หลังจากที่ 2 พี่น้องเดินออกมา เจี้ยนหนิงสังเกตสีหน้าของพี่ชายตนเองไม่สู้ดีนักนางเลยรู้สึกเป็นห่วง
"ท่านพี่เมื่อสักครู่เกิดอะไรขึ้นกัน" เจี้ยนหนิงถามเจี้ยนกั๋วด้วยความสงสัย
"ไม่มีอะไร" เจี้ยนกั๋วส่ายหน้า
"เจ้าว่าเย่ซวนคนนั้น เป็นคนยังไงกัน" เจี้ยนกั๋วถามขึ้น
"ไม่รู้สิ ข้าเพิ่งจะรู้จักเขาเองนะจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นคนยังไง" เจี้ยนหนิงตอบพร้อมกับหันหน้าไปมองพี่ชายของตนด้วยความสงสัย
"ทำไมท่านพี่ถึงถามข้าแบบนี้กัน" เจี้ยนหนิงถามกลับด้วยความสงสัย
"ไม่มีอะไรหรอก" เจี้ยนกั๋วส่ายหน้าอีกครั้ง ก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะเดินมาถึงยังห้องเก็บสุรา
"พวกเราต้องบอกท่านพ่อก่อนหรือไม่" เจี้ยนหนิงถาม เพราะสุราทั้งหมดที่อยู่ภายในห้องมีเป็นของเจี้ยนคังพ่อของตนทั้งหมด
เวลาว่างหลังจากที่ไม่ได้ทำอะไรเจี้ยนคังจะใช้เวลาทั้งหมดไปกับการร่ำสุรา สุราภายในห้องนี้เป็นสุราที่เจี้ยนคังเก็บสะสมมานานหลายปี มันถือว่าเป็นของรักของหวงอีกอย่างของเขาเลยก็ว่าได้
"งั้นเจ้ารออยู่ที่นี่ก่อนเดี๋ยวข้า" เจี้ยนกั๋วเดินไปหาพ่อของตนทันที ใช้เวลาไม่นานเจี้ยนหนิงก็เห็นเจี้ยนกั๋วเดินกลับมา แต่ที่นางแปลกใจคือ ด้านของของพี่ชายมีพ่อของตนเดินมาด้วย
"ท่านพ่อมาได้อย่างไรกัน" เจี้ยนหนิงเดินเข้าไปเกาะแขนผู้เป็นพ่อ
ในตอนแรกเจี้ยนคังก็แปลกใจเพราะอยู่ๆ เจี้ยนกั๋วก็เดินเข้ามาขอสุราของเขา แต่หลังจากที่ลูกชายของตนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ทำให้เจี้ยนคังเองก็รู้สึกร้อนใจเช่นกัน เขาเลยต้องมาเลือกสุราดีๆ สักไหด้วยตนเอง
"ข้าก็มาเลือกสุราให้พวกเจ้าน่ะสิ" เจี้ยนคังยิ้ม
"พวกเจ้ารู้เรื่องสุราเสียที่ไหน หากเลือกของไม่ดีไปข้าจะเสียหน้าเอาได้"
"ภายในห้องนี้จะมีสุราไม่ดีได้ยังไงกัน" เจี้ยนหนิงทำหน้าสงสัย
"ฮ่าๆพวกเรารีบเข้าไปเลือกสุรากันเถอะ" เจี้ยนคังไม่ได้ตอบข้อสงสัยของนาง
...
