Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    เล่ม 3 ตอนที่ 76 หลักฐาน

            บรรยากาศของทั้งห้องโถงของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวเงียบสงัด

            เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนี้จากซูฮ่าวแล้วก็ตกใจ ก่อนจะมองไปที่โม่ลี่ฮัว

            เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาที่จับจ้องมาของทั้งห้องโถง โม่ลี่ฮัวก็ใจสั่น “คุณซูฮ่าวคุณ… คุณกำลังล้อเล่นใช่ไหม?”

            “ล้อเล่นหรือไม่คุณน่าจะรู้ดีที่สุด!” ซูฮ่าวจ้องโม่ลี่ฮัวด้วยรอยยิ้มจางๆ

            ในดวงตาของโม่ลี่ฮัวเริ่มดูร้อนรนแล้ว และฝืนพูดพลางหัวเราะว่า “ขอโทษด้วยฉันไม่เข้าใจว่าคุณต้องการจะพูดอะไร”

            “ไพรเมอร์ที่บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวผลิตไม่เหมือนกับไพรเมอร์บนท้องตลาด ด้านในมีผงเงินอ่อนปริมาณน้อย เพิ่มความเหนียวทนทานของไพรเมอร์ ในขณะเดียวกันก็ตรวจสอบปรอท ตะกั่ว และสารมีพิษอื่นๆ ได้” ซูฮ่าวรับไพรเมอร์ที่มีปัญหาขวดนั้นมาจากในมือของพนักงานเทคนิคคนหนึ่ง แล้วเอ่ยออกมาอย่างไม่รีบร้อน“หากมีปรอทตะกั่ว และสารมีพิษอื่นๆ เช่นนั้นผงเงินอ่อนก็จะดำ ไพรเมอร์ก็จะดำไปด้วยเหมือนกัน”

            “หากในไพรเมอร์ขวดนี้มีปรอท ตะกั่ว และสารมีพิษอื่นๆ ปนเปื้อน ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เป็นสีดำ ดังนั้นไพรเมอร์ขวดนี้ไม่ใช่บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวผลิต ถ้าไม่อย่างนั้นก็ต้องเป็นพนักงานผลิตของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวสมรู้ร่วมคิดกับคนนอก จงใจผลิตไพรเมอร์ที่ไม่ใส่ผงเงินอ่อน ส่วนเป้าหมาย ก็เพื่อให้เกิดกรณีเครื่องสำอางไม่มีคุณภาพ ทำให้บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวแบกรับผลกระทบด้านลบ และถึงขั้นไม่มีทางฟื้นตัวไปตลอดกาล โดยผ่านทางคุณต้วนกับสื่อ”เมื่อซูฮ่าวพูดเช่นนี้ออกมา สีหน้าของพวกกู้เพ่ยหลิงก็แปรเปลี่ยนไปทันที

            ในดวงตาของไป๋เหวินหลิงเยือกเย็นเธอฉลาดเป็นกรด หลังจากที่ได้ยินคำพูดนี้ของซูฮ่าวแล้ว แน่นอนว่าเธอต้องเข้าใจว่าหมายถึงอะไรแน่ๆ

            อู๋กวงฮุยมองโม่ลี่ฮัวแล้วก็มองซูฮ่าวอีกพลางพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “คุณซูฮ่าวที่คุณวิเคราะห์มาก็มีเหตุผลจริงๆแต่อาศัยแค่การวิเคราะห์นี้ ไม่สามารถสรุปได้ว่าคนที่วางยาพิษในไพรเมอร์ของหลิวเหนียนเป็นฝีมือของโม่ลี่ฮัว!”

            “แน่นอนอยู่แล้ว ไม่ว่าเรื่องอะไรมันก็ต้องมีหลักฐาน” ซูฮ่าวพยักหน้าและพูดอีกว่า “ปรอท ตะกั่ว และสารมีพิษอื่นๆมีผลร้ายต่อร่างกายคนมาก การแทรกซึมแข็งแกร่งมากเกิดปฏิกิริยาทางเคมีกับกรดไฮยาลูรอนิกที่อยู่ในไพรเมอร์ได้และจะเกิดกลิ่นที่ฉุนจมูก”

            “ดังนั้นหากต้องการนำปรอท ตะกั่ว และสารมีพิษอื่นๆ ใส่ลงในไพรเมอร์ เพื่อไม่ให้คุณต้วนสังเกตถึงความผิดปกติได้ก็ต้องใส่สารที่เรียกว่าน้ำมันจากไขมันธรรมชาติ ที่มีผลเป็นเกาะป้องกันและขจัดกลิ่นที่ฉุนจมูกได้”

