King of world ราชันแห่งพิภพ

การเดิมพันของผู้สร้าง


เวลาเดียวกันกับที่วาสเริ่มวิวัฒนาการสู่การเป็นนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่2 ภายในสถานที่ที่มีเพียงแต่ความมืดมิดจนไม่สามารถมองเห็นแม้แต่มือของตนเองท่ามกลางความเงียบจู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา



“หือ...เจ้าหนูเผ่าพันธุ์มนุษย์นั่นกลายเป็นนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 แล้วงั้นหรอ!”เสียงลึกลับที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจดังก้องกังวาลไปทั่วบริเวณอันมืดมิด



“ถ้าข้ายังไม่แก่จนเลอะเลือนเจ้าหนูเผ่าพันธุ์มนุษย์นี่พึ่งมายังโลกใบนี้ไม่ถึง 50ปีเลยด้วยซ้ำ ช่างเติบโตได้รวดเร็วจริงๆ”เสียงลึกลับเต็มไปด้วยความแปลกใจแฝงไว้ด้วยความชื่นชมนิดๆ



แต่ผ่านไปไม่นานก็มีเสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังออกมา



“แต่ถึงจะรวดเร็วแค่ไหนก็ยังไม่สู้เจ้าปีศาจนั่นอยู่ดี...”



เสียงทั้งหมดเงียบลงไปอีกครั้ง ก่อนจะดังขึ้นอีกครั้งว่า



“ดูเหมือนข้าจำเป็นจะต้องเดิมพันจริงๆสินะ....”สิ้นคำก็บังเกิดประกายแสงวาบขึ้นชั่ววูบในสถานที่อันมืดมิด



“อย่าทำให้ข้าผิดหวังละเจ้าหนูเผ่าพันธุ์มนุษย์....ชะตากรรมของโลกนี้ไม่สิ! ชะตากรรมของทุกสิ่งที่ข้าสร้างมาขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว!”

............................................................................................................................



กลับมาที่ทุ่งหญ้าที่มีภูเขาเนื้อสูงตระหง่านแขนข้างหนึ่งของวาสเหยียดตรงเตรียมคว้าอาหารตรงหน้าทุกเมื่อ



รอเพียงความกระหายปะทุออกมา เขาก็พร้อมจะสวาปามทุกสิ่งที่ขวางหน้าแต่ทว่า....



จนแล้วจนเล่าก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักที



“เกิดอะไรขึ้น?”



ทันใดนั้นสกิลสุดยอดสัญชาตญาณของวาสก็ทำงานขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวประสาทสัมผัสของวาสรับรู้ได้ถึงพลังงานลึกลับบางอย่างที่พุ่งมาจากสุดขอบฟ้ามุ่งตรงมายังศีรษะของเขาด้วยความเร็วที่มากกว่าความเร็วทั่วไปของนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่2 นับ 100 เท่า!



ก่อนที่วาสจะได้ทันหันไปมองพลังงานลึกลับนั้นก็ได้มาจ่ออยู่ที่หนังศีรษะของเขาแล้ว!



‘ตายแน่!’ใบหน้าของวาสซีดเผือด มือเย็นเฉียบเขาคิดว่านี่คงเป็นสกิลบางอย่างที่เล็งมาที่เขาเพื่อเอาชีวิต



ปัง!



ศีรษะของวาสโยกคลอน ร่างกายเซถลาไปข้างหน้าแต่ยังไม่ล้มลง ความคิดภายในหัวสับสนอื้ออึงและในวินาทีต่อมาก็ราวกับมีภูเขาไฟปะทุขึ้นอยู่ภายใน!



บูม!



จิตใจของวาสเสมือนถูกปลดปล่อยจากทุกสิ่งความคิดปลอดโปร่งกระจ่างใสดุจเด็กแรกเกิดทั่วร่างเปี่ยมไปด้วยพลังราวกับได้เกิดใหม่แต่ว่าความสุขสบายนี้กลับไม่ได้อยู่คงทนนัก เพราะภายในไม่กี่วินาทีต่อมามันก็ถูกแทนที่ด้วยหายนะ!





