War of the gods destroy Multiverse

    ตอนที่ 42

    เมื่อคนลงมาจากดอยแล้ว คนก็มุ่งเข้าร้านสมุนไพรร้านแรกที่ใกล้ที่สุด จากนั้นคนก็ต่อแถวรอซื้อสมุนไพร


    ในระหว่างนั้น คนก็เปิดอ่านดูว่ามีสมุนไพรอะไรบ้างที่ต้องซื้อกลับไป


    " อย่างแรก ผงอัญชันน้ำแข็ง ช่วยแก้ปวดเมื่อย ครึ่งจิน(250 กรัม) อย่างที่สอง ผงดอกบัวหิมะ ช่วยสะกดข่มไอร้อน สอง จิน อย่างที่สาม ดอกมะลิลายเพลิงแห้ง ช่วยคุมสมดุลธาตุไฟไอร้อนกับความเย็น สอง จิน อย่างที่สี่ ขิงจักรพรรดิ ช่วยเพิ่มความร้อนขับไอเย็น สาม จิน อย่างที่ห้าอย่างสุดท้าย ผงดอกเบญจมาศสามสีน้ำเงินแดงขาว ช่วยการไหลเวียนเลือด พลังเวท และพลังวิญญาณให้สมดุล ไม่มีบอกว่าต้องการเท่าไหร่"


    พอเยี่ยหลงอ่านจบ คนก็ถือกระดาษรายการสมุนไพรที่ต้องซื้อเอาไว้บนมือ


    พอถึงคราวตนเมื่อสามารถซื้อได้ คนก็บอกสมุนไพรที่ตนอยากได้ไปแก่เถ้าแก่


    " สมุนไพรที่ข้าบอกไปพอจะมีหรือไม่ " เยี่ยหลงถามหลังจากบอกสมุนไพรที่ตนต้องการไป


    เถ้าแก่ที่ถูกถามมาดังนั้น ก็บอกกลับ " ขอเวลาสักครู่ "


    หลังจากบอกกลับเสร็จ คนก็ไปตรวจดูว่าสมุนไพรที่ชายหนุ่มต้องการมีหรือไม่


    พอตรวจสอบเสร็จ คนก็เดินมาบอกชายหนุ่ม " ขอโทษทีนะพ่อหนุ่ม สมุนไพรที่เจ้าต้องการ ที่ร้านไม่มีเลย "


    เยี่ยหลงตอบรับเข้าใจ " ข้าเข้าใจแล้ว "


    " ขอบคุณมากที่เสียเวลาหาให้นะเถ้าแก่ " เยี่ยหลงกล่าว


    หลังจากเยี่ยหลงกล่าวขอบคุณเสร็จ คนก็คิดประชดขึ้น ' เปิดประเดิมร้านแรกมาก็โชคดีเลยนะเรา '


    เยี่ยหลงคิดเสร็จ คนก็เดินออกจากร้านไปและมุ่งหาร้านที่สอง


    เมื่อคนมาถึงร้านที่สอง คนก็เข้าไปซื้อสมุนตามรายการที่ได้ระบุมาในกระดาษ แต่ร้านที่สองก็เหมือนร้านแรกคือไม่มีเลย


    ครั้นร้านที่สองไม่มี คนก็ไปร้านที่สาม พอร้านที่สามปรากฏว่าไม่มี คนก็ไปร้านที่สี่ คนทำอย่างงี้ไปเรื่อยๆจนเข้าร้านที่ห้า


    คนที่เข้ามาถึงสี่ร้านแล้ว เมื่อมาถึงร้านที่ห้าคนก็รู้สึกเหนื่อยล้า แต่ถึงกระนั้นคนก็ไม่เดินอย่างช้าๆ คนเดินปกติเข้าไปหาคนขายสมุนไพรและถามหาสมุนไพรที่ตนต้องการด้วยน้ำเสียงอันเหนื่อยล้าอ่อนแรงแทน


    คนขายสมุนไพรบอกกลับ " ผงอัญชันน้ำแข็ง ผงดอกบัวหิมะ ดอกมะลิลายเพลิงแห้ง เรามีให้ตามจำนวนที่คุณชายต้องการ แต่ขิงจักรพรรดิ เรามีแค่หนึ่งจิน ส่วนผงดอกเบญจมาศสามสีน้ำเงินแดงขาว เราไม่มีเลยขอรับ "


