คมมีดสีทองตัดผ่านท้องฟ้ายามสะบั้นลงมาก็เข้าปะทะกับสายดาราทั้งยี่สิบแปดของระรอกที่สี่คราวนี้ถึงทีของกลุ่มโอหยางเก๋อบ้างแล้วที่ต้องหน้าเปลี่ยนสีคมมีดสีทองตัดเฉือนลงมากระทบดาราแรกก็ตัดผ่านไปราวกับก้อนเค้กจากหนึ่งเป็นสองไล่เรียงกันไปเป็นระเบิดลูกโซ่
ด้วยพลังของค่ายกลเจ็ดารานั้นต่อให้ทำลายดวงดาวเหล่านี้ไปสุดท้ายก็จะควบรวมขึ้นมาใหม่ด้วยพลังของค่ายกลอยู่ดีทว่ายามที่ดวงดาวเหล่านั้นถูกทำลายย่อมต้องเผชิญหน้ากับพลังอันมหาศาลสะบั้นที่หนึ่งแยกพสุธาของเย่ฉีนั้นมีพลังทำลายเกินกว่าปราณเซียนจากสมบัติที่โอหยางเก๋อใช้เป็นฐานค่ายกลไปแล้ว
ปังปัง ปัง
ดวงดาวแตกสลายกลายเป็นไอก่อนจะเริ่มก่อตัวขึ้นมาใหม่ตามการทำงานของค่ายกลทว่าในขณะเดียวกันนั้นพลังตกค้างจากการปะทะก็ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ควบคุมค่ายกลทั้งเจ็ดคำว่าส่งผลกระทบโดยตรงก็คือไร้การป้องกันใดๆคลื่นพลังมหาศาลปะทุขึ้นจากภายในผ่านสายใยที่เชื่อมต่อกับค่ายกลทำให้ในเวลานี้รากฐานของค่ายกลเริ่มถูกทำลายแล้ว!
อัก!
ฝนเลือดปรากฏขึ้นจนกลิ่นคาวคลุ้งแม้จะเป็นเพียงเลือดที่กระอักออกมาแต่บอกตามตรงว่าพวกเขายินดีจะเปลี่ยนให้เป็นสายเลือดจากบาดแผลสาหัสภายนอกเสียมากกว่าตอนนี้เจอพลังทำลายที่เหนือกว่าของเย่ฉีเข้าไปพวกเขาล้วนบาดเจ็บภายในกันทั้งสิ้นต่อให้หลังจากนี้รักษาจนหายแต่ย่อมกระทบต่ออนาคตของพวกเขาอย่างแน่นอน
“มาดูกันว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นข้าหรือพวกเจ้าที่ทนได้นานกว่ากัน!”
เย่ฉียิ้มเหี้ยมขณะลอยตัวอยู่บนฟ้ากระบวนท่าลับนี้หากอยู่ในสภาวะสมบูรณ์ตอนนี้เขาจะใช้ได้ทั้งหมดสามครั้งสำหรับค่ายกลเจ็ดดาราของเด็กน้อยเหล่านี้ในสายตาของเย่ฉีเกรงว่าแค่ครั้งที่สองเขาก็คงรับไม่ไหวกันแล้วอย่าลืมว่าที่อยู่ตรงนี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นอัจฉริยะแนวหน้าของจักรวาลพวกเขาล้วนไม่ยินดีที่ต้องเอาอนาคตของตัวเองมาเสี่ยง
เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้สีหน้าของโอหยางเก๋อแปรเปลี่ยนไปมาอย่างน่าประหลาดเขาทั้งโกรธทั้งหวาดกลัวในเวลาเดียวกันพลังตกค้างจากการปะทะครั้งแรกทำให้เขารู้แล้วว่าหากปล่อยแบบนี้พวกเขาต้องแย่แน่ตั้งแต่ต้นการจับกลุ่มโจมตีเย่ฉีก็เกิดขึ้นเพราะความริษยา พวกเขาไม่ได้มีความแค้นฝังลึกอะไรแน่นอนว่าหากมีโอกาสพวกเขาก็จะสังหารเย่ฉีจริงๆนี่คือความเย่อหยิ่งของเหล่าชนชั้นสูงที่มองว่าชีวิตของผู้อื่นอยู่ต่ำกว่าตนเอง
แต่แน่นอนว่าพวกเขาล้วนคิดผิด!ต่อให้ตอนนี้พวกเขาคิดจะปล่อยเย่ฉีไปแต่มีหรือที่เย่ฉีจะยอมปล่อยพวกเขา?
