81 2-2
ตอนที่148 หยุนซีเดือดจัด (2)
“ข้าจะวิ่งไปทุบบ้านเรียกฮูหยินของเจ้าและฟ้องให้หมดถึงเรื่องที่เจ้าแอบดูข้าแช่น้ำในวันนี้!สงสัยจะเบื่อชีวิตมากนักกระมัง! แล้วข้าจะทำเช่นไรต่อไป? วิ่งขึ้นเขาหลังสถานศึกษาและโดดหน้าผากฆ่าตัวตายดีหรือไม่?”
หยุนซีสบถด่าไม่หยุดพร้อมฝ่ามือที่กระหน่ำทุบตีต่อเนื่องส่วนทางด้านแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วกลับไม่กล้าตอบโต้ใดๆ เพราะตระหนักดีว่าตนเองเป็นฝ่ายผิดเต็มประตู สุดท้ายก็ได้แต่ยกแขนต้องป้องกันเท่านั้น
หยุนซีออกลวดลายใช้ทั้งมือทั้งเท้ากระหน่ำใส่ด้วยความโกรธจัดเป็นเวลานานสักครู่ใหญ่ก่อนที่นางจะหยุดมือในท้ายที่สุดใบหน้าของแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วในขณะนี้ทั้งบวมและช้ำในกลายเป็นสีม่วงอมดำปูดโปนใหญ่เท่าลูกมะนาวทั่วใบหน้า
“หยุนซีหยุดก่อน!ข้าบอกแล้วไงว่า มิได้ตั้งใจทุบบ้านเรือนของเจ้าแล้ว...แล้วมิได้ตั้งใจแอบดูเจ้าแช่น้ำเช่นกัน!”
แม่ทัพจางเจิ้งกั๋วทั้งโกรธทั้งอัยอายในเวลาเดียวกันรีบยกมือปิดใบหน้าอันร้อนผ่าวของตน
“นี่เจ้ายังกล้าบอกว่าไม่ได้ตั้งใจแอบดูข้าแช่น้ำอีกงั้นรึ?”
ได้ระบายอารมณ์ไปหนึ่งชุดใหญ่สีหน้าที่หม่นหมองของหยุนซีเริ่มคลายความโกรธเกรี้ยวลงบ้างหนึ่งส่วนแต่พอมาได้ยินคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ประโยคนี้ของแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วดวงตาคู่งามสีดอกท้อพลันมัวหมองลงอีกครั้ง ชั่วพริบตาเดียวรัศมีพลังสีม่วงประกายสดใสพลันระเบิดคลั่งพุ่งทะยานออกมาจากร่างของนางโดยมีตัวนางเป็นรัศมีใจกลางทั้งสวนบุปผาและพฤกษานานาพันธุ์โดยรอบล้วนถูกคลื่นพลังกระแทกกวาดล้างปลิวกระจายสิ้นสารทิศชนิดที่ว่าบางต้นถึงกับโดนถอนรากถอนโคนในเสี้ยวอึดใจ
เมื่อเห็นภาพฉากเช่นนี้สีหน้าของแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วยิ่งแปรเปลี่ยนในทางแย่ลงหนักเขาเร่งหมุนตัวกลับอยากจะวิ่งหนีตายออกไปสุดใจไฉนเวลาหยุนซีโกรธจัดช่างน่ากลัวปานนี้!
ท่ามกลางสวนบุปผาที่โกลาหลกลีบเกสรกระจัดกระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณหยุนซีเหยียดมือพุ่งออกไปคว้าคอของแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วอย่างเลือดเย็นลากอีกฝ่ายกลับมากระทืบทุบตีอีกชุดใหญ่
ระดับลมปราณของแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วอยู่เพียงขอบเขตราชันย์ม่วงครึ่งขั้นเท่านั้น และเขาหาใช่คู่มือของหยุนซีไม่เลยยิ่งในเวลานี้ที่นางกำลังโกรธจัด มีหรือที่จะไว้เมตายั้งมือให้? ทำเอาแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วไม่กล้าต่อสู้หรือแม้กระทั่งตอบโต้กลับเลยสักนิดเพราะกลัวว่าการทำเช่นนี้จะยิ่งไปกระตุ้นความโกรธเกรี้ยวของสตรีเหี้ยมนางนี้ให้หนักเข้าไปใหญ่
เซียถงยืนมองอยู่เคียงข้างใกล้ชิดติดขอบสนามสายตาเป็นประกายเปี่ยมไปด้วยความสนใจ แต่ผ่านไปสักพักนางเองก็ถึงกับตะลึงงันเช่นกันที่เห็นหยุนซีทรงพลังกว่าที่จินตนาการไว้มาก!อย่าให้หญิงสาวนางนี้โกรธโดยเด็ดขาด เพราะตัวอย่างก็มีให้เห็นแล้วจากแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วผู้ยิ่งใหญ่ในเวลานี้กลับไม่ต่างอะไรกับเด็กสามขวบที่กำลังโดนแม่ไล่ฟาดอยู่เลย!
หลังจากนั้นสักครู่ใหญ่หยุนซีหอบหายใจตระหนี่ถี่เร็ว แสดงให้เห็นชัดเจนว่านางในตอนนี้เหน็ดเหนื่อยเพียงใดจากการต่อสู้ ดังนั้นก็เลยหยุดมือเลิกกระทืบทุบตีแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วต่อ
ส่วนทางฝั่งแม่ทัพจางเจิ้งกั๋ว...ในปัจจุบันกำลังนอนโทรมอยู่กับพื้นพร้อมกองฝุ่นตลบใหญ่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ใบหน้าบวมเป่งราวกับลูกโป่งกำลังจะแตกสภาพดูอนาถเสียยิ่งกว่าขอทาน
“เจ้าแอบดูข้าแช่น้ำหรือเปล่า?”
หยุนซีใช้บาทาสะกิดเรียกอีกฝ่ายเตะใส้ท้องแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วไปทีหนึ่ง คำรามถามน้ำเสียงเดือดดุ
“ข้า...ข้า...ข้า...ไม่ได้...”
อย่าว่าแต่เรื่องศักดิ์ศรีเลยในเวลานี้แค่จะเอาชีวิตให้รอดออกไปก็เกรงว่ายากแล้วสำหรับแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วคนนี้
“ยังกล้าปฏิเสธอีกงั้นรึ?!”
หยุนซีเริ่มมีน้ำโหหงุดหงิด ทั้งที่กระทืบแม่ทัพใหญ่แห่งจักรวรรดิตงหลี่ไปกว่าสิบชุดจนอีกฝ่ายนอนหมดสภาพกองกับพื้นปานนี้ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!มันยังจะกล้าปฏิเสธว่าไม่ได้ดูนางแช่น้ำจริงๆ!
“ได้! ได้!หากเจ้ายังปากแข็งไม่ยอมรับผิดเช่นนี้สงสัยพวกเราคงต้องไปหาคณบดีเพื่อตัดสินเสียแล้ว”
หยุนซีกลอกตามองบนไปทีหนึ่งด้วยความหน่ายใจเอื้อมมือไปจิกผมแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วและลากอีกฝ่ายออกไปทันที
“อย่า! อย่า!”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังแบกตนออกไปหาคณบดีแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วพลันตื่นตระหนักหนัก หากเรื่องในตอนนี้หลุดถึงหูโลกภายนอกเขาคงไม่มีหน้าใช้ชีวิตอยู่ในผืนพิภพแห่งนี้แกต่อไป!
“เช่นนั้นก็ตอบมาเจ้าตั้งใจแอบดูข้าแช่น้ำใช่ไหม?”
หยุนซีเอ่ยถามพร้อมยิ้มที่มิใช่รอยยิ้มเอนตัวเคลื่อนเข้าใกล้อีกฝ่าย สีหน้าการแสดงออกมืดทมิฬน่ากลัว
แม่ทัพจางเจิ้งกั๋วลอบส่งสายตาเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างกล้าๆกลัวๆ แน่นอน เขาอยากปฏิเสธใจจะขาด แต่ก็กลัวว่าหยุนซีจะลากตัวเขาไปหาคณบดีทว่าหากตอบว่าใช่ ชื่อเสียงของเขาที่สั่งสมมาก็เตรียมพังทลายในพริบตาได้เช่นกันไม่ว่าจะเลือกทางไหน ก็ล้วนมีจุดจบที่ไม่สวยเลยจริงๆ คิดมาถึงจุดนี้แม่ทัพใหญ่แห่งตงหลี่แทบจะกลั้นน้ำตาไหวไม่อยู่อีกต่อไป
“ท่านอาจารย์หยุนซีเขาแอบดูท่านแช่น้ำจริงๆ ศิษย์คนนี้เป็นพยานได้”
เซียถงที่เฝ้ามองอยู่เคียงข้างจู่ๆ ก็พูดแทรกขึ้นมา
“คิดไว้แล้วเชียว”
หยุนซีมมองค้อนใส่แม่ทัพจางเจิ้งกั๋วอยู่สักครู่ก่อนที่ใบหน้าของนางจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแจ่มใสอย่างน่าประหลาด ยื่นมือออกไปตรงหน้าอีกฝ่ายและกล่าวว่า
“จ่ายมาสามแสนเหรียญทองเป็นค่าปิดปากมิฉะนั้นข้าจะป่าวประกาศให้คนทั้งเมืองรู้กันไปเลยว่า เจ้าแอบดูข้าแช่น้ำ!”
