนะรึ”
จำได้ว่าแววตาคมกริบ ที่มองมายังเขาในวันนั้นแฝงความเย้ยหยันไว้เต็มเปี่ยม ประหนึ่งสมเพชเวทนาเต็มทีกับความคิดของอู่หนาน ตอนที่ยอมสละทุกอย่าง เพียงแค่ได้สิทธิดูแลอู่ทงก็พอ
“ใช่ ข้ายินดีหย่ากับท่านขอแค่ทงทงอยู่ข้างกาย"
“เ้าเด็กสกปรกนั่นมันก็ต้องอยู่กับขยะเช่นเ้าอยู่แล้ว คิดรึว่าข้าจะเอาลูกชู้ ที่เกิดจากความส่ำส่อนนั่นไว้ไม่ฆ่าให้ตายั้แ่ตอนนั้นก็เพราะเห็นแก่เ้าที่กราบไหว้อ้อนวอนไว้หรอกนะ"
“งั้นก็ปล่อยข้ากับลูกไปทางใครทางมัน” เขาไม่้าฟังคำหยามเหยียดให้เจ็บช้ำอีกต่อไป
ดี!ในเมื่อตกลงกันได้ ก็ประทับตราสะ " คนที่อยากหย่าจะแย่รีบรวบรัดตามที่เมียตนเสนอ ไม่มีอะไรจะต้องรั้งในเมื่อตัวเขาเองได้แต่งงานกับคนอัปลักษณ์นี่ครบจำนวนปีตามที่เคยตกลงไว้กับคนๆนั้นแล้ว
“ ถ้าพวกเ้าอยู่ด้วยกันจนชายาอู่ครบยี่สิบหกปีแล้วไม่ผูกพันกันข้าก็จะไม่ขัดขวางอะไรอีก เพราะฉะนั้นจงรับราชโองการสะเพื่อเห็นแก่แผ่นดินแคว้นฉาง”
นั่นเป็เหตุผลที่ องค์จักรพรรดิให้ไว้เพื่อบีบบังคับให้แม่ทัพกงปี่ รับเอาบุตรชายคนเดียวของตระกูลอู่ เป็ชายาแม้อู่หนานจะไม่อาจคาดเดาเหตุผลซ่อนเร้นที่อยู่ภายใต้ราชโองการนี้ได้ว่ามันคืออะไร แต่ก็รู้ดีว่าการแต่งงานนี่มันไร้ซึ่งความเหมาะสม และที่แน่ๆคือแม่ทัพกงปี่ไม่พอใจอย่างมากเพราะหลังจากร่วมหอคืนเดียว เขาก็ทิ้งชายาที่แก่กว่าหลายปีไว้ที่จวนแล้วก็หนีไปรบแถวชายแดนเกือบสามปี
“เสร็จแล้วไสหัวไปสะอย่าให้ข้าเห็นหน้าเ้าอีก เอาตัวให้รอด อย่าได้คิดซมซานกลับมาหาข้า"
“….”
ตอนนั้นจำได้ว่าตนไม่ตอบโต้ ประทับตราเสร็จก็เดินลงจากเรือนทันที ในเมื่อครั้งหนึ่ง
เขาเคยร่ำไห้อ้อนวอนขอชีวิตลูกชายจากคนๆนี้สามวันสามคืนมาแล้วยอมถูกเฆี่ยนถูก
ตีจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็พ่อของลูก จึงรู้ซึ้งถึงจิตใจแสนดำอำมหิตของอีกฝ่าย พอทุกอย่าง
จบก็รีบพาลูกออกจากจวนแม่ทัพแบบไม่คิดจะหันกลับหลัง
“เช้าแล้วหรือนี่?”
