
ท่านเทพฟางหรงที่ในยามนี้กลับมาเปิดร้านอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้นำพาดวงวิญญาณผู้บริสุทธิ์เข้าสู่วัฏสงสารเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยความขยันขันแข็งนั้น ในยามนี้นางกำลังนั่งรอลูกค้าคนถัดไปอย่างกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก
ลูกค้าสาวในชุดโบราณซอมซ่อเดินเข้ามาภายในร้านด้วยร่างกายที่ผ่ายผอมเสียจนไม่เหลือเค้าความงามที่เคยมี สีหน้าและแววตาของนางทำให้หลาย ๆ คนยากจะอธิบายออกมาได้
แต่เทพธิดาฟางหรงนั้นทราบเป็นอย่างดี ว่าการแสดงออกของวิญญาณสาวตรงหน้านางนั้นเป็นความรู้สึกอย่างไร มันคือความรู้สึกของคนที่ไม่เข้าใจและคับข้องใจกับสิ่งที่ตนได้เคยพบเจอมาในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่นั่นเอง
“เชิญนั่งก่อน” เจ้าของร้านผู้สง่างามเอ่ยกับดวงวิญญาณสาวตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโอบอ้อม
“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ ท่านสามารถทำตามคำขอที่ข้าน้อยต้องการได้ทุกประการเลยหรือเจ้าคะ” วิญญาณสาวนั่งลงแล้วถามอีกฝ่ายขึ้นมาด้วยสีหน้ามีความหวัง
“ก็ต้องรอดูก่อน ว่าเรื่องที่เจ้าต้องการให้เราทำเป็นเรื่องใด และร้ายแรงมากขนาดไหน จงเอ่ยนามของเจ้า”
“หลินฟางซินเจ้าค่ะ” วิญญาณสาวตอบกลับแทบจะทันทีที่อีกฝ่ายเอ่ยปากถามนามของตน
‘นามของนางมีส่วนคล้ายคลึงกับนามของเราอีกแล้ว นี่จะเป็นเรื่องบังเอิญเกินไปหรือไม่นะ’
หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของดวงตาสีทับทิมคิดในใจพลางเปิดตำราเพื่อดูเรื่องราวของวิญญาณสาวตรงหน้าด้วยความแปลกใจเล็กน้อย
เรื่องราวที่นางกำลังดูอยู่ในยามนี้เป็นเรื่องราวของหญิงสาวนางหนึ่งนามว่า “หลินฟางซิน”
หลินฟางซินเป็นบุตรสาวของจิตรกรเอกแห่งยุคผู้เลื่องชื่อ นางเกิดในครอบครัวที่มีผู้เป็นบิดาเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวของนางที่เหลืออยู่ เนื่องจากมารดาของตนจากไปตั้งแต่นางยังเยาว์
แต่ถึงอย่างนั้นนายท่านหลินเทียนก็ไม่เคยทำให้บุตรสาวของเขารู้สึกขาดความอบอุ่นแต่อย่างใด เขาสั่งสอน และอยู่เคียงข้างบุตรสาวของตนมาโดยตลอด
หลินฟางซินจึงเปรียบดั่งบุปผาอันแสนล้ำค่าในสายตาของหลินเทียนเสียจนเขาไม่อยากที่จะให้นางต้องเจอเรื่องลำบากอันใดในชีวิตเลยแม้แต่อย่างเดียว
นายท่านหลินว่าจ้างคนมาสั่งสอนศาสตร์ต่าง ๆ ที่สตรีพึงมีให้กับบุตรสาวของเขาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
ทั้งยังสั่งสอนทักษะการวาดภาพที่เขามีให้กับนางอย่างไม่หวงแหนวิชา โดยหวังว่าหลังจากนางออกเรือนไปจะไม่ตกเป็นที่ครหาว่าเป็นสตรีหยาบกระด้างและไม่รู้ความเพราะไม่มีมารดาคอยสั่งสอนมาตั้งแต่เล็ก