ยามดาราทั้งสามปรากฏขึ้นอีกครั้งจนกลายเป็นคมมีดก็ประจวบเหมาะพอดีกับที่ค่ายกลเจ็ดดาราเข้าสู่ระรอกที่ห้านี่คือการปะทะกันด้วยพลังอย่างแท้จริงเย่ฉีใช้กระบวนท่าสังหารออกมาซึ่งหน้าไร้ความเกรงกลัวแต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ฝั่งพวกโอหยางเก๋อนั้นกลับถูกพลังของค่ายกลบังคับให้ต้องสู้!
“บ้าเอ้ย! ทำไมเป็นแบบนี้เล่า? โอหยางเก๋อไหนเจ้าบอกว่าค่ายกลนี้สามารถจัดการเขาได้ไม่ใช่หรือไง?”
หลิวฉางจากโลกศิลากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเดือดดาลแน่นอนว่าเขากระโดดออกมาร่วมวงครั้งนี้ก็เพื่อผลประโยชน์เขาไม่ได้ยินดีจะร่วมหัวจมท้ายสู้ตายกับคนพวกนี้หรอกนะ!
“แค่การปะทะเมื่อครู่นี้ก็ทำให้ข้าได้รับบาดเจ็บภายในแล้วหากฝืนต่อไปต้องกระทบกับการเปิดประตูโบราณในอนาคตแน่!”
เอี้ยนลี่เป็นอีกคนที่มาจากโลกระดับกลางเขากับหลิวฉางนั้นยังอ่อนแอกว่าพวกเฮยอี้ผานอยู่หน่อยจึงได้รับบาดเจ็บภายในแล้วอันที่จริงต่อให้เป็นโอหยางเก๋อหรือเฮยอี้ผานก็รู้ดีว่าหากเกิดการปะทะขึ้นอีกครั้งพวกเขาก็ทนไม่ไหวเหมือนกันพวกเขาจะไปคิดได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายจะใช้วิธีบ้าระห่ำเช่นนี้สู้กับค่ายกลเจ็ดดารา
ในขณะที่โอหยางเก๋อเกิดความคิดที่ว่าจะสลายค่ายกลและหนีไปจากที่นี่แต่น่าเสียดายที่ไม่ทันการแล้วค่ายกลเจ็ดดาราทรงพลังเพราะการเชื่อมต่อของผู้ตั้งค่ายกลหากฝืนสลายค่ายกลโดยไม่นัดแนะให้ดีพวกเขาต้องได้รับผลสะท้อนอย่างหนักแน่
“ทนไว้ก่อนระรอกที่ห้านั้นทรงพลังกว่าระรอกที่สี่หลายเท่า ยังไม่แน่ว่าเขาจะเอาชนะพวกเราได้หากไม่ไหวจริงๆก็ให้ลงมือสลายค่ายกลพร้อมกัน!”
โอหยางเก๋อกล่าวออกมาเสียงเข้มตอนนี้พวกเขาลงเรือลำเดียวกันแล้วก็มีแต่ต้องร่วมมือกันฝ่าไปให้ได้พริบตาต่อมาคมมีดสีทองปรากฏขึ้นอีกครั้งบุกเข้าฟาดฟันกับดวงดาวทั้งสามสิบห้าสายของระรอกที่ห้าเหล่าผู้นำทัพรุ่นเยาว์ต่างเค้นพลังออกมาในใจเต็มไปด้วยความหวังว่าจะสามารถบดขยี้เย่ฉีได้ในคราวเดียว
ทว่าน่าเสียดายที่เรื่องกลับไม่เป็นเช่นนั้น!
