สายฝนยามเช้ายังคงโปรยปรายเป็ละอองบางเบาเคล้าสายหมอกหนาปกคลุมทั่วทั้งเมืองหลวงที่วุ่นวาย ลลินนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในสำนักงานกฎหมายส่วนตัวของเธอ ดวงตาคู่สวยบวมช้ำและหม่นแสงลงเล็กน้อยจากการอดนอนเกือบตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา จิตใจของเธอไม่สงบเลยแม้แต่วินาทีเดียว ั้แ่ก้าวเท้าออกจากคฤหาสน์ของคิรันท่ามกลางพายุร้ายเมื่อคืนนี้ ภาพความเร่าร้อนและััอันวาบหวามปนดิบเถื่อนของคิรันบนโซฟาหนังตัวนั้นยังคงฉายซ้ำไปซ้ำมาในหัวสมองราวกับแผ่นฟิล์มที่เปิดวนซ้ำไม่ยอมจบ ร่างกายของเธอยังคงจดจำความอุ่นร้อน รสจูบที่เรียกร้อง และกลิ่นอายไม้จันทน์หอมผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ ของเขาได้ดีจนน่าใจหาย มันเป็ความรู้สึกปั่นป่วนที่ทำให้ทนายความสาวผู้รักในหลักการถึงกับเสียศูนย์
แต่สิ่งที่ทำให้เธอสั่นสะท้านและหวาดกลัวยิ่งกว่าอารมณ์สวาทที่เพิ่งผ่านพ้นไป... คือภาพสัญลักษณ์นกฮูกคาบกิ่งมะกอกบนกรอบรูปไม้เก่าๆ บานนั้น
ลลินจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดไฟล์ข้อมูลนิติวิทยาศาสตร์ของเหยื่อรายแรกและรายที่สองค้างไว้ บนิับริเวณข้อมือของเหยื่อสาวทั้งสองคนมีรอยสักรูปนกฮูกคาบกิ่งมะกอกขนาดเล็กสลักอยู่อย่างประณีต ตำรวจและผู้เชี่ยวชาญสรุปว่ามันเป็สัญลักษณ์ของลัทธิมืดบางอย่างที่เคยมีบทบาทเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมและการฟอกเงินเมื่อสิบปีก่อน ทว่าหลังจากนั้นกลุ่มลัทธินี้ก็หายสาบสูญไปพร้อมกับการปิดคดีโดยอัยการเ้าของสำนวนคนเก่า ไม่เคยมีใครหาเบาะแสของผู้อยู่เื้ัรอยสักนี้ได้เลย แล้วทำไมมันถึงไปปรากฏอยู่บนกรอบรูปไม้เก่าแก่ในห้องทำงานส่วนตัวของคิรัน? ชายหนุ่มผู้มีภาพลักษณ์เป็นักธุรกิจที่แสนสุภาพคนนี้ซ่อนใบหน้าปีศาจเอาไว้เื้ัคำพูดไพเราะเ่าั้จริงหรือ?
"คุณคิรัน... คุณเกี่ยวข้องกับเื่นี้มากน้อยแค่ไหนกันแน่" ลลินพึมพำเสียงแ่เบากับตัวเอง มือเรียวสวยกำถ้วยกาแฟดำที่เย็นชืดไว้แน่นจนสั่นเทา
ในฐานะทนายความอาญา สมองของเธอบอกว่านี่คือ 'หลักฐานมัดตัว' ที่ชี้ว่าคิรันมีความเชื่อมโยงกับเหยื่อหรือลัทธิฆาตกรรมนี้โดยตรง แต่ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่เพิ่งผ่านค่ำคืนอันลึกซึ้งและแแ่ในอ้อมกอดของเขา สัญชาตญาณกลับกระซิบบอกเธอว่าคิรันผู้สุภาพอ่อนโยนคนนั้นไม่มีทางลงมือฆ่าใครอย่างทารุณกรรมเช่นนี้ได้แน่ ทว่าเขากำลังเก็บงำความลับบางอย่างที่ใหญ่หลวงกว่าคดีฆาตกรรมนี้ไว้ และความลับนั้นกำลังกัดกินและกัดกร่อนชีวิตของเขาอยู่เงียบๆ ในมุมมืดที่ไม่มีใครมองเห็น
เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นขัดจังหวะความคิดอันยุ่งเหยิง ลลินสะดุ้งเล็กน้อยสะบัดหัวไล่ความทรงจำรักรัญจวนออกไป ก่อนจะปรับสีหน้าและท่าทางให้เรียบนิ่ง เ็า และเป็ทางการทันทีตามสัญชาตญาณทนายความฝีมือดี
"เข้ามาค่ะ"
ธนันต์ ทนายความผู้ช่วยหนุ่มไฟแรงเดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินชุดใหม่ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวลใจและวิตกอย่างเห็นได้ชัดจนลลินสังเกตเห็นได้ทันที "พี่ลลินครับ มีข่าวร้ายจากทางอัยการและตำรวจเ้าของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องครับ"
"มีอะไรหรือธนันต์?" ลลินถาม น้ำเสียงสั้นและนิ่งสนิทขัดกับหัวใจที่เริ่มเต้นรัวด้วยความกังวล