    เยี่ยหลงกล่าวรับทราบ " อ๋องั้นหรอ งั้นเอาของที่มีมาเลย ข้าขอซื้อ "


    คนขายสมุนไพรตอบรับ " ทราบแล้วคุณชายโปรดรอสักครู่ " 


    หลังจากคนขายสมุนไพรกล่าวเสร็จ คนก็ไปนำของที่เยี่ยหลงต้องการมาให้ โดยใส่ห่อมาให้อย่างดี


    " ผงอัญชันน้ำแข็ง ครึ่งจิน ห้าเหรียญเงิน ผงดอกบัวหิมะ สองจิน สิบห้าเหรียญเงิน ดอกมะลิลายเพลิงแห้ง สองจิน สามสิบเหรียญเงิน ขิงจักรพรรดิ หนึ่งจิน สามเหรียญเงิน "


    เยี่ยหลงที่ได้ฟัง ก็นำเหรียญเงินออกมาให้ พอคนจ่ายเสร็จ คนก็ถามกับคนขายสมุนไพรขึ้น " ทำไมดอกมะลิลายเพลิงแห้ง แค่สองจินเอง ทำไมถึงราคาพุ่งไปถึงสามสิบเหรียญเงินเลยได้ล่ะ "


    คนขายตอบกลับ " ก็ช่วงนี้ ดอกมะลิลายเพลิงแห้ง มันหายาก ราคาก็เลยพุ่งขึ้นไปแบบนี้แหละ เป็นธรรมดา "


    เยี่ยหลงไม่พูดคุยต่อ คนเดินออกจากร้านสมุนไพรร้านที่ห้าไปอย่างรวดเร็ว เพื่อไปหาซื้อสมุนไพรที่ต้องการที่เหลือต่อ


    คนเข้าไปร้านที่หก ร้านที่หกก็ไม่มี ร้านที่เจ็ดก็ไม่มี ร้านที่แปดก็ไม่มี คนทำอย่างงี้ไปเรื่อยๆจนมาถึงร้านที่สิบ


    พอคนเข้าร้านที่สิบไป คนก็เดินไปบอกเถ้าแก่ร้านสมุนไพรร้านที่สิบ ถึงสมุนไพรที่ตนต้องการ


    เถ้าแก่บอกกลับ " โปรดรอการตรวจสอบสักครู่ "


    ครั้นตรวจสอบเสร็จ คนก็เดินมาบอกเยี่ยหลง " ขิงจักรพรรดิ เรามีสองจินพอดี ส่วนผงดอกเบญจมาศสามสีน้ำเงินแดงขาว เรามีห้าจิน "


    " คุณชายตกลงเอาหมดใช่มั้ย " เถ้าแก่ถาม


    เยี่ยหลงพยักหน้าตอบรับว่าเอาอย่างดีใจ เพราะตนจะไม่ต้องเหนื่อยหาซื้ออีกแล้ว


    เมื่อเยี่ยหลงตอบรับว่าเอา เถ้าแก่ร้านสมุนไพรร้านที่สิบก็ไปนำสมุนไพรใส่ห่อและมามอบให้กับเยี่ยหลง


    " ขิงจักรพรรดิ สองจิน ราคา หกเหรียญเงิน ผงดอกเบญจมาศสามสีน้ำเงินแดงขาว ห้าจิน สี่สิบห้าเหรียญเงิน " 


    เยี่ยหลงกล่าวถามขึ้น " ผงดอกเบญจมาศสามสีน้ำเงินแดงขาว ห้าจิน สี่สิบห้าเหรียญเงินเชียวฤา ทำไมแพงจัง "


    เยี่ยหลงแม้จะถามแบบนั้น แต่ก็ยอมจ่ายเงินแต่โดยดีไม่ขัด


    เถ้าแก่ร้านสมุนไพรบอก " ก็ผงดอกเบญจมาศสามสีน้ำเงินแดงขาว ช่วงนี้เป็นของหายาก ราคามันก็เลยแพงกว่าปกติน่ะคุณชาย "


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังก็พูดถามเถ้าแก่ " ของมันหายาก หรือ ว่าแท้จริงอยากขายราคานี้กันแน่ เอาดีๆเถ้าแก่ "