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วแทบเป็นลม
ให้จ่ายสามแสนเหรียญทอง? ไฉนไม่ปล้นกันเลยล่ะ?!
“อย่างไรเสีย เจ้ายังต้องชดใช้ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเรือนพักของข้าด้วยรวมไปถึงค่าสมุนไพรพฤกษาโดยรอบที่ข้าปลูกไว้ ก็เห็นแก่ที่เจ้าเป็นคนรู้จักฉะนั้นจะลดให้เหลือสักหนึ่งแสนเหรียญทองพอ”
หยุนซียังคงกล่าวต่อไม่หยุดยั้งประดับเคียงคู่รอยยิ้มอันแสนสดใส
แม่ทัพจางเจิ้งกั๋วจับจ้องหยุนซีสักพักหนึ่งขณะกำลังจะปริปากเอ่ยขึ้น จู่ๆก็พลันสัมผัสได้ถึงแววเจ้าเล่ห์ที่ส่องประกายออกมาจากนัยน์ตาของนางได้โดยพลันดังนั้นเขาจึงรีบหุบปากในทันใด พึงทราบดีนิสัยเห็นแก่เงินอย่างเจ้าจิ้งจอกสาวเจ้าเล่ห์นางนี้ หากคิดจะเอ่ยปากต่อรองเตรียมโดนขึ้นราคาเป็นสองเท่าทวีทันที!
เมื่อเห็นแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วรีบเก็บคำหุบปากไปหยุนซีก็ขดริมฝีปากปั้นหน้าบึ้งใส่เล็กน้อยด้วยความผิดหวังนางกำลังรอให้อีกฝ่ายตอบโต้ต่อราคามาพอดีเพื่อหวังจะใช้โอกาสนี้ขึ้นราคาให้สูงขึ้นไปอีก
แลมองสีหน้าอันมืดหม่นของแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วนางยิ้มกล่าวต่ออีกว่า
“อ่อ...ข้าลืมไปว่าเมื่อครู่ข้าเผลอวางยาพิษใส่ตัวเจ้าด้วยไม่ว่าจะกรณีใดข้าแนะนำให้เจ้ารีบกินยาถอนพิษโดยเร็วจะดีกว่าแต่ราคาค่ายาค่อนข้างสูง จำต้องจ่ายในราคาสองแสนเหรียญทอง หากไม่ยอมจ่ายล่ะก็ก็เตรียมกลับบ้านไปรอลูกเมียรอพิษขึ้นสมองตายได้เลย”
แม่ทัพจางเจิ้งกั๋วถึงกับเงยหน้ามองด้วยความตะลึงสุดขีดและเป็นลมหมดสติไปทันที
“ท่านอาจารย์หยุนซีท่านทำให้อม่ทัพจางเจิ้งกั๋วเป็นลมเสียแล้ว”
เซียถงปริปากกล่าวพลางก้มหน้าก้มตาจับจ้องไปที่แม่ทัพจางเจิ้งกั๋วที่นอนสลบอยู่บนพื้น
“ก็ใช่”
หยุนซีพยักหน้าพลางยักไหล่ให้ทีหนึ่งหมุนตัวเดินจากเข้าเรือนพักผ่านรูโบ๋บนกำแพงสักพักหนึ่งค่อยเดินกลับมาพร้อมกับกระดาษแผ่นขาวใบหนึ่งและกล่องหมึก
“ครั้งนี้เขาเป็นหนี้ข้าค่อนข้างเยอะจำเป็นต้องเขียนหนังสือสัญญาพร้อมให้อีกฝ่ายกดลายนิ้วมือยืนยัน”
หยุนซีคุกเข่าลงกับพื้นวางแผ่นสัญญาลงตรงหน้าแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วพร้อมวานให้เซียถงช่วยกางนิ้วโป้งขวาของอีกฝ่ายจัดมากดกับกล่องหมึกสีแดงแน่นอย่างแรง
ก่อนจะจับประทับเซียถงเงยหน้าขึ้นมาอ่านสัญญาฉบับดังกล่าวและกล่าวขึ้นว่า
“ท่านอาจารย์หยุนซีแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วยังทุบโต๊ะเรียนพังไปตัวหนึ่ง”
“อ้าว? ไฉนถึงไม่รีบบอกกันก่อน?”
หยุนซีเหลือบสายตามองเซียถงอยู่แวบหนึ่งก่อนจะรีบคว้าสัญญาฉบับนั้นและวิ่งเข้าตัวเรือนพักไป ชั่วขณะหนึ่งค่อยวิ่งกลับมาเซียถงถึงกับตะลึงเช่นกันเมื่อเห็นว่ามีการเพิ่มข้อหาเข้ามาอีกหนึ่งบรรทัดในสัญญาฉบับดังกล่าว ‘ค่าความเสียหายต่อทรัพย์สินสาธารณะสามสิบเหรียญทอง’