ปี 2560 กรุงเทพมหานคร
แก้วตา สาวสวยที่เพื่อนมักแซวเธอว่าหลุดมาจากวรรณคดี สวยแบบไทย ผิวไม่ขาวมากออกสีน้ำผึ้งยิ่งทำให้เธอดูโดดเด่น หน้าเรียวรับกับจมูกริมฝีปาก แต่เธอไม่ค่อยชอบใจนัก ใครจะไปพอใจละถ้ามีคนมาชมเราว่าสวยแบบโบรานอะ 55555 พ่อของเธอเสียั้แ่เธอยังเล็ก ต่อมาแม่ของเธอได้แต่งงานใหม่กับนายตำรวจคนหนึ่งและมีลูกด้วยกันอีก 1 คนชื่อส้มโอ อายุ 7 ปี
พ่อปราบถึงจะเป็พ่อเลี้ยงแต่รักเธอเหมือนลูก ส่งให้เธอเรียนจนจบป.ตรี และตอนนี้เธอก็เรียนจบแล้ว ในวันนี้เธอออกมาสัมภาษณ์งานใหม่ในตำแหน่งบัญชีของบริษัทแห่งหนึ่ง
เมื่อสัมภาษณ์งานเรียบร้อยแล้วเธอก็ตั้งใจว่าไปแวะซื้อของให้แม่ที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ ๆ แถวนี้ ก่อนแล้วค่อยกลับบ้าน พอเดินออกไปเพื่อจะขึ้นสะพานลอยตรงหน้าบริษัทเพื่อข้ามไปฝั่งห้าง เมื่อไปถึงปรากฏว่าสะพานติดป้ายกำลังซ่อมอยู่ เธอก็มองหาสะพานลอยใกล้ ๆ จากระยะสายตาคือต้องเดินไปไกลพอสมควร เธอจึงเลือกที่จะวิ่งข้ามถนนแทน
แก้วตามองซ้ายขวาแล้วก็วิ่งข้ามถนนไปอีกฝั่ง ่ที่เธอไปถึงตรงกลางถนนก็ใที่มีรถอีกคันพุ่งมาด้วยความเร็ว และก็ชนตัวเธอเข้าอย่างจัง หลังจากนั้นก็มีพลเมืองดีแจ้งกู้ภัยและรถพยาบาลว่ามีคนถูกรถชน หลังจากนั้นเธอก็ไม่รู้สึกตัวอีก
เมื่อไปถึงโรงพยาบาลเธอก็ถูกส่งตัวไปที่ห้องฉุกเฉิน และทางโรงพยาลได้โทรแจ้งพ่อกับแม่ว่าเธอถูกรถชนอาการสาหัส พ่อแม่จึงรีบมาที่โรงพยาบาล เมื่อมาถึงก็นั่งรอคุณหมอที่กำลังพยายามยื้อชีวิตแก้วตาไว้ แต่อาการของแก้วตาสาหัสมากทำให้หมอไม่สามารถยื้อชีวิตเธอไว้ได้ สักพักประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก คุณหมอก็แจ้งข่าวร้ายกับครอบครัวของเธอ แม่ร้องให้ทรุดลงกับพื้นปากก็พูดโทษตัวเองที่บอกให้เธอไปซื้อของให้ ทำให้เธอถูกรถชน พ่อก็คอยกอดปลอบใจแม่ไม่ห่างตาแดงๆอยากจะร้องให้เหมือนกันแต่ก็พยามทำตัวเข้มแข็งเพราะต้องเป็หลักให้ภรรยาในเวลานี้
แก้วตาเธอรู้สึกว่าตัวองยืนอยู่ในห้องตัวเบาหวิวไม่ได้มีอาการเจ็บอะไรเลยทั้งที่เธอเพิ่งถูกรถชน สักพักเธอก็มองเห็นร่างของตัวเองนอนอยู่บนเตียงพยาบาล ก็รู้ว่าตัวเองตายไปแล้วแน่ ๆ ิญญาของเธอจึงมาอยู่ตรงนี้ ทำให้เธอทรุดตัวลงร้องให้อย่างหนัก และจังหวะนั้นประตูห้องก็เปิดออก แม่ของเธอร้องให้วิ่งเข้าไปกอดร่างของเธอที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง
แม่: “โธ่แก้วทำไมทิ้งแม่ไปละลูก ตื่นขึ้นมาหาแม่สิ” ฮือๆๆๆ แม่พูดไปพร้อมกับร้องให้มือสองข้างก็เขย่าตัวเธอไม่หยุด
พ่อ: “ทำใจเถอะคุณ ลูกไปสบายแล้วนะไม่ต้องทนเ็ปอะไรแล้ว” พ่อพูดพลางปาดน้ำตา
เธอรีบวิ่งไปหาพ่อแม่และเรียกพ่อกับแม่
แก้วตา : “แม่ ๆ มองเห็นหนูมั้ย หนูอยู่ตรงนี้ไง” แล้วก็หันทางพ่อ “พ่อๆ เห็นหนูมั้ย”
แต่พ่อกับแม่ก็มองไม่เห็นธอและเธอก็ััใครไม่ได้เลย เธอจึงเดินออกมาจากห้องอย่างเศร้าใจและไม่รู้จะทำยังไงต่อไปดี
แก้วตา :ทำไมฉันต้องจากทุกคนไปเร็วขนาดนี้ แล้วฉันจะต้องไปไหนยังไง ฮือๆๆๆ
แก้วตาเดินออกมายืนร้องให้อยู่หน้าโรงพยาบาล เธอสงสัยว่าจะมีใครมารับตัวเธอไปแบบที่ดูในละครหรือป่าว ท่านยมทูตหรืออะไรแบบนี้ สักพักก็มีผู้ชายมีอายุใส่ชุดสีขาว เดินเข้ามาคุยกับเธอ
เ้าที่ : “หนู ๆ เป็อะไรร้องให้ทำไม”
แก้วตา : “คุณลุง หนูตายแล้วพ่อแม่ก็มองไม่เห็น หนูจะทำไงต่อไปดีละลุง” ฮือๆๆ พูดไปร้องให้ไป
เ้าที่ : “ใจเย็นนะ หยุดร้องให้แล้วตั้งสติก่อน ถ้าที่ลุงเคยเห็นเดี๋ยวก็จะมีคนมารับ แต่เท่าที่ลุงดู จริง ๆ แล้วหนูยังไม่หมดอายุขัยนะ”
แก้วตาหยุดร้องให้รีบเงยหน้ามองลุงเ้าที่
แก้วตา : “จริงเหรอลุง แล้วหนูจะกลับเข้าร่างได้มั้ย หนูต้องทำไงบ้าง”
เ้าที่ : “กลับไม่ได้แล้ว หนูมีหน้าที่ต้องไปทำที่อื่น เมื่อไปถึงก็จะรู้เอง โชคดีนะ”
ลุงตรงหน้าบอกกลับหญิงสาว เธอรู้สึกงุนงงในสิ่งที่ลุงกำลังบอก เธอกำลังจะถามลุงต่อ จังหวะนั้นก็มีลมพัดมาแรงมากและดูดเธอเข้าไปในวังวนนั้น มือเธอพยามไขว่ขว้าและสักพักเธอก็หมดสติไป