นอนป่วยและคิดถึงอดีตจนเผลอหลับไม่รู้ตัวร่างผอมในอ้อมกอดคงเหนื่อยมาก หลับไม่ยอมตื่นเลยชายหนุ่มหอมแก้มขาวๆนั่นเบาๆ…ลูกชายข้าแก้มนุ่มจริงๆ….หอมแก้มลูกไปทีหนึ่งแรงใจแรงกายก็เริ่มกลับมา จึงลุกขึ้นเพื่อไปจัดการกับ หมูป่าที่ลงทุนเอาตัวเข้าแลกจนต้องมานอนซมให้ลูกช่วย
“ข้าเกือบตายเพราะล่าเ้าเลยนะเ้าหมูเฮงซวย”
จำได้ว่าตอนที่เขาแทงมีดใส่คอมันไม่นึกเลยว่าเ้าหมูป่าพยศนี่ ยังมีแรงโต้คืนแถมมันยังใช้แรงเฮือกสุดท้ายฝากแผลไว้ที่ท้องเขา ก่อนจะขาดใจตายคราแรกคิดว่าแผลเล็กน้อย แต่พอแบกหมูกลับมาถึงบ้านแผลดันเกิดอักเสบจนไข้ขึ้นเกิดสลบไม่รู้ตัว ดีนะที่จู่ๆลูกเกิดมีพลังแปลกๆช่วยรักษาแผลให้ไม่งั้นคงได้เน่าไปแล้ว
“ซาลาเปาไส้หมูสับน่าจะดีที่สุด”
หลังจากชำแหละหมูเสร็จเขาตัดสินใจใช้เนื้อบางส่วนทำซาลาเปา ชายหนุ่มรีบนวดแป้งเพื่อทำเวลาต้องขอบใจชีวิตที่แสนอาภัพของตนไม่น้อย ดันเกิดมาในจวนเก่าๆ เป็ลูกชายที่เกิดจากเมียบ่าว จึงต้องใช้แรงกายทำมาหากินปากกัดตีนถีบั้แ่จำความได้เื่ล่าสัตว์ ทำกับข้าวเองเป็เื่ปกติหรือตอนเป็ชายาของจวนแม่ทัพก็เป็แค่คำพูดจอมปลอมไม่เคยมีคนรับใช้รองมือรองตีน ข้าวปลาอาหารเขาก็จัดการหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเองทั้งนั้นชีวิตอยู่ในจวนไม่ต่างจากบ่าวไพร่แม้แต่นิด
“ท่านแม่ …หอมจัง”เด็กน้อยพึ่งตื่นท้องร้องดังจ๊อก
“อยากชิมดูไหม” เด็กหนุ่มหยิบเอาซาลาเปาที่นึ่งเสร็จใหม่ๆออกมาจากหม้อ ก่อนจะเป่าให้เย็น เพื่อให้ปากเล็กๆนั้นทนไหวไม่ร้อนจนเกินไป
“ทงทงทำเองได้ ….”รีบคว้ามาเป่าบ้าง ฟู่ดๆ…แล้วยัดใส่ปากไปครึ่งลูก รสชาติหวานนุ่มนั้น ทำให้ไม่อาจทนเคี้ยวรีบกลืนลงท้องทันที นานแค่ไหน….ที่ไม่ได้กินเนื้อนุ่มๆแบบนี้
“ใจเย็นๆ ค่อยๆกินสิ ”
“รสชาติดีที่สุดเลยขอรับ ท่านแม่จะให้ข้ากินได้กี่ลูกหรือ”
“ฮ่าๆ กินเท่าไหร่ก็ได้เอ้านี่…รอให้เย็นก่อนนะ" แม้จะอดขำท่าทางของลูกชาย แต่ลึกๆก็อดเศร้าไม่ได้อยู่ในจวนแม่ทัพก็อดๆอยากๆ ได้แต่ปลูกผักจับปลา แถวลำธารประทังชีวิตจะออกมาล่าสัตว์ตามป่าเขาก็ไม่ได้ เพราะถูกแม่สามีควบคุมให้อยู่แต่ในจวนจบกันได้ก็ดีแล้ว ต่อไปจะได้ทำมาหากินเต็มที่สะที
“กินไม่หมดแน่ๆ ….แน่นไปหมดแล้ว”
ไม่นานคนหิวก็ลูบพุงป่องๆ ของตนเองไปมาพร้อมกับเลียริมฝีปาก ตายังจ้องไปที่กองซาลาเปา
ในตะกร้าตาเป็มันด้วยความที่อยากกินให้มากกว่านี้ แต่ท้องดันไม่ไหว
“ไปบ้วนปากซะ ถ้าอยากไปตลาดกับแม่”
“ท่านแม่ พูดเหมือนขาดข้าได้งั้นแหละ”
“หือ….แน่นอนขาดไม่ได้นะสิถึงต้องให้คนขายไปเตรียมตัวให้พร้อมก่อน”
อู่หนาน อดยิ้มหวานตามร่างเล็กๆที่กำลังวิ่งไปยังถังน้ำหลังกระท่อมไม่ได้ ด้วยวัยแค่สองปีกว่าร่างกายและสติปัญญาของลูกชายเขาเรียกว่าเกินเด็กวัยเดียวกันไปมากทั้งๆที่เด็กวัยนี้บางคนยังพูดไม่คล่อง ก็ยังมีให้เห็นดาษดื่น แต่สำหรับอู่ทงแล้วรู้ความและเฉลียวฉลาดไม่ต่างจากผู้ใหญ่คนหนึ่งดังนั้นจึงทำให้ผู้คนในตลาดต่างให้ความสนใจมากเมื่อได้ยินเสียงเด็กน้อยที่ขี่คอผู้ชายร่างสูงใหญ่ะโลั่นถนน