            “และที่ควรพูดถึงเลยก็คือ น้ำมันจากไขมันธรรมชาติออกฤทธิ์ง่ายมากถึงเป็นไพรเมอร์ที่เหนียวทนทาน ไม่เกินห้านาทีก็สูญเสียประโยชน์ได้”

            “หากผมเดาไม่ผิดระหว่างทางจากสถานีโทรทัศน์มาบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวคุณโม่ลี่ฮัวก็เปิดไพรเมอร์ออกมาไม่น้อยและยังใส่น้ำมันจากไขมันธรรมชาติเพิ่มเข้าไปอีก”

            ทันทีที่เสียงดังขึ้น ผู้ติดตามของสถานีโทรทัศน์สองสามคนก็หรี่ตาลง

            พวกเขากับโม่ลี่ฮัวและต้วนหลิวเหนียนนั่งรถคันเดียวกันระหว่างทาง พวกเขาเห็นโม่ลี่ฮัวเปิดไพรเมอร์อยู่หลายครั้งจริงๆ

            แต่ในเวลานั้นโม่ลี่ฮัวอ้างว่าเปิดไพรเมอร์เพื่อจะตรวจสอบ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ใส่ใจ

            ซูฮ่าวมองโม่ลี่ฮัวและเผยรอยยิ้มที่ไม่มีพิษมีภัย “คุณโม่ลี่ฮัวผมพูดถูกไหม?”

            “ไม่ถูก!” โม่ลี่ฮัวสูดหายใจเข้าลึกๆ และเถียงข้างๆคูๆ ว่า “ฉันเปิดไพรเมอร์ก็แค่อยากดูว่าด้านในมีอะไรหรือเปล่า จริงๆแล้วก็ไม่ได้ใส่น้ำมันจากไขมันธรรมชาติอะไรเข้าไป ทุกอย่างที่คุณพูดมันก็แค่การเดา ไม่มีหลักฐานในเมื่อคุณพูดว่าฉันวางยาพิษ แล้วไหนล่ะหลักฐาน?”

            “หลักฐานก็อยู่ที่ตัวคุณไม่ใช่หรือ?” ซูฮ่าวหัวเราะอย่างกะทันหัน

            “น้ำมันจากไขมันธรรมชาติมีกลิ่นหอมพิเศษคุณฉีดน้ำหอมที่ตัวก็เพื่อปกปิดมัน แต่น่าเสียดายมาก ที่คุณฉีดคือน้ำหอมดอกคาร์เนชันหลังจากก๊าซที่เกิดจากน้ำมันจากไขมันธรรมชาติปล่อยออกมาพบกับน้ำหอมดอกคาร์เนชันแล้วจะเกิดปฏิกิริยาสะเทินและเกิดกลิ่นไข่เน่า”

            พอพูดจบเขาทำท่าทางมือให้อู๋กวงฮุยอีกครั้ง “ประธานอู๋ คุณอยู่ใกล้คุณโม่ลี่ฮัวที่สุดก็ลองดมดูสิ”

            คำพูดเมื่อพูดออกมาอู๋กวงฮุยหยุดชะงัก และเตรียมจะเข้าไปดมที่ตัวของโม่ลี่ฮัวทันที

            แต่โม่ลี่ฮัวกลับยกมือขึ้นเพื่อหยุดอู๋กวงฮุยเอาไว้

            เธอจ้องซูฮ่าวอยู่นานมากหลังจากนั้นก็หัวเราะอย่างขมขื่น “ว่ากันว่าคุณเป็นแค่เศรษฐีรุ่นที่สองที่ไม่มีอะไรดีคนหนึ่งแต่คิดไม่ถึงว่าคุณจะมีความรู้ที่ซ่อนลึกอย่างนี้ วันนี้ล้มเหลวอยู่ในมือคุณ ฉันก็ยอมแพ้แล้ว!”