แต่เหมือนกับว่านายท่านหลินนั้นจะไม่ได้มีวาสนาอยู่เห็นพิธีวิวาห์ของบุตรสาวของเขาเสียแล้ว เพราะเขาจากไปอย่างกะทันหันโดยที่หลินฟางซินไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ถึงอย่างนั้นการจัดงานไว้อาลัยก็ยังมีพ่อบ้านและเหล่าบ่าวรับใช้ทั้งหลายคอยช่วยเหลืองานของนางอยู่ไม่น้อย
หลังจากงานไว้อาลัยจบลงไปได้เพียงไม่นาน หญิงสาวก็ได้รับแขกที่มาจากตระกูลฝั่งแม่ผู้ล่วงลับของนาง ซึ่งนั่นทำให้นางเข้าใจในทันทีว่าพ่อบ้านตระกูลเจินที่มาเคารพศพบิดานางในครั้งก่อนนั้นเขามาด้วยสาเหตุอะไร
หลินฟางซินไม่ได้สนิทสนมกับตระกูลของมารดาของตนเองมากนัก เพราะมารดาของนางเป็นเพียงบุตรของอนุที่ไม่ได้รับความสำคัญจากครอบครัว
ดังนั้นเมื่อนางแต่งออกมาแล้ว ตระกูลเจินก็ไม่ได้มาดูดำดูดีมารดาของนางที่เป็นบุตรหลานของพวกเขาอีก
ดังนั้นตระกูลเจินในสายตาของนางจึงเป็นดั่งญาติห่าง ๆ ที่อีกนิดก็แทบจะไม่ต่างจากคนรู้จักกันทั่วไปแล้วนั่นเอง
แต่เหมือนว่าการมาเยือนของตระกูลเจินในครั้งนี้นั้นจะสร้างความแปลกใจให้กับหลินฟางซินอยู่ไม่น้อย เนื่องจากลุงของนางหรือก็คือพี่ชายของมารดานางนั้นมาด้วยตนเองเพื่อชวนให้นางไปอาศัยอยู่ที่บ้านตระกูลเจินด้วยกัน
โดยที่พวกเขานั้นให้เหตุผลที่ยากจะปฏิเสธว่านางนั้นเป็นสตรีที่ยังไม่ได้ออกเรือน ซ้ำยังไม่ได้หมั้นหมายกับใครที่จะทำให้สามารถแต่งเข้าบ้านสามีไปก่อนได้หลังจากไร้ซึ่งบิดา
ดังนั้นบ้านตระกูลเจินจึงไม่อาจนิ่งดูดายญาติสายนอกผู้นี้ และต้องแสดงน้ำใจโดยการพานางกลับไปอยู่ด้วยกันที่บ้านตระกูลเจินไปก่อน ระหว่างรอให้ผู้ใหญ่หาชายหนุ่มที่เหมาะสมกับนางได้แล้วแต่ง ออกไปในภายหลัง
ซึ่งแม้ว่าหลินฟางซินจะรู้สึกว่าไม่คุ้นเคยและไม่สะดวกใจที่จะไปอยู่ที่นั่นมากเพียงใด แต่นางก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าคนตระกูลเจินเป็นดั่งญาติสายเดียวที่เหลืออยู่ของนางแล้ว การที่ลุงของนางมาชวนกลับไปอยู่บ้านด้วยความใส่ใจแบบนี้นั้นจึงทำให้นางไม่สามารถบอกตัดน้ำใจของเขาไปได้อย่างเด็ดขาดมากนัก อีกทั้งนายท่านเจินผู้เป็นลุงของนางในตอนนี้นั้นก็ไม่ได้เร่งรัดกับนางในเรื่องนี้
หลินฟางซินจึงเพียงแค่ตอบตกลงอย่างไม่คิดอะไรมาก เพราะนางจะไม่ขนของที่เป็นของนางไปอยู่บ้านหลังนั้นจนหมดอยู่แล้ว เนื่องจากนางยังต้องออกมาตรวจดูร้านค้าและกิจการต่าง ๆ ที่เป็นของบิดาที่นางจะต้องรับช่วงต่ออยู่
นายท่านเจินที่ได้ฟังสิ่งที่หลินฟางซินได้บอกก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เขาจึงพยักหน้าให้กับความต้องการของหลานสาวผู้ไม่คุ้นเคยตรงหน้าทันที
ที่เขาต้องเชิญหลานนอกไส้คนนี้กลับไปยังตระกูลนั้น เนื่องมาจากว่ามีคนไม่น้อยที่ทราบว่าหลินเทียนผู้ล่วงลับได้แต่งงานและสร้างครอบครัวกับคุณหนูเจินในอดีต