เย่ซวนกับเฉียวฟงนั่งรอได้ไม่นานเท่าไหร่ เจี้ยนกั๋วก็กลับมาในมือของเขาถือไหสุรามา 2 ไห แต่ที่พวกเย่ซวนแปลกใจคือ นอกจากเจี้ยนกั๋ว เจี้ยนหนิง ยังมีอีกคนที่เดินมาด้วยนั้นก็คือเจี้ยนคังนั้นเอง
"ฮ่าๆ ท่านเฉียวฟงเจี้ยนกั๋วบอกว่าท่านต้องการดื่มสุราข้าเลยคัดเลือกสุรา 2 ไหนี้มาให้ด้วยตนเอง" เจี้ยนคังหัวเราะ พร้อมกับเดินมานั่งลงตรงข้ามเย่ซวน
"คุณชายเย่ซวนอาหารถูกปากหรือไม่" ก่อนที่เขาจะหันไปถามเย่ซวน
"อืม ต้องขอบคุณท่านมาก" เย่ซวนพยักหน้า
เมื่อเจี้ยนคังและเจี้ยนกั๋วได้ยินแบบนั้นพวกเขาก็โล่งใจ น้ำเสียงของเย่ซวนเวลาพูดดูเหมือนจะไม่มีความหงุดหงิดหรือโกรธหลงเหลืออยู่แล้ว
"มาๆ งั้นพวกเรามาดื่มกันเถอะ" เจี้ยนคังหันไปสั่งให้เจี้ยนหนิงรินสุราให้กับทุกคน
"สุราดี" เฉียวฟงพูดออกมาหลังจากที่ยกสุราขึ้นดื่ม
เมื่อได้ยินแบบนั้น เย่ซวนก็ยกจอกสุราขึ้นดื่มบ้าง รสชาติแรกที่ลงคอนั้นเขารู้สึกวูบวาบร้อนขึ้นมาทันทีบวกกับกลิ่นหอมของมันทำให้เย่ซวนอดที่จะพยักหน้ากับคำพูดของเฉียวฟงไม่ได้
"เป็นยังไงบ้างคุณชายเย่ซวน" เจี้ยนคังถามขึ้นเมื่อเห็นเย่ซวนไม่ได้พูดอะไร
"สุราดีจริงๆ ต้องขอบคุณท่านเจ้าสำนักมากแล้ว" เย่ซวนพูด
"ฮ่าๆ ท่านเจ้าสำนักอะไรกัน ท่านเรียกข้าว่าท่านลุงเจี้ยนคังก็ได้" เจี้ยนคังยิ้ม คำพูดนี้ของเขาทำให้เย่ซวนและเจี้ยนหนิงตาโตด้วยความตกใจท่านที
ถึงแม้เย่ซวนจะแปลกใจแต่เขาก็พยักหน้ารับ
"ฮ่าๆ มาๆ ดื่มอีก" เจี้ยนคังพยักหน้าให้เจี้ยนหนิงเติมสุราให้กับเฉียวฟงกับเย่ซวน
พวกเขานั่งดื่มสุรากันตั้งแต่ยามเว่ย มาถึงตอนนี้ก็ยามไฮ่แล้ว ตอนนี้หน้าตาทุกคนเริ่มที่จะแดงขึ้นมากแล้ว ถึงแม้ทุกคนจะเป็นผู้ฝึกยุทธ แต่ดื่มมากขนาดนี้ก็เกิดอาการเมาสุราได้เช่นกัน ตอนนี้ไหสุรามีมากมายจนนับไม่ถ้วนแล้ว เฉียวฟงที่ตอนแรกยังเป็นผู้ร่วมดื่มอยู่เลยแต่ตอนนี้เขากลับมาเป็นคนนั่งดูเสียแล้ว
"ฮ่าๆ" เสียงของเจี้ยนคังหัวเราะออกมาอย่างพอใจ
"เย่ซวน เจ้านี้คอแข็งจริงๆ" เจี้ยนคังชื่นชม เขาเลิกเรียกเย่ซวนว่าคุณชายเย่ซวนตอนไหนก็ไม่รู้