“ซาลาเปาไจ้หมูร้อนๆ ลูกละห้าอีแปะ จ้า…”
พอเข้าเขตเมืองฉิว ร่างผอมก็ร้องลั่นเหมือนเคยเพื่อเรียกลูกค้าที่เดินผ่านไปมาริมทาง ทั้งคู่ทำแบบนี้ทุกครั้งเวลามาขายผักป่าขายปลา ขายฟืน ที่ขนมาจากูเานอกเมือง ซึ่งก็ได้ผลดีมากของที่ขนมามักจะขายหมดเกลี้ยงภายในหนึ่งชั่วยาม แต่วันนี้เร็วกว่าเดิมมาก ไม่ถึงครึ่งชั่วยามซาลาเปาก็เกลี้ยงตะกร้าแล้ว
“ไอหยา ทงทงเ้าใยเหลือมาถึงข้าแค่สองลูก….”เถ้าแก่ร้านขายยาที่เคยซื้อฟืนจากทั้งคู่บ่นอุบเพราะเสียดายที่ซาลาเปามีน้อยเกินไป
“หมอเจียท่านแม่ข้าจะทำเพิ่มอีกพรุ่งนี้ ท่านจะจองไว้ไหม"
“อื้อๆ…อร่อยจริงๆรสมือเ้าช่าง ….ข้าจองร้อยลูก” ชายชราร่างอ้วนรีบบอกขณะที่ยัดซาลาเปานุ่มๆเข้าปาก “อู่หนาน ข้าว่าเ้าทำขายทุกวันก็ดีนะรสชาติเช่นนี้มีรึจะขายไม่ออก ดีกว่าเ้าไปเก็บฟืนมาขายไม่ใช่หรือไง”หมอเจียแนะนำตรงๆ เขาคุ้นเคยกับสองแม่ลูกนี้กว่าใคร เพราะตอนที่ทั้งคู่มาถึงเมืองฉิวคนผู้นี้เองที่ได้ช่วยเหลือหากระท่อมราคาถูก แถวนอกเมืองให้พัก
“ขอรับ ข้าจะลองทำตามที่ท่านบอกแต่พรุ่งนี้ท่านจอง ร้อยลูกจะกินไหวหรือ”
“ปัดโถ่เ้าจะมาห่วงอะไรเื่นั้น ข้าจะเอาไปฝากญาติด้วย ทำมาเถอะน่า….แล้วเดินตามข้ามานี่มีอะไรรึ”
“ท่านแม่าเ็ อยากได้ยาต้ม ”ทงทงตอบแทน
“อ้อ ไหนข้าขอดูแผลหน่อย”พอเข้าไปในร้านหมอเจียก็ตรวจดูแผลที่เกิดจากเขี้ยวหมูป่า “แผลแห้งแล้วนี่ใช้ยาร้านไหนรักษา?"
“ข้าใช้มือนี่รักษาเอง”คนที่ถูกอุ้มอยู่อวด
“….เ้ารักษาแผลเองรึ….”แผลที่ถูกเขี้ยวหมูทิ่มกว้างไม่ใช่น้อยหากจะใช้ยาห้ามเืรักษาก็ต้องเป็ยาขั้นหนึ่งขึ้นไป และราคาค่อนข้างแพงแต่เด็กน้อยนี่กลับ…."ทงทงเ้าบอกใช้มือ…หรือมีปราณรักษา…ใช่ไหม?"หมอเจียรีบถามด้วยอาการตื่นเต้นสุดขีดพลางรีบดึงร่างสองแม่ลูกเข้าไปคุยที่เรือนพักหลังร้านประหนึ่งเื่ที่จะคุยกันเป็ความลับนักหนา
“ก่อนอื่น ทงทงเ้าอย่าได้เที่ยวบอกใครเื่มีปราณรักษานะ… เข้าใจไหม?”
ชายร่างอ้วนรีบย้ำหลังจากไล่บ่าวไพร่ออกไปจากห้องแล้ว ซึ่งเด็กน้อยที่นั่งทำตา
ปริบๆอยู่บนตักแม่แม้ไม่เข้าใจนักแต่ก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
“เื่ปราณรักษามันสำคัญมากเลยหรือ”
ร่างสูงใหญ่ที่นั่งกอดลูกอยู่อดถามขึ้นไม่ได้เพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้เข้าใจเกี่ยวกับพวกพลังปราณด้วยเติบโตมาในสภาพที่ไม่ต่างจากคนชั้นล่างไม่ได้เข้าสำนักศึกษาใดๆมาก่อน แม้จะพอได้ยินได้ฟังมาบ้าง แต่หาได้กระจ่างนักและพลังของ ทงทง ก็พึ่งเกิดตอนที่เขาาเ็นี่แหละ
“ยังจะถามว่าสำคัญไหมอีกรึฮ่าๆ…เ้าไม่รู้อะไรเลยสินะ…ไอหยาตอนนี้ข้าเดาว่าเ้าคือชายาอู่ผู้โง่เง่าของแม่ทัพกง ใช่หรือไม่!!”