    เถ้าแก่ร้านสมุนไพรหันหลังไปตรวจดูสมุนไพรในตู้ลิ้นชักพลางหัวร่อขึ้น จากนั้นก็กำลังจะกล่าว

    ตอบกลับเยี่ยหลง


    แต่ทว่าก็มีเสียงหญิงสาวนางหนึ่งดังมาจากด้านหลัง ของเยี่ยหลง ถามเถ้าแก่ร้านขึ้นก่อน " เถ้าแก่ ผงดอกเบญจมาศสามสีน้ำเงินแดงขาว ยังมีเหลืออยู่มั้ย "


    เถ้าแก่ตอบโดยไม่หันมามองทันควัน " ผงดอกเบญจมาศสามสีน้ำเงินแดงขาว ขายให้กับคุณชายท่านนี้ไปหมดแล้ว "


    หญิงสาวที่ได้ฟังดังนั้น ก็รู้ทันทีว่าเถ้าแก่หมายถึงใครในร้าน เพราะในร้านมีผู้ชายที่ไม่ใช่เถ้าแก่ร้านอยู่แค่คนเดียว


    คนจึงกล่าวกับชายหนุ่มขึ้น " คุณชาย ข้าขอซื้อต่อผงดอกเบญจมาศสามสีน้ำเงินแดงขาวของท่านได้หรือไม่ "


    เยี่ยหลงทำการย้ายห่อสมุนไพรทั้งหมดที่อยู่มือขวามาไว้มือซ้ายก่อน ก่อนจะหันมามองคน


    ทันทีที่คนหันมามองคน ตาของเยี่ยหลงที่หันมามองต่ำเจอลำคอคนเป็นอย่างแรก ก็มองได้ไม่นาน เพราะถูกหน้าอกอันใหญ่โตตั้งทรงชัดเจน ที่วัดด้วยตาเปล่าดูก็รู้ว่าล้นมือในชุดสีฟ้าออกขาว


    เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้นก็นิ่งอึ้งค้างตะลึงไป 


    หญิงสาวที่เห็นคนนิ่งเงียบเอาจ้องหน้าอกอันใหญ่โตตูมเต่งตึงของตน คนก็กระแอมขึ้น 


    จากนั้นจึงกล่าวถามซ้ำ " คุณชาย ข้าขอซื้อต่อผงดอกเบญจมาศสามสีน้ำเงินแดงขาวของท่านได้หรือไม่ "


    เยี่ยหลงที่ถูกคนกระแอมดึงความสนใจออกจากหน้าอก คนก็พยายามฝืนยกหน้าขึ้นมามองหน้าคน


    เมื่อคนยกหน้ายกสายตามามองบริเวณหน้าคนแล้ว เยี่ยหลงก็พบว่า หญิงสาวนางนี้ใส่ผ้าปิดหน้าอยู่


    คนจึงเห็นเพียงแค่หน้าผากที่มีลักษณะค่อนข้างดูเรียบเนียนกว้างพอประมาณ คิ้วที่ทรงโค้งเล็กน้อย ไม่หนาหรือบางจนเกินไป 


    ดวงตากลมโต ดูใส มีความคมชัด ขอบตาเรียบเนียน มีลักษณะเหมือนแต่งตาเบาๆ ทำให้ดวงตาดูโดดเด่น แต่ถึงแม้จะดูสดใส คนที่ชมกลับรู้สึกถึงความเย็นชาไร้ความรู้สึกอย่างประหลาด


    คนเห็นสิ่งที่อยู่บนหน้าเพียงแค่นี้ เพราะลงล่างต่อจากนี้คนเห็นแค่ผ้าปิดหน้าสีฟ้า


    เยี่ยหลงที่เรียกสติกลับมาได้ คนก็กล่าวถามคนขึ้น " นางเซียนน้อย ท่านอยากได้เท่าไหร่ล่ะ ถ้าขอซื้อหมดเลยเกรงว่าจะไม่ได้ เพราะข้าก็จำเป็นต้องใช้ "


    หญิงสาวบอก " ข้าขอซื้อแค่ สองจินครึ่ง ก็ได้ "


    เยี่ยหลงทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะกล่าวถาม " ท่านจะให้เงินข้าเท่าไหร่ "


    " ยี่สิบห้าเหรียญเงินคิดว่าไง " หญิงสาวกล่าว


    เยี่ยหลงทำท่าครุ่นคิดอีกที ก่อนจะกล่าว " ตกลงเอาตามนั้น "


    " เถ้าแก่ ท่านช่วยแบ่งผงดอกเบญจมาศสามสีน้ำเงินแดงขาวให้ข้าที " เยี่ยหลงกล่าวบอกเสร็จ คนก็ทำการแยกห่อใส่ผงดอกเบญจมาศสามสีน้ำเงินแดงขาวที่อยู่มือซ้ายซึ่งรวมกับสมุนไพรอื่น เอามาไว้ที่มือขวา จากนั้นก็ยื่นให้เถ้าแก่


    เถ้าแก่ไม่หันมามอง ทำเพียงบอกให้คนรอ " ได้สิ แต่ต้องรอสักครู่ก่อนนะ "


    หญิงสาวที่ได้ฟังดังนั้น ก็บอกแก่เยี่ยหลง " งั้นข้าไปรอนอกร้านก็แล้วกัน "


    หญิงสาวกล่าวเสร็จ คนก็หันหลังเดินออกจากร้านสมุนไพรไป


    แต่ในระหว่างที่เดิน เยี่ยหลงก็เอี้ยวตัวไปมองรูปทรวดทรงองค์เอวจากด้านหลังของคน


    เมื่อคนเห็นเอวที่คอดเล็ก ซึ่งทำให้สัดส่วนช่วงลำตัวชัดเจน กับสะโพกที่มีความผายรับกับเอว ซึ่งทำให้เกิดสัดส่วนโค้งเว้าที่ชัดเจน 


    ตาคนเลื่อนลงมาอีก คนก็เห็น ก้นทรงกลมอวบ คนก็ถึงกับกัดริมฝีปากตนเอง เพราะคนรู้สึกมีอารมณ์ทางเพศ


    เยี่ยหลงดูด้านหลังของหญิงสาวได้ไม่นาน เถ้าแก่ที่ตรวจสมุนไพรเสร็จแล้ว และก็ทำการแบ่งผงดอกเบญจมาศสามสีน้ำเงินแดงขาวให้แล้ว


    คนก็บอกเยี่ยหลงขึ้น " คุณชาย ข้าแบ่งผงดอกเบญจมาศสามสีน้ำเงินแดงขาวให้เรียบร้อยแล้ว เชิญท่านรับไป "


    เยี่ยหลงหันกลับมาหาเถ้าแก่ร้านสมุนไพร จากนั้นก็รับห่อใส่ผงดอกเบญจมาศสามสีน้ำเงินแดงขาวทั้งสองห่อมาจากมือของเถ้าแก่


    พอเยี่ยหลงได้ของแล้ว คนก็เดินออกจากร้านสมุนไพรมาหาหญิงสาวที่รออยู่หน้าร้าน


    เมื่อคนมายืนตรงหน้าของหญิงสาวแล้ว เยี่ยหลงก็ยื่นห่อใส่ผงดอกเบญจมาศสามสีน้ำเงินแดงขาวให้


    หญิงสาวก็รับมาและยื่นถุงใส่เงินให้กับชายหนุ่ม เยี่ยหลงที่ได้รับถุงเงินมา คนก็ตรวจสอบว่าเหรียญเงินครบมั้ย 


    ผลสรุปออกมาว่าครบ คนจึงเก็บถุงเหรียญเงินเข้าแหวนมิติของแคนไป


    หญิงสาวที่ได้ของที่ต้องการมาจากชายหนุ่มแล้ว คนก็กล่าวขอบคุณขึ้น " ขอบคุณมาก คุณชาย ที่แบ่งสมุนไพรให้ ข้าจะจดจำบุญคุณครั้งนี้เอาไว้ "


    เยี่ยหลงบอกกลับ " ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร อย่าถือเป็นบุญคุณอะไรกันเลย ข้าไม่ได้ให้นางเซียนน้อยไปแบบไม่คิดเงินเลยสักหน่อย ฉะนั้นเราไม่มีบุญคุณอะไรต่อกัน "


    หญิงสาวพูดกลับ " เป็นวาสนาของศิษย์ข้าแล้ว ที่คุณชายคิดเช่นนี้ "


