ทับเองที่เห็นเช่นนี้ ก็ถอยหลังหลบออกมาอย่างรวดเร็ว นายทองดีก็หมุนตัวเตะท่าจรเข้ฟาดหางสองชั้น ทับเองต้องเอาแขนมากั้นเอาไว้ ถึงกับสะท้านไปเหมือนกัน แล้วทองดีก็ ต่อยหมัดเหวี่ยงเข้ามา ทับก็ใช้หมัดสวนกลับไปเช่นกัน
โครม
ช่วงแขนของทั้งคู่พอกัน แต่ว่าทับนั้นยอมถูกต่อยที่หน้าอก แต่หมัดของทับนั้น ต่อยเข้าใบหน้าของนายทองดี ทำให้ต่างบาดเจ็บสองฝ่าย แต่ทับนั้นแค่เจ็บเล็กน้อย แต่นายทองดีถึงกับ เลือดกลบปาก
นายทองดี ยิ้มฟันเป็นสีเลือด กระโดดถีบใส่ท่าของมวยจีน ขจรหลบได้ แต่นายทองดียังตีลังกาข้ามหัว มาแล้วถีบเข้ากลางหลังขจรจนหัวขมำไปข้างหน้า
แล้วยังมีลูกเข่าลอยตามมาอีก ขจรแม้เซถลา แต่สัญชาตญาณก็รับรู้ว่า มีลูกเข่าลอยตามหลังมา เลยหมุนตัวด้วยความเร็ว แล้วตวัดเท้าเข้าไป 1 ที นายทองดีแม้จะรู้ว่าพลาดไปแล้ว เห็นเท้าเหวี่ยงมาเต็มแรง ไม่อาจหลบพ้น แขนที่ใช้กันก็ยกมาต้านไม่ทัน เท้าเลยเข้าก้านคอเต็มๆ นายทองดีแม้จะมีคอแข็งยิ่ง ยังต้องถึงกับเซถลาไปด้านข้าง ยืนมึนอยู่กับที่ไม่ได้ล้มไปกับพื้น
ขจรเห็นดังนั้น ก็ยังไม่เข้าไปซ้ำ รอให้นายทองดีฟื้นสติขึ้นมาก่อน
นายทองดีสั่นหัวเรียกสติกลับมา ก็เดินหน้าเข้าหาอีกครั้ง แต่ได้ยินเสียงพระยาตากตระโกนลั่นว่า
“ พอได้แล้ว”
“ เป็นไงล่ะเด็กคนนี้”
“ ใช้ได้เลย น่าเสียดายมันเป็นหนึ่งในจาตุลังคบาท หาไม่แล้ว ฉันคงต้องขอตัวไปช่วยราชการด้วยแน่ๆ”
“ ฝีมือมวยเอ็งมันเด็ดนัก คอยดูแลปกป้อง ขุนหลวงให้ดี หากว่าเอ็งคิดอยากไปอยู่กับข้า ก็บอกข้าได้ตลอดเวลา”
ทับและ ครูหาญได้ฟังคำนี้ก็สะดุดหูยิ่งนัก แต่ก็คิดว่าพระยาตากคงไม่ได้คิดอะไรแค่อยากชวนทับไปช่วยราชการที่เมืองเหนือมากกว่า
“ ไปกันเถอะ ทองดี”
ทองดี เข้ามาตบไหล่กับ ทับ แล้วเอ่ยว่า
“ น้องชาย เอาไว้เจอกันคราวหน้า พวกเราค่อยต่อยตีกันใหม่”
“ ได้ ขอรับ”
ขจรตื่นมาตอนเช้า ดวงหน้าในอดีตของคนเหล่านี้ ยังตราติดตรึงไว้ในดวงใจเขาตลอดเวลา ถึงแม้ว่า ทั้งหมดจะจากเขาไปหมดแล้ว เหลือไว้แต่ชื่อเสียงที่มีแต่คนนับถือ แต่ความสัมพันธ์ในสองร้อยกว่าปี ขจรเองก็ยังประทับเอาไว้ในทรงจำของเขา
หลังจากออกกำลังกายเสร็จแล้ว ก็เข็นรถไปขนสำรับอาหารตามพระไปบิณฑบาตรตามเดิม จากนั้น ขจรก็ไปหาแม่ มอบเงินให้แม่กับน้องเอาไว้ใช้
“ แม่เก็บไว้ 1 แสน ส่วนเจนกับจอย ก็เอาไปคนละห้าหมื่น จ้อยอยากซื้ออะไรก็ขอแม่เอาเองนะ ของจ้อยอีก 1 หมื่น”
“ ไปเอาเงินมาจากไหนเยอะขนาดนี้ “ แม่เอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“ พอดีไปชกมวยมาได้นะครับ”
“ โถ ไหนจะเรียน ไหนจะไปชกมวย แม่กับน้องทำให้ลูกลำบากไปแล้ว”
“ ไม่หรอกครับ ผมกำลังจะหาซื้อบ้านให้แม่กับน้องอยู่ ไม่รู้ว่าตึกนี้เขาขายหรือเปล่า แม่กับน้องๆ ชอบกันไหม”
“ พี่จรมีตังเหรอ เขาขายตั้ง 6 ล้านเชียวนะ”
“ ก็ยังมีไม่ครบ ต้องรออีกหน่อย”
“ ไม่ต้องก็ได้ลูก แม่อยู่กันแบบนี้ก็ได้ เปลืองเงินเปล่าๆ”
“ พี่จร ถ้าหากมีเงิน เจนว่า เราไปซื้อที่ใหญ่กว่าเดิมดีกว่า เข้าไปในซอยลึกหน่อยแต่ว่าราคาถูกกว่านี้”
“ ไม่เป็นไร พี่มีงบอยู่ประมาณ 8 ล้าน แต่คงต้องรออีกสองสามเดือน เจนกับแม่ไปเตรียมดูๆ เอาไว้ก่อนก็ได้ แล้วค่อยซื้อเงินสดเลยทีเดียว”
“ เงินสดเลยเหรอ?”
“ อืม บอกจอยด้วย ให้กลับบ้านบ้าง พี่เป็นห่วง”
ขจรออกจากบ้านก็นั่งรถเมล์ไปที่ มหาลัยเพื่อเข้าเรียนตามปกติ กิ๊ฟกับเพื่อนๆ นั่งรออยู่ที่นั่งม้าหินที่ประจำ กำลังคุยกันอย่างหน้าดำคร่ำเคร่ง พอเห็นขจรเดินมา ก็
รีบโบกมือให้รีบมานั่งทันที
“ ดูเครียดๆ กันจังมีอะไรหรือเปล่า”
“ ก็พ่อน่ะซิ จะให้เราไปงานวันเกิดครบรอบ เจ็ดสิบปี ของเจ้าสัวจาง ปู่ของจางเฉิน คืนวันศุกร์นี้ เราไม่อยากไปเลย จะบอกพ่อกับแม่อย่างไรดี”
“ ฉันกับครอบครัวก็ได้รับบัตรเชิญด้วย” กรกันต์รีบเอ่ย
“ ฉันอยากจะไปเหมือนกัน ไม่เห็นมีใครเชิญฉันเลย” ซีเอ่ยอย่างน้อยใจ
“ ผู้กำกับไปด้วยหรือเปล่า”
“ ไป พ่อกับแม่ก็ไปด้วย”
“ แบบนี้คงปฏิเสธไม่ได้ ก็ไปกับพวกท่านเถอะ”
“ เรากลัวอ่ะ”
“ ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันก็ไปด้วย พี่สี่ก็ไปด้วย เดี๋ยวฉันไปรับซีไปเป็นเพื่อนด้วยอีกคน แล้วจะบอกพวกเขาว่า เป็นคนของตระกูลหลี่ ดีไหม”
“ ให้จรไปอีกคนได้ไหม”
“ อย่าเลยเราไม่อยากไปงาน แบบนี้เท่าไร” ขจรรีบตัดบท เพราะงานของคนรวยๆ แบบนี้ เขาไม่ค่อยชอบเท่าไร
“ เดี๋ยว ถ้าเช่นนั้น เย็นนี้เลิกเรียน นายต้องพาฉันไปหาซื้อชุด ที่จะใส่ไปงานนี้ด้วยนะ” ซีรีบบอกกับกรกันต์
“ ได้เลย ครับ”
“ กิ๊ฟพวกเราไปเลือกซื้อชุดใส่กันนะ”
“ ไม่อ่ะ แม่เลือกชุดให้ฉันเอาไว้แล้ว”
“ ไม่เห็นเป็นไรนี่ เราซื้อเอาไว้ใส่งานอื่นก็ได้”
“ ใช่ งานของตระกูลจาง เสร็จแล้วก็มีงานของบ้านตระกูลหลี่ ต่อเลย คุณปู่ของเราก็จะครบ 70 ปีอีกไม่กี่เดือนนี้แล้ว”
“ จร ไปเดินห้างด้วยกันนะ” กิ๊ฟชวนจรไปด้วย ซึ่งความจริงขจรต้องไปหาที่ซ้อมมวย แต่ก็ได้แต่พยักหน้าตามใจกิ๊ฟ วันนี้เลกเรียนตอนบ่ายสาม ทั้งหมดก็มาเลือกชุดกันในห้าง โดยมีขจรกับกรกันต์ คอยยืนมองทั้งสองสาวอยู่ห่างๆ
ระหว่างนั้นเอง ก็มีหญิงสาวคนหนึ่ง กำลังเลือกชุด ในห้องเสื้อเดียวกันกับพวกของกิ๊ฟ ขจรมองดูแล้วก็ได้ยืนมองจ้องตาไม่กระพริบ หญิงสาววัย 22 ปี มากับเพื่อนอีก 1 คน และบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีก 1 คน
“ ตาคนนี้มองเธอตาเป็นมันเลย คงไม่เคยเห็นคนสวยล่ะซิ” เพื่อนหญิงเอ่ยแล้วมองขจรด้วยหางตา
“ ช่างเขาเถอะ เขาคงไม่ได้ตั้งใจมากกว่า”
“ ฮึ ไม่ได้ตั้งใจ ดูซิ ยังจ้องมองอยู่เลย ให้พี่การ์ดไปสั่งสอนดีไหม”
“ ไม่เอาน่า”
ขจรต้องรีบหลบตา เพราะเกรงว่ามันจะน่าเกลียดเกินไปที่มองแบบนั้น
ขจรนั่งลงเก้าอี้ ที่ทางร้านจัดให้สำหรับผู้ติดตาม คอยสาวๆ เลือกชุด ส่วนกรกันต์ไปเลือกชุดของผู้ชายอีกด้านหนึ่ง
ขจรนั่งลงหลับตา เขาหวนถึงอดีต ผู้หญิงคนนี้ เธอคือ นางสนมที่พระเจ้าเอกทัศน์ทรงโปรดปราณมาก แต่ว่ามีอยู่วันหนึ่ง ถูกจับได้ว่า นางสนมผู้นี้กลับเป็นชู้กลับ องครักษ์ของพระองค์ พอถูกจับได้ ก็ถูกนำไปเผาทั้งเป็น พร้อมกับชายชู้ โดยที่มีเขาเป็นผู้คุมการประหารครั้งนี้
“ เฮ้อ...ไม่คิดเลยว่าจะเจอท่านอีก ในชาตินี้ หม่อมราตรี”
ทันใดนั้นเอง ก็มีชาย ห้าคนเดินเข้ามาในห้าง โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินนำหน้ามา พอเห็นหม่อมราตรี ก็เอ่ยว่า
“ มันนี่แหละ เมียน้อยผัวฉัน สั่งสอนมันเลย”
ชายห้าคน เข้าไปหมายจะรุมทำร้ายหญิงสาว บอดี้การ์ร่างยักษ์เข้ามาขวาง แต่ชายคนเดียว ไม่อาจต้าน ชายห้าคนที่ถือไม้มาด้วยได้ ชายร่างยักษ์ ถูกไม้ฟาดล้มไปกับพื้น
ทั้งหมดทำไปโดยไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น ชายห้าคนตบเพื่อนที่มาด้วยล้มกลิ้งไปกับพื้น กำลังเอื้อมมือไปจิกหัวของหม่อมราตรี แต่ว่า ขจรไม่รู้มาจากไหน
เข้ามาจับมือชายคนนั้นเอาไว้
“ เป็นสุภาพบุรุษกันหน่อย ซิครับ”
“ มึงเสือกอะไรด้วย”
คนที่ถูกจับมือพูดออกมาแค่นี้ก็ใช้หมัดซ้ายที่ว่าง ต่อยเข้าที่หน้าของขจร แต่ว่าขจรกลับหักมือขวาของมันบิด ทำให้มันต้องลงไปคุกเข่ากับพื้น
“ เหี้ยเอ้ย พวกมึงรออะไร อยู่ รุมแม่งเลยเซ่”
เพื่อนๆ อีกสี่คน ก็เดินเข้ามาจะเอา แต่ขจรกลับบิดมือของหัวหน้ามันจนหัก แล้วเหยียบไปที่หน้าอกของมันอีก พวกมันอีกสี่คนก็ชะงัก
“ ลองก้าวเข้ามาดิ”
สี่คนไม่สนแล้ว นำไม้ที่เตรียมมาฟาดใส่ขจรทันที
แต่ว่า พวกมันมีหรือจะทำอะไรขจรได้ พวกมันคนแรก ถูกจับแขนบิดมือจนหักต้องปล่อยไม้ลง แล้วถูกเข่าเข้าไปที่ปลายคาง ล้มทั้งยืน อีกคนฟาดไม้เข้าใส่ขจร แต่ขจรเบี่ยงหลบไปนิดเดียว แล้วใช้ไม้ฟาดกลับไปเข้าที่ข้อมือหักพับ แล้วถูกศอกเข้าใบหน้า เลือดอาบหน้า ลงไปดิ้นกับพื้น ที่เหลือสองคนทิ้งไม้รีบวิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิต เจ้ผู้หญิงที่พาคนมา ก็พยายามจะหนีจากไป แต่ขจรก็จับไหล่เอาไว้ ไม่ให้หนีไปไหนได้
“ รีบไปไหน ลูกน้องเจ้ยังนอนสลบอยู่นี่เลย”
ไม่นานรปภ. ก็พาตำรวจมาถึง เป็นจ่าแบล็คนั่นเอง มากับสายตรวจอีกสองคน
“ อาจารย์น้อย เกิดอะไรขึ้นหรือครับ”
“ ไม่มีอะไร เจ้คนนี้พาคนมารุมทำร้ายคนกลางห้าง จ่าช่วยจัดการด้วยครับ”
“ อ้าว คุณหนูก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือครับ”
กิ๊ฟพยักหน้า
“ ขอบคุณมากนะคะ หากไม่ได้คุณช่วย ฉันคงถูกพวกมันซ้อมจนเสียโฉมแน่เลย”
“ แกนังตัวดี สักวันแกต้องเจอดีแน่”
“ จับมันไปเลยค่ะ แจ้งข้อหามันพยายามฆ่าเลยก็ได้ค่ะ” เพื่อนของหม่อมราตรีฟื้นขึ้นมาก็เริ่มด่ากราดทันที
“ ฉันชื่อรัตติกาลค่ะ” ที่แท้หม่อมราตรีมาเกิดใหม่ยังใช้ชื่อที่มีความเกี่ยวพันกันอีก
“ ผมขจรครับ” รัตติกาลยกมือมาให้ขจรสัมผัส แต่กิ๊ฟเดินเข้ามาแล้วจับแขนของขจรเอาไว้ รัตติกาลก็ยิ้มให้กิ๊ฟ แล้วหันมาคุยกับขจรต่อไม่สนใจกิ๊ฟแม้แต่น้อย
“ ขอเบอร์ติดต่อได้ไหมคะ ไว้โอกาสหน้า รัตติ จะขอเลี้ยงข้าวขอบคุณ”
“ ไม่ต้องหรอกค่ะ จรเขาทำแบบนี้บ่อยๆ”
“ น้องคะ พี่แค่จะขอบคุณเฉยๆเท่านั้น ไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลยนะ”
“ ไปเหอะ เดี๋ยวก็โดนอีกหรอก ขอบคุณมากนะ รูปหล่อ ที่ได้ช่วย”
เพื่อน รีบมาพาตัว รัตติกาลออกไป ไม่อยากเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีกครั้ง
ขจรมองตามรัตติกาลไปด้วยสายตาเหม่อลอย คิดถึงในอดีต ที่หม่อมราตรีนั้นช่างเป็นผู้หญิงที่กล้าเหมือนสมัยปัจจุบัน ที่กล้าที่จะรัก กล้าที่จะตัดสินใจ แม้ว่าสุดท้ายตัวเองจะต้องพบกับจุดจบที่น่าอนาถใจก็ตาม
“ จร จร” กิ๊ฟ ถึงกับเขย่าแขนของขจรให้รู้ตัว
“ หืม”
“ มองตาไม่กระพริบเลยหรือไง นั่นเมียน้อยคนอื่นเขานะ”
“ ไม่จริงมั๊ง”
“ ไม่จริงแล้วทำไมยังเจ้นั่นถึงได้กล้าจ้างนักเลง มาจัดการแบบนี้”
“ คงจะเข้าใจผิดมากกว่า”
“ จร นี่ชักจะเข้าข้าง แม่คนนี้มากไปแล้วนะ”
“ ช่างเถอะ ว่าแต่เลือกชุดกันเสร็จหรือยัง”
ขจรรีบเปลี่ยนเรื่องพูดทันที เพราะหากคิดจะเถียงกับผู้หญิงอย่างกิ๊ฟแล้วละก็ ไม่ว่าชาติก่อนหรือชาตินี้ เขาก็เถียงสู้ไม่ได้ทุกที
