“ท่านแม่เ้าคะ...ตอนนี้เราเหลือเงินเพียงแปดร้อยตำลึงเงินเท่านั้นเองเ้าค่ะ”ลี่เซียนกล่าวบอกแก่มารดา
ในการย้ายบ้านใหม่นี้ทำให้พวกนางเสียตำลึงไปมาก อีกทั้งเงินที่ท่านพ่อแบ่งมาให้ยังโดนขโมยไปอีก
“แล้วเราควรทำเช่นไรดีเล่าเซียนเอ๋อร์”
“เราคงต้องหาเพิ่ม..ลูกว่าจะทำขนมขายเ้าค่ะ....ท่านแม่คิดว่าเป็เช่นไรเ้าคะ”
นางบอกแก่มารดาสิ่งที่นางทำได้คงมีแต่ขนมกับอาหารนี่แหละแต่ก็ไม่ได้อยากไปทำอาหารเป็พ่อครัวในเหลาอาหารสักเท่าไหร่ถ้าทำขนมส่งขายคงจะดีกว่า
“เซียนเอ๋อร์ฝีมือดีขนาดนี้...แม่ว่าคงขายดีเป็แน่”
“นี่จ้ะ...แม่ฝากเ้าเอาไปขายด้วยนะ”
ฮุ่ยเหมยหยิบผ้าเช็ดหน้าหลายผืนที่นางปักไว้นางตั้งใจปักเอาไว้ขายเพิ่มรายได้ นางไม่อยากให้บุตรสาวต้องทำงานหนักเพียงคนเดียวตัวนางเองก็จะช่วยบุตรสาวด้วยเช่นกัน
“จะดีหรือเ้าคะท่านแม่”ลี่เซียนกล่าวเสียงสั่น
นางไม่เคยคิดเลยว่ามารดาจะนั่งปักผ้าเอาไว้ขายทั้งๆที่นางตั้งใจจะทำให้มารดาอยู่อย่างสุขสบายกลายเป็มารดานางต้องมาช่วยนางทำงานเสียนี่
“แม่เต็มใจ...จะให้แม่นั่งอยู่เฉยๆในขณะที่ลูกทำงานแม่คงทำไม่ได้หรอก”
คำกล่าวของมารดาทำนางน้ำตาตกดียิ่งนัก มีมารดามันดีอย่างนี้นี่เอง นางและมารดากอดกันอยู่นานก่อนที่นางจะปาดน้ำตาและฮึบสู้ ตัวนางเองก็ต้องพยายามเช่นเดียวกัน
“พี่มู่หานที่นี่มีตลาดของชาวต่างชาติหรือปล่าวจ้ะ”นางคิดเมนูขนมในหัวไว้แล้วขาดแต่วัตถุดิบสำคัญหากมีนางคงทำสำเร็จแต่หากไม่มีคงต้องเปลี่ยนเมนูแล้วแหละ
“มีขอรับ..ข้าน้อยจะทำทางคุณหนูไปเองขอรับ”
ลี่เซียนมู่หานและซูลี่เดินทางไปยังตลาดของชาวโปรตุเกสในสมัยนี้ชาวโปรตุเกสคงมาถึงจีนแล้วสินะ
“ถึงแล้วขอรับ”มู่หานบอกพลางสายตาก็จ้องมองไปบริเวณรอบๆเพื่อระวังภัยให้คุณหนู
ลี่เซียนที่สายตากำลังเดินเลือกดูของต่างๆมีของมากมายที่น่าสนใจติดตรงภาษาที่ใช้สนทนานางพูดได้หลายภาษาก็จริงแต่นางพูดภาษาโปรตุเกสไม่ได้สักหน่อยแล้วนางจะทำยังไงล่ะที่นี้
“พี่มู่หานที่นี่ไม่มีล่ามใช้แปลภาษาหรือจ้ะ”
“มีขอรับเพียงแต่เราต้องจ้างและราคาก็หลายตำลึง”แล้วเราเหลือติดตัวอยู่แปดร้อยตำลึงเงินจะพอซื้อไหมนี่เอาเป็ว่าเดินดูก่อนแล้วกันเผื่อไม่จำเป็ต้องใช้ล่าม