ดังนั้นการที่ทั้งสองคนจากไปแล้วทิ้งเอาไว้เพียงหญิงสาวที่อยู่ในวัยออกเรือนเอาไว้เพียงลำพังโดยไร้ซึ่งญาติผู้ใหญ่คอยดูแล ดูจะเป็นเรื่องที่อาจจะสร้างความขายหน้าให้กับตระกูลเจินในอนาคตเสียมากกว่า
การรับนางกลับเข้าตระกูลเจินเป็นการชั่วคราวจึงเป็นเรื่องที่พวกเขาควรจะทำเป็นอย่างมากในยามนี้ เพราะหากปล่อยไว้นานเกินไปผู้ไม่ประสงค์ดีอาจจะใช้เรื่องนี้โจมตีตระกูลเจินก็เป็นไปได้
อีกทั้งพวกเขายังหวังว่าการรับหลานสาวสายนอกผู้มากความสามารถและมีชื่อเสียงโดดเด่นเช่นนี้กลับเข้าตระกูลอย่างเอิกเกริกเช่นนี้นั้นจะทำให้คุณชายบ้านอื่น ๆ มาสนใจลูกหลานตระกูลเจินมากขึ้นด้วยนั่นเอง
ความจริงแล้วนายท่านเจินล้วนคิดถึงแต่ผลประโยชน์ที่ตระกูลตนเองจะได้รับทั้งสิ้น
แต่เมื่อหลินฟางซินเข้ามาอาศัยในบ้านตระกูลเจินเพียงไม่กี่วันนางก็สัมผัสได้ในทันทีถึงความไม่พอใจของใครบางคนที่มีต่อนาง
บ้านหลักตระกูลเจินที่นางเข้ามาอาศัยอยู่ในขณะนี้นั้นประกอบไปด้วยฮูหยินผู้เฒ่าผู้เป็นมารดาในสายเลือดของนายท่านเจินคนปัจจุบัน หากเทียบตามจริงแล้วฮูหยินผู้เฒ่านั้นไม่ใช่ยายแท้ ๆ ของนาง เพราะท่านยายของหลินฟางซินนั้นเป็นเพียงอนุของนายท่านผู้เฒ่าเจินผู้ล่วงลับเพียงเท่านั้น
ถัดมาก็เป็นนายท่านเจินฮุ่ยหมิงที่เป็นลุงของนาง นายท่านเจินนั้นมีทายาทเพียงสองคนเท่านั้นที่เกิดจากฮูหยินเอกของเขา ส่วนอนุคนอื่น ๆ กลับไม่ได้ให้กำเนิดบุตรออกมาเลยแม้แต่คนเดียว
แต่ถึงอย่างนั้นนายท่านเจินก็ไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรนัก เพราะตระกูลของภรรยาของเขาก็เกื้อกูลและสนับสนุนในเรื่องของหน้าที่การงานของเขามาโดยตลอด
นายท่านเจินมีบุตรสาวและบุตรชายอย่างละคนเพียงเท่านั้น คนโตคือคุณชายเจินจง และน้องสาวคือคุณหนูเจินซูฮวา ซึ่งเจินซูฮวานี้เองที่เป็นอีกหนึ่งคนที่ไม่ชื่นชอบการที่หลินฟางซินมีตัวตนอยู่ในตระกูลของนางในตอนนี้
เนื่องจากตั้งแต่ที่หลินฟางซินเข้ามาอยู่ในตระกูลอย่างเป็นทางการ สหายทั้งหลายของนางก็ต่างมาถามด้วยความสนใจในรูปโฉมและความสามารถของญาติผู้พี่นางนี้เสียจนนางรู้สึกว่าโดนแย่งความสนใจไปอย่างไม่น่าให้อภัย
เจินซูฮวาจึงรู้สึกไม่ชอบใจญาติผู้พี่ของตน และมักจะชักสีหน้าใส่นางทุกครั้งที่มีโอกาสได้พบเจอกันในยามที่อยู่ในจวนอย่างไม่ปิดบังเจตนาของตน
ดังนั้นการมาเยือนของหลินฟางซินที่เป็นลูกหลานของอนุภรรยาและเป็นหลานสาวสายนอกจึงสร้างความไม่พอใจให้กับฮูหยินผู้เฒ่าเจินและเจินซูฮวาไม่น้อย ดูจากสายตาดูแคลนที่พวกนางมองมาที่นางในแต่ละครั้งที่พบกันก็สามารถรู้ได้โดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา
#ลูกค้ารายที่สองของยัยน้องมาแล้วค่ะ
༼ つ ◕◡◕ ༽つ
#ดูแล้วยัยน้องน่าจะได้รับภารกิจหนักอยู่นะคะ
╏ : ◉ ∧ ◉ : ╏
#ชื่อคล้าย ๆ ยัยน้องเหมือนลูกค้ารายที่แล้วเลยน้า…
(●’◡’●)
#ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
ʕ•ᴥ•ʔ