เฉิงเจิ้งฟังภรรยาแล้วได้แต่ส่ายหน้า เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเหตุใดเธอจึงได้เกลียดชังลูกคนที่สามนัก แค่ว่าเธอคลอดมาเป็ผู้หญิงอย่างเดียวก็ไม่น่าจะใช่ ทุกวันนี้ภรรยาเขาก็ไม่ได้ทำงานทำการอะไร เอาแต่ไปนั่งเล่นไพ่นกกระจอกนินทาชาวบ้านทุกวันจนเขาเบื่อหน่าย
หลังกินข้าวอิ่มแล้วเฉิงเจิ้งรีบไปอาบน้ำพักผ่อน เขาเหนื่อยไม่น้อยที่ต้องทำงานใช้แรงงานใน่อายุมากเช่นนี้ ลูกชายเขาที่เขาฝากทำงานให้ก็ทำงานไม่เป็โล้เป็พายทั้งที่ได้เรียนจบถึงชั้น ม.ปลายเหมือนลูกคนรอง ส่วนลูกสามได้เรียนแค่ชั้น ม.ต้นเท่านั้น ด้วยเหตุผลที่ภรรยาบอกว่าเธอโง่ โชคดีที่เขาแนะนำลูกให้ไปลองสอบเรียนภาคค่ำดู เขาไม่รู้เหมือนกันว่าเธอได้เรียนหรือไม่ เขารู้แต่ว่าเธอทำงานพิเศษจนกลับบ้านดึกดื่นทุกวัน กระทั่งได้มาทำงานที่โรงงานผ้านี่แหละที่ลูกสาวคนเล็กของเขาได้พักผ่อนบ้าง แต่เื่อาหารการกินนั้น เขาเองก็พูดมากไม่ได้เื่นี้ เพราะภรรยาไม่ยอมให้ลูกกินของดี ๆ เหมือนคนอื่นเขาเลย เขาเองก็ท้อแท้ใจไม่น้อยกับเื่นี้ หากวันหนึ่งเขาตายไป ลูกสาวคนเล็กเขาจะไม่ลำบากมากกว่านี้หรือ?
เฉิงเจิ้งที่คิดมากหลังอาบน้ำแล้วไม่นานก็ต้องผล็อยหลับไปจากสภาพร่างกายที่อ่อนล้ามาตลอดั้แ่ยังหนุ่ม ยิ่งอายุมากขึ้น เขายิ่งเหนื่อยง่ายมากกว่าเมื่อก่อน งานในโกดังต้องใช้แรงงานเป็ส่วนใหญ่ ถึงเขาจะได้เป็ถึงหัวหน้ากะแล้ว แต่เงินเดือนก็แค่พอใช้เท่านั้น ถ้าไม่ได้เงินของลูกคนเล็กมาช่วยเหลือ เขาก็ไม่รู้ว่าครอบครัวนี้จะอยู่กันได้อย่างไร
เช้าวันต่อมา เฉิงไป๋ฮวาที่ดูปฏิทินจำได้ว่าวันนี้เป็วันที่พ่อของเธอตายโดยหมอบอกว่าหัวใจวาย เธอที่เพิ่งนึกออกว่าชีวิตที่เลวร้ายลงอีกของเธอเริ่มหลังจากที่พ่อตายนี้เอง ในเมื่อเธอทำสิ่งใดไม่ได้แล้วตอนนี้ เธอจึงไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร เมื่อคืนเธอแอบมากินขนมปังให้พอมีเรี่ยวแรงจัดการงานในวันนี้ แผลที่หัวของเธอก็ยังไม่หายดี ขนาดได้นอนพักมากถึงขนาดนี้ ร่างกายของเธอยังคงดูไม่มีเรี่ยวไม่มีแรงอยู่ดี เฉิงไป๋ฮวาได้แต่หนักใจ เธอจำได้ว่าหลังจากเธอไม่ได้ไปทำงานเมื่อวานนี้ วันนี้เฉียนหลงจะมาดูเธอที่บ้าน ยิ่งเขารับรู้ว่าพ่อของเธอตายด้วยแล้ว เขายิ่งอยากให้เธอรีบแต่งงานแล้วย้ายไปอยู่กับเขาเร็ว ๆ จนคนในบ้านเธอทะเลาะกันกับเขาในงานศพจนคนที่มาร่วมงานศพได้แต่สงสารเธอที่ต้องถูกขังเอาไว้ใช้แรงงานในบ้านแบบนี้
เมื่อนึกถึงเื่ราวที่กำลังจะเกิดขึ้น เฉิงไป๋ฮวาสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วลุกไปอาบน้ำแต่งตัวรอการจัดการเื่ศพพ่อของเธอในตอนสาย เช้านี้เธอไม่ยอมออกจากห้องหลังจากอาบน้ำก่อนใครเพื่อนแล้ว
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เสียงแม่เธอกรีดร้องและร้องไห้เสียงดังก็ทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัวอีกครั้ง เฉิงไป๋ฮวาที่ไม่คิดจะทำอาหารเช้าแต่แรกรอให้แม่ของเธอมาเรียกทุกคนเหมือนที่เคยเกิดขึ้น
“อาหลงมาดูพ่อเร็วเข้า พ่อเป็อะไรไปไม่รู้ แม่เรียกหลายครั้งแล้วก็ไม่ยอมตื่น ฮือ…”
“เอะอะอะไรแต่เช้าครับแม่”
“ฮึก..มาดูพ่อให้แม่ที นี่นังไป๋ฮวายังไม่ออกมาอีกหรือไง นังนี่ชักจะเริ่มี้เีแล้วนะ ลูกมาดูพ่อให้แม่ก่อนเร็ว”
“ครับ ครับ ผมกำลังมาแล้วนี่ไง”
หลังจากเฉิงเซียวหลงตรวจสอบพ่อของเขาก็พบว่าพ่อเสียชีวิตไปแล้ว เขาได้แต่กอดปลอบแม่แล้วเรียกภรรยากับน้องสาวให้ออกมาได้แล้ว วันนี้เขาคงไม่สามารถไปทำงานได้ เมื่อเห็นภรรยาเดินออกมา เขาก็ให้หวางฮุ่ยคอยปลอบแม่ ส่วนเขาจะไปลางานที่โรงงานก่อน พอเฉิงเซียวหลงเห็นว่าเฉิงไป๋ฮวาเดินออกมาด้วยใบหน้าซีดเซียวพร้อมกับผ้าปิดหัวอยู่ก็ได้แต่ถอนหายใจ อย่างไรเขาก็ยังต้องพึ่งพาน้องคนนี้อยู่ดี ทั้งที่สภาพน้องสาวของเขาเหมือนคนก็ไม่ใช่เหมือนผีก็ไม่เชิง ด้วยรูปร่างเล็กบางเหมือนจะปลิวไปกับลมเช่นนี้ เขาจะหวังพึ่งเธอต่อไปได้นานแค่ไหนก็ยังไม่รู้ ดีที่เขาแนะนำให้แม่ไปทำประกันชีวิตเอาไว้ให้เธอ ไม่อย่างนั้นถ้าน้องสาวคนนี้เป็อะไรไปจริง ๆ พวกเขาก็มีแต่จะเสียเงิน
เฉิงเซียวหลงบอกน้องสาวให้ไปลาที่โรงงานของเธอเช่นกัน ไม่อย่างนั้นคงถูกหักเงินอีกแน่ เพราะเมื่อวานนี้เธอก็ไม่ได้ไปทำงาน เฉิงไป๋ฮวาได้ฟังก็เยาะเย้ยพี่ชายในใจว่าเขาคิดถึงแค่เงินเดือนของเธอที่จะออกเร็ว ๆ นี้เท่านั้น ขนาดว่าเธอาเ็เขายังไม่คิดจะสอบถามสักคำ นี่หรือคือคนที่เรียกว่าครอบครัว
“ฮึก.. ใช่ ใช่ รีบไปเลยนะนังไป๋ฮวา แล้วรีบกลับมาจัดการเื่ศพพ่อแก แกเบิกเงินที่โรงงานมาก่อน ชั้นไม่มีเงินทำศพพ่อแกหรอกนะ”
เฉิงไป๋ฮวาได้แต่มองหน้าแม่ที่ไม่เหมือนแม่ตรงหน้าเธอ เธอไม่พูดจาอะไรเพราะอีกไม่นานเฉียนหลงก็กำลังจะมาถึงแล้ว เธอรอให้เขามาเสียก่อนค่อยพูดจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นเธอที่จิตใจยังไม่เข้มแข็งพอหลังจากฟื้นตื่นคงไม่มีเรี่ยวแรงสู้รบกับคนเห็นแก่ตัวพวกนี้แน่
ไม่ถึงสองนาทีหลังจากที่เธอคิด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เฉิงไป๋ฮวาเดินอย่างไร้เรี่ยวแรงไปเปิดประตูเงียบ ๆ เธอเงยหน้ายิ้มบางให้กับว่าที่สามีของเธอ แต่เฉียนหลงที่เห็นว่าแฟนสาวของเขาาเ็กลับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ นี่แฟนเขาไม่สบายทำไมไม่มีใครโทรบอกเขาเลย
จินหลิงหลิงแม่ของเฉิงไป๋ฮวาไม่พอใจแต่แรกเื่ที่เธอจะแต่งงานกับผู้ชายที่มาบ้านเธอคนนี้ ถ้าลูกสาวเธอแต่งงานออกไปแล้วงานในบ้านใครจะเป็คนทำกันเล่า เธอจึงพยายามยื้อเวลาหลังจากที่รู้ว่าทั้งคู่คบหากันมาจนถึงตอนนี้ ยิ่งสามีเธอเพิ่งตายลงด้วยแล้ว จินหลิงหลิงจึงไม่คิดจะให้ลูกสาวแต่งงานตามที่บอกเอาไว้ เธอส่งสัญญาณให้ลูกสะใภ้เริ่มคุยเื่งานแต่งงานที่จะต้องเลื่อนไปอีกปีกับเฉียนหลงทันที
เมื่อวานนี้เธอให้ลูกสะใภ้คุยกับลูกสาวแทนเธอแต่กลับกลายเป็ว่าลูกสะใภ้เผลอทำร้ายนังไป๋ฮวาเสียได้ เธอไม่รู้เหมือนกันว่าคุยกันครั้งนี้จะเป็อย่างไรเช่นเดียวกัน ด้วยว่าท่าทางของว่าที่ลูกเขยของเธอดูภูมิฐานไม่น้อย เธอจึงไม่ค่อยกล้าพูดจารุนแรงนักมาโดยตลอด