นางเดินดูรอบๆที่ขายของจนมาเจอกับขนมที่มีรูปร่างคล้ายวุ้นทรงสี่เหลี่ยมสีสันสวยงามนางจึงรีบเดินไปทันที
“คุณหนูสนใจเจลลี่ไหมขอรับ”
สำเนียงแปร่งๆของคนขายเรียกนางเมื่อเห็นนางสนใจในตัวขนมของเขาชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจขนมของเขาเลยเพราะมันแปลก
“ท่านพูดภาษาจีนได้ด้วยหรือเ้าคะ”นางเอ่ยถามอย่างแปลกใจถึงสำเนียงจะแปลกๆไปบ้างแต่ก็พอฟังออก
“ได้นิดหน่อยขอรับ”สำหรับพ่อค้าต่างชาติอย่างเขาภาษาสำคัญมากเพราะชาวจีนส่วนใหญ่ไม่มีใครกล้าที่จะมาพูดคุยกับเขาเลยล่ามก็คิดราคาแพงเนื่องจากมีคนส่วนน้อยที่จะพูดได้ดังนั้นเขาจึงเรียนพูดภาษาจีนเอาไว้เพื่อความจำเป็
“เจลลี่ของท่านทำยังไงถึงมีลักษณะแบบนี้เ้าคะ”
“อ่อ...เป็ผงเจลลี่น่ะขอรับ”พ่อค้าบอกแก่ลี่เซียนเมื่อเห็นท่าทางนางดูสนใจกับเจลลี่ตรงหน้าเหลือเกิน
“ข้านำมันมาด้วย..หากคุณหนูสนใจข้าคิดราคาให้พิเศษเลยนะขอรับ.....”
“แล้วท่านคิดเท่าไหร่กันเ้าคะ”ลี่เซียนเอ่ยถามทันทีนี่แหละของที่นางตามหา ผงวุ้นนั่นเองนางคิดไว้แล้วว่าคงมีการนำเข้ามาอยู่บ้างเพียงแต่ต้องรอดูราคาเท่านั้นว่านางมีเงินพอซื้อหรือเปล่า
“สำหรับคุณหนูข้าน้อยคิดเพียงซองละสองตำลึงเงินขอรับ”
ถ้าเทียบกับชาวบ้านทั่วไปสองตำลึงเงินนับว่าแพงเลยเนื่องจากเป็สินค้านำเข้าและเป็เพียงวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหารเท่านั้นเนื่องจากไม่มีคนกล้าซื้อสินค้าของเขา เขาจึงคิดราคาแพงไปกว่านี้ไม่ได้
“ท่านมีเท่าไหร่หรือเ้าคะ”ลี่เซียนเอ่ยถามเพราะนางต้องใช้ทำขนมขายหากมีจำนวนน้อยคงไม่พอต่อความ้าของนาง
“ยี่สิบซองเท่านั้นขอรับ”เขาไม่ได้นำมาเยอะเพียงแค่เจลลี่ที่ทำขายก็ไม่มีคนซื้อแล้ว
“ถ้าข้าเหมาหมดท่านสามารถลดราคาให้ข้าได้หรือไม่เ้าคะ”นางต้องใช้นักต่อราคาแล้วแหละ เผื่อจะได้ของในราคาที่ถูกลง
“เอ่อ..ลดให้ยี่สิบอีแปะแล้วกันขอรับ”
“สิบตำลึงเงิน”ลี่เซียนกล่าวดักทางพ่อค้า ทำเอาพ่อค้าเริ่มร้อนรนกับสกิลการต่อราคาของนาง
“สิบตำลึงเงินเลยหรือขอรับ...คุณหนูข้าน้อยให้ไม่ได้หรอกขอรับ”
“ห้าตำลึงเงินขาดตัว”
อาจจะดูว่านางต่อราคาโหดเพียงแต่ต่อให้นางไม่ซื้อชาวบ้านคนอื่นก็ไม่มีใครซื้ออยู่ดีอีกทั้งซาลาเปาลูกละไม่ถึงห้าอีแปะ ซองวุ้นซองละยี่สิบตำลึงเงินนับว่าแพงมากสำหรับที่นี่