ปังปัง ปัง
เสียงดวงดาวถูกทำลายระเบิดออกทีละดวงพร้อมกับความรู้สึกราวกับถูกต่อยเข้าจังๆที่หน้าอกเริ่มปะดังขึ้นมาสีหน้าของพวกโอหยางเก๋อซีดเผือดกัดฟันต้านรับอย่างสุดกำลังอย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกคนที่จะแข็งแกร่งเหมือนพวกเขาเสียหน่อยอันที่จริงตั้งแต่การปะทะกันครั้งแรกตัวแทนรุ่นเยาว์จากโลกระดับต่ำทั้งสองคนก็แทบจะทนรับไม่ไหวแล้วแต่พวกเขาอ่อนแอเกินกว่าจะกล้ากล่าวขัดคำของโอหยางเก๋อ
ดังนั้นมาถึงตอนนี้ไม่เพียงแค่ได้รับบาดเจ็ดภายในแต่สติของพวกเขาก็เริ่มเลือนลางจนรับไม่ไหวแล้ว!
ปังปัง ปัง
เมื่อดวงดาวจากค่ายกลถูกทำลายไปครึ่งหนึ่งตัวแทนจากโลกระดับต่ำทั้งสองก็ทนไม่ไหวร่างของพวกเขาล้มลงไร้สติมีเลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดนอนชักกระตุกอยู่กับพื้นในตอนนี้เองที่พวกโอหยางเก๋อได้แต่อุทานออกมาในใจว่าแย่แล้ว!
คมมีดสีทองฟาดฟันลงมาบดทำลายอย่างต่อเนื่องไม่มีโอกาสให้พวกโอหยางเก๋อได้พักหายใจอีกทั้งตอนนี้ผู้นำจากโลกระดับต่ำสองคนหมดสภาพไปก็ยิ่งทำให้ค่ายกลเกิดช่องว่างกลายเป็นพลังสะท้อนตีกลับเข้าใส่พวกคนที่เหลือตอนนี้เรียกได้ว่ารับทั้งศึกนอกศึกใน ไม่เพียงแค่ต้องแบกรับพลังส่วนเกินจากการโจมตีของเย่ฉีแต่ยังต้องรับแรงสะท้อนจากค่ายกลด้วย
ตูม!
ค่ายกลเจ็ดดาราอันภาคภูมิใจของตระกูลโอหยางแม้จะใช้ออกด้วยรุ่นเยาว์กลุ่มหนึ่งแต่วันนี้ก็ถูกทำลายลงแล้วพลังของดวงดาวและสมบัติปราณเซียนที่เหลืออยู่พลันระเบิดออกมาพัดเอาร่างของพวกโอหยางกระเด็นออกไปต่างคนต่างกระอักเลือดสดออกมาสีหน้าซีดเซียวอย่างถึงที่สุด การบาดเจ็บครั้งนี้กว่าจะรักษาหายเกรงว่าต้องใช้เวลาหลายปีอีกทั้งจะกลับมาสมบูรณ์ได้หรือไม่ก็ต้องดูว่าโชคของพวกเขาเป็นอย่างไรด้วย
ค่ายกลพังทลายศัตรูล้มระเนระนาดเย่ฉีลอยตัวลงมาเหยียบพื้นมองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา ลงมือคราวนี้ต่อให้คนพวกนั้นจะบอกว่าเขารังแกคนรุ่นหลังเย่ฉีก็ไม่สนตอนนี้ไม่สังหารพวกโอหยางเก๋อก็นับว่าเขามีเมตตามากแล้วหากไม่ใช่ว่าเย่ฉียังอ่อนแอเกินไปและยังไม่พร้อมรับมือกับความโกรธเกรี้ยวของผู้ปกครองเหล่านั้นเกรงว่าวันนี้คงไม่มีใครรอดออกไปได้แน่นอนว่าหากมีคนรนหาที่ตายอีกการจะฆ่าสักคนสองคนย่อมไม่ใช่ปัญหา