            เธอพูดจบก็หยิบน้ำมันจากไขมันธรรมชาติถุงเล็กๆที่เหลือหนึ่งในสามส่วนออกมาจากในกระเป๋าเสื้อ และโยนลงบนพื้นทันที

            สถานการณ์นี้ทำให้ทุกคนตกใจจนหน้าซีดนี่เพิ่งจะเข้าใจว่า คำพูดในก่อนหน้านี้ของซูฮ่าวไม่ได้โกหก

            พวกเขารู้สึกตื่นตระหนก ในขณะเดียวกันก็ยังอดไม่ได้ที่จะเกิดความเลื่อมใสต่อซูฮ่าว

            นี่ต้องมีความรู้ด้านเคมีมากเท่าไรจึงจะบรรลุถึงขั้นนี้ได้?

            ซูฮ่าวเห็นสีหน้าของทุกคนเปลี่ยนแปลงไปแล้ว สำหรับเรื่องนี้เขากลับไม่พูดมาก

            สาเหตุที่เขาพูดถึงปฏิกิริยาทางเคมีพวกนี้ออกมาได้อย่างช่ำชองก็เพราะในชาติก่อนศิลปินบางคนเคยเกิดเรื่องเช่นนี้เหมือนกัน

            เวลานั้นศิลปินคนนั้นก็เสียโฉมเพราะเหตุนี้ทำให้หมดอนาคต ต่อมาเธอประกาศเรื่องที่เธอพบเจอต่อคนภายนอกมีแฟนคลับที่จงรักภักดีตั้งใจวิเคราะห์เรื่องราวแล้ว รวมทั้งวิธีการของมือมืดที่อยู่เบื้องหลังใช้

            ก็เพราะเคยอ่านโพสต์นี้เขาจึงสรุปได้ว่ามือมืดที่อยู่เบื้องหลังคือโม่ลี่ฮัว

            “ซูฮ่าวน่าจะยังมีคนอื่นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีกหรือเปล่า?” สายตาของไป๋เหวินหลิงเย็นชา แล้วถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ

            “แน่นอนว่าน้ำมันจากไขมันธรรมชาติออกฤทธิ์รวดเร็วห้านาทีก็พอแล้ว แต่ตอนนี้ผ่านไปสิบกว่านาทีไพรเมอร์นี้ยังไม่มีกลิ่นที่ฉุนจมูกแสดงว่าช่วงเวลานี้มีคนเพิ่มน้ำมันจากไขมันธรรมชาติลงไปด้านในปกปิดกลิ่นฉุนที่เกิดจากปฏิกิริยาของปรอท ตะกั่ว และสารมีพิษอื่นๆกับกรดไฮยาลูรอนิก” ซูฮ่าวยักไหล่และมองพนักงานเทคนิคสองสามคนนั้น

            “ใส่น้ำมันจากไขมันธรรมชาติเพิ่มในช่วงเวลานี้ได้นอกจากพวกเขาแล้วยังจะมีใครอีก?”

            พนักงานเทคนิคสองสามคนสีหน้าเปลี่ยนไปมากมีพนักงานเทคนิคที่ตัวเตี้ยคนหนึ่งส่ายหน้าไม่หยุดและแก้ต่างให้ตนเองว่า “คุณซูฮ่าว ผมไม่ได้ทำ ผมไม่ได้ทำจริงๆ ”

            “คุณไม่ได้ทำแต่ทำไมบนตัวถึงมีกลิ่นหอมพิเศษของน้ำมันจากไขมันธรรมชาติล่ะ?” ซูฮ่าวถามกลับ

            “อาจ… อาจจะเป็นกลิ่นบนตัวของพวกเขามาติดบนตัวผมก็ได้!” พนักงานเทคนิคที่ตัวเตี้ยชี้คนข้างๆและพูดด้วยตัวสั่นเทา

            ซูฮ่าวเอามือกอดอกและถามพลางหัวเราะว่า “อ้อ ถ้าอย่างนั้นผมจะขอค้นตัวพวกคุณได้ไหม?”

            “ค้น… ค้นตัว?” สีหน้าของพนักงานเทคนิคที่ตัวเตี้ยแปรเปลี่ยนไปทันที และพูดจาอ้ำๆอึ้งๆ ว่า “ค้นตัวต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ มันจะเหมาะ... จะเหมาะหรือครับ?”

            ซูฮ่าวส่ายหน้าเล็กน้อยและยื่นมือชี้นิ้วออกไป “ไม่เป็นไรน้ำมันจากไขมันธรรมชาติถุงนั้นคุณก็เก็บมันไว้ในเสื้อ แค่ถอดเสื้อออกก็ค้นได้แล้ว ใช้เวลาไม่นานหรอก”

            เมื่อเขาพูดแบบนี้ออกมา พนักงานเทคนิคที่ตัวเตี้ยก็มีสีหน้าหดหู่และทรุดตัวนั่งลงบนพื้นทันที

            เขามองซูฮ่าวอย่างเหลือเชื่อ“คุณ… คุณรู้ได้อย่างไร?”

            “ขอโทษด้วยประสาทรับกลิ่นของผมค่อนข้างไว” ซูฮ่าวหัวเราะสายตามองพนักงานเทคนิคคนอื่นๆ “อย่างเช่นน้ำมันจากไขมันธรรมชาติของท่านที่อยู่ด้านซ้ายท่านนั้นซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อหรือน้ำมันจากไขมันธรรมชาติของท่านที่อยู่ด้านขวาก็ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ ส่วนน้ำมันจากไขมันธรรมชาติของท่านที่อยู่ตรงกลางนั้น… อยู่ที่เข็มขัด!”

            เมื่อเสียงดังขึ้นมา พนักงานเทคนิคสองสามคนที่เหลือก็มีแววตาหวาดกลัวกันหมด เหมือนกับพนักงานเทคนิคที่ตัวเตี้ยพวกเขาทรุดลงอยู่ที่พื้นทั้งหมด

            พวกกู้เพ่ยหลิงเห็นอย่างนี้ก็ไม่มีทางใช้ภาษามาบรรยายความเลื่อมใสที่มีต่อซูฮ่าวได้

            นี่คือประสาทรับกลิ่นไวเสียที่ไหน?

            นี่คือการคาดเดาที่แม่นยำต่างหาก!

            แต่ซูฮ่าวกลับไม่คิดว่าเป็นเช่นนี้เขาก้าวขึ้นไปถึงขอบเขตเซียนเทียนแล้ว แค่ต้องดมอย่างละเอียดความแข็งแกร่งของประสาทการรับกลิ่น พูดได้เลยว่าเทียบกับสุนัขตำรวจได้ของที่คนอื่นไม่ได้กลิ่น เขากลับได้กลิ่นแต่ไกล

            “โง่จริงๆพกน้ำมันจากไขมันธรรมชาติแค่คนเดียวก็พอแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าทุกคนจะพกคนละถุง” หลัวไห่หัวหน้าของฝ่ายตรวจสอบคุณภาพกลอกตาใส่และบ่นพึมพำ

            เมื่อพูดเช่นนี้ออกมา ทุกคนก็มองไปที่เขาด้วยใบหน้าระแวดระวัง

            “ไม่ใช่ ผมแค่จะบอกว่า… เรื่องนั้นผม ผมไม่ใช่สายลับแน่นอน ไม่เชื่อพวกคุณก็ค้นตัวได้” หลัวไห่ราวกับรู้ว่าคำพูดนี้ของตนเองมีความคลุมเครือ จึงรีบอธิบายแต่เพราะรีบร้อนเกินไป จึงทำให้คำพูดของเขาดูเหมือนพูดสะเปะสะปะไปหมด

            “หัวหน้าหลัวผมรู้ว่าคุณไม่ได้ทำ” ซูฮ่าวโบกมือ และพูดอธิบายว่า “สาเหตุที่คนพวกนี้พกน้ำมันจากไขมันธรรมชาติคนละถุงก็เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าใครจะได้เป็นคนตรวจสอบไพรเมอร์ และหากใครได้ตรวจสอบก็สามารถใส่น้ำมันจากไขมันธรรมชาติลงไปได้เพื่อเลี่ยงความลำบากและความผิดพลาด และน้ำมันจากไขมันธรรมชาตินี้ก็มีขนาดเล็กมากพกติดตัวก็สะดวกมาก หากเป็นผม ผมก็จะทำอย่างนี้”

            เมื่อพูดเช่นนั้นออกมา ทุกคนก็เข้าใจทันที

            “โม่ลี่ฮัวทำไมคุณถึงทำแบบนี้?!” อู๋กวงฮุยจ้องโม่ลี่ฮัวและกัดฟัน เขาตะคอกใส่เธอที่ไม่ได้ดั่งใจ

            ตอนแรกเขายังปกป้องโม่ลี่ฮัวตอนนี้ถึงได้เข้าใจแล้วว่า ตนเองปกป้องคนทำผิดแล้ว

            โม่ลี่ฮัวก้มหน้าและหุบปากเงียบไป

            “พี่โม่หลายปีมานี้ฉันเห็นพี่เป็นเหมือนพี่สาวแท้ๆ มาตลอดแต่วันนี้พี่กลับทำเรื่องอย่างนี้ ทำให้ฉันผิดหวังจริงๆ ” สายตาของต้วนหลิวเหนียนราวกับคบไฟในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธ

            “ทำไม ฉันทำอะไรพี่หรือ พี่ถึงทำกับฉันอย่างนี้?”

            โม่ลี่ฮัวไม่ตอบ เธอยังคงเงียบเหมือนเป็นใบ้

            “ในเมื่อพี่ไม่ยอมอธิบายแบบนั้นฉันก็จะไม่ถามแล้วก็เอาตามนี้เถอะ” ต้วนหลิวเหนียนถอนหายใจเธอหันหน้าไปอีกทางและไม่มองโม่ลี่ฮัวอีก

            “ประธานอู๋พนักงานของคุณก่อคดีอาญาแล้ว เข้าใจความหมายของผมไหม?” ซูฮ่าวมองอู๋กวงฮุยและพูดอย่างนิ่งเฉย

            “คุณซูฮ่าววางใจเถอะ ผลกระทบที่สร้างให้บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวสถานีโทรทัศน์ของพวกผมจะต้องแสดงความรับผิดชอบเอง” อู๋กวงฮุยสูดหายใจเข้าลึกๆ และโบกมือให้ตำรวจที่อยู่ด้านหลังกลุ่มหนึ่งพลางพูดว่า“จับตัวคนทำได้แล้ว เข้ามาจับเถอะ!”

            เขารู้จักกับโม่ลี่ฮัวมาห้าปีแล้วอีกฝ่ายคือคนที่มีเหตุผลมาตลอด และยังเข้ากับต้วนหลิวเหนียนได้ดีมากมักจะเรียกกันเป็นพี่เป็นน้อง แต่ทำไมวันนี้กลับทำเรื่องที่เลวร้ายแบบนี้ล่ะ?

            เขาแจ้งความเรียกตำรวจมาเดิมทีอยากจับพวกไป๋เหวินหลิง แต่สุดท้าย มือมืดที่อยู่เบื้องหลังคือพนักงานของตนเองรวมทั้งมีหลักฐานชัดเจน

            เหตุการณ์ที่น่าตลกขนาดนี้ ทำให้เขารับไม่ได้จริงๆ

            สักพักโม่ลี่ฮัวกับพนักงานเทคนิคสองสามคนนั้นก็ถูกใส่กุญแจมือทั้งหมด

            ตอนที่พวกโม่ลี่ฮัวจะถูกตำรวจนำตัวไปซูฮ่าวราวกับคิดอะไรออก ทันใดนั้นเขาก็พูดว่า “เดี๋ยวก่อน!”

            ทุกคนต่างก็พากันมองซูฮ่าวด้วยความไม่เข้าใจ

            ซูฮ่าวเดินมาด้านหน้าโม่ลี่ฮัวและยกมือตบหน้าเธอ

            “ก่อนหน้านี้คุณตบหน้าคู่หมั้นผมผมเป็นห่วงมาก ดังนั้น คุณก็คงจะเข้าใจ!”

            เขาพูดจบ ก็เก็บมือกลับและเดินออกไปอย่างสบายๆ

            ไป๋เหวินหลิงเห็นอย่างนี้ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมา และรู้สึกว่าซูฮ่าวในเวลานี้น่ารักมาก

            โม่ลี่ฮัวกวาดตามองคนทั้งหมดด้วยใบหน้าที่ดุดัน เมื่อพบว่าไม่มีคนเป็นห่วงเธอเลยจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะตนเอง และยอมให้ตำรวจพาตัวขึ้นรถตำรวจออกไป

            อู๋กวงฮุยมองพวกโม่ลี่ฮัวนั่งรถตำรวจออกไปก็หันไปพูดกับไป๋เหวินหลิงด้วยรอยยิ้มขมขื่น “คุณไป๋ ช่างน่าขายหน้าคุณจริงๆ สำหรับเรื่องนี้ผมจะให้ทางตำรวจตรวจสอบให้ละเอียด เพื่อหาความจริงของเรื่องให้พบในขณะเดียวกัน ผมจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติและมารยาทของพนักงานของสถานีโทรทัศน์อย่างเข้มงวดด้วย เพื่อเลี่ยงไม่ให้เกิดเรื่องอย่างนี้อีก”