อ๊ากกกกกกกกกกก!



วาสกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งเนื่องจากอยู่ๆทั่วร่างก็พลันเกิดบาดแผลจำนวนนับไม่ถ้วนขึ้น!



เส้นผมหลุดร่วงกระจายออกจนหมดสิ้น ผิวกายฉีกขาดตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าเลือดสีแดงข้นไหลทะลักราวกับเขื่อนแตก!



วาสบิดกายไปมาด้วยความเจ็บปวดทั่วร่างราวกับถูกมีดนับพันเล่มเฉือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากนั้นก็ถูกน้ำกรดราดซ้ำแผลเก่าสร้างความทรมานมหาศาล



ไม่รู้ว่าเกิดจากสัญชาตญาณหรืออะไรจู่ๆว่าก็ตัดสินใจใช้สกิลคืนสภาพออกมา



ร่างกายของวาสเกิดการเปลี่ยนแปลงมาอยู่ในรูปลักษณ์อสูรสงคราม!



แม้ว่าเลือดจะยังไหลออกมาไม่หยุด อย่างไรก็ตามคล้ายว่าวาสตัดสินใจได้ถูกต้องเมื่อมาอยู่ในร่างของอสูรสงครามความเจ็บปวดที่เขาได้รับก็ดูเหมือนว่าจะลดลงกว่าหนึ่งในสี่เลยทีเดียวแต่ถึงอย่างนั้นความเจ็บปวดที่หลงเหลืออยู่ก็ยังมากพอที่จะทำให้นอนคุดคู้อยู่กับพื้นไม่ไปไหน



‘เมื่อไหร่มันจะจบสักที! นี่มันใช่การกลายพันธุ์หรือเปล่า? หรือเป็นเป็นไอ้พลังงานลึกลับนั่น’ในหัวของวาสเต็มไปด้วยคำถาม



ขณะที่ในหัวของวาสเต็มไปด้วยคำถามนั้น หายนะรอบถัดไปก็ได้มาเยือนเขา



หางตาของวาสเหลือบไปเห็บบางสิ่งบนท้องฟ้าซึ่งนั่นก็ทำให้เขาต้องตะโกนออกมาด้วยความหงุดหงิด



“แม่งเอ๊ย! นี่มันอะไรกันวะ”



บนท้องฟ้าเหนือร่างของวาสได้มีเมฆสีดำทมิฬลอยมาเกาะกลุ่มกันหมุนวนรอบกันคล้ายว่าจะเกิดพายุครั้งใหญ่ สายฟ้าสีขาวแล่นเปรี๊ยะๆดูน่ากลัว



ดวงตาวาสหรี่มองสายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์นั้นในใจภาวนาอย่าให้สิ่งที่คิดเกิดขึ้นเลย แต่น่าเศร้า...



เปรี้ยง!



สายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ฟาดลงมาที่ร่างอสูรสงครามอย่างไร้ปราณี!



อ๊ากกกก!



ร่างอสูรสงครามไหม้เกรียมส่งกลิ่นเนื้อไหม้ลอยไปทั่วความเจ็บปวดนี้มากมายกว่าครั้งไหนๆที่วาสเคยเจอมันมากซะจนเกือบจะทำให้วาสสิ้นสติไปได้ในครั้งเดียว



แต่ในระหว่างความสิ้นหวังนั้นสายตาของวาสก็เหลือบไปเห็นมวลแสงสีแดงที่ลอยเข้ามาช้าๆ ซึมหายไปในผิวกายของเขา



-ท่านได้รับค่าสถานะกาย +1 จุด-



ดวงตาของวาสเบิกกกว้าง ใบหน้าวาสบิดเบี้ยวเหยเกคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มแต่ทันใดนั้น!