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังก็เกิดข้อสงสัยขึ้นจึงกล่าวถาม " นางเซียนน้อย ท่านบอกว่าเป็นวาสนาของศิษย์ท่านแล้ว แสดงว่าผงดอกเบญจมาศสามสีน้ำเงินแดงขาวที่ท่านซื้อไป ไม่ได้ใช้กับตนเองหรอกฤา "


    หญิงสาวตอบกลับ " ข้าขอไม่ปิดบัง ใช่แล้วข้าไม่ได้ใช้กับตนเอง ลูกศิษย์ข้าต่างหากที่ต้องการจะใช้มันอย่างเร่งด่วน "


    " ที่แท้เป็นเช่นนี้ "


    " คุณชายข้าขอตัวก่อน ข้าไม่มีเวลาแล้ว " หญิงสาวกล่าวเสร็จ คนก็ใช้เวทท่าร่างเคลื่อนกายไปบนอากาศ เคลื่อนกายจากลาเยี่ยหลงไป


    คนไปได้ไม่ไกล เยี่ยหลงที่เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าลืมถามชื่อ คนจึงตะโกนถาม " นางเซียนน้อยท่านชื่ออะไรฤา "


    หญิงสาวได้ยินแต่ไม่ตอบ ทำเพียงเคลื่อนกายเดินทางต่อไป


    หลังหญิงสาวหายลับตาไป เยี่ยหลงก็ถอนหาย จากนั้นก็กล่าวตามความคิดตน " สงสัยไม่ได้ยินที่เราถาม ช่างเถอะกลับดอยดีกว่า "


    พอเยี่ยหลงตัดสินใจได้แบบนั้น คนก็มุ่งกลับดอยตนไป


    เมื่อมาถึงดอยตนแล้ว คนก็นำสมุนไพรกับเงินที่เหลือไปให้อาจารย์ จากนั้นคนก็ไปทำอาหารให้ทุกคนกิน


    พอทุกคนกินกันเสร็จ ศิษย์พี่ของเยี่ยหลงทุกคนรวมถึงเยี่ยหลงก็มุ่งหน้าไปยังสนามประลอง


    เยี่ยหลงยืนดูคนประลองกันอยู่นอกสนามไปเรื่อยๆไม่เข้าร่วมประลองจนเย็น


    ครั้นเวลายามเย็นมาถึง คนจึงกลับดอยตนไปไปทำอาหาร จากนั้นก็กินข้าว พอกินเสร็จ คนก็พักผ่อน 


    เช้าวันที่ ยี่สิบสอง พฤษภา หลังคนทำอาหารและกินอาหารเสร็จ แทนที่เยี่ยหลงคนจะไปดูการประลองหรือเข้าร่วมประลอง คนกลับไปยังห้องสมุดส่วนกลาง เพื่อไปหาเวทมาฝึก เพิ่อเสริมเขี้ยวเล็บ


    คนหาอยู่ไม่นาน ก็ได้สมุดเวทที่ตนต้องการจะนำมาฝึกถึงสามเล่ม


    เวทแรกคือ เวทมนต์อาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง


    เวทที่สองคือ เวทร่างแยกเงาฝังหนึ่งเจตจำนง


    เวทที่สามคือ ถุงมือกรงเล็บสายฟ้า


    คนที่ได้สมุดเวทมาถึงสามเล่มแล้ว คนก็พอใจเพียงเท่านี้ จากนั้นก็นำสมุดที่ตนเลือกทั้งสามออกจากห้องสมุดไป ไปยังป่าไผ่เพื่อฝึก


    เมื่อคนมาถึงป่าไผ่ คนก็ไปนั่งพิงก้อนหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง จากนั้นจึงค่อยทำการเปิดสมุดเวทอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางอ่านเป็นเล่มแรก


    " เวทมนต์อาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง เป็นเวทมนต์ที่นำพลังเวทจำนวนมหาศาลออกมาห่อหุ้มร่างกายและเสื้อผ้า จนทำให้มีลักษณะคล้ายเสื้อคลุมสีเขม่าดำรัดรูปและมีหางเก้าหางงอกออกมา เมื่อสวมใส่อาภรณ์แล้ว จะทำให้ผู้ใช้มีพลังโจมตีเพิ่ม พลังป้องกันเพิ่ม พลังรักษาเพิ่ม และความเร็วการเคลื่อนไหวเพิ่มที่รวดเร็วสูงมาก ทว่าหากใช้จนพลังเวทหมดและยังฝืนใช้ต่อ อาจมีผลส่งผลทำให้ถึงแก่ชีวิตสิ้นชีพได้ "


    เยี่ยหลงที่อ่านเวทมนต์อาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางว่าเป็นแบบใดจบ คนก็อ่านวิธีการใช้ต่อเลย


    พออ่านวิธีการใช้จบ คนก็ตระหนักรู้ได้ว่าหากตนไม่ใช้วิชาเวทด่านประตูทั้งหก ด่านที่สอง ประตูอสูรเงียบสงบ ร่วมด้วย คนคงจะไม่สามารถคงอยู่ในร่างปีศาจจิ้งจอกเก้าหางได้นานแน่


    แต่ด้วยความอยากรู้ว่าตนจะอยู่ได้นานสักเท่าใด คนจึงเริ่มลองฝึกและลองเปิดใช้เวทอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางดู


    คนใช้เวลาฝึกประมาณสามชั่วโมง คนจึงสามารถเปิดใช้เวทอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางได้ครั้งแรก


    เมื่อคนสวมใส่อาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางโดยสมบูรณ์แล้ว คือ มีทั้งเขี้ยว ทั้งกรงเล็บ ทั้งหางงอกออกมา


    คนก็ลองทดสอบใช้กรงเล็บฟันทำลายต้นไผ่ดูว่าจะฟันฉับเดียวขาดหรือไม่ เป็นอย่างแรก ผลปรากฏคือขาด


    จากนั้นคนก็ลองใช้เขี้ยวฟัน กัดต้นไผ่ดู ผลปรากฏว่าก็ขาดเช่นกัน


    พอคนทดลองพลังโจมตีทางกายในร่างอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางเสร็จหมดแล้ว


    คนก็มาทดสอบความรวดเร็วทางกายดูว่า เร็วมากเท่าใดโดยการวิ่ง ผลปรากฏออกมาว่า คนเร็วได้ประมาณครึ่งของตอนที่ใช้ เวทกายาสายฟ้า ขั้นที่สาม ในการเคลื่อนไหว


    คนที่ทดสอบความสามารถทางกายที่สามารถทดสอบได้ด้วยตัวคนเดียวหมดแล้ว


    ที่เหลือก็มีแค่หนึ่งอย่างที่ต้องทดสอบคือ พลังป้องกัน ซึ่งคนไม่สามารถทำคนเดียวได้ คนจึงต้องเก็บเอาไว้ก่อน ค่อยทดสอบตอนประลอง


    ณ ปัจจุบัน สิ่งที่เยี่ยหลงอยากรู้ตอนนี้คือ ตนจะคงอยู่ร่างอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางได้นานสักเท่าไหร่


    คนจึงอยู่นิ่งๆในร่างอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางไปเรื่อยๆ ไม่นานประมาณห้านาทีนับรวมจากตอนที่เริ่มเปิดใช้ 


    อาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางสีเขม่าดำรัดรูป ก็ค่อยๆซึมเข้าไปในผิว ส่วนกรงเล็บก็ค่อยๆหดเข้าไปในนิ้ว ส่วนเขี้ยวก็ค่อยๆหดเข้าไปในเหงือก หางทั้งเก้าก็ค่อยๆหดเข้าไปในร่างกาย


    พออาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางหายไปโดยสมบูรณ์แล้ว เยี่ยหลงก็คิดขึ้น ' ห้านาทีคือขีดจำกัดของอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางสินะ งั้นหากใช้วิชาเวทด่านประตูทั้งหก ด่านที่สอง ประตูอสูรเงียบสงบ ร่วมด้วย จะอยู่ได้นานสักเท่าไหร่กันนะ '


    ' ดีล่ะ ได้ความคิดดีๆแล้ว งั้นเรามาฝึกวิชาเวทด่านประตูทั้งหก ด่านที่สอง ประตูอสูรเงียบสงบเลยดีกว่า พอสำเร็จ ก็ลองใช้ร่วมกันดู ' เยี่ยหลงคิดตัดสินใจเสร็จ คนก็เรียกสมุดวิชาเวทด่านประตูทั้งหกออกมาจากแหวนมิติ


