คุณหมอสาวบำบัดสวาท 3p 4p 5p (18+)

    60. ภาคพิเศษ 37. (7P) พาญาติผู้ใหญ่มาขอขมา หรือมารุมทำระยำซ้ำอีกกันแน่

    น้าผันสะดุ้งโหยงใจหายแว้บ รีบแก้ตัวออกไปน้ำขุ่นๆ ทั้งที่หน้าถอดสี

     

    “เอ้อ...พอดีข้า... ข้าแอบลุยเข้าไปในสวนรก ๆ ท้ายหมู่บ้านน่ะสิไอ้อึ่ง!กะว่าจะเข้าไปเก็บส้มโอพันธุ์ดีลูกใหญ๊ใหญ่ ที่มันสุกงอมคาต้น

    แหม...มึงเอ๊ย ลูกมันนะ ทั้งขาว ทั้งอวบ ทั้งเต็มไม้เต็มมือข้าต้องกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับกิ่งหนามอยู่ตั้งนานกว่าจะเข้าถึงตัวมันได้เสื้อผ้าข้ามันเลยยับยู่ยี่ ผมเผ้ากระเซิงยังกับไปรบกับใครมาแบบนี้แหละ!”

     

    พูดเสร็จน้าผันก็รีบก้มหน้าก้มตาเดินเลี่ยงกลับขึ้นไปบนบ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูงของแกทันที

     

    แต่พอเท้าเหยียบขั้นบันไดไม้ที่คุ้นเคยแผ่นดินที่เคยนิ่งสงบก็คล้ายจะถล่มทลายลงมา เมื่อ นางคล้อยเมียแก่จอมโวยวายของน้าผันกำลังยืนจดๆ จ้องๆ รออยู่บนชานเรือนพร้อมไม้ขัดหม้อข้าวในมือ

     

    “ไอ้ผัน! มึงหายหัวไปไหนมาทั้งคืนวะ! แล้วไหนบอกจะไปจับปลาแต่ดันกลับมาตัวเปล่าแถมเดินขาสั่นพั่บ ๆ แบบนี้มันหมายความว่ายังไงวะห๊ะ!”

     

    เสียงนางคล้อยตะโกนด่าดังลั่นบ้านจนนกตัวน้อยที่อยู่บนชายคาบ้านน้าผันต่างพากันบินหนีไปหมด

     

    "โธ่... อีคล้อย ฟังข้าก่อน ข้าไป... โอ๊ย!"

     

    ยังไม่ทันสิ้นเสียงแก้ตัวเสียงไม้ขัดหม้อข้าวก็กระทบเนื้อดัง "พลั่ก!"ตามมาด้วยเสียงโครมครามของจานชามและฝาหม้อแกงที่ปลิวว่อนแตกกระจายไปทั่วบ้าน

     

    น้าผันร้องโอดโอยเสียงหลงด้วยความเจ็บปวดทั้งโดนหยิก โดนตบ โดนตี จนเสียงดังออกมาถึงข้างนอกบ้าน

     

    ตาอึ่งที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ถึงกับส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

    “โถ่ไอ้ผันเอ๊ย... ท่าทางจะไปเจอส้มโอลูกใหญ่มากเลยสินะก็เอ็งมัวแต่ไปบีบไปเค้นส้มโอไม่ยอมกลับบ้าน ถึงได้กลับมาโดนเมียซ้อมหนักจนน่วมขนาดนี้เฮ่อ กรรมของเอ็งจริง ๆ ว่ะไอ้ผัน”

     

    น้าผันได้แต่ครวญครางอยู่ในใจขณะหลบไม้ในมือเมียที่ฟาดลงมาไม่ยั้ง

    'ซวยแล้วกู... ถึงจะได้ปลดปล่อยน้ำจนหมดตัว แต่ถ้าเกิดโดนอีคล้อยตีจนกระดูกกระเดี้ยวหักขึ้นมาแบบนี้จะมีปัญญาย่องไปหาคุณหมอแพรวที่บ้านพักหมอได้ยังไงกันล่ะเนี่ย!'

    ...

     

    บรรยากาศในสถานีอนามัยยามเช้าดูสดใสขึ้นผิดหูผิดตาเมื่อหมอแพรวปรากฏตัวในชุดเครื่องแบบสีขาวสะอาดสะอ้านที่บัดนี้ดูเหมือนจะพยายามโอบอุ้มร่างกายอวบอัดของเธอไว้อย่างสุดกำลังทันทีที่เธอเดินผ่านเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เหล่าเจ้าหน้าที่และผู้ช่วยต่างพากันละสายตาจากกองเอกสารแล้วจ้องมองเธอเป็นตาเดียว

     

    “ตายแล้ว...ทำไมนับวันหมอแพรวก็สวยขึ้นทุกวัน ผิวพรรณผุดผ่อง หน้าขาวใส และดูสิหน้าอกหน้าใจคุณหมอแพรวก็ดูเหมือนจะใหญ่ขึ้นอีกนะนั่น!”

    ผู้ช่วยสาวเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขณะกวาดสายตามองหน้าอกหน้าใจแพรวพิลาสที่เต่งตึงจนดุนดันชุดเดรสด้านในนูนโด่งออกมาเห็นเป็นสองเต้าใหญ่เท่าลูกมะพร้าวเลยด้วยซ้ำ

     

    เจ้าหน้าที่อนามัยอีกคนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็วพร้อมกับขยับเข้ามาใกล้เพื่อพินิจพิจารณาความเปลี่ยนแปลงนั้น

    “ใช่ๆแกดูสิ สะโพกหมอแพรวผายกว้างขึ้นเยอะเลยนะเนื้อก้นก็เต่งตึงดึ๋งตั๋งอวบอ้วนขึ้นตั้งเยอะ ขนาดฉันเป็นผู้หญิงเห็นแล้วยังอยากจะเข้าไปขยำให้เต็มสองมือเลยเธอเซ็กซี่ขึ้นกว่าเดิมจริง ๆ นะแค่พักร้อนไปไม่กี่วันทำไมถึงเปลี่ยนไปได้มากมายขนาดนี้”

     

    หมอแพรวที่กำลังจัดเตรียมสเตทโตสโคปหันมาได้ยินสองสาวที่กำลังคุยพาดพิงถึงตนเองอยู่เข้าพอดี เธอยิ้มกริ่มเหมือนแอบเก็บความลับอะไรบางอย่างเอาไว้ไม่อยากเปิดเผย

    ดวงตากลมโตของหญิงสาวเป็นประกายขึ้นมาเมื่อนึกถึงกิจกรรมเข้าจังหวะอันแสนดุเดือดที่ท่าน้ำและบนบ้านพักหมอกับทั้งลุงสมหมาย สามหนุ่มตระกูลบุญ และน้าผันในค่ำคืนที่เพิ่งผ่านไปไม่นาน

     

    “คงเป็นเพราะแพรวได้หยุดพักร้อนมีเวลานอนแบบเต็มอิ่ม เหมือนได้ชาร์จแบตเตอรี่เต็มที่มา 4-5 รอบน่ะค่ะพี่ ๆ ฮิฮิ”

     

    เธอตอบทีเล่นทีจริงพลางหัวเราะคิกคักน้ำเสียงสดใสทิ้งให้เหล่าเจ้าหน้าที่อนามัยได้แต่ยืนงุนงงกับคำพูดที่ว่า สี่ห้ารอบโดยที่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า...

    การชาร์จแบตเตอรี่ของคุณหมอสาวในทริปพักร้อนนี้คือการเปิดรับพลังงานจากขุมพลังยักษ์ที่ถาโถมเข้าใส่ทั้งรูหน้าและรูหลัง จนร่างกายของเธอขยายความอวบอัดผุดผ่องได้ถึงเพียงนี้!

    ********

     

    บรรยากาศช่วงหัวค่ำณ บ้านพักแพทย์ที่หมอแพรวพิลาสอาศัยอยู่ คืนนี้มิได้เงียบเหงาเหมือนเช่นเคย เมื่อสามหนุ่มตระกูลบุญอันได้แก่ไอ้บุญนำ ไอ้บุญปลูก และไอ้บุญทิ้ง บุกมาหาเธอถึงที่บ้าน

     

    และพวกมันไม่ได้มากันแค่สามคนแต่พากันยกโขยงทั้ง น้าจัน ลุงมั่น และอาชัย ชายรุ่นใหญ่ร่างกำยำกรำแดดมากันครบชุดทุกคนมีท่าทางนอบน้อม โดยนำพานธูปเทียนแพมาพร้อมกับพวงมาลัยดอกมะลิ เพื่อทำการขอขมาคุณหมอสาวคนสวย

    อีกทั้งยังหอบหิ้วถุงกับข้าวทั้งเหล้ายาปลาปิ้งส่งกลิ่นหอมฉุยมาแต่ไกล

     

    "หมอแพรวจ๋า...ข้าต้องกราบขอโทษจริง ๆ ไม่รู้เลยว่าเป็นหมอแพรวผู้มีพระคุณต่อหมู่บ้านของพวกเรา...

     

     

     

    ตอน (7P) พาญาติผู้ใหญ่มาขอขมาหรือมารุมทำระยำซ้ำอีกกันแน่

     

    "หมอแพรวจ๋า...ข้าต้องกราบขอโทษจริง ๆ ไม่รู้เลยว่าเป็นหมอแพรวผู้มีพระคุณต่อหมู่บ้านของพวกเรา

    ตอนกลางค่ำกลางคืนแถมคืนนั้นยังเป็นคืนเดือนมืด พอข้าเห็นนางพรายตัวขาวโพลนมาแก้ผ้าเล่นน้ำกลางคลองอยู่แบบนั้นพวกข้าเลยเผลอตัว...เข้าไปล่อเอาซะจนคุณหมอขาถ่างไปแบบนั้น

    วันนี้ข้าเลยยกพานดอกไม้ธูปเทียนมาขอขมาคุณหมอจ้ะ"

    ไอ้บุญนำกล่าวพลางทำหน้าสำนึกผิดแต่แววตากลับกรุ้มกริ่ม

     

    หมอแพรวหน้าแดงซ่านจนถึงลำคอเธอเดินกะเผลกออกมาต้อนรับพลางโบกไม้โบกมือบอกว่าไม่อยากจะถือโทษโกรธเคืองพวกมันเรื่องเมื่อคืนก่อน

     

     "เอาเถอะ ๆ พวกนายไม่ต้องถึงกับยกพานมาทำพิธีขอขมาขนาดนี้ก็ได้ฉันไม่เอาความหรอก

    แต่ทีหลังอย่าทำอะไรเถื่อนๆ แบบนั้นอีกนะ ถ้าใครมาเห็นเข้าชื่อเสียงของฉันคงป่นปี้หมดแน่"

     

    "เห็นไหมล่ะพี่บุญนำ!"

    ไอ้บุญทิ้งน้องเล็กรีบพูดสวนขึ้นมา

    "ฉันบอกพี่แล้วว่าอย่าบุกทะลวงเข้าไปพร้อมกันสามคนหมอแพรวเขาตัวเล็กนิดเดียว

    แต่พวกพี่นั่นแหละที่ใจร้อนไม่ยอมเข้าคิวกันเอง!"

     

    "มึงนั่นแหละตัวดีเลยไอ้บุญทิ้ง!"

    ไอ้บุญนำหัวร่อดังลั่นต่อหน้าญาติผู้ใหญ่

    "มึงเล่นแหกรูจีบหมอแพรวแล้วยัดตะบองฝังมุกของมึงเข้าไปแยงจนน้ำแตกคารูคนแรกเลยมึงนั่นแหละตัวเปิดศึก ไอ้บุญทิ้ง!"

     

    "อ้าวแล้วพี่บุญปลูกล่ะ ไม่ใช่ว่าพี่ก็ยัดทะลวงก้นหมอแพรวด้วยเหรอ?"

    ไอ้บุญปลูกที่ยืนข้างๆ ก็พลอยโดนลากเข้าสู่บทสนทนาอันแสนลามก

     

    "กรี๊ดดด!หยุดนะ! หยุดคุยเรื่องพวกนี้เดี๋ยวนี้เลย!"

    หมอแพรวร้องเสียงหลงพลางเอาสองมือกุมแก้มที่ร้อนผ่าว

    "เอาเป็นว่าให้เรื่องมันจบแค่เมื่อคืนนี้พอห้ามไปพูดให้ใครฟังเด็ดขาด!"

    ...

     

    วงเหล้าถูกตั้งขึ้นที่ใต้ถุนเรือนพักอย่างรวดเร็วโดยมีเหล่าญาติผู้ใหญ่อย่างลุงมั่นและอาชัยคอยชงเหล้าขาวผสมสมุนไพรสูตรเด็ด ยื่นให้หมอแพรวไม่ขาดสาย

     

    พวกมันหลอกล่อให้เธอระบายความเครียดหมอสาวที่เผลอไว้ใจคิดว่าพวกมันสำนึกตัวแล้วจริง ๆ จนเริ่มเมามายสติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน

    ช่วงหลังๆ เธอเริ่มกระดกเหล้าสูตรพิเศษเข้าปากติดๆ กันแบบแก้วต่อแก้วราวกับน้ำเปล่า

     

    จนกระทั่งหมอแพรวเมาแอ๋คอพับคออ่อนแทบจะหลับฟุบคาโต๊ะ... แผนการที่แท้จริงจึงเริ่มขึ้น

     

    "เอ้า...ได้เวลาแล้วไอ้พวกหลานๆ แบกหมอแพรวขึ้นไปบนห้องเลยสิวะ!"

    ลุงมั่นสั่งการแววตาที่เคยนอบน้อมบัดนี้เปลี่ยนเป็นเสือหิว