"เจ้าดื่มจนกว่าจะพอใจได้เลย สุราของลุงคนนี้มีให้เจ้าดื่มไม่มีวันหมด"
"ต้องขอบคุณท่านลุงเจี้ยนคังมาก" เย่ซวนพูดด้วยน้ำเสียงที่สนิทสนมมากขึ้น เขาเองก็ไม่รู้ว่าเขาเริ่มเรียกเจี้ยนคังว่าท่านลุงตอนไหน
สุราของเจี้ยนคังนั้นมีแต่สุราแรงๆ ทั้งนั้น แตกต่างจากสุราที่เย่ซวนดื่มในหุบเขาจันทราอย่างมาก สุราในหุบเขาจันทรานั้นเขาไม่รู้สึกเวียนหัวเลยต่อให้ดื่มมากขนาดไหน แต่สุราของเจี้ยนคังนั้นมีแต่สุราหายาก และ ส่วนมากจะมีการส่วนผสมพิเศษต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธก็เกิดอาการเมามายได้
เจี้ยนหนิงนั่งมองบิดาของตนกับเย่ซวนไปมาด้วยความตกตะลึง 'พวกเขาสนิทกันขนาดนี้ตั้งแต่ตอนไหนนะ' เจี้ยนหนิงคิดในใจ ก่อนหน้านี้นางจากไปจัดการธุระต่างๆ ของสำนักกับเจี้ยนกั๋ว พอกลับมาอีกทีภาพตรงหน้าก็ทำให้นางประหลาดใจเป็นอย่างมาก
"เจี้ยนหนิงเจ้ากลับมาแล้ว" เจี้ยนคังหันมามองเจี้ยนหนิงบุตรสาวของตน
"ท่านพ่อ ท่านดื่มมากเกินไปรึเปล่า เดี๋ยวสุขภาพจะแย่เอาได้" เจี้ยนหนิงพูดพร้อมกับมองไหสุราที่วางอยู่ที่พื้น ที่ตอนนี้มีมากกว่า 50 ไหแล้ว นางไม่เคยเห็นพ่อของตนดื่มสุรามากขนาดนี้มาก่อน
"ไม่มากเกินไปหรอก" เจี้ยนคังส่ายหน้า
"ใช่หรือไม่เย่ซวน" ก่อนที่เขาจะหันมาถามเย่ซวน
คำถามนี้ทำให้เย่ซวนคิดถึงบทกวี บทหนึ่งขึ้นมา
"แม้นว่าสรวงสวรรค์
มิได้ชมชอบสุราแล้วไซร้
เหตุใดจึงมีดาวสุรา
อยู่บนฟ้านั่นเล่า
หากว่าผืนแผ่นดิน
รังเกียจเหล้า
ใยเล่าจึงมีฤดูสุราวสันต์
รวมอยู่ในฤดูกาล
ของแผ่นดิน
นี่มิได้แสดงว่า
ทั้งสวรรค์และปฐพี
ต่างก็ยินดีในเหล้าหรอกหรือ
เมื่อเป็นเช่นนี้
คนที่ดื่มสุรา
ก็ไม่ควรถูกตำหนิ"
"จริงหรือไม่" เย่ซวนหันไปถามเจี้ยนหนิง แต่ขณะที่นางกำลังจะตอบ เย่ซวนก็ร่ายกวีต่อ
"ข้าได้ยินมาว่า
ในน้ำสุรานั้น
ประกอบด้วยธาตุแห่งปัญญา
ของปราชญ์ผู้หลักแหลม
จึงไม่แปลกแต่อย่างใด
ที่บรรดาท่านผู้รู้ทั้งหลาย
ล้วนแล้วแต่เป็นนักนิยมสุรา
ด้วยกันทั้งสิ้น
ไม่ต้องเสาะแสวงหา