เปรี้ยง!

เปรี้ยง!

เปรี้ยง!

เปรี้ยง!

เปรี้ยง!

.

.

.

.



สายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์จำนวนนับไม่ถ้วนระดมฟาดลงมาถี่ยิบแต่คราวนี้ไม่มีเสียงกรีดร้องของวาสแล้ว เนื่องจากว่า...



เขาสิ้นสติไปตั้งแต่สายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ครั้งที่ 2 แล้ว!



แต่ถึงวาสจะหมดสติไปแต่สายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ยังคงฟาดลงมาไม่ขาดสายใส่ร่างอสูรสงครามที่นอนแผ่หลาอยู่



กลิ่นเนื้อไหม้ลอยโชยไปไกลแต่ทว่าร่างกายของวาสก็ยังรักษาตัวเองด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ!



นี่ไม่ใช่เกิดจากค่าสถานะฟื้นฟูของวาสเพียงอย่างเดียวมันยังเกิดมาจากพลังงานบริสุทธิ์ที่แฝงมากับสายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ด้วย



สายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์นั้นเต็มไปด้วยความลึกลับมันมีทั้งพลังทำลายล้างและพลังชีวิตในตัวของมันเอง!



นอกจากนี้สายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ยังคล้ายว่ามีพลังอีกอย่าง...



ยิ่งสายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ฟาดลงไปที่ร่างวาสมากเท่าไหร่ก็ราวกับว่ามีมวลแสงถูกดึงดูดมาที่ร่างของวาสมากขึ้น!



มวลแสงเหล่านี้เป็นตัวแทนของพลังธรรมชาติบนโลกนี้มันมีความสามารถในการเพิ่มค่าสถานะของสิ่งมีชีวิตต่างๆแต่ชีวิตหนึ่งจะมีโอกาสดูดซับมวลแสงเหล่านี้แค่สองครั้งเท่านั้นซึ่งโอกาสที่ว่าก็คือการกลายพันธุ์ทั้งสองครั้งนั่นเอง!



และนี่ก็คือโอกาสครั้งสุดท้ายของวาส....



มวลแสงหลากสีถูกดึงดูดเข้าไปที่ร่างของวาสอย่างบ้าคลั่ง ร่างอสูรสงครามเวลานี้เปรียบเสมือนหลุมดำที่กลืนกินทุกสรรพสิ่งอย่างตะกละตะกลาม!



แต่เมื่อร่างกายดูดรับมวลแสงไปเป็นจำนวนมากร่างกายก็ต้องการได้รับสารอาหารและพลังงานจำนวนมากเพื่อที่จะพัฒนาให้ทันค่าสถานะเช่นกัน



ร่างอสูรสงครามซุบผอมลงอย่างรวดเร็ว จนภายในเวลาไม่กี่วินาทีก็มีสภาพผอมแห้งหนังหุ้มกระดูกจนอยู่ในสภาวะเป็นอันตรายต่อชีวิต



เปรี้ยง!



สายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ฟาดลงมาอีกครั้งพร้อมกับร่างอสูรสงครามที่ฟื้นฟูกลับมาอย่างรวดเร็ว พลังชีวิตไหลบ่าไปทั่วร่าง แต่เมื่อมวลแสงจำนวนมากซึมเข้าไปในร่างกายร่างอสูรสงครามก็ผอมซูบลงอีกครั้ง...



วงจรแห่งการทำลายและฟื้นฟูสลับหมุนวนเวียนไม่ขาดสายพร้อมกับค่าสถานะของวาสที่พุ่งขึ้นสูงเสียดฟ้า!