"ทางตำรวจและฝ่ายโจทก์กำลังยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอเพิกถอนสิทธิการประกันตัวชั่วคราวของคุณคิรันครับ เนื่องจากกระแสสังคมและสื่อมวลชนกดดันอย่างหนัก สื่อออนไลน์แทบทุกช่องทางต่างประโคมข่าวว่าทนายความที่รับทำคดีให้ฆาตกรต่อเนื่องคือพี่ลลิน และยังกล่าวหาว่าสำนักงานของเราพยายามยื้อเวลาเพื่อทำลายหลักฐานสำคัญ ตอนนี้หน้าเพจของสำนักงานโดนพวกนักเลงคีย์บอร์ดและกลุ่มผู้สนับสนุนเหยื่อเข้ามาถล่มจนระบบแทบพัง และที่แย่กว่านั้น... มีผู้มีอิทธิพลบางคนส่งสัญญาณเตือนผ่านพี่ใหญ่ในสมาคมทนายมาว่า ให้เราถอนตัวจากคดีนี้เสียดีกว่าครับ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำคดีอื่นอีก"
ลลินขมวดคิ้วแน่น แววตาของเธอแข็งกร้าวและฉายประกายดุดันขึ้นมาทันที "ถอนตัวเหรอ? ไม่มีทาง คดีนี้ยิ่งมีคนอยากให้เราถอนตัวเท่าไหร่ ยิ่งแสดงว่าข้างในนั้นต้องซ่อนความจริงที่พวกมันกลัวอยู่เท่านั้น ธนันต์... เตรียมเอกสารคำคัดค้านการเพิกถอนประกันตัวให้ฉันด่วนที่สุด ฉันจะไม่ยอมให้ตำรวจใช้อำนาจตามกระแสสังคมควบคุมตัวคุณคิรันกลับเข้าห้องขังเด็ดขาด ในเมื่อศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด เขาก็ยังถือว่าเป็ผู้บริสุทธิ์"
"แต่พี่ลลินครับ... มันอันตรายมากนะครับ สื่อประณามเขาขนาดนี้ และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ทั้งดีเอ็นเอและลายนิ้วมือมันแ่าจนแทบไม่มีช่องให้รอดเลย ผมกลัวว่าพี่จะพลอยเดือดร้อนและตกเป็เป้าสังคมไปด้วย" ธนันต์เอ่ยเตือนด้วยความหวังดีและเป็ห่วงรุ่นพี่สาว
"หน้าที่ของทนายคือการยืนหยัดเคียงข้างลูกความและปกป้องกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่การยอมจำนนต่อแรงกดดันหรือกลัวพายุสังคมขยะพวกนั้น ไปจัดการตามที่ฉันสั่งเถอะ" ลลินกล่าวตัดบท น้ำเสียงเด็ดขาดและเฉียบคมจนผู้ช่วยหนุ่มต้องยอมถอยออกไปทำตามคำสั่งแต่โดยดี
หลังจากธนันต์ออกจากห้องไป ลลินถอนหายใจยาวเหยียด เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกไปยังเบอร์ส่วนตัวของคิรัน รอสายเพียงไม่นาน เสียงปลายสายที่นุ่มนวล ทุ้มต่ำ และนิ่งสงบชวนให้ใจสั่นก็ดังขึ้น
"สวัสดีครับคุณลลิน ปลอดภัยดีไหมครับเมื่อคืนนี้? พายุแรงมากจริงๆ เลยนะครับ" น้ำเสียงของคิรันยังคงสุภาพอ่อนโยนและไม่มีแววตระหนกใใดๆ ราวกับค่ำคืนอันเร่าร้อนบนโซฟาหนังเมื่อคืนนี้เป็เพียงเื่ปกติธรรมดาที่ไม่สั่นคลอนความนิ่งของเขาเลยแม้แต่น้อย
"ฉันปลอดภัยดีค่ะคุณคิรัน แต่สถานการณ์ของคุณตอนนี้ไม่ดีเลย" ลลินพูดเข้าเื่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ตำรวจกำลังจะยื่นเพิกถอนประกันตัวของคุณ และฉัน้าพบคุณวันนี้ด่วนที่สุดเพื่อพูดคุยเื่แนวทางการสู้คดี... และเื่ 'เบาะแสปริศนา' ที่ฉันบังเอิญพบในห้องทำงานของคุณด้วยค่ะ"
ปลายสายเงียบไปอึดใจใหญ่ ลลินได้ยินเสียงถอนหายใจเข้าลึกๆ ของเขาผ่านคลื่นสัญญาณ ก่อนที่คิรันจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบทว่าจริงจังขึ้นกว่าเดิม "ถ้าอย่างนั้น มาพบผมที่ร้านกาแฟลับหลังโบสถ์เก่าแก่แถบชานเมืองตอนบ่ายสองโมงนะครับ ที่นั่นเงียบและไม่มีคนสังเกตเห็น เราจะได้คุยกันอย่างละเอียดและปลอดภัย"
"ตกลงค่ะ แล้วเจอกัน" ลลินกดวางสาย หัวใจของเธอปั่นป่วนด้วยความรู้สึกหลากมิติ ทั้งความระแวง ความสงสัย และความโหยหาลึกลับที่เธอพยายามปฏิเสธ
บ่ายสองโมงตรง...
ละอองฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสายสร้างบรรยากาศหนาวเหน็บ ลลินสวมเสื้อโค้ทสีเทาตัวหนาและสวมหมวกปีกกว้างเพื่ออำพรางใบหน้าจากการติดตามของนักข่าว เธอเดินเข้าไปในร้านกาแฟขนาดเล็กสไตล์คลาสสิกที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวหลังโบสถ์คริสต์เก่าแก่แถบชานเมือง ภายในร้านเงียบสงบอบอวลไปด้วยกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วและเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ มีลูกค้าเพียงไม่กี่โต๊ะ แสงไฟสีส้มสลัวช่วยขับให้ร้านดูอบอุ่น คิรันนั่งรออยู่ตรงโต๊ะมุมในสุดที่ค่อนข้างมืดและหลบสายตาคนทั่วไป เขาสวมเสื้อไหมพรมคอเต่าสีดำสนิทและแจ็คเก็ตหนัง ดูเรียบง่ายทว่ายังคงเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ลึกลับน่าค้นหาดึงดูดสายตาผู้คน
ลลินเดินเข้าไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา คิรันยิ้มบางๆ และเลื่อนแก้วชาร้อนที่ส่งควันกรุ่นเตรียมไว้ให้เธอ ััปลายนิ้วของเขาััหลังมือเธอแ่เบาขณะเลื่อนแก้ว มันร้อนรุ่มจนลลินต้องชักมือกลับเล็กน้อยตามสัญชาตญาณป้องกันตัว
"ชาร้อนๆ ครับคุณลลิน จะได้ช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้นและผ่อนคลาย"
"ขอบคุณค่ะ" ลลินตอบรับเบาๆ ก่อนจะสูดหายใจลึกสบตาเขานิ่งเพื่อดึงความเยือกเย็นของทนายความกลับมา "คุณคิรัน... ฉันจะไม่ยอมอ้อมค้อมหรือเสียเวลากับเื่อื่นหรอกนะคะ รูปถ่ายเก่าบานนั้นในห้องทำงานของคุณ... ภาพสลักไม้รูปนกฮูกคาบกิ่งมะกอกที่มุมกรอบรูป มันคือสัญลักษณ์เดียวกับรอยสักลึกลับบนร่างกายของเหยื่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่คุณตกเป็ผู้ต้องหา คุณได้รูปถ่ายนั้นมาจากไหน และเกี่ยวข้องอะไรกับลัทธิมืดเมื่อสิบปีก่อนกันแน่? ในฐานะทนายความของคุณ ฉันต้องรู้ความจริงทั้งหมดเพื่อช่วยสู้คดี"
คิรันจ้องมองลลินด้วยแววตาที่สงบนิ่งสนิทดุจผิวน้ำลึก ท่าทางของเขาไม่มีความตื่นตระหนกหรือโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ อย่างใจเย็น ก่อนจะวางลงและประสานนิ้วมือหนาไว้บนโต๊ะไม้
"ในรูปนั้นคือตัวผมในวัยยี่สิบห้าปีครับ... ยืนถ่ายคู่กับชายอีกคนที่มีใบหน้าเหมือนกับผมทุกประการ เขาคือพี่ชายฝาแฝดของผมเอง... ชื่อ 'คิริน'" คิรันกล่าว น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาแฝงความเศร้าสร้อยล้ำลึกที่ปิดซ่อนไว้มานาน "คิรินหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสิบปีก่อน... ใน่เวลาเดียวกับที่เกิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องกลุ่มแรกของเมืองนี้ สัญลักษณ์นกฮูกนั่นเป็สิ่งเดียวที่พี่ชายผมทิ้งไว้ในห้องนอนก่อนที่เขาจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย"
ลลินเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุด "พี่ชายฝาแฝดงั้นเหรอ? ข้อมูลและตัวตนของคิรินไม่มีอยู่ในบันทึกประวัติครอบครัวของคุณที่ส่งให้ตำรวจหรือสืบค้นได้เลยนะคะ มันเป็ไปได้อย่างไร?"