ความสุขจากสรวงสวรรค์
ให้เหนื่อยยากหรอก
เพราะประดาความสุข
อันเป็นยอดแห่งสุขทั้งหลาย
ล้วนแต่รวมอยู่แล้ว
ในน้ำอมฤตนี้
ดื่มเข้าไปเถิด
แล้วจักรวาลทั้งจักรวาล
จะเป็นของท่าน
สุขจากการเสพสุรานี้
ละเอียดอ่อนสุขุม
บุคคลผู้ไม่เคยแตะต้องเหล้า
ไม่มีทางหรอกที่จะหยั่งรู้
ความอภิรมย์ล้ำลึกนี้"
"ดี ดี ดี" เจี้ยนคังหัวเราะ
"กวีของเจ้าช่างดีเสียจริง" เจี้ยนคังกล่าวชมเชยพร้อมกับยกจอกสุราในมือขึ้นดื่มจนหมด
เฉียวฟงเองก็พยักหน้าเห็นด้วย ทำให้เขาอดที่จะยกจอกสุราขึ้นมาดื่มบ้าง
เจี้ยนหนิงตกตะลึงกับกวีนี้ของเย่ซวนเป็นอย่างมาก ถึงแม้นางจะไม่คิดที่จะลิ้มรสสุราก็ตาม แต่เมื่อได้ฟังนางก็ชักอยากจะลองดื่มบ้างเสียแล้ว
เมื่อเห็นสายตาของเจี้ยนหนิง เจี้ยนคังก็ยื่นจองสุราให้นาง เจี้ยนหนิงมองจอกสุราในมือของบิดา ลังเลอยู่สักพักนางก็รับมาก่อนที่จะยกขึ้นดื่ม รสชาติของมันทำให้ลำคอของนางแดงขึ้นทันที แก้มขาวๆ เริ่มที่จะขึ้นสีอย่างรวดเร็ว ก่อนที่นางจะรีบมองหาน้ำและดื่มตามเข้าไป
เมื่อเห็นท่าทางของบุตรสาว เจี้ยนคังก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ นางช่างเหมือนกับมารดาของนางเสียจริง ก่อนที่เจี้ยนคังจะเผลอคิดถึงเรื่องราวเก่าๆ
"ท่านพ่อ" เจี้ยนหนิงเรียกเจี้ยนคัง เมื่อเห็นว่าอยู่ดีๆ บิดาของตนก็เงียบไป
"ฮ่าๆ ต้องขอโทษด้วย" เจี้ยนคังส่ายหัว
"พอข้าเห็นเจ้าแบบนี้ ทำให้ข้าคิดถึงมารดาเจ้า"
"ท่านแม่จะต้องตื่นขึ้นมาเร็วๆ นี้แน่ๆ" เจี้ยนหนิงพูดปลอบบิดา เมื่อเจี้ยนหนิงพูดประโยคออกมา สายตาของเจี้ยนคังก็หันไปมองทางเย่ซวนโดยไม่รู้ตัว
"ท่านตา ข้าง่วงนอนแล้ว" อยู่เสียงของเฉียวกั่วก็ดังขึ้น เด็กน้อยนั่งอยู่ที่นี่ตลอดเวลา คอยฟังเรื่องราวต่างๆ ที่ท่านตาของตนพูดคุยกับเย่ซวนและเจี้ยนคัง
"งั้นพวกเราควรพักผ่อนกันได้แล้วสินะ" เจี้ยนคังพูด เมื่อเห็นท่าทางของบุตรสาวเขาเองก็อยากที่จะไปอยู่เป็นเพื่อนภรรยาที่กำลังนอนหลับใหลอยู่
"งั้นวันนี้พวกเราพอแค่นี้เถอะ" เฉียวฟงพูด ก่อนที่ทุกคนจะพยักหน้าเห็นด้วย
...
หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันแล้ว เฉียวฟงก็พาเฉียวกั่วเขานอนทันที ตอนนี้มีเพียงเย่ซวนเท่านั้นที่กำลังนั่งอยู่ข้างสระน้ำ
"คุณชายเย่ซวน" เจี้ยนหนิงเดินเข้ามาพร้อมกับหญิงรับใช้ 2 คน นางถูกบิดาสั่งให้พาสาวใช้มาเตรียมน้ำร้อนให้กับเย่ซวนและเฉียวฟง เพื่อที่จะได้สบายตัวเวลาชำระร่างกาย หลังจากที่ดื่มสุราไปหลายไห
"พวกเจ้าไปเตรียมน้ำร้อนเถอะ เสร็จแล้วค่อยมาบอกข้า แล้วอย่าลืมไปเรียกท่านเฉียวฟงด้วย" เจี้ยนหนิงหันหน้าไปสั่ง 2 สาวใช้
"เจ้าค่ะ" สองสาวใช้พยักหน้าก่อนที่จะเดินเข้าไปภายในเรือนพัก
"ท่านรออีกสักหน่อยเถอะ" เจี้ยนหนิงนั่งลงฝั่งตรงข้าม
"อืม" เย่ซวนพยักหน้า "รบกวนเจ้าแล้ว"
"ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร" เจี้ยนหนิงยิ้ม
"จริงสิกวีที่ท่านแต่งเมื่อสักครู่ช่างดีเสียจริง" เจี้ยนหนิงกล่าวชมเชยขึ้นอีกครั้ง
'ข้าแต่งเองหรือ ?' เย่ซวนคิดและหัวเราะภายในใจ
'ต้องขอบคุณท่านแล้ว ท่านหลี่ไป๋'
"จริงสิ เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าต้องจากไปแล้ว" เย่ซวนพูด
"จากไปหรือ ?" เจี้ยนหนิงหันมามองด้วยความแปลกใจ
"ท่านจะไปไหน" นางถาม
"ไม่รู้สิ" เย่ซวนส่ายหน้า ความจริงเขาคิดที่จะกลับไปยังสำนักบงกชขาวก่อน แล้วค่อยออกไปเดินหางานภายในเมืองอีกครั้ง
"ไม่รู้ ?" เจี้ยนหนิงแปลกใจ
"ก็ไม่เชิงไม่รู้หรอก ข้ามีแผนการในใจอยู่แล้ว" เย่ซวนพูดอีกครั้ง จะให้เขามาอธิบายว่าเขาจะทำอะไรต่อ พวกเขาทั้ง 2 ก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น
"งั้นหรือ" เจี้ยนหนิงขมวดคิ้วก่อนที่จะถามเย่ซวน
"ท่านจะออกจากเมืองหนานจิง ?"
"ไม่" เย่ซวนส่ายหน้า
"อ่อ" ได้ยินแบบนั้นเจี้ยนหนิงก็โล่งอก
"แล้วท่านจะกลับมาที่นี่อีกหรือไม่"
"ข้าไม่สามารถตอบได้" เย่ซวนพูดพร้อมกับส่ายหน้า
เจี้ยนหนิงกำลังจะถามคำถามต่อไปแต่ก็ได้ยินเสียงของสาวใช้คนหนึ่งดังขึ้นเสียก่อน
"งั้นข้าขอตัวไปชำระร่างกายก่อน" เย่ซวนลุกขึ้นบิดขี้เกียจ
"เจ้าก็รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ" เย่ซวนหันไปพูดกับเจี้ยนหนิง
"อืม" เจี้ยนหนิงพยักหน้าก่อนที่จะเดินจากไป นางมุ่งหน้าไปยังเรือนพักของท่านพ่อตนทันที
...
ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ
ยามเว่ย (未:wèi) คือ 13.00 – 14.59 น.
ยามไฮ่ (亥:hài) คือ 21.00 – 22.59 น
กวีจากหนังสือลมฤดูใบไม้ร่วง : บทกวีของ หลี่ไป๋
เพื่อนหลายคนอยากเห็นฉากต่อสู้ หรือ ฉากที่มีพวกตัวร้ายมาก่อกวนพระเอก อดใจรออีกหน่อยนะครับ