ลึกลงไปใต้มหานครโครเนแซนเดรียอันเจริญรุ่งเรือง...ลึกยิ่งกว่าชั้นใต้ดินลับของทำเนียบรัฐบาลส่วนกลาง ลึกยิ่งกว่าศูนย์บัญชาการทางทหารระดับยุทธศาสตร์ขององค์กร V.I.F. ณ ระดับความลึกที่ไม่มีปรากฏอยู่บนแผนผังทางราชการหรือพิมพ์เขียวฉบับใดๆ ของโลกใบนี้
ห้องประชุมทรงกลมสีดำสนิทขนาดมหึมากำลังตกอยู่ในความเงียบงันชวนอึดอัด บรรยากาศรอบข้างเย็นะเืดุจห้องแช่แข็ง สมาชิกสภาสูงทั้งสิบสองคนผู้กุมบังเหียนของมนุษยชาติกำลังนั่งประจำตำแหน่งอยู่บนแท่นลอยตัวแม่เหล็กไฟฟ้าทรงวงแหวนที่ลอยเด่นอยู่เหนือความมืดมิด
ไม่มีชื่อ...ไม่มีตำแหน่ง...ไม่มีการเปิดเผยใบหน้าหรือตัวตนภายใต้หน้ากากเหล็กกล้าสะท้อนแสง พวกเขามีเพียงรหัสประจำตัวเป็ตัวเลขสองหลักเท่านั้น ทว่าในโลกที่ผุพังใบนี้... คำตัดสินและเจตจำนงของพวกเขาทั้งสิบสองคน มีน้ำหนักและอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดมากกว่ารัฐบาลของทุกประเทศและทุกอาณานิคมที่เหลืออยู่รวมกันเสียอีก
กึ่งกลางของห้องประชุมอันมืดมิด ภาพโฮโลแกรมสามมิติแสงสีฟ้านวลของ ริน อาซากิ ปรากฏตัวฉายเด่นหรา ข้อมูลสถิติเชิงชีวภาพและโครงสร้างพันธุกรรมวาเรียนต์จำนวนมหาศาลกำลังไหลผ่านหน้าจอประมวลผลด้วยความเร็วสูงราวกับสายน้ำ
[ SUBJECT-R ]
รหัสการพัฒนา: LYSILNOS-2
ระดับการวิวัฒนาการปัจจุบัน: EW-1
ค่าการตอบสนองพลังงานเรโซแนนซ์: 87.4%
ความเสถียรทางพันธุกรรมและโครงสร้างเซลล์: 92.1%
ศักยภาพคาดการณ์สูงสุด: [ ไม่สามารถประเมินค่าได้ ]
ความเงียบอันหนักอึ้งปกคลุมห้องประชุมอยู่หลายวินาที มีเพียงเสียงหึ่งๆ ของระบบกรองอากาศเท่านั้น ก่อนที่สมาชิกสภาหมายเลข 03 จะเป็ฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ในแบบจำลองยุทธศาสตร์แรกเริ่มมาก"
สมาชิกหมายเลข 07 ที่อยู่แท่นถัดไปพยักหน้าเห็นด้วย "เพียงแค่ได้รับการกระตุ้นจากการเผชิญศึกจริงระดับอาณานิคมเมื่อคืนก่อน ค่าระดับการวิวัฒนาการหรือ EW ก็พุ่งทะยานเพิ่มขึ้นเกือบสิบสามเปอร์เซ็นต์ หากพวกเราปล่อยให้เด็กคนนี้เติบโตและปรับตัวในอัตราเร่งระดับนี้..." เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่งเพื่อปรับกระแสเสียง "...อีกไม่นาน ตัวอย่างวิจัยชิ้นนี้ก็จะเข้าสู่จุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ"
สมาชิกหมายเลข 01 ซึ่งนั่งอยู่ตรงกึ่งกลางและทำหน้าที่เป็ประธานการประชุมกล่าวขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง เ็า และไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกราวกับซุ่มเสียงของเครื่องจักรกลประมวลผล
"รายงานสถานะโครงสร้างของแผนงาน"
ฟุ่บ!
ภาพโฮโลแกรมของรินแปรเปลี่ยนสภาพทันที แสงไฟวูบวาบเผยให้เห็นแฟ้มข้อมูลลับขั้นสูงสุดอีกชุดหนึ่งที่ถูกตราหน้าปกไว้ด้วยสัญลักษณ์รูปปีกนกฟีนิกซ์
[ PROJECT ELYSIUM ]
วัตถุประสงค์หลัก:
กระตุ้นและเร่งอัตราการวิวัฒนาการของยีนลีซิลนอสในมนุษย์
ผลักดันและบีบคั้นให้ Subject-R ก้าวข้ามขีดจำกัดเข้าสู่ระดับ EW-2
สร้างอาวุธชีวภาพสมบูรณ์แบบเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามระดับวันสิ้นโลก
เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดสำหรับเหตุการณ์: RED STAR
ทันทีที่ตัวอักษรของข้อความสุดท้ายปรากฏขึ้น เด่นชัดกลางสายตา สมาชิกสภาสูงหลายคนภายในห้องประชุมพลันมีสีหน้าและแววตาสั่นไหวเปลี่ยนไปในทันที
RED STAR ชื่อรหัสลับระดับมหาภัยพิบัตินั้น เป็สิ่งโบราณอันน่าสะพรึงกลัวที่แม้แต่ระดับสภาสูงผู้กุมชะตาโลกยังไม่อยากจะเอ่ยอ้างหรือกล่าวถึงให้ระคายหูหากไม่มีความจำเป็ สมาชิกหมายเลข 11 จึงตัดสินใจเอ่ยท้วงติงขึ้นมาด้วยความกังวล
"พวกเรามั่นใจในมาตรการควบคุมแล้วจริงๆ หรือ? ว่าการผลักดันระบบเซลล์ไปสู่ระดับ EW-2 ในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้ จะไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงจนเกิดการย้อนกลับ หากอ้างอิงจากฐานข้อมูลการทดลองและบันทึกในอดีตคราวนั้น..." เขาเว้นจังหวะ “...ยังไม่มีมนุษย์ดัดแปลงตนใดที่จะสามารถควบคุมและแบกรับพลังงานระดับมหาศาลขนาดนั้นได้สำเร็จยกเว้น อีฟวี่ บราวน์ เลยนะ”
ห้องประชุมลับดิ่งกลับสู่ความเงียบงันชวนอึดอัดอีกหน ก่อนที่ประธานหมายเลข 01 จะเอ่ยคำตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ไร้ซึ่งความหวั่นไหว
"พวกเราไม่มีทางเลือกอื่นเหลือให้อ้อมคอยอีกแล้ว...การปรากฏตัวและสัญญาณชีพของการ์เลนอสระดับ 4 (Class 4) ที่ได้รับการยืนยันจากเขตพื้นที่รกร้างภายนอก และค่าพลังงานระดับสูงที่ขั้วโลกของสิ่งที่กำลังจะตื่นขึ้นมา เป็ข้อพิสูจน์เด่นชัดว่าคลื่นความถี่การตื่นจากการจำศีลของ ัแห่งการทำลายล้าง กำลังทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในทุกๆเดือน หาก Subject-R ไม่สามารถเร่งวิวัฒนาการและปลดล็อกพลังงานลีซิลนอสระดับสูงได้ทันท่วงทีล่ะก็...เผ่าพันธุ์มนุษยชาติจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้ออกแรงต่อสู้เพื่อความอยู่รอดในวันข้างหน้าเลยด้วยซ้ำ"
คำเฉลยอันเฉียบขาดและโหดร้ายข้อนั้น ทำให้สมาชิกทุกคนในที่ประชุมต่างพากันนิ่งเงียบไป เพราะในเชิงยุทธศาสตร์แล้ว... ไม่มีใครสามารถหาเหตุผลใดมาเอ่ยโต้แย้งความจริงอันบีบคั้นนี้ได้เลย
ในท้ายที่สุด สมาชิกหมายเลข 05 จึงลอบถอนหายใจยาวออกมาผ่านหน้ากาก "แล้ว... ใครจะเป็ผู้ก้าวออกมารับผิดชอบกับความพินาศที่จะเกิดขึ้น? ถ้าหากว่าขั้นตอนการทดลองและผลักดันในครั้งนี้เกิดความล้มเหลว... ถ้าหากรินสูญเสียสติสัมปชัญญะและความเป็มนุษย์ไปจนหมดสิ้น หรือเลวร้ายที่สุด... เธอกลายสภาพกลับมาเป็ภัยคุกคามที่ย้อนกลับมาทำลายพวกเราเสียเอง?"
วินาทีนั้นเอง สมาชิกหมายเลข 01 กลับทำเพียงแค่เค้นรอยยิ้มบางเบาอันน่าขนลุกปรากฏขึ้นใต้เงามืด ก่อนจะกล่าวประโยคราบเรียบประโยคหนึ่งที่ส่งผลให้หัวใจของคนทั้งห้องประชุมแทบจะหยุดเต้น
"...คำสั่งเร่งรัดในโครงการนี้ ไม่ได้มีต้นตอมาจากพวกเราหรอก"
พรึ่บ!
ทันทีที่สิ้นคำกล่าว สายตาของสมาชิกสภาสูงอีกสิบเอ็ดคนหันขวับมองตรงไปยังร่างของชายที่เป็ประธานพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย สมาชิกบางคนถึงกับเบิกตากว้างภายใต้หน้ากากด้วยความใและไม่เข้าใจ
"หมายความว่ายังไงกัน?!" สมาชิกหมายเลข 08 เอ่ยถามเสียงดังขึ้น "คำสั่งระดับเอลิเซียมถือเป็สิทธิ์ขาดและอำนาจการตัดสินใจขั้นสูงสุดของสภาสิบสองคนนี้แล้ว ไม่มีใครหรือองค์กรใดบนโลกใบนี้ที่จะมีอิทธิพลอยู่เหนือพวกเราไปได้อีก!"
หมายเลข 01 เงียบไปชั่วครู่หนึ่ง ราวกับกำลังพิจารณาถ้อยคำ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอย่างช้าๆ ทว่าเน้นย้ำทุกพยางค์อย่างชัดเจน
"...ถ้าเป็ในสถานการณ์สภาวะปกติทั่วไป...คำพูดของเธอก็คงจะถูกต้อง หมายเลข 08"
ห้องประชุมลับใต้ดินเงียบสนิทลงทันควันจนได้ยินเพียงเสียงกระแสไฟฟ้า สมาชิกหลายคนเริ่มมีสีหน้าและท่าทีที่เคร่งเครียดและตื่นตระหนกขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เพราะพวกเขาทุกคนต่างล่วงรู้กิตติศัพท์ดีว่า ชายผู้เป็ประธานหมายเลข 01 ไม่ใช่คนที่จะหยิบยกเื่พรรค์นี้มาพูดเล่นเพื่อความสนุกสนาน
"แต่สำหรับคำสั่งสั่งการเร่งรัดในครั้งนี้..." ประธานเอ่ยพลางผสานมือเข้าหากัน "...มันถูกส่งลงมาจากเบื้องบนโดยตรง"
ครืนนนน...
บรรยากาศภายในห้องประชุมทรงกลมพลันเย็นะเืและแผ่ซ่านไปด้วยความกดดันอันมหาศาลลงในทันทีทันใด ไม่มีใครกล้าที่จะปริปากพูดหรือเอ่ยคำถามใดๆ แทรกขึ้นมาอีกแม้แต่คนเดียว เพราะพวกเขาทุกคนในที่แห่งนี้ ต่างเข้าใจความหมายอันลึกซึ้งและน่าสะพรึงกลัวของคำว่า "เบื้องบน" ดีเกินกว่าจะกล้าท้าทาย
สมาชิกหมายเลข 07 ถึงกับลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอด้วยความสั่นกลัว "หรือว่า...หรือว่า ‘ท่านผู้นั้น’... จะมีแผนการบางอย่างที่พวกเราสภาสูงเองยังไม่รู้...?"
ไม่มีคำเฉลยหรือคำตอบใดๆ หลุดออกมาจากปากของประธานประชุมอีก ชายชราหมายเลข 01 ทำเพียงแค่เอื้อมนิ้วมือไปกดสวิตช์ปิดหน้าจอโฮโลแกรมข้อมูลทั้งหมดลงในทันที ราวกับ้าตัดบทและไม่ปรารถนาที่จะให้หัวข้อบทสนทนานี้ดำเนินต่อไปอีกแม้แต่เสี้ยววินาที
"หน้าที่เพียงประการเดียวของพวกเราในตอนนี้...คือการปฏิบัติตามคำสั่งการให้ลุล่วงและสมบูรณ์แบบที่สุด...เพียงเท่านั้น"
หลายชั่วโมงต่อมา ณ บริเวณชั้นน่านฟ้าสากล
ภายในโครงสร้างส่วนบัญชาการของยานรบจู่โจมขนาดั์ ORCA กัปตันแบล็คเบิร์ดกำลังนั่งนิ่งสงบอยู่ภายในห้องทำงานและห้องบัญชาการรบส่วนตัวของตนเอง แสงสว่างนีออนสีน้ำเงินครามจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และระบบโฮโลแกรมสะท้อนเข้ากับใบหน้าอันเคร่งขรึมและกรำศึกของเขาจนดูดุดัน
ติ๊ด... ติ๊ด...
สุ้มเสียงแจ้งเตือนสัญญาณไฟสีแดงกะพริบถี่ๆ พร้อมกับการปรากฏขึ้นของไฟล์ข้อความลับสุดยอดระดับตราประทับ Omega ที่ถูกส่งตรงผ่านระบบดาวเทียมรักษาความปลอดภัยหนาแน่น
[ CLASSIFIED MESSAGE: OMEGA BLACK ]
ผู้รับ: ผู้บัญชาการสูงสุดประจำยานจู่โจม ORCA (กัปตันแบล็คเบิร์ด)
ผู้ส่ง: สภาสิบสองสูงแห่ง V.I.F.
หัวข้อ: PROJECT ELYSIUM (คำสั่งบังคับใช้เร่งด่วน)
แบล็คเบิร์ดไล่เรียงสายตาอ่านเนื้อหาและรายละเอียดของคำสั่งลับภายในหน้าจออย่างถี่ถ้วน...ทีละบรรทัด...ทีละข้อความ...และในระหว่างที่สายตาเลื่อนอ่าน สีหน้าของชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งก็ค่อยๆ แข็งค้าง ไร้ซึ่งความรู้สึก ก่อนที่มือหนาอันทรงพลังจะเผลอกำหมัดแน่นเข้าหากันจนเสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบโดยไม่รู้ตัว
[ รายละเอียดคำสั่งยุทธศาสตร์ ]
เริ่มต้นแผนงานการพัฒนาพัฒนาศักยภาพชีวภาพของ Subject-R เต็มรูปแบบ
บีบบังคับและผลักดันระดับอัตราการวิวัฒนาการของยีนให้ก้าวสู่ระดับ EW-2 โดยเร็วที่สุด
อนุญาตให้จัดวางเป้าหมายลงในภารกิจที่มีสภาวะแรงกดดันสูงและวิกฤติต่อชีวิต (High-Pressure Mission)
อนุญาตให้ใช้สถานการณ์การต่อสู้จริงในสมรภูมิรบนองเืเพื่อเป็ตัวเร่งปฏิกิริยา
อนุมัติการเปิดใช้งานขั้นตอนการทดลองระยะที่สอง (Phase Two) อย่างไม่มีเงื่อนไข
ดวงตาสีเหล็กกล้าอันดุดันของกัปตันใหญ่หรี่เล็กลงจนเป็เส้นตรง แววตาฉายประกายความเดือดดาลออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"ไอ้พวกสารเลวสภาสูงเอ๊ย..."
ชายร่างสูงสบถด่าออกมาในลำคอเบาๆ ด้วยความรู้สึกสมเพชระคนโกรธแค้น เพราะในฐานะทหารเจนศึก เขารู้ซึ้งดีว่าประโยคคำสั่งสวยหรูเ่าั้มันหมายความว่าอย่างไรในความเป็จริง...
พวกตาแก่ในสภาสูงกำลัง้าบีบคั้นให้รินเติบโตและกลายสภาพเป็อาวุธให้เร็วขึ้นเหมือนกับอีฟวี่ โดยพวกมันไม่ได้สนใจหรือแยแสเลยสักนิดว่าวิธีการเ่าั้จะต้องแลกมาด้วยความทรมาน คราบน้ำตา หรือแม้กระทั่ง ชีวิต ของหญิงสาวคนนั้นหรือไม่ก็ตาม
แบล็คเบิร์ดเอนแผ่นหลังหนาพิงเข้ากับพนักเก้าอี้หนังอย่างเหนื่อยล้า ก่อนจะหมุนใบหน้าไปทอดสายตามองดูภาพถ่ายใบหนึ่งของรินที่ยังคงเปิดค้างอยู่บนหน้าจอมุมขวา
เด็กสาวในภาพถ่ายใบนั้นกำลังส่งรอยยิ้มอันแสนสดใส ใสซื่อ และบริสุทธิ์ใจมาให้...รอยยิ้มของเด็กผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่สมควรจะได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นอย่างมีความสุข ไม่ใช่อาวุธชีวภาพเดินได้ ไม่ใช่เครื่องมือทดลองขององค์กรหน้าเนื้อใจเสือ และไม่ใช่สิ่งที่ต้องมาแบกรับคำว่า 'ความหวังในการอยู่รอดของมนุษยชาติ' เอาไว้บนบ่าเล็กๆ ทั้งสองข้าง... เธอเป็เพียงแค่เด็กผู้หญิงอายุสิบแปดปีคนหนึ่งเท่านั้นเอง
"...พวกแกกำลังคิดจะทำลายและทำอะไรกับชีวิตของเด็กคนนี้กันแน่..." เขานึกพึมพำกับตัวเองด้วยกระแสเสียงที่เต็มไปด้วยความเวทนา
โดยที่ตัวของกัปตันแบล็คเบิร์ดและสภาสูงทั้งสิบสองคนไม่มีวันล่วงรู้เลยว่า... ณ อีกฟากฝั่งหนึ่งของโลกอันห่างไกลรกร้าง ใครบางคน...กำลังเฝ้าจับจ้องมองดูลำดับเหตุการณ์และพฤติกรรมทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
ภายในห้องโถงที่มืดมิดสนิทไร้ซึ่งแสงสว่าง ไร้ซึ่งร่องรอยของสิ่งมีชีวิต ดวงตาคมกริบคู่หนึ่งค่อยๆ ลืมเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆ ั์ตาสีทองคำเรืองรองฉายประกายแวววับส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดดุจดวงไฟของพญามัจจุราช
ที่เบื้องหน้าของบุคคลปริศนาลึกลับคนนั้น...คือหน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ที่กำลังฉายภาพสัญญาณสด ที่แอบลักลอบเจาะระบบดึงมาจากกล้องวงจรปิดทุกตัวบนยานรบ ORCA รวมถึงภาพใบหน้าของริน อาซากิ ในมุมมองปัจจุบันด้วยเช่นกัน
ชายหนุ่มั์ตาสีทองจดจ้องมองดูใบหน้าของเด็กสาวชาววาเรียนต์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากซ้ายของเขาจะค่อยๆ ยกขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มบางเบาอันน่าขนลุกปรากฏขึ้นบนใบหน้า...ราวกับว่าตัวเขานั้น กำลังเฝ้ามองดูการเจริญเติบโตของสิ่งของหรือผลผลิตล้ำค่าที่ตนเองเฝ้ารอคอยการเก็บเกี่ยวมาอย่างยาวนานแสนนาน
"...ใกล้เข้ามาแล้ว..."
สุ้มเสียงทุ้มต่ำลึกลับนั้นดังแ่เบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมแห่งความตาย "อีกไม่นานเท่านั้น..."
"...ผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของ อีฟวี่ บราวน์ และถูกเลือกโดยพระผู้เป็เ้า The One...จะตื่นขึ้นจากการหลับใหลเสียที"
และภายใต้ความมืดมิดอันเป็นิรันดร์ของห้องโถงแห่งนั้น...ไม่มีมนุษย์คนใดบนโลกใบนี้ที่จะล่วงรู้หรือระแคะระคายได้เลยว่า บุคคลปริศนาผู้มีั์ตาสีทองเรืองรองคนนี้...คือตัวตนระดับพระผู้เป็เ้า ที่อยู่เหนือล้ำยิ่งกว่าอำนาจของสภาสูง V.I.F. ทั้งสิบสองคน
เป็บุคคลลึกลับที่แม้แต่สมาชิกสภาผู้ทรงอิทธิพลที่สุดยังไม่เคยมีโอกาสได้พบเห็นใบหน้าหรือเข้าพบตัวจริงเลยสักครั้งในชีวิต เป็ผู้ที่ก่อตั้งองค์กร Violent Informal Force ขึ้นมา...และเป็ตัวการสำคัญผู้เป็คนส่งพิมพ์เขียวและคำสั่งการของ โครงการเอลิเซียม ลงมาสั่นคลอนและขับเคลื่อนโชคชะตาของโลกใบนี้ด้วยน้ำมือของตนเองั้แ่แรกเริ่ม!
[จบตอนที่ 22 : โครงการเอลิเซียม]