    จากนั้นก็เปิดหน้าวิธีการฝึกด่านที่สอง ประตูอสูรเงียบสงบ พออ่านเสร็จ คนก็ฝึกตามนั้น


    คนฝึกไปเรื่อยๆจนเที่ยง พอเที่ยงคนก็ไปทำอาหารและกินอาหาร จากนั้นคนก็มาฝึกต่อจนเย็น ครั้นเย็นคนก็กลับมาทำอาหาร เมื่อทำเสร็จกินเสร็จ คนก็ฝึกต่อได้อีกนิดหน่อย พอมืดคนก็กลับห้องไปนอน


    เช้าวันที่ ยี่สิบสาม พฤษภา เยี่ยหลงทำอาหารและกินอาหารเสร็จ คนก็ไปฝึกวิชาเวทด่านประตูทั้งหกที่ป่าไผ่


    พอเที่ยงคนก็มาทำอาหารและกินอาหารอีกครั้ง จากนั้นก็กลับมาฝึก พอเย็นคนก็มาทำอาหาร กินอาหาร จากนั้นก็กลับมาฝึกต่อ เมื่อมืดคนก็กลับห้องเข้านอน


    คนทำอย่างงี้ไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงบ่ายหนึ่งของวันที่ ยี่สิบหก พฤษภา คนจึงฝึกวิชาเวทด่านประตูทั้งหก ด่านที่สองสำเร็จ


    เมื่อคนสำเร็จแล้ว คนก็ไม่รีรอช้าที่จะลองใช้เวทอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางร่วมกับวิชาเวทด่านประตูทั้งหก ด่านที่สอง


    คนเปิดใช้เวทวิชาเวทด่านประตูทั้งหก ด่านที่สอง ประตูอสูรเงียบสงบก่อน ก่อนจะเปิดใช้เวทอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางตามกันมาติดๆ


    เมื่อสวมใส่อาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางโดยสมบูรณ์แล้ว เยี่ยหลงก็อยู่นิ่งๆเปิดใช้อาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางไปเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง


    เมื่อคนเปิดใช้วิชาเวทด่านประตูทั้งหก ด่านที่สองประตูอสูรเงียบสงบร่วมด้วยกับอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง คนก็รู้สึกได้ชัดเจนถึงพลังเวทที่เสียไปและฟื้นฟูกลับมา


    เยี่ยหลงจึงคิดคำนวณขึ้น ' พลังเวทจากการเปิดใช้เวทอาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง เดิมควรเสียเต็มจำนวนคิดเป็นสิบ แต่ด้วยผลของวิชาเวทด่านประตูทั้งหก ด่านที่สอง ทำให้ชะลอการเสียพลังเวทไป และก็แบ่งจ่ายพลังเวทไปทีละนิดจนครบคิดเป็นหักไปทีละสอง ส่วนพลังเวทเราที่ฟื้นฟูกลับมาคิดเป็นทีละหนึ่ง คงประมาณนี้ล่ะมั้ง '


    หลังจากเยี่ยหลงคิดเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยไป จนสิบห้านาทีสมบูรณ์นับตั้งแต่เปิดใช้อาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง


    อาภรณ์ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางก็ค่อยๆซึมหายเข้าไปในผิวหนังและร่างกายคน เป็นการบอกว่าถึงขีดจำกัดแล้ว


    ' สิบห้านาที นี่คือขีดจำกัดหลังใช้สองวิชาเวทร่วมกันสินะ ' เยี่ยหลงคิดขึ้น


    เมื่อเยี่ยหลงได้รู้ในสิ่งที่ตนต้องการอยากจะรู้แล้ว คนก็ยุติการใช้วิชาเวทด่านประตูทั้งหก ด่านที่สองประตูอสูรเงียบสงบลง


    และจากนั้นก็เปิดสมุดวิชาเวทร่างแยกเงาฝังหนึ่งเจตจำนงอ่าน


    " เวทร่างแยกเงาฝังหนึ่งเจตจำนง เป็นเวทที่จะสร้างร่างแยกเงาของผู้ใช้งานเวทนี้ขึ้นมาร่วมต่อสู้ แต่ร่างแยกจะไม่สามารถใช้งานได้ หากไม่สลักเจตจำนงอย่างเดียวที่ต้องชัดเจนลงไปในร่างแยก ข้อควรรู้หากร่างแยกบรรลุเจตจำนงแล้ว ร่างแยกจะหายไปในทันที "