"เพราะมีบางคน... ที่มีตำแหน่งใหญ่โตในกระบวนการยุติธรรมและกลุ่มอิทธิพลมืดจงใจลบประวัติและตัวตนของพี่ชายผมออกไปจากสารบบคดีทั้งหมดครับ" คิรันสบตาทนายสาวตรงๆ แววตาอบอุ่นของเขาแปรเปลี่ยนเป็นิ่งลึก เย็นะเื และแฝงรังสีอันตรายที่ทำให้ลลินขนลุกซู่ "พวกเขาสร้างเื่ขึ้นมาลับๆ ว่าพี่ชายของผมคือฆาตกรที่หลบหนีคดี และพยายามจะปิดปากทุกคนที่เกี่ยวข้อง และตอนนี้... พวกเขากำลังใช้หลักฐานที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อทำให้ผมกลายเป็ผู้รับบาปและจบชีวิตในคุกคดีปัจจุบันแทน"
"แล้วทำไมคุณไม่บอกเื่นี้กับตำรวจหรือแจ้งความล่ะคะ? นี่เป็ข้อมูลพยานหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนทิศทางของคดีและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของคุณได้เลยนะคิรัน!" ลลินเอ่ยถามด้วยความสับสนและไม่เข้าใจในท่าทีปกปิดของเขา
คิรันขยับตัวโน้มมาข้างหน้าเล็กน้อย ระยะห่างที่ลดลงทำให้ลลินได้กลิ่นไม้อบอุ่นผสมกลิ่นไอฝนอันเป็เอกลักษณ์จากตัวเขาอีกครั้ง มันทรงพลังจนหัวใจของเธอเต้นกระตุกหวนคิดถึงััสวาทเมื่อคืนนี้
"คุณทนายลลินครับ..." คิรันเอ่ยเสียงทุ้มแ่เบา แฝงความนัยน่ากลัว "บางทีสิ่งที่คุณควรถามไม่ใช่ตรานั้นมาจากไหนหรือทำไมผมไม่บอกตำรวจ... แต่เป็ 'ใครอยากให้คุณเห็นมันต่างหาก' ... คนร้ายจงใจจัดฉากให้สัญลักษณ์นี้ปรากฏขึ้นรอบตัวผม และทิ้งมันไว้ในจุดที่สืบเนื่องถึงผมได้ง่ายเกินไป เพื่อดึงดูดคุณและคนรอบข้างให้ก้าวเข้ามาในเกมนองเืนี้ และหากผมเปิดเผยตัวตนของพี่ชายคิรินออกไปตอนนี้... ไม่ใช่แค่ผมที่จะเดือดร้อน แต่ตัวคุณเองนั่นแหละ... ที่จะกลายเป็เหยื่อรายต่อไปของพวกมันที่จ้องจะฆ่าปิดปาก"
คำพูดของคิรันเปี่ยมไปด้วยปริศนาและความไม่น่าไว้วางใจ เขายังคงรักษากิริยาสุภาพ ท่าทางราบเรียบอ่อนโยน ไม่มีทีท่าก้าวร้าวหรือบังคับขู่เข็ญ แต่ออร่ารอบตัวเขากลับแฝงไปด้วยอันตรายสีเทาเข้มลึกซึ้งจนคาดเดาไม่ได้ ลลินจ้องมองลูกความหนุ่มตรงหน้าด้วยความสับสนและสั่นคลอนในจิตใจอย่างที่สุด สมองและเหตุผลของเธอสั่งให้เธอถอนตัวหนีจากคดีคุกคามชีวิตและผู้ชายลึกลับคนนี้เสีย แต่หัวใจและร่างกายของเธอกลับถูกดึงดูดเข้าหาเงามืดอันอบอุ่นและมีเสน่ห์ของเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
"คุณคิดว่าผมโกหกคุณไหมครับคุณลลิน?" คิรันเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แววตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับกำลังท้าทายระบบความคิดของเธอ
"ฉันยังหาคำตอบไม่ได้ค่ะ..." ลลินเอ่ยเสียงเบาแหบแห้ง พยายามดึงสติกลับมาหลบเลี่ยงสายตาคมกริบของเขา ความระแวงและความเสน่หาอันตรายกำลังปะทะกันอย่างดุเดือดในหัวใจของเธอ ท่ามกลางเงาฆาตกรที่คืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที