หมู่บ้านสกุลมู่ ณ ห้องแห่งหนึ่งในเรือนพักตากอากาศของลู่จางเหว่ย
ร่างเล็ก ๆ ที่นั่งแล้วขายังไม่ถึงพื้น กำลังจับพู่กันแล้วเขียนในกระดาษผิงแบบหยาบ ซึ่งมีราคาแค่ยี่สิบใบต่อหนึ่งอีแปะ ด้วยความมุ่งมั่น หวังว่าสักวันจะได้รับอนุญาตให้เขียนบนกระดาษผิงละเอียดแบบพิเศษ ซึ่งมีราคาแผ่นละหนึ่งอีแปะ
ในกระดาษผิงแบบหยาบตรงหน้าของแม่นางน้อย เขียนไว้ว่า…
“มาจาก่าวบดไป ถึงกำลี้กำไลที่เท่าแก่ชื่อด้ายมา ในละยะนี้กานค้ากานขายลุางเรืองนัก ทะว่าเงินฉิบไห ทองแปดฮีบที่หามาด้ายในละยะนี้ ยังม่ายเพียงพอห้ายอาตงบุดชายแต่งงานด้าย เพาะสินสอดที่แม่-งนางหวงเหม่นยอดยิ๋งงามแหงแผ่นดินต้างว้ายมีสูงทึงเงินห้าพานตามลึง ทองสิบห้าฮีบ ล้านค้าอีกยี่ฉิบล้าน ท้างหมดนี้ม่ายช่ายเงินสินสอดที่ขู้ควนความงาม และความสามาดของแม่-งนางหวงเหม่ยเท่าน้าน
ทะว่าเป็ข้าที่จะซื้อคำว่า “ตกโลง” จากปากของนาง ในกานขอแต่งงาน….”
แม่นางน้อยผู้นี้ ก็คือนางหนูซานซานที่ปีนี้อายุห้าปี นางนับว่าเป็ศิษย์เอกนอกสำนักของท่านผู้เฒ่าเผย (อาศัยวิ่งดุ๊กดิ๊กดุ๊กดิ๊กอยู่ในหมู่บ้าน พอเห็นท่านผู้เฒ่าเดินออกกำลังกาย ก็ไปวิ่งตามเป็หางเล็กๆ คอยพูดจำนรรจา เรียกท่านตาเ้าคะอย่างโน้นอย่างนี้ ช่วยสอนให้ข้าเขียนประโยคนี้ด้วยเถิดเ้าค่ะอย่างนั้นอย่างนี้) แน่นอนว่านางไปสถานศึกษาสำหรับเด็กเล็ก มีพัฒนาการที่จัดว่าเฉลียวฉลาดกว่าเด็กในวัยเดียวกัน
ตอนนี้แม่นางน้อยอายุห้าปีผู้นี้ มีความฝันอัน ยิ่งใหญ่อยู่สองความฝัน หนึ่งคือ เป็เถ้าแก่เนี้ยในร้านใดร้านหนึ่งของกลุ่มการค้าหลันหลัน และสองคือเป็นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่
อาศัยว่าเป็สหายที่ดีของพี่สาวเหมยฮวา มู่ซานซานตัวน้อยจึงได้รับอนุญาตให้มาฝึกฝนร่ำเรียน ในห้องส่วนตัวของท่านหญิงรองได้ ไม่ว่าท่านหญิงรอง หรือคุณชายเ้าของเรือนจะอยู่หรือไม่
ซานซานน้อยก็สามารถเดินอาด ๆ แอ่นพุงเล็กๆของนางเข้ามาในจวน โดยไม่มีใครขัดขวาง ขอเพียงแต่นางอยู่ในเรือนฝั่งตะวันตกซึ่งเป็อาณาเขตของท่านหญิงรองก็เพียงพอ ระยะนี้เป็ฤดูกาลเพาะปลูก การเรียนการสอนของชั้นเด็กโตได้หยุดไปแล้ว แต่การเรียนการสอนในชั้นเด็กเล็กยังคงมีอยู่ แต่เป็ในแบบที่ไม่ได้เคร่งครัดนัก
ไม่มีการสอนพัฒนาการใดๆให้เคร่งครัด เหมือนเป็การฝากเลี้ยงใน่เวลาปิดเทอมเท่านั้น ดังนั้นจึงมีคนไปเรียนบ้างไม่ไปเรียนบ้าง ซานซานน้อยที่เฉลียวฉลาดยิ่งนัก ย่อมไม่ไปเรียน นางมาหมกตัวเพื่อฝึกฝนตัวเองที่จวนตากอากาศของสกุลลู่ในหมู่บ้านทุกวัน
แต่การจะมานั้น ก็ต้องเป็หลังจากที่นางไปหาลำไพ่พิเศษซะก่อน “ลำไพ่พิเศษ” ของนางหนูซานซานในตอนนี้ไม่ได้เป็เพียงการหาวัตถุดิบการทำอาหารเล็กๆน้อยๆเข้าครัวบ้านบรรพบุรุษสกุลมู่ แต่นางยังได้ขยายขอบเขตของนางไปยังอาณาจักรไหวๆ ของเหมยฮวาด้วย
นี่เป็ความลับที่ทุกคนไม่รู้ แม้กระทั่งมารดาและบิดาของซานซานตัวน้อยก็ยังไม่รู้ว่า ตอนนี้บุตรสาวคนกลางของบ้านเป็สายลับที่มีอายุน้อยที่สุดของ หอการข่าวพื้นบ้านไหวๆ ของท่านหญิงรอง
ที่น่าทึ่งกว่านั้นก็คือ จากผลการประเมินในเดือนที่ผ่านมา ข่าวที่ซานซานตัวน้อยหามาได้ สร้างผลกำไรให้กับหอการข่าวไหวๆ มากที่สุด นางได้ค่าจ้างจากท่านหญิงรองมากมาย
พี่สาวท่านหญิงรองเหมยฮวาเกรงว่านางจะเก็บเงินไม่เป็ จึงได้ให้ตะกร้าใบน้อย ที่มีสายสะพายไว้ให้นางหนึ่งใบ สายลับตัวน้อยดีใจมาก นางได้ยินจากพี่สาวสกุลจ้างที่ขายไข่คนข้นๆ ว่าพวกนางก็ได้มาจากท่านหญิงรองคนละใบ
มีความเชื่อที่ส่งต่อกันมาว่า หากเก็บเงินในตะกร้าใบน้อยเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ก็จะได้เก็บเงินในตะกร้าใบใหญ่โดยใช้เวลาไม่นาน นางหนูซานซานเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่าตะกร้าน้อยใบนี้คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่จะทำให้นางร่ำรวยทำความฝันอันดับหนึ่งให้เป็ความจริงได้ในเร็ววัน
มันจะต้องเป็เช่นนั้นแน่นอน เพราะว่าเงินที่อยู่ในตะกร้าใบน้อยตอนแรกมีสองตำลึง แล้วตอนนี้นางทำงานเพียงแค่ไม่กี่เดือนก็มีเพิ่มถึงยี่สิบตำลึงแล้ว
ทุกวันกิจวัตรของนางก็จะเป็เช่นนี้ หาเงิน จากนั้นก็เดินมาที่บ้านพักตากอากาศของนายท่านลู่ สนเพื่อฝึกฝนเส้นทางแห่งการเป็นักประพันธ์ที่ยิ่งใหญ่ของแผ่นดิน
“วันนี้เ้าเขียนอะไร เขียนได้เยอะหรือไม่ ใกล้จะปิดต้นฉบับแล้วใช่ไหม ถ้าเ้าเขียนจบก็เอามาให้ข้านะ ข้าจะเอาไปให้ท่านอาจารย์ ที่อยู่ในสำนักพิมพ์ของสถานศึกษา และทำหน้าที่บรรณาธิการอ่าน พวกเขาจะได้ให้ความเห็นและติชมมา ถึงแม้ว่าเ้าจะรู้ว่าผลงานจะยังไม่เข้าขั้น แต่การที่มีคนอ่านให้ ทั้งยังติชมด้วยนั้น สำคัญต่อการพัฒนาผลงานของเ้ามาก”
เหมยฮวาที่จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้น นางเปิดประตูเข้ามาแล้วพูดกับคนที่นางถือว่าเป็ทั้งน้องสาวและลูกศิษย์สายตรงของตนเอง โดยไม่พูดพร่ำทำเพลงหรือเกริ่นอะไรก่อน
นางพูดยาวเหยียด แล้วก็ทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ซานซาน จากนั้นก็เอื้อมมือไปโดนน้ำชาแล้วดื่มอึกใหญ่ นั่งดื่มรวดเดียวสามจอก เล่นเอาเด็กน้อยห้าขวบหันไปมองตาค้าง เพียงเท่านี้ก็รู้ว่าเหมยฮวาเหนื่อยจริงๆ
“ดื่มช้าๆ ระวังสำลัก”
ซานซานนอนไม่แปลกใจเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของนายท่านสกุลลู่เดินเข้ามา ถ้ามีพี่สาวฮวาฮวาอยู่แถวนั้นแล้ว ไม่พบคุณชายใหญ่สกุลลู่อยู่แถวนั้นก็นับว่าแปลกแล้ว
แค่ก ๆ…
ยังไม่ทันขาดคำดี เหมยฮวาก็สำลักออกมา น้ำหูน้ำตาไหล ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ใรีบร้อนเดินเข้าไปใกล้ลูบหลังให้นางอย่างอ่อนโยน
พวกเขาสองคนกำลังศึกษาแล้ววนกับเหตุการณ์เฉพาะหน้า จนไม่ได้สนใจว่าเด็กหญิงวัยห้าขวบที่นั่งอยู่ด้วย หันไปคว้าเอาสมุดเล่มเล็กที่เหน็บไว้ข้างเอวขึ้นมา