ในเวลาเดียวกันกับที่วาสเริ่มต้นการกลายพันธุ์ทั่วทั้งโลกก็เกิดปรากฏการณ์ประหลาดขึ้น จากท้องฟ้าที่เคยสดใสก็หม่นมัวสายฟ้าแผ่ขยายปกคลุมทั่วฟ้าดุจดัจตาข่ายคลุมโลกไว้ สายลมพัดไปยังทิศทางเดียวกันต้นหญ้าลู่ต่ำ ระดับน้ำและความชื้นในอากาศลดต่ำเหล่ามอนเตอร์ขดตัวอยู่แค่ในรังไม่กล้าออกมา ทุกสรรพสิ่งดูไร้ชีวิตชีวาราวกับขาดอะไรไปบางอย่าง



ทุกชีวิตตกอยู่ในความโกลาหลสิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนไม่ว่าจะในประวัติศาสตร์เผ่าพันธุ์ไหนๆ



“เกิดอะไรขึ้น!”



“ทำไมข้าถึงได้รู้สึกอึดอัดหายใจลำบากแปลกๆ”



“ฝีมือของใครกัน?”



แน่นอนว่ามีคนจำนวนมากเช่นกันที่ทราบถึงการคงอยู่ของพลังธรรมชาติ



“พลังธรรมชาติรอบตัวกำลังจะหายไป ไม่สิ! มันกำลังเจือจางลง”



“พลังธรรมชาติกำลังถูกดูดไปรวมกันที่ไหนสักแห่ง!”



“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”



ทุกคนต่างพากันมีคำถาม แต่ไม่มีใครสักคนที่จะได้รู้คำตอบยกเว้น...



“หืม...สิ่งนี้มัน...”เสียงที่เต็มพลังดังก้องขึ้นภายในห้องทำงานที่ดูหรูหราและกว้างขวางมีขนาดพอๆกับ3 สนามฟุตบอลซึ่งบนกำแพงนั้นเต็มไปด้วยศีรษะสิ่งมีชีวิตจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นมอนเตอร์ที่ดูทรงพลังหรือศีรษะของนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 !



หากใครได้เข้ามาภายในห้องนี้ครั้งแรกคงไม่พ้นตกใจจนสิ้นสติ!



จะมีสักกี่คนบนโลกที่กล้านำศีรษะนักรบกลายพันธุ์ขั้นที่ 2 มาเป็นของประดับห้องทำงาน!



ท่ามกลางแสงสว่างจากเปลวไฟ มีเพียงเงาของคนสองคนที่ปรากฏอยู่หนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน อีกหนึ่งเงียบอย่างเงียบสงบอยู่ด้านข้าง



“หึหึ...ในที่สุดท่านก็เคลื่อนไหวแล้วงั้นหรอผู้สร้างข้าอยากจะรู้จริงๆว่าใครคือความหวังของท่านที่ส่งมาขัดขวางข้า”น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและดูแคลนถึงแม้ว่าผู้ที่กำลังเอ่ยถึงจะเป็นผู้สร้างแต่ก็ดูคล้ายว่าเขาไม่ได้มีความเคารพยำเกรงแต่อย่างใด



“ส่งข่าวไปให้ทุกคนบนโลกนี้ทั้งหมด!ตามล่าหาตัวการที่ทำให้พลังธรรมชาติปั่นป่วนให้เจอ ถ้าใครหาเจอข้าจะตอบแทนด้วย 100,000รูปีสีม่วง!”



“ข้าจะปฏิบัติตามคำสั่งเดี๋ยวนี้ค่ะองค์จักรพรรดิ!”เงาที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานเอ่ยปากรับคำ ก่อนจะสลายตัวไปทำตามคำสั่งในทันที



ทั้งห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบจากนั้นเสียงที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างสุดแสนก็ดังขึ้นมาว่า



“ข้าจะทำลายทุกสิ่งที่เจ้าสร้างขึ้นมาให้หมด! จำเอาไว้!! ผู้สร้าง!!!”

 

คล้ายกับเรื่องKing of world ราชันแห่งพิภพ ที่คุณอ่าน