“ตกลงขอรับข้าลดให้ห้าตำลึงขอรับ”คุณหนูคนนี้ต่อราคาจนเขากลัว นางจะทำให้พ่อค้าอย่างเขาหัวใจวายอยู่แล้ว
หลังจากต่อราคาซื้อผงวุ้นแล้วนางก็ออกไปตลาดเพื่อซื้อวัตถุดิบตามร้านค้าต่างๆเพื่อมาทำขนมขนมที่นางจะลองทำขายคือลูกชุบ กับวุ้นดอกไม้เพียงแต่ผงวุ้นราคาแพงมากวุ้นดอกไม้นางคงต้องรอดูตำลึงที่เหลือก่อนถ้าอย่างนั้นทำเป็ทองหยอดกับทองหยิบแทนละกัน
เมื่อนางได้วัตถุดิบต่างๆ ก็รีบมาที่ครัวทันทีเริ่มจากลูกชุบ นางนึ่งถั่วเขียวสามสิบนาทีจนสุกและนำมาพักให้เย็นแล้วนำมากวนรวมกับน้ำตาลและกะทิให้ละเอียดจึงนำมากวนต่อในกระทะให้อ่อนจนไม่ติดกระทะ
จากนั้นนำมาปั้นเป็รูปต่างๆส่วนใหญ่นางปั้นเป็รูปผักผลไม้ เช่นส้ม มังคุด ลูกท้อ แตงโม เชอร์รี่ พริกข้าวโพด แครอท ขั้นตอนสุดท้ายจึงนำมาชุบสีธรรมชาติและวุ้นที่เตรียมไว้ รอให้แห้ง
“คุณหนูเหมือนพริกจิ๋วเลยเ้าค่ะ...สิ่งนี้สามารถกินได้จริงๆเหรอเ้าคะ..มันจะเผ็ดหรือไม่”คำพูดของซูลี่แทบทำนางกลั้นหัวเราะไม่ไหว พริกไม่ได้ใส่สักเม็ดเอาอะไรมาเผ็ดขนมหวานนะซูลี่ไม่ใช่อาหารรสเผ็ด
“กินได้สิ...แต่ต้องรอมันคงรูปสักครู่ข้าจะให้พวกเ้าชิมนะ”
พอบอกแก่สาวใช้เสร็จลี่เซียนก็หันไปทำทองหยอดกับทองหยิบต่อสองเมนูนี้ทำง่ายสำหรับนางจึงใช้เวลาไม่นานก็เสร็จนางแบ่งขนมไว้ให้ท่านแม่และทุกคนในเรือนชิมหากทุกคนบอกว่าอร่อยก็คงจะขายได้
“อร่อยมากเ้าค่ะคุณหนู...เ้าพริกจิ๋วนี่หอมมัน...วุ้นข้างนอกก็นุ่มยิ่งนัก...ทองหยิบทองหยอดก็อร่อยยิ่งนักเ้าค่ะ”ซูลี่เอ่ยขึ้นมาด้วยสายตาเป็ประกาย สาวใช้คนอื่นก็ทำหน้าเคลิบเคลิ้มไม่ต่างกัน
“ท่านแม่กับป้าจูคิดเห็นอย่างไรเ้าคะ”
“อร่อยมากจ้ะลี่เซียน...เพียงแต่มีรูปลักษณ์ที่แปลกตาจะมีคนกล้าซื้อหรือลูก”ท่านแม่เอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“จริงเ้าค่ะคุณหนู...แต่เื่รสชาติบ่าวไม่ขัดเลยเ้าค่ะ...เก่งที่สุดเลยเ้าค่ะคุณหนูของบ่าว”ป้าจูที่พูดเสร็จก็หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตา
นางภูมิใจในตัวคุณหนูของนางมากที่สุดั้แ่วันที่คุณหนูของนางฟื้นก็ดูเปลี่ยนไปถ้าให้เทียบนางคงชอบคุณหนูในตอนนี้มากกว่า