หลังจากที่เจี้ยนหลิน (剑林) สร้างความเข้าใจในระดับหนึ่งกับเหล่าอสูรศิลาพฤกษาผู้พิทักษ์ได้แล้ว บรรยากาศภายในห้องโถงใต้ศิลาก็คล้ายจะเปิดกว้างและเป็นมิตรกับเขามากยิ่งขึ้น. เขารู้สึกได้ถึงกระแสพลังชีวิตที่ไหลเวียนอย่างอิสระและสอดคล้องกับพลังธาตุพฤกษาในกายของเขาอย่างน่าอัศจรรย์.
เด็กหนุ่มตัดสินใจที่จะสำรวจห้องโถงแห่งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง ด้วยความหวังว่าจะค้นพบเงื่อนงำเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มาของสถานที่ลึกลับนี้ และบางที...อาจจะรวมถึงปริศนาที่เกี่ยวข้องกับภาพนิมิตและเสียงกระซิบจากอดีตอันไกลโพ้นที่เขาเคยสัมผัส.
สายตาของเขาจับจ้องไปยัง "รากไม้สลักอักขระ" (古根符文) ขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางห้องโถงอีกครั้ง. ก่อนหน้านี้ เขาเพียงแค่รับรู้ถึงพลังอันอบอุ่นและเก่าแก่ที่แผ่ออกมาจากมัน แต่บัดนี้ เมื่อจิตใจสงบนิ่งและสอดรับกับพลังงานในห้องโถงได้ดียิ่งขึ้น เขาก็เริ่มจะมองเห็นรายละเอียดของอักขระโบราณเหล่านั้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น.
อักขระแต่ละตัวที่สลักอยู่บนผิวรากไม้สีน้ำตาลเข้มนั้น ดูซับซ้อนและลึกล้ำอย่างยิ่ง. มันมิได้มีรูปแบบที่ตายตัวเหมือนตัวอักษรที่เขารู้จัก แต่กลับดูคล้ายกับลวดลายของธรรมชาติ – บางตัวก็ดูเหมือนรากไม้ที่ขดพัน, บางตัวก็คล้ายเถาวัลย์ที่เลื้อยเกี่ยว, หรือบางตัวก็มีลักษณะคล้ายกลีบบุปผาที่กำลังผลิบาน. แต่ละเส้นสายที่ประกอบกันเป็นอักขระนั้น ดูราวกับมีชีวิตและเจตจำนงเป็นของตนเอง, แฝงกลิ่นอายแห่งยุคสมัยที่ถูกหลงลืมไปนานแสนนาน.
เจี้ยนหลินค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้รากไม้สลักอักขระนั้นอย่างช้าๆ. เขาลองยื่นมือออกไปสัมผัสกับผิวของมันอย่างแผ่วเบา. ความรู้สึกอบอุ่นและเก่าแก่แล่นผ่านจากปลายนิ้วเข้าสู่ร่างกายของเขาอีกครั้ง พร้อมกันนั้น ภาพของอักขระบางตัวก็พลันสว่างวาบขึ้นในห้วงคำนึงของเขาอย่างชัดเจน!
'อักขระเหล่านี้...ข้าเคยเห็นมันที่ไหนมาก่อน!' ความคิดนั้นผุดขึ้นในใจอย่างรวดเร็ว. เขารีบย้อนทบทวนความทรงจำทั้งหมดที่เขามี. และแล้ว...เขาก็นึกออก!
มันคืออักขระบางตัวที่มีลักษณะคล้ายคลึงอย่างน่าประหลาดกับสัญลักษณ์ที่เขาเคยเห็นผ่านตาในตำรา "สรรพคุณเร้นลับแห่งพฤกษาบรรพกาล" (太古草木秘谱) ที่อาจารย์ซ่ง (宋长老) ได้ชี้แนะให้เขาไปค้นคว้าในหอตำรา! ในตอนนั้น เขาสามารถ "อ่าน" หรือ "สัมผัส" ความหมายของอักขระภาพเหล่านั้นได้เพียงบางส่วน และตำราเล่มนั้นเขาก็มีโอกาสได้ศึกษาเพียงครึ่งแรกก่อนที่จะต้องลี้ภัยออกจากโลกภายนอกสำนักเข้ามาในป่าเงียบสนิท.
'นี่มัน...หรือว่าศาสตร์โบราณนี้จะมีความเชื่อมโยงกัน?' เจี้ยนหลินรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก. เขารีบเพ่งสมาธิไปยังอักขระตัวหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายเมล็ดพันธุ์ที่กำลังแตกหน่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในอักขระไม่กี่ตัวที่เขาพอจะจำแนกและเข้าใจความหมายคร่าวๆ ได้จากตำราเล่มนั้น.
เมื่อเขาลองใช้จิตสัมผัสและพลังธาตุพฤกษาของตนเองเชื่อมโยงเข้ากับอักขระตัวนั้น, ความรู้สึกถึงการเริ่มต้น, ศักยภาพที่ซ่อนเร้น, และพลังแห่งการเติบโต ก็พลันชัดเจนขึ้นในจิตใจของเขาอย่างน่าอัศจรรย์!
เขาทดลอง "อ่าน" อักขระตัวอื่นๆ ที่อยู่ถัดไป. บางตัวเขาก็พอจะเดาความหมายได้จากรูปทรงและความรู้สึกที่มันส่งผ่านมา, แต่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นปริศนาที่ลึกเกินกว่าความเข้าใจในปัจจุบันของเขา.
'อักขระเหล่านี้...มันจะต้องมีความหมายที่สำคัญอย่างยิ่งยวดแน่นอน' เจี้ยนหลินครุ่นคิด. 'บางที...มันอาจจะบันทึกเคล็ดวิชาโบราณ, ความลับของพลังธาตุพฤกษา, หรือประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้ก็เป็นได้.'
"ขาวน้อย" (小白) ที่เกาะอยู่บนไหล่ของเขา, ดูจะสนใจในการสำรวจของเจี้ยนหลินเป็นพิเศษ. มันใช้ดวงตากลมโตสีดำขลับจ้องมองไปยังอักขระบนรากไม้นั้นอย่างไม่วางตา, บางครั้งก็ส่งเสียง "คิกๆ" แผ่วเบาออกมา, ราวกับว่ามันรับรู้หรือเข้าใจบางสิ่งบางอย่างที่เขามิอาจหยั่งถึงได้.
การค้นพบความเชื่อมโยงอันน่าประหลาดระหว่างอักขระบนรากไม้นี้กับตำรา "สรรพคุณเร้นลับแห่งพฤกษาบรรพกาล" (太古草木秘谱) นั้น, เป็นดั่งแสงสว่างที่ส่องนำทางให้กับการเดินทางของเจี้ยนหลิน. มันมิเพียงแต่ยืนยันว่าวิถีที่เขากำลังค้นพบนั้นมีรากฐานที่เก่าแก่และลึกซึ้งอย่างน่าอัศจรรย์, แต่ยังมอบเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้นให้กับเขา – เขาจะต้องกลับไปยังสำนักและศึกษาตำราเล่มนั้นให้จบครบถ้วนให้ได้!
ทว่า...ในตอนนี้, เขายังคงติดอยู่ในห้องโถงใต้ศิลาแห่งนี้. และเงื่อนงำที่เขาเพิ่งจะค้นพบ, ก็อาจจะเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของปริศนาทั้งหมดที่รอคอยเขาอยู่.
(จบตอนที่ 84)