    เยี่ยหลงที่อ่านเวทมนต์เวทร่างแยกเงาฝังหนึ่งเจตจำนงว่าเป็นแบบใดเสร็จ คนก็อ่านวิธีการใช้ต่อเลย 


    พออ่านวิธีใช้จบ คนก็ลองฝึกใช้ดูในทันที คนฝึกยิงยาวไปเรื่อยๆจนถึงสี่โมงเย็น ในที่สุดก็สำเร็จ 


    คนเรียกร่างแยกที่ยืนนิ่งออกมาได้ เยี่ยหลงที่เห็นร่างแยกที่เรียกออกมาได้ยืนนิ่ง คนก็นึกออกมาได้ในทันทีว่ายังไม่ได้ใส่เจตจำนง คนจึงทำการใส่เจตจำนงผ่านจิตนึกคิดและสายใยเวทที่เชื่อมต่อกัน


    เยี่ยหลงใส่เจตจำนงลงไปว่า จงทำลายต้นไผ่หนึ่งต้น ร่างแยกก็ทำตามเจตจำนงในทันที ทันทีที่ร่างแยกทำเสร็จ ร่างแยกก็หายไปในฉับพลัน


    เมื่อเยี่ยหลงฝึกเวทร่างแยกเงาฝังหนึ่งเจตจำนงได้มาถึงจุดนี้ คนก็หยุดเอาไว้เพียงเท่านี้


    และไปเปิดสมุดเวทถุงมือกรงเล็บสายฟ้าอ่าน โดยคนข้ามไปอ่านวิธีการใช้งานเลย ไม่ได้อ่านว่าเป็นเวทแบบใด เพราะจากชื่อและบวกกับเคยเห็นมา จึงรู้ได้ว่าเป็นแบบไหน


    คนฝึกเวทถุงมือกรงเล็บสายฟ้า เพียงยี่สิบห้านาทีคนก็ใช้ออกได้โดยสมบูรณ์


    ครั้นคนสำเร็จเวททั้งสามที่ต้องการฝึกหมดแล้ว คนก็มองดูฟ้า คนจึงตระหนักว่านี่ก็เย็นมากแล้ว สมควรไปทำอาหารได้แล้ว


    เยี่ยหลงที่คิดได้ดังนั้น ก็เก็บสมุดทั้งหมดเข้าไปในแหวนมิติ และมุ่งไปยังครัวของดอยไผ่ใหญ่


    ช่วงบ่ายหนึ่ง วันที่ ยี่สิบแปด พฤษภา เยี่ยหลงที่กำลังยืนดูลู่ขุยอันประลองอยู่ อยู่กับศิษย์พี่เจ็ดอย่างสนุกสนาน ณ สนามประลองที่หนึ่งนั้น


    ไม่นานลู่ขุยอันก็คว้าชัยชนะมาได้ ทิ้งเวลามาห้าลมหายใจ ผู้อาวุโสจึงค่อยประกาศบอกชื่อคนชนะ ดาวที่มี และดาวที่ได้รับ " ผู้ชนะ ลู่ขุยอัน จากเดิมมี ร้อยเก้าสิบเก้าดาว บวกสี่ดาว รวมมีทั้งหมด สองร้อยสามดาว "


    พอผู้อาวุโสกล่าวบอกเสร็จ คนก็ทำการดึงดาวในวิญญาณของผู้แพ้ออกมาและมอบให้กับลู่ขุยอัน


    เมื่อลู่ขุยอันชนะแล้ว คนก็กำลังจะเดินออกจากสนาม ประลอง แต่ในฉับพลันก่อนที่จะได้หันหลังและก้าวเท้า เดินจากไป อยู่ๆคู่ต่อสู้ก็ปรากฏพุ่งเข้ามายังสนาม


    และคนผู้นั้นหาใช่ใคร คือเยี่ยหลงที่โดนไห่หยวนจับคอเสื้อโยนเข้ามายังสนามนั่นเอง


    เยี่ยหลงที่โดนโยนเข้ามาก็ร้องลั่น " อ๊า"

    คล้ายกับเรื่องWar of the gods destroy Multiverse ที่คุณอ่าน