ณ คลับไวท์เฮ้าท์ เป็นสถานเริงรมณ์ ที่กำลังดังในเขตสนามบินสุวรรณภูมิ
มีผู้จัดการชื่อว่า สมบัติ เมื่อก่อนเคยเป็นมือขวาเฮียล้ง แต่ตอนนี้เฮียล้งถูกสั่งเก็บไปแล้ว ทำให้กิจการค้ายา ถูกเจ้านายใหม่ของนายสมบัติ ถือครองเอาไว้ทั้งหมด เขาก็คือ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง พ่อเป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม นายภาคิน อัครทรัพย์รุ่งเรืองไพศาล
“ ผู้จัดการครับ มีเด็กมาสมัครงานใหม่ เออ.. จะเอาอย่างไรดีครับ”
“ เรื่องรับเด็ก พวกมึงก็รับกันไปก็ได้ ทำไมยังมาถามกูอีก”
“ แต่ว่า เด็กคนนี้ ผู้จัดการรู้จักมาก่อนนะครับ”
“ หืม ใครวะ”
“ ลูกสาวยามแจ้งครับ”
“ อย่างนั้นรึ? พามาเลย”
“ ครับ”
ไม่นานนัก จอยก็เดินเข้ามา ด้วยสายตาที่เรียบเฉย
“ จอยนั่นเอง จำพี่ได้หรือเปล่า”
“ พี่สมบัติ ทำไมจะจำไม่ได้”
“ คนอื่นเขาหาว่า พี่สั่งฆ่าลุงแจ้ง แต่ว่า พี่ไม่ได้ทำจริงๆ นะ”
“ จอยไม่สนใจ พ่อตายไปแล้ว แต่จอยยังอยู่ ยังต้องกินต้องใช้ พี่จะรับจอยทำงานที่นี่หรือเปล่าล่ะ”
“ น้องจอยอายุแค่ 15 ปีเอง คิดจะทำงานแบบนี้ มันผิดกฏหมาย คลับทีานี่ลงทุนเอาไว้เยอะ ไม่อยากถูกจับเพราะเรื่องนี้อยู่แล้ว”
“ ไม่รับก็ไม่เป็นไร จอยขอตัวก่อนค่ะ”
“ เดี๋ยวก่อน แต่ว่า พี่มีงานให้ทำ เงินดีด้วย ไม่ต้องมานั่งในร้าน ลูกค้าต้องการก็เข้ามา สนใจไหมล่ะ”
“ เท่าไร?” จอยเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ 5,000 ไม่มีหัก”
จอยฟังแล้วก็ทิ้งเบอร์ให้ไว้แล้วบอกว่า
“ มีลูกค้าก็โทรมา”
“ เดี๋ยวก่อน หากพี่จะช่วยเหมาน้องจอยทั้งคืน น้องจอยคิดเท่าไร”
“ 1 หมื่นบาท”
“ ตกลง พวกเราไปกันเลย”
หากว่าขจรรู้ว่า น้องสาวของตนกลายเป็นเด็กไซด์ไลนไปแล้วเขาจะรู้สึกอย่างไรกันนะ
ส่วนขจรนั้น พอรู้เรื่องจากเจนว่า จอยมันไม่ยอมรรับเงินของขจร ก็รู้สึกไม่สบายใจนัก
“ จอยมันเป็นอะไรของมัน”
“ มันบอกว่า ชีวิตของมันก้าวมาทางนี้แล้ว ไม่อยากหวนกลับไปอีก มันไม่เรียนมันบอกว่า มันได้งานแล้ว”
“ งานอะไร จอยเพิ่ง 16 นะ”
“ ก็มันไม่ยอมบอก อุตส่าห์บอกว่า พี่จรจะซื้อบ้านให้ มันก็ยังไม่สนใจเลย”
“ พี่โทรไป จอยไม่ยอมรับสายพี่เลย หากว่าเจนรู้ว่าจอยทำงานที่ไหน ก็บอกพี่มาจะได้ไปคุยกับจอยให้เข้าใจ”
“ ปล่อยมันไปเถอะพี่ มันอารมณ์ติส พอหมดหนทางมันก็กลับมาเองแหละ”
ขจรไม่สบายใจเท่าไรนัก ที่รู้ว่า จอยยังไม่ยอมกลับมาบ้านเลย…