“วันนี้ไม่ฆ่าพวกเจ้าก็เพราะเห็นแก่หน้าสหายเก่าแต่ความผิดเมื่อกระทำแล้วย่อมต้องรับโทษ”
เยฉีกล่าวเสียงเรียบไร้อารมณ์ขณะที่เสี่ยวไป๋และพวกต้วนหลิงเทียนเดินเข้ามาหาเขาตอนนี้สภาพของพวกโอหยางเก๋อแต่ละคนไหนเลยจะยังมีแรงสู้ต่อได้? เดิมทีที่ใช่ค่ายกลก็เพราะกลัวเย่ฉีจะหลบหนีและคิดใช้ข่มขู่เพื่อให้เย่ฉีคายความลับออกมาดังนั้นการต่อสู้ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้ใช้พลังโบราณเลยด้วยซ้ำกระทั่งระฆังทองของแต่ละคนก็ไม่ได้ปรากฏขึ้น
เหล่าผู้ติดต่างรีบเข้าไปหาผู้สืบทอดของฝ่ายตนแน่นอนว่าถึงจะตั้งป้อมคุ้มกันแต่ไม่มีใครกล้าโจมตีเยฉี เตียวผิง เฮยอี้ผานและโอหยางเก๋อ สามคนนี้เพราะแข็งแกร่งกว่าคนที่เหลือจึงยังมีสภาพดีกว่าหน่อยทว่าการบาดเจ็บภายในระดับนี้ก็ทำให้พวกเขาหมดสิทธิ์ในการแย่งชิงครั้งนี้แล้วอย่างแน่นอนส่วนคนที่เหลือหากไม่ฝืนเปิดประตูโบราณเหมือนไท่เหล่ยก็ได้แต่นอนเป็นผักจนกว่าจะออกจากแดนศักดิ์แล้ว
“พวกเจ้าไปเก็บตราประทับของพวกเขามาให้หมดหากใครกล้าขัดขืนสังหารได้ทันที”
เย่ฉีนำดาบเล่มหนึ่งออกมาซึ่งเป็นหนึ่งในอาวุธเทพที่เขานำมาจากพระราชวังชนเผ่าโบราณแม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่สามารถแสดงพลังของอาวุธเทพออกมาได้เต็มที่แต่การใช้ข่มขู่คนเหล่านี้ก็นับว่าเพียงพอแล้ว
“เจ้าคิดจะทำอะไร?อย่าได้รังแกกันเกินไปนัก!”
เฮยอี้ผานกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบพวกเขาพ่ายแพ้ในแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ส่วนหนึ่งอย่างไรก็ตามนอกจากเข้ามาแสวงหาวาสนาในแดนศักดิ์สิทธิ์แล้วเหล่าผู้นำทัพรุ่นเยาว์ต่างก็ได้รับมอบหมายภารกิจมาจากนายเหนือหัวเหล่านั้นด้วยทุกครั้งที่แดนศักดิ์สิทธิ์เปิดออกล้วนเป็นโอกาสสำคัญ หากพวกเขาถูกชิงตราประทับไปหมดแล้วจะตอบคำถามราชันย์เหล่านั้นได้อย่างไร?
แน่นอนว่าเยฉีรู้เรื่องนี้ดีแต่เขาจะสนใจหรือ?แน่นอนอยู่แล้วว่าไม่!
อย่าลืมว่าก่อนจะเข้ามาเขาก็ต้มแกงหม้อใหญ่ให้ราชันย์เหล่านั้นกินมาแล้วตอนนี้ต่อให้ล้มแผนการของพวกเขาก็ไม่ต่างกันนักหรอก!