            ไป๋เหวินหลิงแค่ฉีกยิ้มเล็กน้อยแต่ไม่พูดมาก

            “คุณไป๋ ผมขอตัวลาก่อนนะครับ!” อู๋กวงฮุยโบกมือและรีบออกไปจากบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวพร้อมกับผู้ติดตามของสถานีโทรทัศน์สองสามคนบวกกับต้วนหลิวเหนียนอย่างรวดเร็ว

            เกิดเรื่องอย่างนี้เขาก็ไม่มีหน้าจะอยู่ที่บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวต่ออีก จึงรีบออกไปอย่างรวดเร็ว

            “คุณซูฮ่าวอย่าลืมข้อตกลงระหว่างคุณกับฉันล่ะ!” ต้วนหลิวเหนียนราวกับคิดอะไรออกแล้วเธอหยุดอยู่ตรงหน้าประตู และหันมายิ้มหวาน

            ซูฮ่าวพยักหน้าพลางหัวเราะเบาๆ“ครับ!”

            ต้วนหลิวเหนียนเห็นอย่างนี้ก็โบกมือก่อนจะออกไป

            และตอนนี้เอง พวกกู้เพ่ยหลิงเพิ่งจะโล่งใจ

            ตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงตอนนี้ความสลับซับซ้อนล้วนใกล้จะเทียบกับละครโทรทัศน์ได้แล้ว

            “ซูฮ่าวเรื่องวันนี้ขอบคุณนายมากจริงๆ ” ไป๋เหวินหลิงหันไปมองซูฮ่าวและพูดขอบคุณ

            พูดตามตรง หากไม่ใช่เพราะซูฮ่าวช่วยแก้ไขปัญหาใบหน้าของต้วนหลิวเหนียนให้ รวมทั้งหาตัวมือมืดที่อยู่เบื้องหลังได้ วันนี้เกรงว่าบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวคงจะแย่ไปครึ่งหนึ่งแล้ว

            อย่างไรอยู่ต่อหน้าความกดดันของมติประชาชนก็มีไม่กี่คนที่จะยืนหยัดอยู่ได้

            “คู่หมั้นช่วยคู่หมั้นทำงานก็สมเหตุสมผลไม่ใช่หรือ?” ซูฮ่าวหัวเราะ และพูดอีกว่า “ครึ่งเดือนมานี้ บริษัทเกิดเรื่องไม่น้อย ทุกอย่างก็ดูน่าสงสัยไปหมด ถึงเวลาที่เธอควรจะลงมือได้แล้วคิดหาทางหาตัวคนที่คิดไม่ซื่อออกมา”

            เขาพูดๆอยู่ก็มองไปทางกู้เพ่ยหลิง ในสายตาแฝงด้วยความหมายลึกซึ้ง

            กู้เพ่ยหลิงรีบหันหน้าหนีรู้สึกตื่นตระหนกมาก

            “ฉันรู้แล้ว”ไป๋เหวินหลิงหรี่ตา และพยักหน้า

            ซูฮ่าวกำลังบอกเธอว่านอกจากพนักงานด้านเทคนิคสองสามคนแล้วในบริษัทยังมีสายลับอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ถูกเปิดเผย

            สำหรับเรื่องนี้ ซูฮ่าวก็ฉีกยิ้มเล็กน้อยและหันไปโบกมือ “ไปกันเถอะ ไปห้องทำงานซีอีโอเพื่อคุยเรื่องผลิตภัณฑ์ตัวใหม่สักหน่อย”

            ไป๋เหวินหลิงได้ยินเช่นนั้น ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมา

            สำหรับยาบดที่ซูฮ่าวใช้ก่อนหน้านี้ เธอก็ตื่นตาตื่นใจจริงๆ หากบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวมีของที่ยอดเยี่ยมระดับนี้อยู่ในมือเกรงว่าไม่เกินครึ่งปีก็จะกลายเป็นพี่ใหญ่แห่งสายงานเครื่องสำอางของทั้งฉวนโจว

            “ที่นี่ให้พวกเธอจัดการแล้วกัน!” ไป๋เหวินหลิงสูดหายใจเข้าลึกๆ และสั่งการพวกกู้เพ่ยหลิงหลังจากนั้นก็เดินตามซูฮ่าวออกไปแล้ว

            ทั้งสองคนเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กันพลางหัวเราะภายใต้การสาดส่องของแสงอาทิตย์ ราวกับปลดปล่อยกลิ่นอายที่ทำให้คนโสดต้องหลีกทางให้…

    คล้ายกับเรื่องLevel up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน