น้าผันสะดุ้งโหยงใจหายแว้บ รีบแก้ตัวออกไปน้ำขุ่นๆ ทั้งที่หน้าถอดสี
“เอ้อ...พอดีข้า... ข้าแอบลุยเข้าไปในสวนรก ๆ ท้ายหมู่บ้านน่ะสิไอ้อึ่ง!กะว่าจะเข้าไปเก็บส้มโอพันธุ์ดีลูกใหญ๊ใหญ่ ที่มันสุกงอมคาต้น
แหม...มึงเอ๊ย ลูกมันนะ ทั้งขาว ทั้งอวบ ทั้งเต็มไม้เต็มมือข้าต้องกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับกิ่งหนามอยู่ตั้งนานกว่าจะเข้าถึงตัวมันได้เสื้อผ้าข้ามันเลยยับยู่ยี่ ผมเผ้ากระเซิงยังกับไปรบกับใครมาแบบนี้แหละ!”
พูดเสร็จน้าผันก็รีบก้มหน้าก้มตาเดินเลี่ยงกลับขึ้นไปบนบ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูงของแกทันที
แต่พอเท้าเหยียบขั้นบันไดไม้ที่คุ้นเคยแผ่นดินที่เคยนิ่งสงบก็คล้ายจะถล่มทลายลงมา เมื่อ นางคล้อยเมียแก่จอมโวยวายของน้าผันกำลังยืนจดๆ จ้องๆ รออยู่บนชานเรือนพร้อมไม้ขัดหม้อข้าวในมือ
“ไอ้ผัน! มึงหายหัวไปไหนมาทั้งคืนวะ! แล้วไหนบอกจะไปจับปลาแต่ดันกลับมาตัวเปล่าแถมเดินขาสั่นพั่บ ๆ แบบนี้มันหมายความว่ายังไงวะห๊ะ!”
เสียงนางคล้อยตะโกนด่าดังลั่นบ้านจนนกตัวน้อยที่อยู่บนชายคาบ้านน้าผันต่างพากันบินหนีไปหมด
"โธ่... อีคล้อย ฟังข้าก่อน ข้าไป... โอ๊ย!"
ยังไม่ทันสิ้นเสียงแก้ตัวเสียงไม้ขัดหม้อข้าวก็กระทบเนื้อดัง "พลั่ก!"ตามมาด้วยเสียงโครมครามของจานชามและฝาหม้อแกงที่ปลิวว่อนแตกกระจายไปทั่วบ้าน
น้าผันร้องโอดโอยเสียงหลงด้วยความเจ็บปวดทั้งโดนหยิก โดนตบ โดนตี จนเสียงดังออกมาถึงข้างนอกบ้าน
ตาอึ่งที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ถึงกับส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
“โถ่ไอ้ผันเอ๊ย... ท่าทางจะไปเจอส้มโอลูกใหญ่มากเลยสินะก็เอ็งมัวแต่ไปบีบไปเค้นส้มโอไม่ยอมกลับบ้าน ถึงได้กลับมาโดนเมียซ้อมหนักจนน่วมขนาดนี้เฮ่อ กรรมของเอ็งจริง ๆ ว่ะไอ้ผัน”
น้าผันได้แต่ครวญครางอยู่ในใจขณะหลบไม้ในมือเมียที่ฟาดลงมาไม่ยั้ง
'ซวยแล้วกู... ถึงจะได้ปลดปล่อยน้ำจนหมดตัว แต่ถ้าเกิดโดนอีคล้อยตีจนกระดูกกระเดี้ยวหักขึ้นมาแบบนี้จะมีปัญญาย่องไปหาคุณหมอแพรวที่บ้านพักหมอได้ยังไงกันล่ะเนี่ย!'
...
บรรยากาศในสถานีอนามัยยามเช้าดูสดใสขึ้นผิดหูผิดตาเมื่อหมอแพรวปรากฏตัวในชุดเครื่องแบบสีขาวสะอาดสะอ้านที่บัดนี้ดูเหมือนจะพยายามโอบอุ้มร่างกายอวบอัดของเธอไว้อย่างสุดกำลังทันทีที่เธอเดินผ่านเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เหล่าเจ้าหน้าที่และผู้ช่วยต่างพากันละสายตาจากกองเอกสารแล้วจ้องมองเธอเป็นตาเดียว
“ตายแล้ว...ทำไมนับวันหมอแพรวก็สวยขึ้นทุกวัน ผิวพรรณผุดผ่อง หน้าขาวใส และดูสิหน้าอกหน้าใจคุณหมอแพรวก็ดูเหมือนจะใหญ่ขึ้นอีกนะนั่น!”
ผู้ช่วยสาวเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขณะกวาดสายตามองหน้าอกหน้าใจแพรวพิลาสที่เต่งตึงจนดุนดันชุดเดรสด้านในนูนโด่งออกมาเห็นเป็นสองเต้าใหญ่เท่าลูกมะพร้าวเลยด้วยซ้ำ
เจ้าหน้าที่อนามัยอีกคนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็วพร้อมกับขยับเข้ามาใกล้เพื่อพินิจพิจารณาความเปลี่ยนแปลงนั้น
“ใช่ๆแกดูสิ สะโพกหมอแพรวผายกว้างขึ้นเยอะเลยนะเนื้อก้นก็เต่งตึงดึ๋งตั๋งอวบอ้วนขึ้นตั้งเยอะ ขนาดฉันเป็นผู้หญิงเห็นแล้วยังอยากจะเข้าไปขยำให้เต็มสองมือเลยเธอเซ็กซี่ขึ้นกว่าเดิมจริง ๆ นะแค่พักร้อนไปไม่กี่วันทำไมถึงเปลี่ยนไปได้มากมายขนาดนี้”
หมอแพรวที่กำลังจัดเตรียมสเตทโตสโคปหันมาได้ยินสองสาวที่กำลังคุยพาดพิงถึงตนเองอยู่เข้าพอดี เธอยิ้มกริ่มเหมือนแอบเก็บความลับอะไรบางอย่างเอาไว้ไม่อยากเปิดเผย
ดวงตากลมโตของหญิงสาวเป็นประกายขึ้นมาเมื่อนึกถึงกิจกรรมเข้าจังหวะอันแสนดุเดือดที่ท่าน้ำและบนบ้านพักหมอกับทั้งลุงสมหมาย สามหนุ่มตระกูลบุญ และน้าผันในค่ำคืนที่เพิ่งผ่านไปไม่นาน
“คงเป็นเพราะแพรวได้หยุดพักร้อนมีเวลานอนแบบเต็มอิ่ม เหมือนได้ชาร์จแบตเตอรี่เต็มที่มา 4-5 รอบน่ะค่ะพี่ ๆ ฮิฮิ”
เธอตอบทีเล่นทีจริงพลางหัวเราะคิกคักน้ำเสียงสดใสทิ้งให้เหล่าเจ้าหน้าที่อนามัยได้แต่ยืนงุนงงกับคำพูดที่ว่า สี่ห้ารอบโดยที่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า...
การชาร์จแบตเตอรี่ของคุณหมอสาวในทริปพักร้อนนี้คือการเปิดรับพลังงานจากขุมพลังยักษ์ที่ถาโถมเข้าใส่ทั้งรูหน้าและรูหลัง จนร่างกายของเธอขยายความอวบอัดผุดผ่องได้ถึงเพียงนี้!
********
บรรยากาศช่วงหัวค่ำณ บ้านพักแพทย์ที่หมอแพรวพิลาสอาศัยอยู่ คืนนี้มิได้เงียบเหงาเหมือนเช่นเคย เมื่อสามหนุ่มตระกูลบุญอันได้แก่ไอ้บุญนำ ไอ้บุญปลูก และไอ้บุญทิ้ง บุกมาหาเธอถึงที่บ้าน
และพวกมันไม่ได้มากันแค่สามคนแต่พากันยกโขยงทั้ง น้าจัน ลุงมั่น และอาชัย ชายรุ่นใหญ่ร่างกำยำกรำแดดมากันครบชุดทุกคนมีท่าทางนอบน้อม โดยนำพานธูปเทียนแพมาพร้อมกับพวงมาลัยดอกมะลิ เพื่อทำการขอขมาคุณหมอสาวคนสวย
อีกทั้งยังหอบหิ้วถุงกับข้าวทั้งเหล้ายาปลาปิ้งส่งกลิ่นหอมฉุยมาแต่ไกล
"หมอแพรวจ๋า...ข้าต้องกราบขอโทษจริง ๆ ไม่รู้เลยว่าเป็นหมอแพรวผู้มีพระคุณต่อหมู่บ้านของพวกเรา...
ตอน (7P) พาญาติผู้ใหญ่มาขอขมาหรือมารุมทำระยำซ้ำอีกกันแน่
"หมอแพรวจ๋า...ข้าต้องกราบขอโทษจริง ๆ ไม่รู้เลยว่าเป็นหมอแพรวผู้มีพระคุณต่อหมู่บ้านของพวกเรา
ตอนกลางค่ำกลางคืนแถมคืนนั้นยังเป็นคืนเดือนมืด พอข้าเห็นนางพรายตัวขาวโพลนมาแก้ผ้าเล่นน้ำกลางคลองอยู่แบบนั้นพวกข้าเลยเผลอตัว...เข้าไปล่อเอาซะจนคุณหมอขาถ่างไปแบบนั้น
วันนี้ข้าเลยยกพานดอกไม้ธูปเทียนมาขอขมาคุณหมอจ้ะ"
ไอ้บุญนำกล่าวพลางทำหน้าสำนึกผิดแต่แววตากลับกรุ้มกริ่ม
หมอแพรวหน้าแดงซ่านจนถึงลำคอเธอเดินกะเผลกออกมาต้อนรับพลางโบกไม้โบกมือบอกว่าไม่อยากจะถือโทษโกรธเคืองพวกมันเรื่องเมื่อคืนก่อน
"เอาเถอะ ๆ พวกนายไม่ต้องถึงกับยกพานมาทำพิธีขอขมาขนาดนี้ก็ได้ฉันไม่เอาความหรอก
แต่ทีหลังอย่าทำอะไรเถื่อนๆ แบบนั้นอีกนะ ถ้าใครมาเห็นเข้าชื่อเสียงของฉันคงป่นปี้หมดแน่"
"เห็นไหมล่ะพี่บุญนำ!"
ไอ้บุญทิ้งน้องเล็กรีบพูดสวนขึ้นมา
"ฉันบอกพี่แล้วว่าอย่าบุกทะลวงเข้าไปพร้อมกันสามคนหมอแพรวเขาตัวเล็กนิดเดียว
แต่พวกพี่นั่นแหละที่ใจร้อนไม่ยอมเข้าคิวกันเอง!"
"มึงนั่นแหละตัวดีเลยไอ้บุญทิ้ง!"
ไอ้บุญนำหัวร่อดังลั่นต่อหน้าญาติผู้ใหญ่
"มึงเล่นแหกรูจีบหมอแพรวแล้วยัดตะบองฝังมุกของมึงเข้าไปแยงจนน้ำแตกคารูคนแรกเลยมึงนั่นแหละตัวเปิดศึก ไอ้บุญทิ้ง!"
"อ้าวแล้วพี่บุญปลูกล่ะ ไม่ใช่ว่าพี่ก็ยัดทะลวงก้นหมอแพรวด้วยเหรอ?"
ไอ้บุญปลูกที่ยืนข้างๆ ก็พลอยโดนลากเข้าสู่บทสนทนาอันแสนลามก
"กรี๊ดดด!หยุดนะ! หยุดคุยเรื่องพวกนี้เดี๋ยวนี้เลย!"
หมอแพรวร้องเสียงหลงพลางเอาสองมือกุมแก้มที่ร้อนผ่าว
"เอาเป็นว่าให้เรื่องมันจบแค่เมื่อคืนนี้พอห้ามไปพูดให้ใครฟังเด็ดขาด!"
...
วงเหล้าถูกตั้งขึ้นที่ใต้ถุนเรือนพักอย่างรวดเร็วโดยมีเหล่าญาติผู้ใหญ่อย่างลุงมั่นและอาชัยคอยชงเหล้าขาวผสมสมุนไพรสูตรเด็ด ยื่นให้หมอแพรวไม่ขาดสาย
พวกมันหลอกล่อให้เธอระบายความเครียดหมอสาวที่เผลอไว้ใจคิดว่าพวกมันสำนึกตัวแล้วจริง ๆ จนเริ่มเมามายสติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน
ช่วงหลังๆ เธอเริ่มกระดกเหล้าสูตรพิเศษเข้าปากติดๆ กันแบบแก้วต่อแก้วราวกับน้ำเปล่า
จนกระทั่งหมอแพรวเมาแอ๋คอพับคออ่อนแทบจะหลับฟุบคาโต๊ะ... แผนการที่แท้จริงจึงเริ่มขึ้น
"เอ้า...ได้เวลาแล้วไอ้พวกหลานๆ แบกหมอแพรวขึ้นไปบนห้องเลยสิวะ!"
ลุงมั่นสั่งการแววตาที่เคยนอบน้อมบัดนี้เปลี่ยนเป็นเสือหิว